xs
xsm
sm
md
lg

ยรรยง พวงราช - น้องใหม่ระบอบทักษิณ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

นับตั้งแต่รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้เข้ามาบริหารประเทศ ได้มีการปฎิรูปรูปแบบการทำงานของข้าราชการอย่างใหญ่หลวง ชนิดที่ว่าไม่เคยมีรัฐบาลชุดไหนกระทำการเช่นนี้มาก่อน ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการข้ามห้วย การแต่งตั้งคนของตัวเอง และพวกพ้องขึ้นมาเป็นใหญ่ เพื่อใช้เป็นรากฐานในการค้ำจุน "ระบบทักษิณ" โดยไม่สนว่าจะมีเสียงคัดค้านจะมากแค่ไหน

ที่สำคัญ คนที่ได้รับความกรุณาจากระบอบนี้ ให้ขึ้นมาดำรงตำแหน่งที่ใหญ่โตขึ้น ต่างก็พร้อมใจพร้อมกายในการทำงานชนิดถวายหัวให้กับระบอบทักษิณ โดยไม่สนใจว่าจะผิดกฎ ผิดระเบียบ หรือธรรมเนียมที่เคยปฏิบัติมาหรือไม่ ส่วนหนึ่งเกิดจากน้ำเลี้ยงดีกว่ารัฐบาลทุกชุดที่ผ่านมา

ล่าสุดได้เกิดน้องใหม่ไฟแรงของระบอบทักษิณ เขาคือรองปลัดกระทรวงพาณิชย์ ยรรยง พวงราช
นายยรรยง พวงราช รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ ลิ่วล้อระบอบทักษิณที่เข้ามาจัดการกับกรณี บ.กุหลาบแก้ว บริษัทสัญชาติไทยแต่หัวใจสิงคโปร์
จากข้าราชการน้ำดี ที่กำลังจะกลายมาเป็นแขนขาให้กับระบอบทักษิณ ด้วยการเข้ามาปกป้องบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือชินคอร์ป ให้รอดพ้นจากการถูกกล่าวหาว่าเป็นบริษัทขายสมบัติชาติให้กับคนต่างด้าว

กรณีชินคอร์ป มีปัญหา เพราะครอบครัวชินวัตร ได้ขายหุ้นให้กับกลุ่มทุนเทมาเส็กจากสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2549 มีมูลค่าสูงถึง 73,300 ล้านบาท โดยดีลซื้อขายนี้ กระทำผ่านบริษัท กุหลาบแก้ว จำกัด และซีดาร์ โฮลดิ้ง ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้น เนื่องจากมีการตั้งข้อสังเกตว่า บริษัทกุหลาบแก้ว ซึ่งทำการซื้อขายแทนกลุ่มทุนจากสิงคโปร์นั้น จะเป็นร่างทรงของสิงคโปร์หรือไม่ มีการตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับที่มาของเงินทุนว่ามาจากที่ใด เป็นของใคร

กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ดำเนินการสอบสวนการถือหุ้นแทนคนต่างด้าว (นอมินี) ของบริษัท กุหลาบแก้ว มาตั้งแต่เดือนก.พ.2549 และมาจนถึงวันนี้ ผ่านมาแล้วประมาณ 7 เดือน ก็ยังไม่ได้มีการประกาศผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการออกมา

แต่กลับมีข่าวเล็ดลอดออกมาว่า ผลการสอบสวนได้ข้อยุติมาแล้วตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม 2549 มีการสรุปผลในเบื้องต้นว่า บริษัท กุหลาบแก้ว เข้าข่ายการเป็นนอมินีจริง และต้องส่งเรื่องให้ตำรวจทำสำนวนส่งอัยการเพื่อฟ้องร้องต่อศาล เพื่อเอาผิดกับบริษัท กุหลาบแก้ว

หลังจากมีการรับรู้ว่าไม่รอดแน่ ก็มีคำสั่งลับจากนายใหญ่ ผ่านนักการเมืองในกระทรวงพาณิชย์ ให้ไปจัดการกับปัญหาของกุหลาบแก้ว ว่าทำอย่างไรก็ได้ ให้กุหลาบแก้วรอดพ้นจากข้อหาการเป็น “นอมินี” เพราะไม่เช่นนั้นจะกระทบถึงชื่อเสียงของพ.ต.ท.ทักษิณ และกระทบดีลค้าขายมูลค่า 73,300 ล้านบาทได้

ทันทีที่คำสั่งมาถึงนักการเมืองในกระทรวงพาณิชย์ ปฏิบัติการยื้อก็เกิดขึ้น แต่จะหาเหตุผลอะไรมาหักล้างผลสอบสวนที่ทำเสร็จแล้ว และรอการประกาศต่อสาธารณชน จึงเป็นที่มาของการไปบอกให้นายสุรินทร์ อุปพันธกุล หรือ ดาโต๊ะสุรินทร์ บุคคลซึ่งเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัท กุหลาบแก้ว ให้ทำหนังสือขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมมายังกระทรวงพาณิชย์ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้า ก็มีการส่งข้อมูลต่างๆ ให้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้ามาแล้ว

เหตุผลก็เพื่อให้การเมืองมีน้ำหนักในการยื้อการประกาศผลสอบนอมินีกุหลาบแก้วออกไปได้ แต่จะทำอย่างไร ก็ต้องส่งเรื่องให้กับคนที่ดูแล ซึ่งในที่นี้ ก็คือ นายยรรยง พวงราช รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ และมีฐานะอีกตำแหน่งหนึ่ง คือ เป็นประธานคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว แต่จะหาเหตุผลอะไรมาหักล้างกับผลสรุปที่ออกมาแล้ว เป็นคำถาม ที่หาคำตอบได้ยาก แต่ในที่สุด ก็มีคำตอบออกมาว่า ให้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบกรณีนอมินีกุหลาบแก้วใหม่

นายยรรยงอ้างว่า "ข้อสรุปของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นเพียงแค่การทำงานในระดับกรมฯ แต่ผมในฐานะที่ดูแลกรมฯ นี้ และรับผิดชอบในระดับกระทรวงฯ เห็นว่าควรจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด เพื่อทำให้รัดกุม ชัดเจน เป็นธรรม เพราะหากตัดสินอะไรลงไป จะเป็นบรรทัดฐานของการกระทำที่เป็นนอมินีในอนาคตด้วย"

เป็นการใช้อำนาจและบรรทัดฐานของตัวเองเลียนแบบท่านผู้นำเถื่อน ......

นายยรรยงเติบโตมาทางสายวิชาการ เคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษากฎหมายกระทรวงพาณิชย์ เป็นรองปลัดกระทรวงพาณิชย์ และเป็นอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งเป็นบุคคลหนึ่งที่ทำให้เรื่องทรัพย์สินทางปัญญาที่เป็นเรื่องยาก เป็นเรื่องที่เข้าใจง่าย และมีการวางรากฐานระบบทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไว้มากมาย

ต่อมาในสมัยที่นายวัฒนา เมืองสุข เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงพาณิชย์ มีการปรับรูปแบบการทำงาน โดยมีรองปลัดกระทรวงเป็นรองปลัดคลัสเตอร์ มีการโยกย้ายนายยรรยงจากอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา มาทำงานในตำแหน่งรองปลัดกระทรวง ดูแลงานด้านการค้าระหว่างประเทศ แต่พอถึงยุคนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เข้ามาเป็นรัฐมนตรี นายยรรยงถูกโยกกลับไปให้ดูแลงานด้านการค้าภายในประเทศ

จนในที่สุด กลับมาโด่งดังอีกครั้งในฐานะรับหน้าเสื่อ ในการพลิกคดีประวัติศาตร์ ให้กลับมาเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง!