xs
xsm
sm
md
lg

“พี่หนา” การันตีเอง ปธ.อนุฯ ไร้สังกัด ย้ำสางงานเสร็จพร้อมออก

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ ประธานคณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.)
“พี่หนา” แจงตั้ง “นาม” เป็นประธานอนุกรรมการ กกต.สอบพรรคใหญ่จ้างพรรคเล็ก ไม่เคยคิดเป็นคนของใคร หวังทำหน้าที่ตรงไปตรงมา ย้ำหลังเคลียร์งานเสร็จพร้อมพิจารณาตัวเอง พร้อมปฏิเสธรับเรื่อง ทรท.ยื่นเปลี่ยนตัวอนุฯ ทั้งชุด อ้างอยู่ต่างจังหวัดยังไม่เห็นหนังสือ เมินม็อบต้าน เย้ยในชีวิตเจอมาเยอะ ขณะเดียวกันสั่งเจ้าหน้าที่ขึงม่านหน้าห้องทำงานหลบสายตาสื่อ หวั่นช่างภาพแอบถ่ายพฤติกรรม


วันนี้ (23 พ.ค.) พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการข่าวยามเช้า ที่ออกอากาศทางสถานีวิทยุ 101 เมกะเฮิรตซ์ ถึงกรณีที่ฝ่ายกฎหมายพรรคไทยรักไทย ยื่นหนังสือต่อ กกต.ขอให้เปลี่ยนคณะอนุกรรมการสอบสวนกรณีพรรคใหญ่จ้างพรรคเล็กลงสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากกรรมการบางคนสนิทสนมกับพรรคประชาธิปัตย์ว่า ยังไม่เห็นหนังสือดังกล่าว เพราะวันที่ 22 พ.ค.ได้เดินทางไปต่างจังหวัด จึงต้องขอดูเรื่องก่อนว่ามีเหตุผลอย่างไรถึงจะให้เปลี่ยนตัว ถึงให้คำตอบได้ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

พล.ต.อ.วาสนา ยังปฏิเสธว่าไม่ได้รับหนังสือแย้งเกี่ยวกับการที่ให้อนุกรรมการสอบสวนเพิ่มเติมรอบที่ 3 จากนายนาม ยิ้มแย้ม ประธานอนุกรรมการ เพราะล่าสุดที่อยู่สำนักงาน คือ วันที่ 19 พ.ค.ไม่เห็นมีหนังสือดังกล่าวมาถึงตน ทราบแต่ข่าวเท่านั้น และมีแต่สื่อมาถาม ซึ่งหากที่สุดแล้วอนุกรรมการยืนยันว่าจะไม่มีการสอบสวนเพิ่มเติม กกต.ก็จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือในที่ประชุม กกต.

เมื่อถามว่า คิดอย่างไรกับนายนาม ประธาน กกต.กล่าวว่า ก็ไม่คิดอะไร นายนามเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งนอกจากเป็นคณะอนุกรรมการชุดนี้แล้วยังเป็นอนุกรรมการวินิจฉัยเรื่องร้องเรียนร้องคัดค้าน และช่วยงานของสำนักงาน กกต.มาตลอด ตนไม่เคยมองนายนามในแง่ไม่ดี และการที่แต่งตั้งนายนามเป็นประธานอนุกรรมการสอบเรื่องพรรคใหญ่จ้างพรรคเล็ก ก็ไม่ได้คิดเรื่องเป็นคนของใคร ทุกฝ่ายก็ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา

ส่วนเรื่องการกำหนดวันเลือกตั้งใหม่นั้น ขณะนี้ก็ยังตอบไม่ได้ ที่ผ่านมาก็พูดกันว่าเร่งรัดเกินไป จึงหารือกับทุกพรรคเพื่อหาวันเลือกตั้งที่เหมาะสม จะได้ทำความเห็นเสนอไปยัง ครม. เพราะ กกต.ไม่ได้มีหน้าที่ตัดสินใจว่าจะเป็นวันใด เพียงแต่มีการหารือกันว่า กกต.จะพร้อมในวันใด ซึ่ง กกต.ก็ต้องมีความพร้อม เมื่อถามถึงว่าหลังสะสางงานคั่งค้างแล้วจะพิจารณาเรื่องลาออกหรือไม่ พล.ต.อ.วาสนา กล่าวว่า ก็พร้อมจะพิจารณา และที่มีการมองกันว่าจะใช้อำนาจศาลมาขู่หากไม่ออกในขณะนี้ ส่วนตัวคิดว่าตุลาการก็ต้องมีความซื่อสัตย์ สุจริตในตัวแต่ละคนอยู่แล้ว และยังเชื่อว่าความยุติธรรมยังมีอยู่ในบ้านเมือง

เมื่อถามอีกว่า หลังจากต้องประสบกับกระแสกดดัน ช่วงนี้อารมณ์เย็นขึ้นหรือยัง ประธาน กกต.กล่าวว่า ก็ยังเหมือนเดิม ไม่มีอะไร แต่ก็แปลกใจว่าทำไมสังคมไทยถึงเป็นแบบนี้ ไร้ระเบียบวินัย ฟุ่มเฟือย ส่วนคดีความที่มีการฟ้องร้อง กกต.ซึ่งมีอยู่มาก ก็ต้องดำเนินการต่อสู้คดีกันไป แต่ทุกเรื่องยืนยันว่าได้ทำไปโดยสุจริต

พล.ต.อ.วาสนา กล่าวด้วยว่า เมื่อวานไม่ได้มีโอกาสดูข่าวตัวเอง มีคนมาเล่าให้ฟังถึงกรณีที่มีการรายงานข่าวว่าตนต้องใช้กำลังอารักขาถึง 200 คนนั้นเป็นเรื่องที่เกินจริง ต้องนับสัก 20 ครั้งถึงจะได้ 200 ตนเดินทางไปตามปกติ มีลูกน้อง มีเพื่อนร่วมงานเดินทางไป ในรถก็มีตำรวจอยู่ด้วย มาจาก กทม.พร้อมกันเพียง 4 คน ส่วนที่มีการถือป้ายโจมตีก็ทำไปเถอะ ตนเจอมาเยอะแล้ว คงไม่สนใจอะไร

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ พล.ต.อ.วาสนา พยายามหลบผู้สื่อข่าว แม้แต่ช่วงที่มีผู้มาให้กำลังใจ ก็ยังให้เข้าพบในห้องทำงานเป็นการส่วนตัว หรือหลบไปพบที่ห้องในชั้นอื่นๆ เพราะไม่ต้องการให้สื่อมวลชนถ่ายภาพนั้น ล่าสุด พบว่านอกจากการขอไม่ให้ช่างภาพไปรอถ่ายภาพที่บริเวณประตูทางเข้าหน้าห้องประธาน กกต.ซึ่งเป็นมุมเดียวที่จะทำให้เห็นภายในบริเวณหน้าห้องทำงานของ พล.ต.อ.วาสนา ที่ทะลุไปถึงภายในห้องทำงานแล้ว ในช่วงบ่ายวันนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายพัสดุก็ได้นำผ้าม่านสีฟ้าไปติดที่บริเวณประตูดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว เพื่อไม่ให้ช่างภาพไปคอยตั้งกล้องถ่ายภาพหน้าห้องทำงานประธาน กกต.อีก