“เจิมศักดิ์ – ประทิน” ตั้งวงถกปัญหาการปฏิรูปตำรวจไทยหลังสิ้นยุคระบอบทักษิณ เสนอตั้งตำรวจท้องถิ่นโดยให้ ปชช.ในพื้นที่เลือกและดูแลการปฏิบัติหน้าที่ด้วยตัวเอง เผยสีกากียุค “ทักษิณ” เสียบุคลิกเลือกปฏิบัติเอาใจนักการเมืองโดยไม่คำนึงถึงความรับผิดชอบของตัวเองที่พึงจะต้องปฏิบัติ จี้ ผบ.ตร.รับผิดชอบหลังครือข่ายตำรวจแม้วยังอยู่เกลื่อนกรมปทุมวัน
คลิกที่นี่เพื่อชมวิดีโอคลิป รู้ทันประเทศไทย ช่วงที่ 2(56k) | (256K)
คลิกที่นี่เพื่อชมวิดีโอคลิป รู้ทันประเทศไทย ช่วงที่ 3(56k) | (256K)
วันนี้ (27 กันยายน) พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ อดีต ส.ว.กรุงเทพฯ กล่าวถึง “การปฏิรูปตำรวจไทยหลังสิ้นยุคระบอบทักษิณ” ผ่านรายการรู้ทันประเทศไทย ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม เอเอสทีวี โดยมี ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีต ส.ว.กรุงเทพฯ พร้อมด้วยนายสันติสุข มะโรงศรี เป็นผู้ดำเนินรายการ
พล.ต.อ.ประทิน เปิดเผยว่า หากมองสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ในวันนี้ ก็ไม่แตกต่างอะไรกับผู้มีอำนาจรักษากฎหมายเพียงเท่านั้น ตำรวจไม่มีความเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองของผู้บัญชาการเหล่าทัพ อีกทั้งยังไม่มีบทบาทในการเสนอแนะความคิดให้กับคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ดังนั้นเราจะนำตำรวจในยุคปัจจุบันมาเปรียบเทียบกับ คปค.ไม่ได้ เนื่องจากผู้บัญชาการเหล่าทัพทำเพื่อประเทศชาติจริงๆ
อดีต ส.ว.กรุงเทพฯ ยังกล่าวเสนอแนะแนวทางในการบริหารจัดการภายใน สตช.อีกว่า สตช.ยุคใหม่ควรจะพิจารณาให้มีตำรวจท้องที่ โดยเน้นการรับสมัครประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ เพื่อให้คนเหล่านั้นเข้ามาดูแลรับผิดชอบความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ของตนเอง โดยมีประชาชนในพื้นที่เป็นผู้ควบคุมดูแลการปฏิบัติหน้าที่ ถือเป็นการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น อีกทั้งยังป้องกันไม่ให้ตำรวจประพฤติมิชอบ โดยหากตรวจพบก็จะไม่สามารถย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ในท้องที่อื่นได้ นอกจากนี้ สตช.ควรจะตั้งตำรวจส่วนกลางเข้ามาควบคุมการทำงานของตำรวจท้องที่อีกชั้นหนึ่ง ป้องกันมิให้ตำรวจท้องที่ประพฤติตนไปในทางมิชอบ
พล.ต.อ.ประทิน กล่าวอีกว่า ตำรวจไม่จำเป็นที่จะต้องมียศ เหมือนกองทัพ การบริหารงานเพื่อประชาชนเป็นงานที่ผู้รับผิดชอบต้องคำนึงถึงประชาชนมากกว่ายศ เหมือนกับการบริหารงานของผู้ว่าราชการจังหวัดที่ไม่มียศเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ก็ดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตนไม่ขอตอบว่า ตำรวจนั้นชอบเลียนแบบทหารหรือไม่ ขนาดตนเดินทางไปต่างประเทศยังไม่เคยระบุเลยว่า ตนเองยศอะไร
ดร.เจิมศักดิ์ ตั้งข้อสังเกตว่า หากตำรวจท้องที่ตั้งขึ้นมารักษากฎหมายในชุมชนไปร่วมมือกับนักการเมืองท้องถิ่น จะเกิดปัญหาตามาหรือไม่ พล.ต.อ.ประทิน ยิ้มก่อนตอบว่า “คนเหล่านี้ไม่สามารถให้โทษให้คุณกับนักการเมืองได้ เนื่องจากตำแหน่งในแต่ละจังหวัดนั้นมีจำกัด อีกทั้งประชาชนในท้องถิ่นเป็นผู้เลือกและกำหนดคนเข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้เอง”
“ที่ผ่านมาตำรวจยุคทักษิณ (พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร) เสียบุคลิกเป็นอย่างมาก ทั้งการสืบสวนสอบสวนในคดีต่างๆ ตำรวจก็ตอบสังคมไม่ได้ บางเรื่องที่ต้องรีบกระตือรือร้นทำกลับไม่ทำ แต่บางเรื่องที่ไม่จำเป็นที่จะต้องกระตือรือร้นทำกลับรีบทำ เรื่องนี้มันต้องโทษนักการเมืองในยุคทักษิณ ที่อาสาเข้ามาทำงานเพื่อประเทศชาติกลับไม่ทำ กลับทำเพื่ออำนาจในทางที่ไม่ถูกต้อง นอกจากนี้ตำรวจยังไปร่วมมือกับนักการเมืองโดยไม่คำนึงถึงความรับผิดชอบของตัวเองที่พึงจะต้องปฏิบัติอีกด้วย”พล.ต.อ.ประทิน กล่าว
พล.ต.อ.ประทิน ยังกล่าวถึงคำสั่งของพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ที่มอบหมายและมอบอำนาจให้ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดูแลรับผิดชอบการแต่งโยกย้ายคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ ก.ตร.ว่า มันเร็วเกินไปที่ คปค.จะประกาศคำสั่งฉบับนี้ออกมา สตช.เวลานี้มีปัญหาอยู่มากมาย ทั้งการจัดซื้อจัดจ้าง การแต่งตั้งโยกย้าย ดังนั้นจึงไม่เห็นความจำเป็นที่ พล.อ.สนธิ จะมอบหมายอำนาจสั่งการให้ พล.ต.อ.โกวิทไปดำเนินการ เนื่องจาก พล.อ.สนธิ สามารถสั่งการและพิจารณาได้ทันที โดยมีกฎหมายรองรับคำสั่งอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามเมื่อมีการประกาศออกมาแล้ว ถ้า ผบ.ตร.ทำดีมันก็ดี ถ้าทำไม่ดีก็อาจจะมีปัญหาตามมา ดังนั้นพล.ต.อ.โกวิท จะต้องรับผิดในการแต่งตั้งโยกย้ายภายใน สตช.ด้วย
ดร.เจิมศักดิ์ ถามว่า พล.อ.ปานเทพ ภูวนารถนุรักษ์ อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า การโยกย้าย ก.ตร.มีปัญหา เนื่องจากนายตำรวจที่มีความสนิทสนมกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังอยู่ในตำแหน่งสำคัญอีกหลายคน ดังนั้นพล.ต.อ.โกวิท ควรพิจารณาตัวเองหรือไม่ พล.ต.อ.ประทิน ตอบว่า กรณีของ พล.อ.ปานเทพ ถือเป็นข้อคิดให้ ผบ.ตร.ได้คิด ถึงแม้ พล.อ.ปานเทพ จะเกษียณอายุราชการไปนานแล้ว แต่ท่านก็ออกมาเตือนสติและชี้นำให้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง ดังนั้น พล.ต.อ.โกวิท ต้องคิดและตรึงตรองคำตักเตือนนี้อย่างถี่ถ้วน


