xs
xsm
sm
md
lg

หลวงปู่ฯชี้แนะ อยากเป็น"พระโพธิสัตว์" ต้องละอำนาจ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

“หลวงปู่พุทธอิสระ” ให้แง่คิดในสภาท่าพระอาทิตย์ (28 ต.ค.48) เผยการเป็นนักการเมืองแนวพระโพธิสัตว์นั้นไม่มีทางไปด้วยกันได้ เพราะพระโพธิสัตว์ต้องสละอำนาจเพื่อมุ่งหาธรรม ขณะที่นักการเมืองมุ่งหาผลประโยชน์ใส่ตัว ชี้นายกฯยังไม่มีคุณสมบัติพอจะเป็นพระโพธิสัตว์หากไม่ละอำนาจ ขณะที่ “สนธิ ลิ้มทองกุล” แจงแปรรูป ปตท.และ กฟผ. คนไทยรับภาระจ่ายอาน ทั้งๆ ที่รัฐมีอำนาจที่จะคืนผลกำไรให้ประชาชน แต่กลับมีวาระซ่อนเร้นในการนำสมบัติชาติเข้าตลาดหลักทรัพย์ ชี้ผิดศีลข้ออทินนาทานาชัด เพราะเงินที่ได้มาเป็นการขโมยจากทรัพย์สินแผ่นดิน

คลิกที่นี่ เพื่อฟังการสนทนาธรรม


รายการสภาท่าพระอาทิตย์ ประจำวันที่ 28 ตุลาคม 2548 ดำเนินรายการโดยสำราญ รอดเพชร

สำราญ – สวัสดีครับ ท่านผู้ชมครับ ก็ต้อนรับเข้าสู่อีกช่วงหนึ่งนะครับ ช่วงสนทนาธรรมกับหลวงปู่พุทธอิสระ วัดอ้อน้อย กำแพงแสน นครปฐม ทุกวันศุกร์นะครับ คุณสนธิ ลิ้มทองกุล อาจารย์สามารถ มังสัง และผมสำราญนะครับก็จะได้ความรู้ รวมทั้งท่านผู้ชมด้วยนะครับจากหลวงปู่พุทธอิสระ ก็ตอนนี้คุณสนธิยังมีภารกิจอยู่ แต่อาจารย์สามารถมาแล้ว ผมก็อยู่ตรง
นี้นะครับ เรา 2 คนกราบนมัสการหลวงปู่ครับ

หลวงปู่ – เจริญธรรม เมื่อกี๊พูดถึงเรื่องโซลาร์เซลล์ ที่จริงฉันอยากให้รัฐบาลทำอย่างประเทศญี่ปุ่น คือประชาชนนี่เขาไม่มีเงินหรอก หลังนึงประมาณซัก 4-5 แสนนี่ไม่มี แต่ว่าถ้ารัฐบาลออกให้ก่อนแล้วผ่อนส่งระยะยาว ดูอย่างประเทศญี่ปุ่นเขาให้ผ่อนส่ง 15 ปี ถ้าเราทำอย่างนี้ในขณะนี้ที่ช่วงที่ชาวบ้านเขาเอาตังค์ค่าไฟ ค่าพลังงานนี่เอามาจ่ายสดๆนี่ เราก็เอามาผ่อนส่งแล้วก็ยังได้ยั่งยืนถาวร อยู่ไปชั่วลูกชั่วหลาน ชั่วกัปชั่วกัลป์นี่ ฉันว่ามันน่าจะเป็นเรื่องดี และมันก็เป็นอะไรที่ถือว่าตรงกับนโยบายการประหยัดพลังงาน และมันก็ถือว่าเป็นนโยบายปลอดมลพิษใช่ไหม โซลาร์เซลล์ไม่มีมลพิษ

สามารถ – ไม่มีครับ

หลวงปู่ – น่าทำนะ

สามารถ – ในบ้านใหญ่ๆนี่ในประเทศไทยก็มี หลวงปู่ เขาติดอย่างเรื่องใช้พลังงานกระตุ้นน้ำอาบนี่นะ แล้วเขาใช้ไฟบ้านๆนึงนี่พอใช้

หลวงปู่ – อันนั้นมันบ้านเศรษฐี

สามารถ – อันนี้ลงทุนค่อนข้างสูง ชาวบ้านทั่วไปไม่มีเงินอย่างหลวงปู่บอก

หลวงปู่ – เท่าที่เมื่อกี๊ดูเขาบอกว่าหลังนึงประมาณ 7 แสนบาท นั่นบ้านญี่ปุ่นหลังใหญ่ ของเราหลังเล็กๆนี่นะน่าจะได้ในชนบทในอะไร เราให้เขาผ่อนส่งไปเรื่อยๆ 15 ปีนี่ถ้าว่าไปโดยภาคเฉลี่ยของพลังงานต่อหลังนี่ ฉันว่าน่าจะมากกว่านะ

สามารถ – ส่วนใหญ่ปัญหาใหญ่ก็คือว่าชาวบ้านไม่มีเงินทุนลงทุนเบื้องต้น ถ้ารัฐบาลลงทุนเบื้องต้นนี่นะ รัฐบาลก็ไปกระตุ้นกับภาคอุตสาหกรรม ทีนี้ภาคอุตสาหกรรมโซลาร์เซลล์มันไม่พอใช้ มันก็ต้องใช้จากเครื่องกำเนิดไฟฟ้า มันก็เลยไปลงตรงนั้นกัน อย่างญี่ปุ่นนี่เขาอยู่ตัวกับภาคอุตสาหกรรมแล้ว เขาก็หันกลับไปทำเต็มไปหมด เพื่อจะเอาไปชดเชย

หลวงปู่ – ที่จริงมันทำไปควบคู่กันก็ได้นะ

สามารถ – ได้ แต่ต้องเป็นลักษณะอย่างนี้ก็แล้วกันถ้าจะทำ เอาบ้านที่พอมีกำลังซื้อนี่นะ จ่ายครึ่งนึง รัฐบาลเอาไว้ครึ่งนึง แล้วก็พยายามติดอุปกรณ์บ้านตัวเองน่าจะทำได้

หลวงปู่ – ฉันไปทางใต้มา ฝนตก 3-4 วัน ไฟดับไปเสียครึ่งวันมันไม่แย่หรือ

สามารถ – คือแสงอาทิตย์เป็นทรัพยากรถาวรไม่มีทางหมด นอกจากดวงอาทิตย์ดับ เพราะฉะนั้นประเทศเรานี่แดดมันเยอะเลย ปีหนึ่งหน้าร้อนยาวนานก็เอาไปใช้ได้

หลวงปู่ – 6 เดือนหรือ 5 เดือนนี่

สามารถ – ประมาณนั้นแหละครับ แล้ววันที่ไม่ใช้หน้าร้อนเป็นหน้าหนาวมันก็มีแดด ก็ได้อีกเหมือนกัน ยกเว้นหน้าฝน

สำราญ – ของเราเมื่อวานอาจารย์สามารถคงทราบแล้ว นางแบบชื่อน้องโอเด็ดไปโฆษณาสินค้ายี่ห้อหนึ่ง ก็นุ่งทูพีชคือ 2 ชิ้น เป็นพรีเซนเตอร์ในงานโปรโมตสินค้ายี่ห้อหนึ่ง คือเธอให้สัมภาษณ์บอกว่าการนุ่งผ้าน้อยชิ้นเป็นการประหยัดพลังงาน นี่ความคิดของเด็กรุ่นใหม่นะ

สามารถ – พลังงานส่วนไหนนี่ การที่ไม่แต่งตัวหนาๆนี่นะ อยู่ในห้องทำงานนี่ไม่ต้องเปิดแอร์นี่ใช่ แต่นี่เธอไม่ได้อยู่ในห้องทำงานนี่ ถ้าอยู่ในห้องทำงานไม่ใส่สูท ไม่ผูกเนคไทนี่มันต้องไม่ต้องเปิดแอร์ให้หนาวไง

หลวงปู่ – เมื่อวานฉันเพิ่งจะไปเทศน์ที่อยุธยา แล้วก่อนหน้านั้นไปราชบุรี โรงพยาบาลศูนย์ราชบุรี คุณรู้ไหมว่าคุณแม่มือใหม่นี่อายุเท่าไหร่

สามารถ – 13 ปี

สำราญ – 15 หรือ 14

หลวงปู่ – 13 แล้วกี่คนรู้ไหม โรงพยาบาลนึงเดือนนึงไม่ต่ำว่า 10 คน ไปแสดงธรรมวันพยาบาลไง ช่วงวันออกพรรษา ก็ทำให้ตกใจ

สามารถ – อันนี้ไม่ใช่ของใหม่ครับ สมัยก่อนตอนที่ผมไปเรียนที่อินเดีย คนอินเดียทนี่นะ คนไม่มีการศึกษายังนิยมแต่งงาน 12-13 ปีนะ เป็นความเชื่อ

สำราญ – คือไม่ใช่ของใหม่ในประวัติศาสตร์โลก แต่ว่าในสังคมไทยนี่อย่างที่หลวงปู่บอกว่ามันแปลก มีคุณแม่มือใหม่นี่

หลวงปู่ – แล้วถามว่าพวกนี้เลี้ยงหรือเปล่า อายุ 13 เลี้ยงลูกได้หรือ ตัวเองยังไม่รอดเลย +

สำราญ – ผมมองปรากฏการณ์ในหมู่บ้านผมนี่นะ คุณแม่ขนาดวัย 13 ปีนี่สุดท้ายเลิกรากันทุกคู่แหละ 3 คู่นี่เลิก 2 อีกคู่นี่ก็กำลังจะเลิกไป

สามารถ – นี่ไม่ต้องพูดถึงแต่งแล้วเลิกนะ พูดกันว่ามีลูกมาพ่อไม่รู้อยู่ไหนที่เยอะมากเลย 13 ปีนี่ เยอะมาก

หลวงปู่ – ไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อด้วย

สามารถ – ไม่รู้ด้วย

หลวงปู่ – คือคุยกับพยาบาล เขาเคยสัมภาษณ์คนไข้ เขาถามคนไข้คนที่มาคลอดลูกนี่นะ ว่าทำไมพ่อไม่มา เขาบอกหนูไม่รู้ว่าพ่อคือใคร หนูไม่รู้ว่าพ่อของลูกหนูคือใคร

สามารถ – มันบอกอะไรที่เราเอาเรื่องนี้มาคุย มันบอกว่าสังคมมันเสื่อมโทรมลง เด็ก 12-13 ปีนี่ วัยที่แท้จริงของเขาคืออยู่ในโรงเรียน

หลวงปู่ – แล้วมันเกี่ยวอะไรกับที่โอเด็ตทำอย่างนี้

สำราญ – หลวงปู่ยังไม่ได้อ่านข่าวนะ คือเขาโฆษณากางเกงในยี่ห้อหนึ่ง แล้วใช้โอเด็ตกับนางแบบต่างประเทศนะ ทั้งผู้หญิงผู้ชายนี่

สามารถ – คุณรู้ไหมว่าเขาประหยัดไฟฟ้านะ ที่เขาฟุ่มเฟือยอีกอย่างนะ แต่เขาเพิ่มไฟอีกอย่างนะ ไฟราคะขึ้นมา มันเพิ่มหมดแหละถ้าใครเห็น ทีนี้มันก็เพิ่มการข่มขืน

สำราญ – ต้องอธิบายว่าไฟราคะเป็นอย่างไร

สามารถ – ความต้องการทางเพศเพิ่มขึ้น ก็การข่มขืนก็มากขึ้น การผิดลูกผิดเมียชาวบ้านก็มากขึ้น ผิดศีลก็เยอะขึ้น แล้วมันไม่ช่วยสังคมหรอก

หลวงปู่ – แล้วไฟราคะนี่มันรุนแรงกว่าไฟฟ้าอีก

สามารถ – ยิ่งกว่า มันช็อตได้ไกลครับ หลวงปู่ ไกลมากเลย

สำราญ – อันนี้ไปโชว์กลางสี่แยกปทุมวันเลย

สามารถ – นั่นแหละไฟราคะเพียบเลยแถวนั้น

หลวงปู่ – ถ้าเป็นสมัยก่อนเขาเรียกว่าไม่มียาง

สามารถ – ไฟราคะนี่เป็นพุทธพจน์นะในอาทิตตปริยายสูตร ราคะ โทสะ โมหะ

หลวงปู่ – คือถ้าคุณจะทำอาชีพก็ทำไปนะ แต่ว่าถ้าคุณลองให้สัมภาษณ์แบบนี้นี่ถือว่าไม่มียาง แล้วมันเป็นเยี่ยงอย่างไม่ดีของคนรุ่นหลังๆ

สำราญ – ผมว่าจริงๆจะไปซื้อกางเกงในยี่ห้อนี้ใช้ซักครึ่งโหลนะ ตกลงไม่ซื้อแล้ว คือวิธีโฆษณามันมีถมไปนะ แต่มาทำเอากลางบ้านกลางเมืองแบบนี้นี่มัน

หลวงปู่ – เอาล่ะ ทำไปเถอะ แต่ว่ามาให้สัมภาษณ์แบบประเภทว่าประหยัดพลังงาน เป็นการนุ่งน้อยห่มน้อยนี่เป็นเรื่องดีงามอะไรอย่างนี้ มันไม่ควรพูดอย่างนี้

สำราญ – อันนี้อาจจะเป็นลูกเล่นของนางแบบ

สามารถ – คือเขาอาจจะเข้าใจอย่างนั้นก็ได้

หลวงปู่ – คือพฤติกรรมมันก็แสดงออกว่าเป็นอาชีพ แต่ว่าวลีนี่มันไม่ควรจะไปตอกย้ำอาชีพตน ว่ามันเป็นความชอบของตน โดยเฉพาะซึ่งมันทำให้สังคมเขามองว่าผู้หญิงสมัยนี้ทำไมไม่ค่อยมียาง แต่ไม่ได้ว่าคุณผู้หญิงทั้งหมดนะ เดี๋ยวจะโวยวาย

สามารถ – คืออาชีพบางอย่างมันอยู่ในบางที่ มันอยู่ในทุกที่ไม่ได้

สำราญ – คือมาอ้างว่าประหยัดพลังงานนี่ ผมมองว่าไม่เกี่ยวกันเลย

สามารถ – จะบอกว่าการนุ่งห่มผ้าบางๆ ไม่ต้องใส่สูท ไม่ใส่เนคไทเป็นการประหยัดไฟฟ้า

หลวงปู่ – แล้ววันนี้ลงหนังสือพิมพ์หน้า 1 ด้วยนะ หน้า 1 นี่เดลินิวส์ก็มี

สำราญ – “โป๊เพื่อชาติ โฆษณาล่อแหลมเกลื่อนเมือง”

หลวงปู่ – อย่างนี้จับได้ไหม

สามารถ – ไม่ได้ มันไม่ได้โจมตีรัฐบาลนี่จับได้ยังไง

หลวงปู่ – เห็นเขากำลังกวาดล้างสื่อลามกกันอยู่ อ่านหนังสือพิมพ์เมื่อครู่นี้

สำราญ – ก็เหมือนเดิมครับ ท่านผู้ชมครับ โทรศัพท์ฝากคำถาม ตั้งคำถามนะครับ อาจจะใจเย็นๆหน่อยวันนี้ เพราะเราอยู่กันจนถึง 10 โมง วันนี้ถามธรรมะเยอะๆหน่อยนะครับ ตอนนี้คุณสนธิก็มาแล้วนะครับ คุณสนธิ ลิ้มทองกุลมากับชุดเหลืองอ๋อย สวัสดีคุณสนธิครับ

สนธิ – สวัสดีครับ กราบนมัสการหลวงปู่ครับ

หลวงปู่ – ชุดเหลืองนี่หมายถึงว่า

สนธิ – มากับพระครับ

สำราญ – เหลืองแบบนี้เขาเรียกเหลืองอะไรครับ หลวงปู่

หลวงปู่ – เหลืองทอง เหลืองขมิ้น

สำราญ – ก่อนไปเรื่องอื่นนะครับ สำหรับคุณสนธิก็มีปุจฉาให้หลวงปู่วิสัชนาซักข้อหนึ่ง แต่ว่าผมขอประชาสัมพันธ์ซักนิดนะครับ สำหรับคนเมืองเหนือนะครับ ขยับกาย สบายชีวี วิถีพุทธครั้งที่ 3 นะครับ วันที่ 5-6 พฤศจิกายน ก็คือสัปดาห์แรกเสาร์-อาทิตย์นะครับ ที่โรงแรมลำปางเวียงทอง อ.เมือง จ.ลำปางนะครับ ขยับกาย สบายชีวี วิถีพุทธครั้งที่ 3 ก็มีการประกวด ไฮไลท์ประการหนึ่งก็อยู่ที่ตอน 13.00-15.00 น. คุณสนธิ ลิ้มทองกุล ก็จะไปบรรยายพิเศษเรื่อง “การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมด้วยวิถีตะวันออก”

สนธิ – ก็อาจจะเป็นวันที่ 5 วันเสาร์

สำราญ – ก็เรียนเชิญนะครับ ถ้ามีคำถามหรือมีข้อข้องใจก็โทรมาที่หลังไมค์ก็ได้นะครับ 02-6294433 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมนะครับ คุณสนธิอยากจะถามอะไรหลวงปู่หรือครับ เมื่อซักครู่

สนธิ – คือผมถามคุณว่าวันนี้ได้คุยกันเรื่องท่านนายกฯให้สัมภาษณ์ว่าท่านได้อ่านหนังสือ ท่านไม่ได้ให้สัมภาษณ์แต่ท่านพูดในรายการ นายกฯทักษิณพบประชาชนเมื่อวันเสาร์ที่แล้ว ที่ท่านพูดมาว่าพอดีเป็นวันที่องค์การสหประชาชาติ ได้บรรจุชื่อของท่านพุทธทาสเข้าไปเป็นอีกหนึ่งคนในบุคคลสำคัญของโลก ซึ่งถือว่าเป็นคนไทยคนที่ 18 ท่านนายกฯท่านก็เลยเอ่ยถึงเรื่องนี้ ว่าท่านศึกษาหนังสือของท่านพุทธทาสอย่างลึกซึ้งมาตั้งแต่ก่อนเล่นการเมืองแล้ว ท่านก็อยากจะเป็นนักการเมืองแนวโพธิสัตว์ ผมก็เลยต้องถาม ในบทความในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการวันนี้ก็มีเขียน คุณสิริอัญญาเขียนถึง “ทักษิโณโพธิสัตว์” ก็เลยอยากจะกราบเรียนถามเรื่องโพธิส้ตว์ ก็อยากจะถามว่านักการเมืองไปเล่นการเมืองแบบพระโพธิสัตว์ได้หรือเปล่า

หลวงปู่ – ถ้านักการเมืองเป็นพระโพธิสัตว์ ฉันก็ต้องเป็นสามัญสัตว์แล้วล่ะ คงไม่ต้องเป็นพระโพธิสัตว์ นักการเมืองทำอะไร พระโพธิสัตว์นี่ท่านทำโดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน แต่นักการเมืองนี่ทำอะไรก็หวังอย่างน้อยก็คะแนนเสียง ไม่หวังอะไรเลยก็ได้เงินเดือนล่ะ คงจะยากน่ะคุณ ตราบใดที่กระทำโดยหวังสิ่งใดสิ่งหนึ่งตอบแทนด้วยมีข้อแลกเปลี่ยน แล้วที่สุดก็คงจะเป็นได้แค่สามัญสัตว์ธรรมดาๆ

สนธิ – เป็นโพธิสัตว์ต่างตอบแทนได้ไหมครับ มีไหมครับ

หลวงปู่ – เป็นโพธิสัตว์ต่างตอบแทนมันก็เรียกว่าการค้าขายสัตว์ ค้าขายสรรพสัตว์ โดยหลักของพระโพธิสัตว์เขาต้องมีที่มาที่ไปนะ ใช่ไหม ต้องมีการสั่งสมอบรมบารมี มีทานบารมี มีศีลบารมี เนกขัมมะบารมี ปัญญาบารมี วิริยะบารมี ขันติ สัจจะ อธิษฐาน เมตตาและอุเบกขาบารมี เท่านี้ยังไม่พอนะ จะต้องมีมหาปณิธานอีก 4 อย่าง ธรรมอันใดที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว เราต้องรู้ทั่วถึงธรรมนั้น เรารู้ทั่วถึงธรรมนั้นแล้วก็จะต้องนำเอาธรรมเหล่านั้นมาเผยแพร่สั่งสอนสรรพสัตว์ให้รู้ตาม ความทุกข์อันใดของสรรพสัตว์ นั่นคือความทุกข์ของเราพระโพธิสัตว์ แล้วก็ข้อสุดท้ายนี่ ปัญญาอันใดที่พระพุทธเจ้ามีแล้ว เราต้องลุถึงปัญญาอันนั้นอย่างสูงสุด แล้วก็ใช้ปัญญานั้นช่วยเหลือสรรพสัตว์ แม้ตนสุดท้ายของจักรวาล นั่นแหละคือมหาปณิธานของพระโพธิสัตว์ 4 อย่าง

สามารถ – คือพระโพธิสัตว์นี่หมายถึงบุคคลที่เดินไปสู่เส้นทางของการเป็นพระพุทธเจ้า จะเป็นสัมมาสัมพุทธะ หรือเป็นปัจเจกก็แล้วแต่ แต่ว่าเป็นเส้นทางที่เป็นพระพุทธเจ้าไม่ได้เป็นสาวกนั้น เพราะฉะนั้นบารมีต่างๆต้องสั่งสม

หลวงปู่ – สั่งสมด้วยความยอมรับ ไม่ใช่ใช้อำนาจข่มขู่

สามารถ – อันแรกเลยนะครับเริ่มด้วยทาน การให้ทานพระโพธิสัตว์ให้โดยไม่หวังผล อย่างเวสสันดรสละกัญหาชาลีให้ชูชกนี่ นั่นเป็นชาติสุดท้ายเพราะอะไร เพราะว่าเป็นการให้บุตรภรรยาเป็นทานน่ะ มันไม่ใช่ธรรมดา คนธรรมดาทำไม่ได้

สนธิ – พระโพธิสัตว์นี่ต้องไม่ซุกหุ้นด้วยใช่ไหมครับ

หลวงปู่ – อยากบอกท่านผู้นำว่า ท่านอยากเป็นพระโพธิสัตว์ก็อย่าใช้อำนาจ ต้องใช้ธรรม หากเมื่อใดที่ท่านใช้อำนาจนั่นน่ะเป็นสามัญสัตว์

สำราญ – อันนี้เป็นหลักการใหญ่

หลวงปู่ – หลักการใหญ่ ถ้าพระโพธิสัตว์ใช้อำนาจนี่ไม่ใช่พระโพธิสัตว์ ใช้ปัญญา ใช้เมตตาธรรม ใช้ขันติ

สนธิ – ใช้แล้วนี่ครับ ก็คือแผ่เมตตาให้หลวงตามหาบัว

หลวงปู่ – หลวงตามหาบัวนี่ท่านต่ำต้อยถึงขนาดท่านผู้นำต้องลงทุนแผ่เมตตาให้เชียวหรือ

สำราญ – เมื่อวานคุณทองก้อนเลยแผ่เมตตา

สนธิ – ต่างตอบแทนกันไปเรียบร้อย พันคดีฟ้องคุณวิษณุ เพราะคุณวิษณุไปกราบทูลสมเด็จพระนางเจ้าฯ ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสว่า ให้คุณวิษณุตั้งสมเด็จวัดสระเกศเป็นรักษาการสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งทางนี้ก็ยืนยันในข้อเท็จจริงว่าพระองค์ท่านไม่เคยตรัสอย่างนั้นเลย คือไปอ้างจาบจ้วง ก็เลยเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมา

หลวงปู่ – พวกสอพลอนะ

สนธิ – แต่ว่าพระโพธิสัตว์นี่ ยังไงก็ตามนี่จะเข้ากับการเมืองไม่ได้เด็ดขาด

หลวงปู่ – เพราะพระโพธิสัตว์ต้องไม่มีอำนาจไง ถ้าเมื่อใดที่พระโพธิสัตว์มีอำนาจไม่ใช่ ก็ดูตัวอย่างอย่างเช่นพระพุทธเจ้า ทำไมต้องออกจากวังก่อนจะตรัสรู้ล่ะ เพราะไม่ใช้อำนาจการเมืองการทหาร พระพุทธเจ้าต้องลงจากอำนาจ

สามารถ – ที่ชัดมากคือพระเวสสันดรไง เป็นกษัตริย์ สละอำนาจ สละราชบัลลังก์ แล้วออกจากวัง

หลวงปู่ – นั่นแหละพระโพธิสัตว์ คุณกล้าคุณออกมาสิ ออกมาแล้วมาเดินกับฉันดู

สามารถ – พระโพธิสัตว์นี่เขาหันหลังให้อำนาจ แล้วมุ่งหน้าหาธรรม นั่นแหละพระโพธิสัตว์

หลวงปู่ – ถ้าพระโพธิสัตว์แสวงหาอำนาจนี่ไม่ใช่แล้ว มันคือสามัญสัตว์ธรรมดาๆ

สนธิ – ผมคิดว่าท่านนายกฯอาจจะเข้าใจอะไรผิดมากๆ ท่านอาจจะมองว่าพระโพธิสัตว์นั้นคือผู้ซึ่งเสียสละให้กับโลก แต่ท่านอาจจะมองว่าถ้าท่านเป็นนักการเมืองในเชิงพระโพธิสัตว์ ก็คือท่านเสียสละตัวท่านเองให้พี่น้องประชาชน

หลวงปู่ – คุณสนธิต้องเข้าใจว่า คำว่าพระโพธิสัตว์นี่มันต้องพัฒนาการมาจากสิ่งที่ไม่มี ไม่ใช่พัฒนาการมาจากสิ่งที่มี สิ่งที่ไม่มีจะกลายเป็นอำนาจของตน อำนาจของตนคือได้มาจากสิ่วที่ไม่มี แต่ถ้าเราพัฒนาจากสิ่งที่มี คือมีอำนาจสูงสุดแล้วมาเป็นพระโพธิสัตว์ ใครก็ต้องสยบศิโรราบ ใครก็ต้องก้มหัวยกย่อง ก็แสดงว่าท่านเป็นพระโพธิสัตว์จอมปลอม ดูตัวอย่างทำไมพระเวสสันดรถึงต้องออกจากวัง ก็ที่ออกจาวังเพราะสละอำนาจไง ทำไมพระพุทธเจ้าก่อนจะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าต้องออกจากวัง ก็ต้องการจะทิ้งจากอำนาจไงอย่างนี้เป็นต้น

สนธิ – ท่านนายกฯดูเหมือนพยายามจะเขียนตำราใหม่

หลวงปู่ – ยกตัวเอง ระวังจะเป็นอดอล์ฟ ฮิตเลอร์

สนธิ – คือท่านรู้สึก ท่านเป็นผู้ที่รู้เรื่อศาสนาดีที่สุด วันดีคืนดีท่านก็ไปไล่เลขาธิการของสันนิบาตโลกมุสลิม ให้ไปอ่านคัมภีร์อัลกุรอานเสียใหม่

หลวงปู่ – เลขาธิการโอไอซี

สนธิ – ครับ วันนี้ท่านก็บอกว่าท่านจะเป็นนักการเมืองแบบพระโพธิสัตว์ ผมคิดว่าวันดีคืนดีท่านก็บอกว่าท่านอธิบายคำว่าเจโตวิมุตติให้ชาวบ้านฟัง ว่าท่านเข้าใจดีกว่าทุกๆคน

หลวงปู่ – เจโตวิมุตติก็คือการหลุดพ้นด้วยอำนาจแห่งปัญญา ท่านนายกฯอาจจะมีสัญญา มีความจำดี มีความฉลาด แต่ถามว่ามีปัญญาไม่ใช่ เพราะปัญญามันเป็นความหมายของคำว่าพัฒนาการไปสู่กระบวนการแห่งความหลุดพ้นขั้นสูง มันเป็นอะไรที่มีพัฒนาการมาจากสงบ ไม่ใช่ได้มาจากความอยาก ปัญญานี่นะ แต่ว่าตัวฉลาดกับสัญญามันพัฒนาการมาจากความทะยานอยาก คราวที่แล้วที่เราเคยพูดกัน

สามารถ – ปัญญานี่มันมาจากความปล่อยวาง แล้วก็มองเห็นสัจธรรมตามความเป็นจริง มองเห็นไตรลักษณ์น่ะพูดอย่างนี้ดีกว่า แล้วก็ก้าวขึ้นสู่ปัญญา

หลวงปู่ – คือมันหยุดอยากได้แล้วเกิดปัญญา แต่ถ้าหากว่ายังมีความขวยขวายกระเสือกกระสนดิ้นรนนั่นเป็นสัญญากับความฉลาด

สามารถ – เป็นสัญญากับความฉลาดระดับสัตว์ ทำไมถึงเรียกว่าสัตว์ สัตว์นี่แปลว่าอะไร แปลว่าผู้ยึดติดหรือผู้คร่อมอยู่กับโลก สัตวะนี่แปลว่าผู้คร่อมอยู่กับโลก

หลวงปู่ – มันมีลาภ-เสื่อมลาภ มียศ-เสื่อมยศ มีสุข-ทุกข์ มีสรรเสริญ-นินทา ถ้าจะพูดถึงพระโพธิสัตว์ต้องเปิดโต๊ะกลมแล้วนั่งจับเข่าคุยกับฉัน เรื่องนี้ต้องตบโต๊ะคุย เพราะไม่มีคุณสมบัติพอ ฉันก็ไม่ได้หมายความว่าฉันเป็น แต่ว่าฉันก็บอกว่าคุณไม่มีคุณสมบัติพอที่จะมาเป็นพระโพธิสัตว์ได้หรอก ขนาดฉันยังเป็นอย่างนี้เลย

สามารถ – เริ่มต้นเริ่มด้วยทานก่อน เอาง่ายๆขั้นต้นเลยบารมีจิต

หลวงปู่ – ต้องไร้อำนาจด้วยนะ ทานแล้วต้องไม่มีอำนาจด้วย

สามารถ – หมายถึงว่าออกจากอำนาจแล้วนะ แล้วก็สละทุกอย่างที่เหลืออยู่ พระเวสสันดรออกจากอำนาจแล้ว ออกจากบัลลังก์

หลวงปู่ – แม้แต่รองเท้า ฉลองพระบาท เครื่องทรงยังให้เลย ถ้าคุณทำได้อย่างนั้นฉันจะเรียกว่าคุณเป็นพระโพธิสัตว์ เมื่อวานนี้ฉันไปเยี่ยมเศรษฐีคนหนึ่ง แกดูเหมือนพระโพธิสัตว์จริงๆ แกเป็นเศรษฐีของอยุธยา แต่แกนอนที่นอนเสื่อผืนหนึ่ง หมอนใบหนึ่ง หมาอีก 200 ตัว ฉันเลยต้องให้คนขนข้าวสารไปให้เลี้ยงหมา แกไม่เอาอะไรเลย แล้วลูกหลานบ้างช่องก็ยกให้หมด ไม่สนใจอะไร แล้วก็แถมมีลูกน้องไว้อีก 20 กว่าคน ทำกินเก็บของเก่าขาย ขายไม้เก่าอะไรอย่างนี้ อายุ 70 กว่าแล้ว อย่างนั้นฉันเชื่อว่าเป็นพระโพธิสัตว์ แต่อันนี้ไม่เป็นไม่มีหรอกคนละเรื่อง อย่าเอามาเทียบชั้น

สำราญ – ไปกันที่คำถามนะครับ คุณสิริรัตน์บอกว่าพระสงฆ์ที่เจ้ายศเจ้าอย่าง ควรได้รับการเคารพจากคนอื่นหรือไม่

หลวงปู่ – หมายถึงอะไร อย่างเช่นเราไปหาเจ้าคุณหรือ หรือไปหาเจ้าประคุณสมเด็จ ฉันก็ไม่เห็นว่าเจ้ายศเจ้าอย่างนะ

สนธิ – อาจจะหมายถึงต้องมีพิธีการมากเหลือเกินในการเข้าไปพบอย่างนั้นมากกว่ามั้งครับ

หลวงปู่ – นั่นมันเป็นเรื่องของคนใกล้ชิดมั้ง เราก็ไม่เคยเห็นสมเด็จท่านตรัสอะไรเสียหาย แต่ว่าพระผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ท่านจะมีเมตตานะ เท่าที่รู้นะ เวลาฉันไปหาสมเด็จวัดชนะนี่ก็มีคนใกล้ชิดรอบวงเยอะแยะไปหมดเลย แต่ฉันก็ไปหานั่งคุยกับท่าน จับเข่าคุยกัน ก็ไม่เห็นมีอะไรเจ้ายศเจ้าอย่าง

สำราญ – ผู้ถามคงจะหมายถึงทั่วๆไป มีพิธีรีตองเยอะ

สามารถ – มีขั้นตอนเยอะอย่างนั้นหรือเปล่า

หลวงปู่ – เพื่ออะไรล่ะ มีขั้นตอนเพื่อจะไปหาท่าน หรือมีขั้นตอนเพื่อจะหาความศรัทธา เพื่อจะปฏิบัติธรรม เพื่อจะพิธีกรรม อย่างเช่นมีกิจกรรมทอดกฐินผ้าป่า ถวายสังฆทานอย่างนี้ด้วยหรือเปล่า พิธีกรรมเยอะเหมือนกันนะ คำว่าเจ้ายศเจ้าอย่างที่ในที่นี้ น่าจะหมายถึงบุคคลคนนั้นเข้าหายาก คงจะเป็นอย่างนั้นแหละ แต่ฉันนี่คงต้องบอกเลยว่าคุณนี่หาฉันยาก เพราะว่าฉันไม่ค่อยอยู่วัด ไม่ใช่เข้าหายากแต่หาตัวยาก อยากจะบอกว่าถ้าจะไปหาต่อไปนี้นะ ประกาศไปเลยนะ ต้องวันเสาร์ต้นเดือน แล้วฉันจะนั่งเสนอหน้ารอพวกคุณเลย เพราะทุกวันนี้วันนั้นมาจากสตูล มาจากสงขลา มาจากเชียงราย มาแล้วไม่พบเขียนจดหมายมาด่า เสียค่ารถมาทำไม ผมอุตส่าห์ศรัทธาท่าน สุดหัวใจดูรายการท่านตลอด แต่มาแล้วไม่พบนี่ผมผิดหวังมาก เขียนมาว่า

สามารถ – อันนี้เรียกว่ามาถูกที่ มาถูกทาง แต่มาไม่ถูกเวลา

หลวงปู่ – ฉันนี่ปีนึงเดือนนึงอยู่วันกี่วันเอง

สนธิ – จะไปตำหนิเขาก็ไม่ได้นะ เพราะเขาก็มองว่าพระสงฆ์องค์เจ้าน่าจะอยู่วัด

หลวงปู่ – อยู่วัดอะไร ขนาดวันปวารณาเขายังลากฉันไปแสดงธรรมเลย วันออกพรรษาคนมาเต็มเลย

สนธิ – คือหลวงปู่จะมี 2 อย่าง เสาร์ต้นเดือนจะรอให้คนมา วันอาทิตย์ต้นเดือนคือวันแสดงธรรมประจำเดือน

หลวงปู่ – แล้วที่โวยนี่เขามาวันออกพรรษา เขาหวังว่าจะเจอฉันไง แล้วก็เขียนจดหมายมาด่าลับหลัง อุตส่าห์เรียกรถบัสพาคนมา

สำราญ – จากชลบุรีสั้นๆ ช่วยอธิบายคำว่า “ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง”

สามารถ – ก็ไม่ยาก สอนคนอื่นแต่ตัวเองไม่ทำ

สำราญ – อิเหนานี่คือมาจากบทละครอิเหนา

สามารถ – มันเป็นคำคล้องจองเฉยๆ ความหมายก็คือสอนคนอื่นได้แต่ตัวเองไม่ทำ

หลวงปู่ – ไม่ มันมีตอนหนึ่งที่อิเหนาตำหนิจรกาไง ว่าจรการูปชั่วตัวดำ ยังจะอยากไปใฝ่หาสตรีเพศที่สวยงามมาประดับกาย แต่ว่าในขณะเดียวกันอิเหนาก็มีเมียตั้ง 14 คน เขาก็เลยว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง ก็แสวงหาเหมือนกัน แต่อิเหนานี่รูปงามกว่าจรกาไง

สำราญ – คุณพิมพ์นะครับ บอกว่านายกฯไปหาเสียงที่พิจิตร บอกว่าเขาเป็นนายกฯสามารถทำประโยชน์ให้ได้ คือตัวท่านนายกฯนะครับ ทำไมนายกฯไปเอาเสียงแล้วเอาตำแหน่งนายกฯมาอ้างให้คนเลือก ไม่มีใครไปฟ้อง กกต.บ้างหรือ

หลวงปู่ – กกต.ไม่ได้ยินหรอก

สำราญ – กกต.ที่พิจิตรก็มีเยอะนะคุณพิมพ์ คุณพิมพ์ไปฟ้องก็ได้นี่ครับ ใช้สิทธิในความเป็นพลเมืองหน่อยสิครับ ไปฟ้อง กกต.พิจิตรถ้าข้องใจไง

หลวงปู่ – ฟ้องเจว็ดยังดีกว่าเลย

สำราญ – เดี๋ยว กกต.มาฟ้องหลวงปู่นะ

หลวงปู่ – มาฟ้องฉันได้ยังไง ฉันไม่ได้ว่าอะไรเขา

สำราญ – มาว่าเขาเป็นเจว็ด

หลวงปู่ – ฉันไม่ได้ว่า ฉันบอกว่าฟ้องเจว็ดยังดีกว่า เจว็ดก็คือศาลพระภูมินั่นแหละ

สามารถ – ก็คือเทพเจ้าหรือเทวดาที่อยู่ศาลพระภูมิ

สนธิ – เผื่อท่านช่วยไม่ได้ท่านอาจจะให้หวย

สำราญ – มีคำถามมา คุณประชาถามคุณสนธิว่า กฟผ.เป็นสมบัติของประชาชนทั้งประเทศอยู่แล้ว ทำไมนายกฯจะแปรรูปเข้าตลาดหุ้น แล้วเอามาขายให้ประชาชนซ้ำอีก อันที่จริงพูดกันมาหลายรอบแล้ว ประเด็นใหม่มันคือเรื่องของการกระจายหุ้น

สนธิ – คือปรัชญาของการเข้าตลาดหลักทรัพย์ ในธุรกิจที่เป็นปัจจัยหลักของประชาชน ไม่ว่าจะเป็น ปตท.หรือ กฟผ.นี่ ผมยังไม่เข้าใจปรัชญาเขา แล้วเขาก็ตอบไม่ได้เสียทีว่าเอาเข้าทำไม วัตถุประสงค์ในที่สุดคือหาเงินครับ ทีนี้การหาเงินมันไม่จำเป็นต้องหาด้วยวิธีนี้ให้ประชาชนเดือดร้อน อีกประการหนึ่งนี่คุณจะกระจายหุ้นให้ประชาชนยังไงก็ตามนี่ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือว่าคนที่มันต้องการจะเข้ามาเป็นเจ้าของกิจการพลังงานนี่ มันก็กว้านซื้อหุ้นจากประชาชนได้อยู่แล้ว ยิ่งง่ายกว่าเก่าอีก เพราะประชาชนได้หุ้นไปราคา 15 หรือ 10 บาท พอกำไร 15 เขาก็ขายหมด เขาก็ขายกันหมด

สำราญ – คือถึงแม้ว่าจะผ่านบันไดขั้นที่ 1 สมมุตินะ

สนธิ – ไม่มีความหมาย เงินมันเป็นใหญ่ คือธุรกิจพลังงานเป็นธุรกิจแห่งอนาคต เพราะว่าโลกเรานั้นเต็มไปด้วยปัญหาที่จะต้องใช้พลังงาน ไม่มีการลดละในการใช้พลังงาน ถ้าไม่เช่นนั้นแล้วหลวงปู่เพิ่งพูดเมื่อกี๊ บริษัทน้ำมันของอเมริกานี่กำไร 100% ปตท. ก็กำไร 100 กว่าเปอร์เซ็นต์ คำถามที่ผมถามตั้งคำถามถามมาตลอด แล้วเขาก็ตอบไม่ได้ ว่าถ้า ปตท.ต้องกำไรปีนี้ ซึ่งปีนี้กำไร 1.3 แสนล้านนี่ ทำไมจะต้องแบ่ง 30% ของกำไรไปให้เอกชน ทำไมไม่ให้ประชาชน ทำไมไม่โอนทั้งหมดกลับเข้าคืน นั่นคือเหตุผลว่าทำไมต้องแปรรูปใช่ไหมครับ คือเขาเลือกจังหวะแปรรูปตอนที่จังหวะพลังงานราคาสูง แล้วก็ไม่มีวันตกอีกแล้ว นั่นคือประชาชนนี่โดน 2-3 เด้ง เด้งแรกนี่คือเราจ่ายค่าน้ำแพง เด้งที่ 2 ปตท.ผูกขาดการขายแก๊สให้ กฟผ. กฟผ.ก็ไปบวกกำไรต่ออีก ทำให้เราต้องจ่ายค่าไฟแพงขึ้นมาอีก เมื่อแพงมาอีก กฟผ.ก็จ่ายเงินคืน ปตท.

หลวงปู่ – เขาบอกมีธุรกิจแอบแฝงอีกเยอะเลย

สนธิ – มีเยอะครับ มีระหว่างกระบวนการขั้นตอนของการแปรรูปน้ำมัน อย่างเช่นน้ำมันดิบมาแทนที่ ปตท.จะซื้อตรงก็ตั้งบริษัทกลางขึ้นมาซื้อ กินค่าหัวคิว บริษัทกลางนี่ ปตท.ถือหุ้นอยู่ส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งให้เอกชนถือ พอแปรเสร็จแล้วเอาไปกลั่น โรงกลั่น ปตท.ก็มีของ ปตท. 100% ของปตท.ถืออยู่ 49% โรงกลั่นก็คิดค่ากลั่นแพง สมัยก่อนคิดค่ากลั่นลิตรละ 1.20 บาทก็กำไรอยู่แล้วปีละพันกว่าล้าน ปีนี้ 6 เดือนแรกกำไร 8 พันกว่าล้าน เช็กไปเช็คมาค่ากลั่นขึ้นเป็น 4.20 บาท ทั้งที่เครื่องเดียวกัน คนก็คนจำนวนเท่ากัน ผมไม่รู้ว่าจะยังไง เห็นได้ชัดว่าเขาดักกำไรอยู่ทุกช่วง แล้วเขาก็โยนภาระทั้งหมดลงมาให้เรา

หลวงปู่ – ตัวผู้ถือหุ้นรวย แต่ว่าภาระอยู่ที่คนใช้หนักขึ้น

สนธิ – ถูกต้องครับ ผมมองว่า ปตท.นี่ถือหุ้นอยู่ 70% โดยรัฐบาล เมื่อรัฐบาลถือหุ้นอยู่ 70% นี่ เสียงรัฐบาลต้องเป็นเสียงข้างมากใช่ไหม รัฐบาลนี่มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบดูแลทุกข์สุขประชาชนใช่ไหม แล้ว ปตท.สามารถอ้างเสียง 70% ของรัฐบาลประชุมผู้ถือหุ้น แล้วก็บอกว่ากำไรที่มีปีนี้นี่เราจะไม่ปันผล เราจะเก็บไว้ส่วนหนึ่งลงทุน อีกส่วนหนึ่งเราคืนประชาชนในแง่การลดราคาน้ำมัน

สามารถ – ก็ทำได้

หลวงปู่ – ฉันกำลังนึกอย่างนี้ ฉันก็แปลกว่าถ้ารัฐบาลเป็นคนรักชาติรักแผ่นดิน รักประเทศรักคนไทยจริงๆนี่ ทำไมจะมาขายสมบัติของตัวเอง

สนธิ – ก็นี่ไงครับ หลวงปู่ ผมยังปุจฉา-วิสัชนาไม่ออกตรงนี้

หลวงปู่ – เพราะว่าเราก็รู้อยู่แล้วว่า กฟผ.เป็นสมบัติของแผ่นดิน และสมบัติของชาติ รัฐบาลเป็นผู้บริหารจัดการ รัฐบาลก็ถือว่าเป็นกรรมการดูแลเรื่องการเงิน การอะไรทั้งหลายทั้งหมดของ กฟผ.อยู่แล้ว มันเป็นอย่างนี้แล้วทำไมเขาต้องรีบมาขาย หรือว่าเราไม่ได้รักจริง

สนธิ – ไม่ใช่ปัญหารักหรือไม่รักจริง การขายหุ้นนี่มันมีวาระซ่อนเร้นที่แอบแฝง เพราะคนซื้อหุ้นแล้วนี่เป็นชาวต่างชาติที่แฝงมาในรูปของกองทุนที่ตั้งอยู่ต่างประเทศ ทีนี้คนซึ่งซื้อหน่วยลงทุนอันนั้นนี่เราก็ไม่รู้ว่าเป็นใครบ้าง อาจจะเป็นนักการเมืองไทยบางคนซึ่งโอนเงินไปสิงคโปร์ หิ้วเงินไปสิงคโปร์ แล้วเอาเงินกลับมาลงทุน คือพวกนี้คือสมัยก่อนพวกนักการเมืองเวลาคอร์รัปชั่นนี่ กินเป็นค่าคอมมิชชั่นไป พอได้เงินไปเสร็จเรียบร้อยแล้วเอาเงินเก็บ เอาไปซื้อบ้านซื้อช่อง เอาไปฝังดิน เดี๋ยวนี้ฉลาดขึ้นกว่าเก่า ก็คือเอามาลงทุนในกิจการอะไรก็ตาม ที่มันสามารถจะต่อยอดได้ให้ลูกให้หลานไปได้ตลอดไป โดยที่ไม่ได้คิดถึงหลักอทินนาทานาเวรมณี ว่าเงินที่ได้มามันไม่ได้เป็นเงินที่ชอบ เป็นเงินซึ่งขโมยมาจากทรัพย์ของแผ่นดิน

หลวงปู่ – ฉันกำลังจะมองว่าถ้าคุณได้รับมรดกจากพ่อมาเป็นหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ แล้วพอคุณบอกขาย อย่างนี้จะเรียกว่าเราซื่อสัตย์ต่อพ่อเราไหม เรารักต่อพ่อไหม

สำราญ – ตอนนี้คงต้องให้หลวงปู่ฝากข้อคิดครับ เหลืออีกแค่นาทีเดียว

หลวงปู่ – ก็อยากจะฝากบอกว่าอย่าให้คนไทยง่อยเปลี้ยเสียขามากกว่าเดิมเลย พี่น้องที่รักทั้งหลายในชาตินี้ พยายามยืนด้วยสองขาที่แข็งแรง สองมือให้เข้มแข็งหน่อย อะไรที่มันเป็นเครื่องล่อ เครื่องลวง เครื่องหลอกที่จะมาจับเรายัดใส่ปากๆ โดยไม่ต้องพูดอะไรเลยนี่มันไม่ได้ มันไม่ใช่เรื่องของประชาธิปไตย ไม่ใช่เรื่องของความสามารถของร่างกายและชีวิต มันเป็นเรื่องของการลิดรอนศักดิ์และสิทธิของมนุษย์ที่ควรจะต้องกระทำ เราไม่ใช่ลูกนก เพราะฉะนั้นอยากวิงวอนพี่น้องชาวไทยว่า อะไรถูกก็บอกว่าถูก อะไรผิดก็บอกว่าผิด อย่าทำหูหนวกตาบอด อย่าทำหูหนาตาเล่อ โดยเฉพาะนักวิชาการทั้งหลายที่มีอยู่ในแผ่นดินไทยนี่ ควรจะออกมาบอกว่าออกมาเตือนให้กับภาครัฐให้ได้รู้ตัว เราเตือนเราบอกไม่ใช่ว่ามีอคติ เตือนบอกไม่ใช่ขาประจำ แต่เตือนบอกในฐานะที่เป็นกัลยาณมิตร ที่เราพูดอยู่ทุกวันนี่เราอยากเป็นกัลยาณมิตร เราอยากให้ท่านผู้นำรัฐบาลได้คิดบ้างเท่านั้นเองแหละ เราจึงจะมาพูดกับคุณ

สำราญ – เอาล่ะครับ เวลาหมดนะครับ ขอบพระคุณอีกครั้งหนึ่งที่ติดตามชมรับฟังรายการนะครับ

สนธิ – ตอบคนนี้นิดนึง ถามว่าบ้านเป็นร้านขายของ ซื้อซีดีเมืองไทยรายสัปดาห์มาอยากจะ Copy แจกคนอื่นได้หรือไม่ ได้นะครับเชิญเลยครับ แจกเต็มที่เลยนะครับ

สำราญ – แล้วพบกันนะครับ 4 โมงครึ่งวันนี้เป็นต้นไป เมืองไทยรายสัปดาห์สัญจรครั้งที่ 6 ที่สวนลุม ใครที่เดิมทางไม่ถูกถ้าจะไปรับชมนะครับ ก็คลิกไปที่เว็บของผู้จัดการ www.manager.co.th

สนธิ – ถ้าไม่มีเว็บก็ไปสวนลุมพินี พอเดินเข้าไปก็รู้เองครับ เห็นเองแหละครับ

สำราญ – เวทีลีลาศเก่านะครับ

สามารถ – มันไม่กว้างเท่าไหร่หรอก ไปก็เห็น

สำราญ – เอาล่ะครับ วันนี้คุณสนธิ อาจารย์สามารถ ผมสำราญ กราบนมัสการลาหลวงปู่นะครับ แล้วลาท่านผู้ชมไปตามนี้ก่อน สวัสดีครับ

หลวงปู่ – เจริญธรรม

*********************************************************