xs
xsm
sm
md
lg

เด็กพี่หนาแสบไม่เลิก! ตัดต่อคำพูด “สนธิ” ปั๊มซีดีแจกทั่วศาล

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ภาพซีดีเถื่อนที่มีการลักลอบนำคำพูดสนธิ ลิ้มทองกุล ขณะดำเนินรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ฯ ไปตัดต่อแล้วมาบันทึกใหม่ ก่อนจะแจกจ่ายในกลุ่มประชาชนที่ชุมนุมรอฟังคำตัดสินคดีของ3กกต. ที่หน้าศาลอาญาวานนี้(25 ก.ค.)
“เด็กแก๊งพี่หนา” งัดวิชามารไม่เลิก หลังก่นด่าศาลไม่หนำใจ กลับลอบแพร่ระบาด “ซีดีเถื่อน” ตัดต่อคำพูด “สนธิ” ในรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ แจกจ่ายไปทั่วหน้าศาลอาญาและเรือนจำกรุงเทพ หวังดิสเครดิตให้ประชาชนเข้าใจไปทางเสื่อมเสีย โอละพ่อ ที่แท้มือแจกก๊วนเดียวกับที่ยกกำลังพวกศาลเตี้ยล้อม “คมชัดลึก” เมื่อต้นปีที่ผ่านมา

วันนี้ (26 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ศาลอาญา ได้นัดอ่านคำพิพากษาคดีที่ นายถาวร เสนเนียม รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ฟ้องร้องดำเนินคดี 3 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คือ พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ นายปริญญา นาคฉัตรีย์ และ นายวีระชัย แนวบุญเนียร ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เมื่อวานนี้ (25 ก.ค.) และได้ปรากฏตามที่เป็นข่าวว่า มีกลุ่มบุคคลจำนวนหนึ่งที่อ้างตัวว่าเดินมาชุมนุมให้กำลังใจ กกต.นั้น

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากการเคลื่อนไหวชุมนุมด้านหน้าศาลอาญาดังกล่าวแล้ว กลุ่มบุคคลดังกล่าวที่มีแกนนำคนหนึ่ง อ้างตัวว่า เป็นนายตำรวจนอกราชการยศระดับ “พ.ต.อ.” ได้นำซีดีเถื่อนจำนวนมากมาแจกจ่ายให้กับประชาชนที่เดินทางมารอฟังคำพิพากษาของศาลอาญา รวมทั้งที่ด้านหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครด้วย

จากการตรวจสอบ พบว่า ซีดีดังกล่าวมีลักษณะพื้นสีขาว พิมพ์ตัวหนังสือว่า “ฟัง...สนธิ ลิ้มทองกุล พูด แล้ว...คุณคิดอย่างไร?” และ “เมืองไทยรายสัปดาห์ : 21 กรกฎาคม 2549 สวนลุมพินี” ส่วนด้านหลังของซีดีบริเวณขอบด้านใน ซึ่งปกติแล้วจะเป็นจุดที่ผู้ผลิตซีดีส่วนใหญ่หลายๆ แห่งมักจะพิมพ์ตัวหนังสือด้วยเลเซอร์ระบุลิขสิทธิ์เจ้าของซีดี โดยซีดีดังกล่าวได้พิมพ์เป็นตัวภาษาอังกฤษระบุว่าเมืองไทยรายสัปดาห์

ภายหลังผู้สื่อข่าวนำซีดีลึกลับดังกล่าวมาตรวจสอบเทียบกับซีดีรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ที่ผลิตจำหน่ายโดย บริษัท ไทยเดย์ ด็อทคอม จำกัด นั้น พบว่า แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยซีดีตัวจริงของบริษัท ไทยเดย์ฯ จะมีการพิมพ์ลาย 4 สี เป็นรูปของนายสนธิด้านหน้า และด้านหลังจะไม่มีการพิมพ์ตัวหนังสือด้วยเลเซอร์แต่อย่างใด รวมทั้งซีดีทุกแผ่นจะถูกบรรจุอยู่ในซองพลาสติกที่มีกระดาษแข็งระบุชื่อรายการ ตอน และครั้งแนบไว้ด้วย

นอกจากนั้น ที่สำคัญ เมื่อนำ “ซีดีเถื่อน” มาเปิดฟังแล้ว พบว่า กลุ่มผู้ดำเนินการดังกล่าว ได้นำคำพูดของ นายสนธิ ไปตัดต่อคำพูด โดยมีการนำประโยคคำพูดที่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล พูดในรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ คอนเสิร์ตการเมือง ครั้งที่ 8 ที่สวนลุมพินี เมื่อวันที่ 21 ก.ค.2549 บางท่อนรวมแล้วประมาณ 5.19 นาที ไปตัดต่อบันทึกใหม่ลงในซีดี โดยพยายามนำประโยคแต่ละประโยคมาตัดต่อเรียงกัน และตัดทอนบางประโยคออกไป ทำให้เนื้อหาและความหมายผิดเพี้ยนไปจากประโยคคำพูดที่แท้จริงของนายสนธิในรายการดังกล่าว โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้ฟังเข้าใจนายสนธิในทางที่ผิด

เป็นที่น่าสังเกตว่า กลุ่มบุคคลที่นำซีดีดังกล่าวมาเผยแพร่นั้น ในขณะที่ชุมนุมให้กำลังใจ กกต.อยู่ด้านหน้าศาลอาญา วานนี้ (25 ก.ค.) ได้แสดงพฤติกรรมดูหมิ่นศาลด้วยการตะโกนถ้อยคำด่าทอศาลต่างๆ นานา รวมทั้งใช้กำลังคุกคามประชาชนที่แสดงความคิดเห็นในทิศทางไม่ได้เห็นด้วยกับพวกตัวเอง ดังที่เป็นข่าวเมื่อวานนี้

ขณะเดียวกัน มีรายงานด้วยว่า เป็นกลุ่มเดียวกันกับที่ไปปิดล้อมสำนักงานเครือเนชั่น เมื่อเดือนมี.ค.2549 และไม่เพียงเท่านั้น จากการตรวจสอบพบว่าหนึ่งในแกนนำที่อ้างตัวเองว่าเป็นนายตำรวจนอกราชการนั้น ได้เคยออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยหลายครั้งเช่นกัน

นอกจากนั้น ยังมีรายงานจากกองบรรณาธิการผู้จัดการออนไลน์ด้วยว่า มีประชาชนผู้หวังดีโทรศัพท์มาแจ้งข้อมูลโดยระบุว่า ขณะนี้มีกลุ่มบุคคลพยายามเคลื่อนไหวโจมตีนายสนธิ และพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รวมทั้งคนที่เห็นตรงข้ามกับรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดพบว่า มีการลอบนำเอกสารเผยแพร่ขนาดพ็อกเกตบุ๊ค โดยหน้าปกเขียนข้อความระบุว่า “เปิดโปงขบวนการพันธมิตรประชาธิปไตยและสนธิ ลิ้มทองกุล” แจกจ่ายไปตามละแวกบ้านของตนเองย่านประชานิเวศน์ และยังพบว่าตามละแวกบ้านอื่นๆในบริเวณใกล้เคียงก็มีการนำไปแจกจ่ายเช่นกัน

ทั้งนี้เนื้อหาในเอกสารดังกล่าว เป็นการนำเอากระทู้ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์การเมืองผ่านทางชุมชนออนไลน์ โต๊ะราชดำเนิน ในเว็บไซด์พันธุ์ทิพย์ มารวบรวมไว้จำนวนหนึ่ง โดยทั้งหมดเป็นกระทู้ที่แสดงความคิดเห็นตรงข้ามและโจมตีนายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และทุกคนที่เห็นตรงข้ามกับรัฐบาล

ประชาชนรายเดิม ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เคยร่วมชุมนุมขับไล่ทักษิณกับพันธมิตรฯ ยังเผยด้วยว่า ขณะนี้ตามโรงเรียนในย่านที่เป็นฐานเสียงของพรรคไทยรักไทย ได้มีการพยายามปลูกฝังความคิดให้กับเด็กนักเรียนมองว่า รัฐบาลพรรคไทยรักไทยและพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ดีเยี่ยมที่สุด โดยลูกของตนซึ่งอยู่ในโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งย่านมีนบุรี ได้กลับมาถามที่บ้านว่า ทำไมที่โรงเรียนสอนให้ชื่นชมพ.ต.ท.ทักษิณ แต่ทำไมเราต้องไปประท้วงขับไล่ด้วย ซึ่งจากกรณีนี้สร้างความสับสนให้กับลูกของตน และเชื่อว่ายังมีเด็กนักเรียนอีกหลายแห่งที่สับสนด้วยเช่นกัน

สำหรับตัวอย่างเนื้อหาใน “ซีดีเถื่อน” ที่ถูกนำมาตัดทอน อาทิ
ท่อนที่หนึ่ง “...ขอให้รู้ว่าคนๆ นึงเนี่ย ครองราชย์มา 60 ปี เนี่ย ไม่ใช่ครองราชย์มาโดยอุบัติเหตุ หรือว่าโดยโชคช่วย แต่ด้วยพระปรีชาสามารถ และด้วยความอัจฉริยะของพระองค์ท่าน เริ่มกันตรงนี้ก่อน เริ่มว่าเชื่อหรือเปล่า ถ้าเชื่อพระองค์ท่าน 100 เปอร์เซ็นต์เนี่ยนะ ถ้าเชื่อแล้ว ฟังผมพูดจากนี้ต่อไป แล้วจะเข้าใจว่าจริงๆ แล้วเราชนะแน่นอน...”

ท่อนที่สอง “วันนี้ (21 ก.ค.) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เซ็นพระราชกฤษฎีกาออกมาให้มีการเลือกตั้งวันที่ 15 ตุลาคม นัยคือว่า นายอยากให้เล่นตามกติกาใช่ไหม งั้นเล่นตามกติกานะ แต่ถ้าจากนี้ไปนับตั้งแต่วันพรุ่งนี้ หรือวันนี้ไปจนถึงวันที่ 14 ถ้ามีอุบัติเหตุอะไรเกิดขึ้นตามกติกาแล้วมึงอย่ามาว่ากูนะ ก็อยากเรียกร้องกติกาไม่ใช่หรอ ก็อยากเรียกร้องกติกานัก”

ท่อนที่สาม “...ก็ไปกล่าวหาพระองค์ท่าน โดยใช้คำว่า ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ ไม่เล่นตามกติกา พระองค์ท่านเลยเล่นตามกติกา...”

ข้อเท็จจริงแล้ว ทั้งสามท่อนนั้นถูกตัดทอนมาจากประโยคเดียวกันดังนี้
“...ถ้าเราเชื่อ ขอให้รู้ว่าคนๆ นึงเนี่ย ครองราชย์มา 60 ปี เนี่ย ไม่ใช่ครองราชย์มาโดยอุบัติเหตุ หรือว่าโดยโชคช่วย แต่ด้วยพระปรีชาสามารถ และด้วยความอัจฉริยะของพระองค์ท่าน เริ่มกันตรงนี้ก่อน เริ่มว่าเชื่อหรือเปล่า ถ้าเชื่อพระองค์ท่าน 100 เปอร์เซ็นต์เนี่ยนะ ถ้าเชื่อแล้ว ฟังผมพูดจากนี้ต่อไป แล้วจะเข้าใจว่าจริงๆ แล้วเราชนะแน่นอน


อย่าไปท้อถอย ท้อถอยทำไม ไม่ใช่พระองค์ท่านอยู่ในสถานภาพที่ไอ้เหลี่ยมมันยังไม่เข้าใจเลย พระองค์ท่านอยู่ในสถานภาพที่พระองค์ท่านต้องมีพระเมตตากับพสกนิกรทุกเหล่า ทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นพุทธ มุสลิม คริสต์ ไม่ว่าภาคเหนือ ไม่ว่าภาคใต้ ไม่ว่าภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือภาคตะวันตก พระองค์ท่านรักพสกนิกรเท่าเทียมกันหมด ข้อคิดตรงนี้พระองค์ท่านพยายามปลูกฝังสั่งสอนมา แต่ไอ้คนชิงสุนัขเกิดบางคนมันไม่เข้าใจ เที่ยวบอกว่า 15 ตุลาฯ ต้องเลือกตั้ง 15 ตุลาฯ ต้องเลือกตั้ง ใช้ทุกวิถีทางข่มขู่ จนในที่สุดไปถึงกับฟ้องต่างประเทศ ฟ้องต่างประเทศว่าคนมีบารมีนอกรัฐธรรมนูญกำลังไม่ทำให้เมืองไทยเป็นประชาธิปไตย

วันนี้ (21 ก.ค.) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เซ็นพระราชกฤษฎีกาออกมาให้มีการเลือกตั้งวันที่ 15 ตุลาคม นัยคือว่า นายอยากให้เล่นตามกติกาใช่ไหม งั้นเล่นตามกติกานะ แต่ถ้าจากนี้ไปนับตั้งแต่วันพรุ่งนี้ หรือวันนี้ไปจนถึงวันที่ 14 ถ้ามีอุบัติเหตุอะไรเกิดขึ้นตามกติกาแล้วมึงอย่ามาว่ากูนะ ก็อยากเรียกร้องกติกาไม่ใช่เหรอ ก็อยากเรียกร้องกติกานัก ศาลปกครองยังมีคดีอีกหลายคดีที่ศาลปกครองยังไม่ได้จำหน่ายนะ ยังไม่ได้จำหน่ายเลยนะ แล้วเดือนหน้าศาลปกครองเกิดอ่านคำพิพากษาคดีหนึ่ง แล้วบอกว่า รัฐบาลรักษาการเถื่อนนั้นหมดอายุแล้วอย่ามาว่ากันนะ หรือ กกต.คดี กกต.มีทั้งทางภาคใต้ มีทั้งศาลอาญาเยอะแยะไปหมด เกิดมีคดีใดคดีหนึ่งศาลพิพากษาบอกว่า กกต.ผิด จำคุกไม่ให้ประกันตัว ติดคุก กกต.ต้องหลุดไปเลย แล้วต้องเลือกใหม่ใช้เวลาอีก 45 วัน หรือ 60 วัน ก็อย่ามาว่ากันนะ หรือว่าวันที่ 20 สิงหาคม ศาลรัฐธรรมนูญที่ใครบางคนคิดว่าซื้อได้ เกิดคำพิพากษาให้ยุบพรรคทั้ง 2 พรรคไปเลย อย่ามาว่ากันนะ ก็ไปกล่าวหาพระองค์ท่าน โดยใช้คำว่า ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ ไม่เล่นตามกติกา พระองค์ท่านเลยเล่นตามกติกา”

**อำนาจเถื่อนคุกคามห้ามแพร่ซีดีเมืองไทยฯ ของจริง

มีรายงานด้วยว่า ขณะนี้มีประชาชนจำนวนมากในต่างจังหวัดได้โทรศัพท์สอบถามมายังผู้ดำเนินรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ถึงการเผยแพร่วีซีดีบันทึกรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ซึ่งปกติจะมีวางเผยแพร่ต่อผู้สนใจเป็นปกติทุกสัปดาห์ว่า ช่วงหลังมานี้ไม่สามารถหามาดูได้ โดยเมื่อสอบถามเจ้าหน้าที่ของร้านที่เคยวางวีซีดีดังกล่าว เช่น ซีเอ็ด ก็ได้คำตอบว่า ทางผู้มีอำนาจรัฐขอมา พร้อมกับข่มขู่จะดำเนินการทางกฎหมายหากดื้อดึง ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ วีซีดีรายการเมืองไทยรายสัปดาห์เป็นที่นิยมของลูกค้าอย่างมาก และ ร้านค้าเหล่านี้ก็สามารถวางเผยแพร่ได้อย่างถูกต้องก็ตาม

จากการตรวจสอบของผู้จัดการรายวัน พบว่า การคุกคามข่มขู่ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากสถานการณ์การเมืองร้อนแรง รัฐบาลรักษาการจึงได้สั่งการอย่างลับๆ ให้ตำรวจกดดันร้านค้าที่มีวีซีดีเมืองไทยฯที่มีนายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการและแกนนำคนสำคัญของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เป็นผู้ดำเนินรายการ ปิดกั้นไม่ให้ข่าวสารข้อเท็จจริงที่ไม่ชอบมาพากลของรัฐบาลเถื่อนถูกเผยแพร่ออกไปในหมู่ประชาชน ซึ่งซีเอ็ดยอมที่จะดำเนินการตามแต่โดยดี เพราะห่วงธุรกิจจะได้รับผลกระทบจากอำนาจเถื่อนที่อาจจะกลั่นแกล้งได้ทุกเมือ

คลิกที่นี่ เพื่อฟังรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ คอนเสิร์ตการเมือง ครั้งที่ 8 โดย สนธิ ลิ้มทองกุล


คลิกอ่าน รายละเอียดรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ฯ เมื่อวันที่ 21 ก.ค.49 ของจริง

อ่านข่าวเหตุการณ์ "ม็อบหนุน กกต.ถ่อย รุมตื้บกลุ่มต้านหน้าศาลอาญา"
ภาพตัวอย่างซีดีรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ฯ ที่มีการพิมพ์ลาย4สีอย่างเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งแตกต่างจากซีดีเถื่อนในรูปด้านบนอย่างสิ้นเชิง
ซีดีเถื่อนยังได้พิมพ์คำว่าเมืองไทยรายสัปดาห์เป็นภาษาอังกฤษที่ขอบด้านในของแผ่น เพื่อให้คนเข้าใจว่าเป็นของแท้
ในขณะที่ของแท้จริงๆที่ผลิตโดยบริษัทไทยเดย์ฯ ไม่ได้มีการพิมพ์ข้อความใดๆที่เกี่ยวกับรายการเมืองไทยฯทั้งสิ้น