รายการคนในข่าว (6 ก.ค.48) ดำเนินรายการโดย จินดารัตน์ เจริญชัยชนะ พร้อมแขกรับเชิญ 4 ท่าน นำโดย สว.ขอนแก่น “ระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช” ร่วมถกประเด็นร้อน กรณีข้อเสนอให้ติดรูปคู่สมรสบนบัตรประชาชน เพื่อเป็นการแก้ปัญหาการจดทะเบียนสมรสซ้อน
จินดารัตน์ – สวัสดีค่ะคุณผู้ชมค่ะ รายการคนในข่าวค่ะ วันนี้ถ้าหากว่าคุณผู้ชายที่สมรส หรืออาจจะกำลังจะสมรสนะค่ะ อ่านพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์บางฉบับคงจะรู้สึกตกใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับบัตรประชาชนที่มีการพูดคุยกันกับในคณะกรรมาธิการกิจการสตรีเยาวชน และผู้สูงอายุวุฒิสภาเมื่อวานนี้ ที่มีการประชุมกัน และมี สว.ท่านหนึ่งเสนอขึ้นมา เนื่องจากว่าในที่ประชุมมีการพูดคุยกันถึงการแก้ปัญหาการจดทะเบียนสมรสซ้อน ว่าที่เป็นปัญหาอย่างมากเหลือเกินตอนนี้ ว่ามีผู้หญิงร้องเรียนเข้าไปในคณะกรรมาธิการมาก เรื่องนี่ก็เลยเป็นประเด็นขึ้นมา เนื่องจากมีสมาชิกวุฒิสภาท่านหนึ่งก็คือคุณหญิง จินตนา สุขมาก ได้เสนอประเด็นขึ้นมาบอกว่า ถ้าจะแก้ปัญหากัน เอาอย่างนี้ไหม ต่อไปนี้ใครที่แต่งงานแล้ว จดทะเบียนสมรสแล้ว ให้มีหน้าตาของคู่สมรสไปปรากฏอยู่บนบัตรประชาชน ของอีกฝ่ายหนึ่งด้วย รวมถึงชื่อด้วยนะค่ะ ที่จะได้แสดงถึงสถานภาพว่าสมรสแล้ว จะได้ไม่มีปัญหาว่าไปจดทะเบียนสมรสซ้อน
แต่พอข่าวออกมาแบบนี้ หลายๆคนก็เริ่มส่ายหน้าค่ะบอกว่า ไม่ดี มั้ง โดยเฉพาะคุณผู้ชาย ผู้ชายที่แต่งงานแล้วบอกว่ามันจะแก้ปัญหาได้อย่างไร ผมเองบางอย่างก็ต้องรู้สึกว่าต้องสงวนเอาไว้เพื่อทำธุรกิจหรือเพื่อเหตุผลใดๆก็ตาม แต่ฝ่ายหญิงเอง บอกว่ายินดีอย่างยิ่งเลย ก็ไม่รู้ว่าจะเห็นด้วยกับฝ่ายไหนดี แต่วันนี้เราได้เชิญจากหลากหลายวงการหลากหลายอาชีพ และโดยเฉพาะบุคคลคลุกคลีอยู่กับวงการของสามีภรรยา เรื่องของครอบครัว เรื่องของเยาวชน เรื่องของเด็ก มาคุยกัน เพื่อที่จะรู้ว่าแต่ล่ะท่านมีความคิดเห็นอย่างไร เห็นด้วยไม่เห็นด้วยหรือไม่นะค่ะ เราอยากฟังความคิดเห็นของคนทางบ้านด้วย โทรศัพท์เข้ามาได้ แขกรับเชิญท่านแรกไม่มีใครไม่มีรู้จักท่านนี้ ถ้าพูดถึงเรื่องของสามีภรรยา ท่าน สว.ระเบียบรัตน์ พงษ์พานิชค่ะ
ระเบียบรัตน์ – สวัสดีค่ะ
จินดารัตน์ - สว.ขอนแก่น ในฐานะนายกสมาคมเสริมสร้างครอบครัวให้อบอุ่นและเป็นสุขค่ะ ท่านต่อมาท่านผู้ช่วยศาสตราจารย์มาลี พฤกพงษ์สาวลี ค่ะ
มาลี – สวัสดีค่ะ
จินดารัตน์ - จากคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่านเป็นประธานโครงการสตรีและเยาวชนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ค่ะ ท่านต่อมาอาจารย์วีรศักดิ์ โควสุรัต
วีรศักดิ์ – สวัสดีครับ
จินดารัตน์ - รองหัวหน้าพรรคชาติไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการกิจการเด็กเยาวชนสตรีและผู้สูงอายุสภาผู้แทนราษฎร และท่านสุดท้ายวันนี้แล้วมาในฐานะประชาชนคนหนึ่ง และเป็นในฐานะนักวิชาการด้วย แล้วก็ต้องบอกว่าท่านผู้นี้ไปพบปะผู้คนมามากมายหลากหลาย และไปศึกษาคนมาเยอะ อาจารย์ สุรวงศ์ วัฒนากุล
สุรวงศ์ – สวัสดีครับ
จินดารัตน์ - วิทยากรบรรยายอาวุโส สวัสดีค่ะทุกท่าน แต่ว่าวันนี้อาจารย์หลังจากที่คุยกันก่อนที่จะเข้ารายการ ดิฉันว่าความคิดเห็นอาจารย์หลากหลายมากทีเดียว ไม่รู้ว่าเป็นความเห็นส่วนตัวหรือเปล่า เอาไว้ดิฉันไว้ถามทีหลัง นะคะ ก่อนอื่นดิฉันต้องเรียนถามทุกท่านว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ดิฉันขอเหตุผลไว้ทีหลัง แต่ถามท่านระเบียบรัตน์ก่อนเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยค่ะกับที่จะเอารูปไปติดบนบัตรประชาชนอีกฝ่ายหนึ่ง
ระเบียบรัตน์ – ถ้าถามว่าเห็นด้วยไม่ ไม่เห็นด้วยค่ะ
จินดารัตน์ – ค่ะ ไม่เห็นด้วย แล้วอาจารย์ล่ะค่ะ
มาลี – ดิฉันคิดว่าถึงขนาดติดรูปมันจะมากไป น่าจะแสดว่าคู่สมรสเป็นใคร
จินดารัตน์ – ด้วยวิธีไหนเดี่ยวคุยกัน อาจารย์วีรศักดิ์ล่ะค่ะ
วีรศักดิ์ – ข้อเสนอของผู้เสนอเข้าใจว่ามีความกว้างหลากหลายมากว่าที่ถามอยู่ แต่ตอบสั้นๆว่า สะใจ เต็มใจ แต่อาจจะช้าไปแล้ว เห็นด้วยแต่ว่าอาจจะไม่จำเป็นแล้ว
จินดารัตน์ – มันช้าไป เดี๋ยวถามอาจารย์ต่อว่าช้าอย่างไร อาจารย์สุรวงศ์ล่ะค่ะ
สุรวงศ์ – ไม่เห็นด้วยครับ
จินดารัตน์ – พอฟังคำตอบของอาจารย์มาลีกับคุณระเบียบรัตน์ตกใจเหมือนใจกัน เพราะว่าดิฉันมีความคาดหวังอยู่ในใจว่า ท่านสว.ระเบียบรัตน์น่าจะเห็นด้วย ทำไมถึงไม่เห็นด้วยค่ะ
ระเบียบรัตน์ – คืออย่างนี้ค่ะ การที่พยายามที่จะทำให้ฐานะทางครอบครัวเป็นที่ปรากฏนะค่ะ เพราะเวลาแต่งงานปุ๊บ ผู้หญิงเราจะเสียเปรียบทันทีนะค่ะ เป็นสาวกฎหมายคุ้มครอง ผู้ชายข่มขืนผู้หญิงอื่นที่ไม่ใช่ภรรยามีความผิด พอแต่งงานแล้วไมได้รับความคุ้มครอง สามารถข่มขืนได้เสมอนี่อันหนึ่ง อันที่สอง ฐานะของผู้หญิงจะเปลี่ยนไป จากคำหน้า นางสาวกลายเป็นนาง แต่ว่าผู้ชายนายก็คือนายตลอด จะมีภรรยากี่คนก็ชั่ง ทีนี้ดำริของกรรมาธิการกิจการสตรีเยาวชนผู้สูงอายุที่สภา มันทำให้เรามี ความรู้สึกว่าดีขึ้นมานิดหนึ่ง คือ เออ มีข้อคิด ถ้าสมมติว่าได้รับการขานรับ ก็คือ การแสดงสถานะของการสมรสของผู้ชายเริ่มมีขึ้น แต่ไม่จำเป็นแล้วก็ไม่สามารถที่จะไปแก้ไขการจดทะเบียนสมรสซ้อนได้ ถ้าเขาจะทำเวลาไปจีบใคร ไปแสวงหาเมียน้อย เขาก็ไม่พกบัตรประจำตัวไปดูล่ะค่ะ
แล้วคนที่จะมีอาชีพเป็นเมียน้อย หรือแสวงหาแย่งสามีคนอื่นเขารู้อยู่เต็มอก ท่านเสริมศักดิ์ มท.2 เดินไปทางไหน ใครไม่รู้ว่าเป็นสามีคุณระเบียบรัตน์ แต่ยังมีคนที่จะพยายามแย่งชิงอยู่ แล้วทีนี้ในหลักฐานของทางราชการนี้นะค่ะ คอมพิวเตอร์ของกรมการปกครองเรื่องทะเบียนเขาเช็คได้เลยค่ะ มันไม่จำเป็นหรอกค่ะ ที่จะต้องมาใส่แบบนี้ ทีนี้ การที่พี่ไม่เห็นด้วย พี่อายประเทศลาว ลาวเขาทำมาตังแต่ปีมะโว้แล้ว นะค่ะ สิทธิสตรีของเราถ้าทำตรงนี้ออกมา พี่อยากย้ายไปอยู่ประเทศลาว เพราะมันควรได้รับสิทธิตรงนี้นานแล้ว เราหล้าหลังมาก ทั้งๆที่เราบอกว่าเราเป็นประชาธิปไตยมาตั้งแต่ปี 2475 กฎหมายธรรมนูญประกาศชัดเจนมาตรา 30 หญิงชายทัดเทียมกัน พอระเบียบรัตน์ถามว่าป้ายผู้หญิงห้ามเข้ามันมีความหมายอะไร ถูกเผาพริกเผาเกลือ ถูกล่าลายเซ็น เพื่อที่จะถอดถอนจาก สว. มันถึงขนาดนั้นสังคมไทย นะค่ะ เราอยู่บนหลักของความเป็นจริงดีกว่า ถ้าเป็นไปได้พี่อยากให้แก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 30 ยกเลิกไปเลย
จินดารัตน์ – เอาล่ะเรื่องนี้จะให้มามีรูปของสามีหรือภรรยาสมัยนี้มันไม่จำเป็นหรอก
ระเบียบรัตน์ – มันไม่จำเป็นหรอก
จินดารัตน์ – มันเหมือน มันไร้ประโยชน์อย่างนั้นหรือเปล่าค่ะ
ระเบียบรัตน์ – พี่เอง เคยนำเสนอ ว่าความเลื่อมล้ำระหว่างสถานการณ์สมรส เราเสนอทางออกให้ นะค่ะ เพื่อความสมดุลทัดเทียมกัน บอกว่าหญิงชายทัดเทียมกัน พี่มีข้อเสนอคือ จากเด็กชายเป็นนายหนุ่ม แต่งงานแล้วเป็นนาย นะค่ะ แต่ว่าไม่อยากเปลี่ยน ก็จากเด็กชายเป็นนายก็เป็นนายแก่ ทีนี้นายแก่ผู้ชายไม่รับแน่ นะค่ะ เพื่อที่ครอบครัวสมานฉันท์และไม่ต้องเปลี่ยนบ่อยๆ บางคนเปลี่ยนภรรยา 3 เดือน ครั้งหนึ่ง หรือ 1 ปีเปลี่ยนครั้งหนึ่ง ตามเทศกาลวันแห่งความรัก เพราะฉะนั้นใส่สัญลักษณ์ซะ มีวงเล็บ อยู่ระหว่างชื่อกับนามสกุล นายเสริมศักดิ์ (ค) พงษ์พานิช ชัดเจนมาก
จินดารัตน์ – ค ย่อมาจากอะไรค่ะ
ระเบียบรัตน์ – ครอบครัว ค่ะ ครอบครัวค่ะน้องแอน คือนี่คือเราจะแก้ปัญหาครอบครัว แสดงให้เห็นถึงสถานะ
จินดารัตน์ – ว่ามีครอบครัวแล้ว
ระเบียบรัตน์ – ว่ามีครอบครัวแล้ว เอ สมมติพี่ตายไป ค ก็ยังอยู่กับคุณเสริมศักดิ์ เพราะคุณเสริมศักดิ์มีครอบครัวแล้ว มีลูก 3 คน ต้องรับผิดชอบ จะแต่งงานใหม่ก็ไม่ต้องไปเปลี่ยนบัตรประชาชน ถ้าไม่เช่นนั้นต้องเสียงบประมาณทั้งทำ ทั้งถ่ายสมาร์ทการ์ด ใหม่ ชื่อ ภรรยาคนใหม่ รูปภรรยาต้องปรากฏในบัตร พี่ว่ามันไม่จำเป็น
จินดารัตน์ – สิ้นเปลืองด้วย สำหรับผู้ชายบางคนที่กะล่อนเหลือเกิน ถามอาจารย์มาลีบ้าง ทำไมอาจารย์มาลีถึงบอกว่ามันมากไป
มาลี – คือจริงๆแล้ว ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่ ขบวนการสิทธิสตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมาคมบัณฑิตสตรีทางกฎหมายได้พยายามที่จะเสนอมาเป็นเวลานานว่า บัตรประจำตัวประชาชน ควรจะระบุสถานภาพสมรส ซึ่งปรากฏว่าทางกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบ ก็จะบอกว่าทุกๆหน่วยงาน ก็จะขอให้เพิ่มรายละเอียด อะไรต่ออะไรเยอะแยะมากมาย ในบัตรประจำตัว ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ นะค่ะ แต่ว่าในทรรศนะของดิฉันเองคิดว่า สถานภาพเรื่องสมรสมันเป็นเรื่องที่สำคัญ มันเกี่ยวข้องกับความสงบเรียบร้อย และศีลธรรมอันดี ของประชานด้วย
จินดารัตน์ – อาจารย์คิดว่าถ้า ระบุมันจะช่วยได้
มาลี – คือระบุ สถานภาพสมรสไว้ ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องของการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ขนาดนั้นที่จะต้องมีรูปด้วย ดิฉันคิดว่ามันมากเกินไป อาจจะไม่มีความจำเป็น แล้วก็อันนี้เราพูดกันในฐานะที่ว่า เวลาที่ผู้ชายจะแสดงเจตนาในเรื่องของการจดทะเบียนสมรส ผู้หญิงจะไปแสดงเจตนาในเรื่องการจดทะเบียนสมรส นั้นก็จะต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชน นะค่ะ ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทราบ ดิฉันคิดว่าบัตรประจำตัวประชาชน คือ ดิฉันมองจากแง่มุมของอำนาจของรัฐในการที่จะเข้าไปดูแลให้มันเกิดความสงบความเรียบร้อยอะไรทั้งหลาย มองว่าวัตถุประสงค์มันคงขนาดนี้ และก็จริงๆแล้ว ถ้าเกิดว่าฝ่ายหญิงหรือฝ่ายชาย ที่ไปจีบกัน แล้วอยากจะรู้ว่าสถานภาพสมรสเป็นอย่างไร ถ้าจะจริงใจต่อกันจริงๆ ก็เอาบัตรประชาชนให้ดู ซึ่งแต่ถ้ามีรูปด้วยมันอาจจะมากเกินไป ดิฉันคิดว่าของเราก็น่ารัก ดิฉันเห็นบัตรประจำตัวประชาชน ด้านหน้าก็เป็นข้อความของเจ้าของบัตร
จินดารัตน์ – ดิฉันให้ดู เลยดีกว่า ไอ้นี้ได้มาจากศูนย์ข่าว จังหวัดหนองคายของเราเอง ต้องขอบคุณประเทศเพื่อนบ้านจริงๆค่ะ ได้กรุณาให้เราได้ดูตัวอย่าง อันนี้อย่างที่อาจารย์มาลีเล่า ก็คือ ด้านหน้าจะบอกชื่อนามสกุล ของเจ้าของบัตร แต่พลิกมาอีกด้านหนึ่ง ฝั่งนี้ตรงนี้เขาจะเขียนว่า ชื่อผัวหรือเมีย นะค่ะ แล้วอาชีพด้วย ชัดเจนว่าบอกชื่ออย่างเดียวพอแล้ว แค่นี้พอไหมค่ะอาจารย์
มาลี - คิดว่าน่าจะพอ แล้วดิฉันคิดว่า จริงแล้วๆดิฉันบอกว่าเป็นเรื่องของการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ประเด็นนี้มันเลยไปถึงเรื่องการจดทะเบียนครอบครัว นะค่ะ ซึ่งแต่เดิมเนี่ย ผัวเมีย ไม่มีการจดทะเบียนสมรส เป็นที่รับรู้ของญาติมิตรสหาย แต่พอในปี 2478 เราเปลี่ยนระบบกฎหมายครอบครัวใหม่ มาเป็นระบบผัวเดียวเมียเดียว มีเรื่องของการจดทะเบียนสมรส นะค่ะ แต่ทีนี้เพื่อที่จะให้สะดวกกับคนที่ต้องจดทะเบียนสมรส ก็บอกว่าจดได้ทั่วประเทศ นะค่ะ อำเภอไหนก็ได แล้วจะหย่าก็อำเภอไหนก็ได้ เป็นเรื่องของการอำนวยความสะดวก แต่ในขณะที่ความที่มันสะดวกเกิน เลยกลายเป็นดาบสองคม นะค่ะ ดิฉันคิดว่าเราต้องมาตั้งคำถามว่า วัตถุประสงค์ในเรื่องนี้มันเพื่ออะไร แล้วทำขนาดไหนให้มันพอที่จะบรรลุเป้าหมายของเราได้นะค่ะ ถ้าไปถ่ายรูป ถ่ายอะไร ก็จะมีความสลับซับซ้อนมากขึ้น จะต้องไปเปลี่ยนอะไรต่ออะไรทั้งหลาย
จินดารัตน์ – ก็คือเห็นด้วยกับของลาว
มาลี – ของลาว นั่นดี และมีหลายเรื่อง ที่เราอาจจะต้องไปศึกษาจากลาว
จินดารัตน์ – อาจารย์ค่ะ ถ้าหากว่าสามีหรือภรรยาเสียชีวิตไป แล้วด้านหลังล่ะค่ะ
มาลี – ก็ไปแทน บัญชีอะไรก็ว่าไป
จินดารัตน์ – แล้วอย่างไรนะค่ะ จะต้องระบุไหมค่ะ
มาลี – ก็บอกว่าถึงแก่กรรมไปแล้วหรือหย่ากันไปแล้ว เพราฉะนั้นในด้านหลังไม่สามารถที่จะบอกได้ว่า นางสาว ก นางสาว ข นางอะไรต่ออะไร มันไม่ได้ มันจะต้องมีเพียงแค่คนเดียว แล้วเพื่อประโยชน์ที่จะทำให้เกิดความสงบเรียบร้อยและเรื่องของศีลธรรม ดิฉันคิดว่ามีหลายเรื่องที่เราจะต้องไปศึกษาจากลาว ซึ่งถ้ามีโอกาสจะพูดในประเด็นนี้ต่อ ดิฉันคิดว่า มันเป็นเรื่องของการจดทะเบียนสมรส ซึ่ง ปี 2478 เขาอยากจะอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน แล้วเขาก็ทำให้มันสะดวก แต่ทีนี้พอมาถึงจุดนี้แล้ว ต้องมานั่งดูแล้วว่า
จินดารัตน์ - ควรจะเปลี่ยนอะไรไหมค่ะอาจารย์ ทีนี้มาอีกท่านหนึ่งที่ไม่เห็นด้วย อาจารย์สุรวงศ์ อาจารย์ถึงแม้จะยังโสดแต่ก็ไม่เห็นด้วย แล้วล่ะ ทำไมถึงไม่เห็นด้วยค่ะอาจารย์
สุรวงศ์ – ก่อนอื่น ผมขอแสดงความเคารพแล้วก็ชื่นชมในความคิดของผู้ที่เสนอมา เพราะว่า เขาเสนอด้วยความหวังดี ต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคม ของครอบครัว เพียงแต่ว่าเรียนให้ทราบว่าบางที เราอยู่ในบริษัท เรามี กิจกรรมข้อเสนอแนะ ความคิดที่ดีจริง แต่อาจจะงบไม่ลงตัวเวลาไม่ลงตัว คนยังตามไม่ทัน กลายเป็นแก้เปราะนี้ แต่เกิดเปราะใหม่ขึ้นมาที่แก้ไม่ได้
จินดารัตน์ – อาจารย์เห็นปัญหาที่จะตามมาตรงไหน เปราะไหน บ้างค่ะ อาจารย์
สุรวงศ์ – อันดับแรก อย่างของพี่น้องลาว เนี่ย เขาทำเพื่อจัดระเบียบข้อมูลของสังคม เพราะฉะนั้นการเข้ามวย มันเข้าแบบค่อนข้างให้เกียรติประชาชน ถึงเราจะดัดนิสัยเท่าหัวงู อันนี้ก็เริ่มด้วยการดูถูก ว่าดูเหมือนว่าผู้ชายไทยมีจิตสำนึกชั่วร้ายมาก ไร้ศักดิ์ศรี ไปกระทบจิตใจ ถือบัตรประชาชนแบบนี้ มันไม่สบายใจ ตอนเช้า มันดูเครียดทุกวัน
จินดารัตน์ – เพราะมีรูปอีกฝ่ายหนึ่งมาโผล่ด้วย
สุรวงศ์ – ทำนองนั้น อย่างอาจารย์ มาลีว่า คนส่วนใหญ่จะเริ่มรับได้มากขึ้นคือว่า เราทำเพื่อบอกเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ การให้ข้อมูล การติดต่องาน ส่วนหนึ่ง แต่ต้องไม่มีสัญลักษณ์อย่างท่าน สว.ระเบียบรัตน์ ก็ โอเคนะ ถ้ามีรูป จริงๆ ตามกฎหมายต้องถ่ายคนเดียวนะ แต่ผมถามอย่างนี้นะว่าอีก 15 คนเขาจะไม่น้อยใจเหรอ มันเริ่มมีปัญหาขึ้นมาในเชิงจิตวิทยาครอบครัว มันไม่เปลี่ยนต้นทุน ที่ควรจะประหยัด
จินดารัตน์ – อย่างไรค่ะอาจารย์
สุรวงศ์ – เอาเงินอย่างนี้ไปทำประโยชน์อย่างอื่นดีกว่า ไปพัฒนาสำนึกทัศนคติสร้างครอบครัวให้เข้มแข็งดีกว่า ถ้าจะทำบัตรติดรูปของภรรยานะครับ เพื่อจะขจัดคนเจ้าชู้ สร้างตรงนี้ดีกว่า เพราะว่าคงจะช่วยอะไรไม่ได้เยอะ จิตสำนึกต้องเข้มแข็งกว่า เอาอย่างนี้ดีกว่า อย่างคนที่มีภรรยาแล้ว ยังตามไปยุ่งเลยนะ หมายถึงน้องผู้หญิง ใครคิดจะยุ่งกับเมียคนอื่น ต้องไม่อยู่ 5 ไม่
จินดารัตน์ – ไม่อะไรบ้างค่ะ
สุรวงศ์ – ต้องไม่เมา ต้องไม่ละเมอ ต้องไม่ทะเลาะกับเพื่อนสนิท ต้องไม่เล่นการเมือง ต้องไม่ถ่ายไว้ดูเล่น
จินดารัตน์ – แต่ว่าคือ คนที่เห็นด้วย ส่วนใหญ่ เขาจะบอกอย่างนี้ ว่า เอาล่ะถ้าผู้ชายไทยส่วนใหญ่เป็นคนดีอยู่แล้ว ก็ไม่เห็นจำเป็นมากลัวอะไรเลยว่า ดูบัตรประชาชนแล้วเกิดความไม่สบายใจ แสดงว่ามันต้องมีอะไรอยู่ในใจเลยไม่สบายใจ
สุรวงศ์ – ผมว่าอาจจะมีนะ เช่นภรรยาไม่สวยเหมือนคนข้างบ้าน ก็จะมาวิจารณ์ว่ารูปภรรยาเราไม่สวยเลย ก็เป็นไปได้เหมือนกัน แต่มันมีข้อดีอยู่อย่างหนึ่งนะครับท่านผู้ชมครับ คือถ้าเราจะคิดทำบัตรประชาชนที่มีรูปภรรยาอยู่ด้วยนั้น ทำให้คนลืมน้ำมันแพง เป็นการเบี่ยงเบนประเด็นที่น่าสนใจมาก
จินดารัตน์ – แล้วส่วนใหญ่ดูเหมือนผู้ชายส่วนใหญ่ให้ความสนใจ แต่ส่ายหน้ากันหมด
สุรวงศ์ – ส่ายหน้ากันหมด
จินดารัตน์ – ในฐานะที่อาจารย์มอง อย่างที่คนโสดมองหรือเปล่า
สุรวงศ์ - เออ ผมมองในฐานะที่คนทำงานแบบ เอ๊า ไซด์ อิน มอง เขาบอกให้เอาใจเขามาใส่ใจเรา ว่าเอ๊ะถ้าเกิดเราเป็นคนอย่างเขา แล้วไปถือบัตรอย่างนี้เขาจะรู้สึกอย่างไร รู้สึกสบายใจหรือไม่ ผมว่าเขาไม่สบายใจนะ เพราะว่าเดี๋ยวนี้ประชาชนมีเรื่องเครียดพอแล้วนะ เอาโครงการของท่าน สว.และ พัฒนาจิตใจ
จินดารัตน์ – เอางบ ส่วนนี้ไป จัดการเรื่องสติปัญญาดีกว่า
สุรวงศ์ – ผมเองเป็นคนโบราณนะ แต่ผมจำได้ว่าอย่ายุ่งกับผู้หญิงอยู่ 3 คน
จินดารัตน์ – อย่างไหนค่ะ
สุรวงศ์ – 1. ภรรยาผู้อื่น 2. ผู้หญิงซึ่งเป็นนักบวช 3.ผู้หญิงซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของผู้ปกครองที่ยังไม่อนุญาต
จินดารัตน์ - อันหลังนี่ รู้สึกจะโทษหนักสุด
สุรวงศ์ – เพราะว่าอย่างนี้ สังเกตไหมครับว่าบางที พาลูกสาวเขาไปลอยกระทง ลอยกันนาน ตี 3 ตี 4 ผู้ปกครองเป็นห่วงไหม แล้วผมเชื่ออยู่อย่างหนึ่งท่านผู้ชมครับ ใครก็ตามที่เจ้าชู้มากๆ ประหลาดครับ มักจะมีลูกสาว
จินดารัตน์ – เหมือนธรรมชาติลงโทษอย่างนั้นหรือค่ะ
สุรวงศ์ – ต้องกังวล
มาลี – ไม่ทราบ ว่าตอนนั้นได้นึกถึงหรือเปล่าว่าความเจ้าชู้ได้ทำความเสียหายขนาดไหน
สุรวงศ์ – หมายถึงคนที่เจ้าชู้
จินดารัตน์ – หมายถึงอาจารย์
สุรวงศ์ – ผมว่าบางคนก็สำนึกนะ ผมนี้สำนึกมานาน เพราะว่าผมไม่อยู่ในบัญชีรายชื่อผู้ใช้บริการนักเรียนนักศึกษา
จินดารัตน์ – จากคนโสดมาถามคนที่แต่งงานแล้ว อาจารย์วีรศักดิ์ขออนุญาตด้วยความเคารพจริงๆนะค่ะ ว่าแต่งงานแล้วก็เลยต้องตอบว่าเห็นด้วยหรือเปล่าค่ะ หรือว่าในใจจริงอาจจะไม่เห็นด้วยนิดหน่อย
วีรศักดิ์ – ไม่ล่ะครับ อย่างที่คำตอบเมื่อกี้นี้ ยืนยันเหมือนเดิม รักปักใจ เต็มใจ แต่คิดว่าช้าไปหน่อย เพราะว่าอีก 2 ปีเท่านั้น ระบบออนไลน์ของกรมการปกครองจะขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศ เวลานี้ต้องไปสำนักงานใหญ่ๆ ถึงจะออนไลน์ได้ทันที แต่อีก 2 ปีก็จะขึ้นได้หมด
ระเบียบรัตน์ – แต่ตอนนี้ก็ เกือบจะครบแล้วนะค่ะ
วีรศักดิ์ – เมื่อสักครู่ได้ฟังวิทยุ ที่ท่านอธิบดีการปกครองให้สัมภาษณ์ ว่าอีก 2 ปี ผมก็เดาว่า 2 ปี ก็ไปทุกหัวระแหง
จินดารัตน์ – ทุกที่ค่ะ
วีรศักดิ์ – นั้นก็ คือประเด็นหนึ่ง อีกประเด็นหนึ่งก็คือ ถ้าทำทั้งหมด ต้องใช้เงินอีกพอสมควร อณุมานขึ้นมาตอนแรกประมาณ 40ล้าน แต่ภาวะทางนี้ อย่างที่อาจารย์พูด ช่วงระยะเวลาอาจจะไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่ แต่ที่อาจารย์มาลีอธิบายมาชี้ให้เห็นชัดเจน เรื่องวัฒนธรรม เรื่องครอบครัว ที่อยากจะดัดหลังเฒ่าหัวงู อะไรทั้งสิ้น เป็นเรื่องห่วงเรื่องประเด็นครอบครัว แต่คำว่าครอบครัวความหมายมันไม่ได้อยู่ที่ว่า คุณอยู่ในทะเบียนสมรสหรือไม่ มันเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ ความสัมพันธ์ที่ว่านี้ มีตั้งแต่ ปู่ ย่า ตา ทวด เพราะไม่มีบัตร ไม่มีใบสมรสทะเบียนอะไรเขาก็อยู่ได้ คงสถานะของสถาบันครอบครัวได้ ณ บัดนี้ เราอาจจะกำลังให้ความสำคัญกับเรื่องกระดาษเหล่านี้มากไป แต่ผมว่าระบบมันไม่สำคัญ มันดี แต่เพียงสถานะใหญ่ที่สุดที่ห่วงก็คือ ความแตกร้าวสถาบันครอบครัวในสังคมของเราต่างหาก ซึ่งมันจะคงไม่แก้ ด้วยการมีบัตร มีชื่อ มีรูป หรือมีสัญลักษณ์อะไรทั้งสิ้น
เพราะฉะนั้นประเด็นทางด้านวัฒนธรรมต้องถูกจับขึ้นมาเพื่อให้เห็นว่า เอาล่ะนะที่การจะทำอย่างที่ท่านว่า เอาไปทำในเรื่องของการอบรมในนี้ ให้รู้จักว่า ซื่อสัตย์ต่อตนเอง ซื่อสัตย์ต่อครอบครัว ซื่อสัตย์ต่อชีวิต มันมีคุณค่ามากว่า ส่วนจะประเด็นสนุกสนานว่าจะทำให้เครียดหรือไม่นั้น คิดว่าอันนั้นก็ดีทำให้สังคมได้คิดได้อ่าน อะไรเรื่องของเพศสภาพ เรื่องอำนาจ ในสังคมให้ดีขึ้น ผมไม่อยากให้เป็นข่าวขึ้นมาแปบหนึ่ง แล้วเฮฮา โวยกันไปแล้วจบหายไป จะได้ทำหรือไม่ได้ทำไม่ค่อยติดใจเท่าไหร่ เดาว่าคงไมได้ทำ แต่สาระสำคัญอยู่ที่ประเด็นวัฒนธรรม ว่านี่คืออาการอย่างหนึ่งของความเจ็บป่วยของสถาบันครอบครัว จนกระทั่งต้องหาวิธีการแกสารพัด เช่นกินยาพารา จริงๆแล้วอาการของมันแสดงอาการออกมามากแล้ว จนกระทั่งรู้แล้วว่าเรื่องนี้ต้องผ่าตัด มันไม่ใช่เรื่องใช้ยาพาราแล้ว ถ้าพารามันเป็นปลายเหตุแล้ว
จินดารัตน์ – อาจารย์ค่ะ ที่อาจารย์บอกว่าอาการต้องผ่าตัด นี่แสดงว่ามันหนักหนาสาหัสโดยเฉพาะเรื่องกรณีที่บอกว่า มีการจดทะเบียนสมรสซ้อน
วีรศักดิ์ – ประเด็นทะเบียนสมรสซ้อน มันเป็นประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องการรักษาสิทธิ์ระหว่างบุคคลมากกว่า ที่จะพูดถึงเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัว มีคนเยอะแยะที่ไปมีลูกหลานจนกระทั่งออกลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง โดยไม่ทะเบียนสักใบหนึ่ง แล้วก็ไม่มีประเด็นเรื่องสิทธิด้วย แต่มันเป็นเรื่องความสัมพันธ์ เพราะฉะนั้นผมจึงมองว่าถ้าจะพูดถึงเรื่องการผ่าตัดนั้นต้องเห็นก่อนว่าวันนี้มันมีเรื่องความโลภของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโลภทางเพศ เรื่องอะไรต่างๆ อยากจะได้เงินทอง ของคาว เลยต้องมาว่ากันเรื่องสิทธิมากเหลือเกิน จนกระทั่งความสัมพันธ์ในครอบครัวมันกลายประเด็นย่อย
จนกระทั่งบางอันมันไม่กลายเป็นประเด็นเสียเลย อย่างนี้เป็นเรื่องที่น่ากังวล อีกอันหนึ่งที่สถาบันครอบครัวกำลังปะทะอย่างแรงโดยไม่มีทางเลี่ยงเลย คือประเด็นเรื่อง ของ โลกาภิวัฒน์ เรื่องทุนนิยมที่มันครอบงำทุกอย่าง คำว่าทุนนิยมที่เข้ามาครอบงำมันทำให้หลายเรื่องเป็นเรื่องที่ต้องปกป้องตัวเองบ้าง ถ้าไม่จด สินสมรสอะไรต่างมันจะวุ่นวาย ถ้างั้นจดไว้ก่อนดีกว่า เรื่องสัญญาสมรสเลยกลายเป็นเรื่องประเด็นใหญ่ขึ้นมา ทั้งหมดนี้ผมสงสัยว่า แล้วตก ลงรักกันหรือเปล่า ไว้ใจกันหรือไม่ เพราะทั้งหมดมันเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ พูดในประเด็นวัฒนธรรม คือเรื่องความสัมพันธ์ ถ้าความสัมพันธ์ยังอยู่ดีแล้วก็ สิ่งที่เราว่ามาทั้งหมดนี้ก็อาจะไม่จำเป็นก็ได้
จินดารัตน์ – ตกลงว่าวันนี้สิ่งที่อาจารย์กำลังคิดก็คือ ถ้าจะทำมันเสียงบประมาณ มันก็สะใจดี แต่มันช้าไป
วีรศักดิ์ – คือมันก็ แสดงออกเรื่องความต้องการนะครับ แล้วผมก็นั่งดูโหวตในโทรทัศน์เมื่อวานนี้ เห็นมีเสียงโหวตเข้ามา สนับสนุนเยอะมาก นะครับ ซึ่งผมก็ไม่ได้ว่าอะไร ผมก็ยินดีไปด้วย เพราะเมื่อผมได้พบกับประชาชนลาวครั้งแรกเนี่ย เมื่อปีประมาณ 2545 ปลายๆปี สมาพันธ์แม่หญิงลาวมาเยือนประเทศไทยตามคำเชิญของกระทรวงการพัฒนาสังคม โดย พอช. สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน แล้วก็ผมก็ได้เห็นอันนั้นเป็นครั้งแรก และผมก็รู้สึกว่า โอ โห เขาก้าวไปไกลกว่าเรามากเหลือเกิน แล้วเมื่อผมไปอยู่กระทรวงวัฒนธรรมจึงได้เห็นว่า ประเด็นด้านวัฒนธรรมในลาวนั้น เขาเข้มแข็งกว่าเรามากและเขาไม่ได้ติดหรือไหลไปตามประเด็นหรือเติบโตไปในด้านทุนนิยม เพราะฉะนั้นประเด็นนั้นเป็นสิ่งที่เขาภูมิใจมากและอย่างที่ท่านระเบียบรัตน์ได้บอกว่า ท่านยังภูมิใจแทนเขาเลย ผมเองดูแล้วก็รู้สึกภูมิใจแทนเขา ทั้งชายและหญิง แล้วคนที่ชักหน้าเอ็นดู นั้นผู้ชายนะ ชักมาให้ดูเลยด้านหลังเมียผมชื่อนี้ แล้วเราก็ดูด้วยความชื่นชม แต่ก็อีกนั่นแหละ พอกลับมาประเด็นว่า ถ้ามันจะมาดูเรื่องแก้สมรสซ้อน ก็อาจจะเป็นการลงทุนที่คิดว่า ด้วยระยะเวลาที่เรารอและปล่อยมันมานานถึงขนาดนี้ แปบเดียวมันก็แก้ได้มันหมดแล้วในเรื่องสมรสซ้อนนะครับ
จินดารัตน์ – คาดว่าเมื่อมีออนไลน์ครบทุกที่ก็ไม่ต้องกลัวแล้วนะค่ะ เคาะครั้งเดียวก็รู้แล้วว่าจดทะเบียนสมรสหรือยัง
มาลี – ไม่ ค่อยแน่ใจค่ะว่าระบบออนไลน์มันจะมีประสิทธิภาพแค่ไหน เพราะว่าเรามีการจัดสัมมนาเรื่องนี้ที่คณะนิติศาสตร์ แล้วเราก็เชิญตัวแทนของกระทรวงมหาดไทยมาด้วย ซึ่งคำตอบที่บอกขณะนั้น เราไม่มีงบประมาณ แล้วมันยังเชื่อมไม่ได้ แล้วก็โอเคมันมีคนที่พยายามเข้าไปใช้ระบบออนไลน์ก็จะเจอปัญหาหลายอย่างคือประการที่หนึ่งคือว่า คุณจะเข้าไปใช้ได้ไหม มันก็จะมีประเด็นที่ว่าคนที่จะเข้าไปใช้ได้ มันต้องมีส่วนได้ส่วนเสีย คำถามก็คือว่า ส่วนได้ส่วนเสียคืออะไรนะค่ะ ซึ่งก็จะบอกว่าฉันกำลังจะแต่งงานกับผู้ชายคนนี้ ฉันก็เลยอยากจะเช็คดูว่าเขาจดทะเบียนกับใครหรือเปล่า คือมันเป็นเรื่องของการตีความ ว่าส่วนได้ส่วนเสียหมายความว่าอย่างไร เพราะว่านี้มันคือข้อมูลส่วนบุคคล
ซึ่งมันไม่ใช่ว่าจะเข้าไปเช็คได้ง่ายๆ นะค่ะ ประเด็นที่สองก็คือว่า ในเมืองไทยมีชื่อซ้ำ นามสกุลซ้ำ ประเด็นที่สามก็คือว่าการสะกดอะไรมันจะต้องเปรี๊ยะ แบบนั้นเลย สระอิ ยอยักษ์อะไรแบบนั้น พลาดไม่ได้นะค่ะ ดิฉันเองดิฉันไม่มีข้อมูลตรงนี้นะค่ะ แต่ว่าจากความพยายามของคนที่จะพยายามเข้าไป เช็คระบบออนไลน์ ก็ยังมีปัญหาในตัวของมันเองอยู่ แล้วดิฉันคิดว่าปัญหาหนึ่งที่เราต้องยอมรับกันว่า การจด ทะเบียน สมรสซ้อนมันเป็นปัญหาที่สร้างความทุกข์ทรมานให้กับผู้หญิงที่สุดเลย ดิฉันอยากจะเน้นว่าผู้หญิงที่สุจริตเนี่ยอย่างหนักหนาสาหัสนะค่ะ แล้วก็ถ้าเราฟังอย่างผิวเผินเราอาจจะรู้สึกมันไม่เกิด นะค่ะ คุณจะแต่งงาน คุณจะมีความสัมพันธ์กับผู้ชายตรงนี้ คุณจะต้องใช้ความระมัดระวังในการตรวจตราว่าเขาโสดหรือว่าไม่โสด
แต่ว่ามันมีสถานการณ์อะไรหลายๆอย่างๆ ซึ่งถ้าเราลงไปดูรายละเอียดของแต่ละกรณีมันก็จะเห็นว่ามันเกิดสถานการณ์แบบนี้ได้ มันมีกรณีของผู้หญิงคนหนึ่งที่จบปริญญาโท มาจากจุฬาแล้วก็แต่งงานกับอาจารย์มหาวิทยาลัยคนหนึ่งที่สอนทางด้านกฎหมายด้วย นะค่ะ แล้วก็จบปริญญาเอกมาจากต่างประเทศ แล้วก็ผู้หญิงคนนี้เขาบอกว่าเขาไปเยี่ยมครอบครัวของผู้ชายคนนี้แล้วที่บ้านของผู้ชายคนนี้ก็บอกว่าผู้ชายเคยแต่งงานแล้ว แต่เดี๋ยวนี้ไม่แต่งแล้ว เลิกแล้ว ตอนนี้ก็เป็นปัญหามาก เพราะว่าเขาเองก็ตกระกำลำบาก ถ้าจะพูดให้จบมันก็คงยาว เพราะฉะนั้นคิดว่าจริงๆแล้วเรื่องของปัญหาการจดทะเบียนสมรสซ้อน มันเป็นเรื่องของการป้องกันของผู้ที่สุจริตนะค่ะ สุจริต เพราะฉะนั้นสมัยก่อนเนี่ย
สมมติว่าดิฉันเป็นภรรยาคนแรกแล้วมีผู้หญิงอีกคนหนึ่งเนี่ยมาจดทะเบียนสมรสซ้อนดิฉัน เนี่ย มันก็จะมีการไต่สวนกัน ศาลจะเข้ามาทำหน้าที่ในการไต่สวน ว่าคนที่สองสุจริตหรือว่าไม่สุจริต แล้วก็ตัดสินกันตรงนั้น ถ้าคุณสุจริตคุณได้สิทธิอะไร ถ้าคุณไม่สุจริตคุณเสียสิทธิอะไรอย่างไร แต่ว่ากฎหมายมันมีการเปลี่ยนเหมือนกัน คือตอนนี้มันคือสภาวะที่มันรวนเรมาก เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าคนที่เสียหายคือคนที่ถูกหลอกนะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงก็ดีหรือเป็นผู้ชายก็ดี
จินดารัตน์ – เพราะฉะนั้นถามท่าน ณ เวลานี้ อาจารย์มาลีเห็นด้วยว่าควรที่จะเริ่มทำอะไรสักอย่าง
มาลี – ดิฉันเห็นด้วยที่จะต้องปลูกฝังความคิดนะค่ะ ว่าการที่คุณมีเมียแล้วหรือมีสามีแล้วแล้วคุณไปบอกอีกคนหนึ่งว่า ไม่มี มันเป็นเรื่องของการที่คุณทำผิดโดยมโนกรรมที่คุณผิดแล้ว ออกมาเป็นมโนกรรมคุณเที่ยวไปหลอกคนอื่น ต้องกายกรรมไปจดทะเบียนไปอยู่กับเขา คือมันผิดทั้งหมด
จินดารัตน์ – เพราะฉะนั้น วันนี้ถ้าถามถามอาจารย์ว่า เอาล่ะควรจะมีการแสดงสถานภาพสมรสหรือยังมีครอบครัวหรือยังก็ควรทำได้เลย
มาลี – ทำได้สองกรณี คือกรณีหนึ่งเป็นเรื่องของการต้องมาทบทวนว่า กระบวนการจดทะเบียนสมรสของเราที่ทำแบบนี้คือจดวินาทีนี้ เป็นสามีภรรยากันวินาทีนี้ หย่าวินาทีก็เป็น หย่ากันวินาทีนี้ แล้วก็จดที่ไหนก็ได้ทั่วประเทศไทย แล้วเรายังจะทำอยู่หรือเปล่า
จินดารัตน์ – กลับมาทบทวนกันเลยว่า ต่อไปนี้ต้องเปลี่ยนแปลงวิธีการใหม่ อาจะต้องไปจดภูมิลำเนาของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือเปล่าอย่างนั้นหรือเปล่าค่ะอาจารย์
มาลี – ในต่างประเทศเขาก็มี ว่าคุณไปแจ้งความจำนงว่าคุณต้องการจดทะเบียนสมรสกับคนนี้ แล้วเขาก็จะมีขบวนการว่ามีใครคัดค้านไหม โอเค ภายในระยะเวลากี่วัน ว่าให้มาคัดค้านกัน เขาไม่ใช่ว่าแบบประเทศไทยอะไรแบบนี้
จินดารัตน์ – ที่วันนี้ไปจดได้เลย
มาลี – แล้วมันมีเรื่องของการใช้ประโยชน์จากกฎหมายข้อนี้ไปเยอะด้วยวัตถุประสงค์หลายๆอย่าง ดิฉันคิดว่าสิ่งที่เราควรจะต้องพิจารณาเป็นพิเศษก็คือคนที่ถูกหลอกลวง คนสุจริตที่ถูกหลอกลวง แล้วก็ชีวิตของเขาทั้งชีวิตนะค่ะที่มันตกนรกอะไรต่างๆ
จินดารัตน์ - ท่าน สว.ระเบียบรัตน์ฟังอาจารย์มาลีแล้วเห็นด้วยไหมค่ะกับวิธีการหรือว่าการจะต้องกลับไปทบทวน
ระเบียบรัตน์ – คือปัญหาของครอบครัวไปแล้ว มันไม่ใช่ขึ้นอยู่กับการจดทะเบียนสมรสซ้อน เพราะว่าบางคนที่มาสร้างปัญหาให้กับภรรยา มีไม่ต่ำกว่า สองคนสามคนสี่คน แล้วคนที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสตามมาเยาะเย้ยถากถางภรรยา หลวงอีกต่างหาก กอดทะเบียนสมรสไว้เถอะ เขาอยู่กับสามีตัวเองแล้ว แล้วพูดคำหยาบมาก บรรดาภรรยาหลวงที่โทรเข้ามาสมาคมครอบครัวเราเนี่ย จะชอกช้ำมาก เสียใจที่สามีตายจากเราทั้งเป็น เพื่อไปเป็นของผู้หญิงคนอื่น มันไม่จำเป็นต้องเป็นทะเบียนสมรสซ้อนนะค่ะ แต่ว่าความไม่รับผิดชอบมีสูงอยู่แล้ว
จินดารัตน์ – โดยพฤติกรรม
ระเบียบรัตน์ – โดย พฤติกรรมไม่รับผิดชอบทำร้ายจิตใจกับผู้หญิงคนหนึ่งที่มอบทั้งกายทั้งใจ แล้วก็มุ่งหวังจะฝากชีวิตไว้ทั้งชีวิต แล้วก็พยายาม จะความมั่นคงให้เกิดขึ้นกับครอบครัว ให้สิ่งดีๆกับลูกของเรา แต่ความซื่อสัตย์สิ่งที่เป็นคุณงามความดีกับถูกทรยศ ทำไมเขาทำกับเราได้ เสียใจตรงนี้ และสิ่งที่จะเป็นตัวบทกฎหมายนั้น การจะลงโทษ จริงๆแล้วอยากจะให้กระทรวงพัฒนาสังคมเนี่ย ออกมาดูตรงนี้ด้วย น่าจะเป็นเจ้าภาพในการที่จะทำอะไรสักอย่างหนึ่ง การแก้ปัญหาสังคมมันต้องแก้เป็นระบบ เราทำระบบเศรษฐกิจรัฐบาลยังสามารถดึงหน่วยงานกระทรวงต่างๆที่รับผิดชอบ มาทำงานร่วมกัน เพื่อที่จะบูรณาการ กับประเด็นของปัญหาสังคมซึ่งเป็นประเด็นที่ใหญ่ที่สุดเป็นรากฐานที่จะนำไปสู่เรื่องเศรษฐกิจ เรื่องสังคม เรื่องวัฒนธรรม เรื่องการเมือง ทำไมไม่คิดจะบูรณาการกัน กระทรวงเจ้าภาพคือกระทรวง พัฒนาสังคม และ ความมั่นคงของมนุษย์ จะต้องมีความเชื่อมโยงกับกระทรวงวัฒนธรรมนะค่ะ
เราจะปลูกจิตสำนึก สร้างจิตสำนึกอย่างไรให้คนเรามีศีลธรรม จริยธรรม และมีความรับผิดชอบ และเมื่อไหร่ที่จะสมควรที่จะมีครอบครัว เมื่อมีแล้วบทบาทหน้าที่จะต้องทำอย่างไร นะค่ะ กระทรวงศึกษาเข้ามาดูซิว่า ครอบครัวศึกษาสิ่งดีๆที่จะให้ เพศศึกษาหรืออะไรกับวัยรุ่นเยาวชนที่มีผลกระทบ กระทรวงมหาดไทยดูซิว่าระบบของการจดทะเบียนสมรสอย่างที่เป็นจุดอ่อนเนี่ย อย่างที่อาจารย์วีรศักดิ์บอกว่าถ้าทำ 2 ปี จะต้องใช้ถึง 40 ล้าน ถ้าอะไรก็ตามที่มันเป็นเรื่อง ของความมั่นคงของครอบครัวจะเสียเท่าไหร่ ก็ทำไปเถอะ แม้เวลาจะ 1 วันก็ต้องทำ เพราะว่าความเจ็บปวดมันเกิดขึ้น บาดแผลมันลึก แล้วต้นแบบตัวนี้คือต้นแบบเลวร้ายของสังคมนะค่ะ เยาวชนวัยรุ่นอย่าเอาแบบอย่างตรงนี้ติดตามไป แล้วถ้าคนที่มีจิตสำนึกที่คิดไม่ดีแล้ว ทำไม่ดี ไปอยู่องค์กรไหนก็ไม่ดีทั้งนั้น
จินดารัตน์ – เพราฉะนั้นถ้าวันนี้ได้ข้อสรุปว่าเอาล่ะต้องทำกันจริงๆ ค่ะ ไม่จำเป็นต้องมีรูปไม่จำเป็น แต่มีการแสดงสถานภาพให้รู้ว่ามีครอบครัวแล้ว
ระเบียบรัตน์ –อย่างที่พี่บอก ผู้ชายในสถานะของสังคมไทยเราต้องยอมรับว่าผู้หญิงเสียเปรียบมาตลอดเลย นะค่ะ สังคมที่ผู้ชายเป็นใหญ่ ผู้หญิงถูกกระทำอย่างเป็นสมบัตินะค่ะ สิ่งที่พี่บอกว่าความรู้สึกมันดีขึ้นมานิดหนึ่ง ที่กรรมาธิการเขาทำขึ้นมา คือ ได้รู้สถานะของผู้ชาย แต่ไม่มีความจำเป็นเพราะว่าบัตรมันต้องเปลี่ยนบ่อยมาก เพราผู้ชายเขาไม่นิ่ง นะค่ะเขาแสวหาอยู่ตลอด ไม่ได้บอกว่าผู้ชายทุกคนเลวหมด ผู้ชายที่เราเชิดชู เป็นพ่อแบบก็เยอะในสังคมไทย นะค่ะ แต่สิ่งที่มันจะแสดงสถานะหรือสัญลักษณ์มันควรจะมีใช่ไหมค่ะ อย่างที่พี่พูด พี่ไม่ได้หยาบคายนะค่ะ แต่พูดจริงๆเราจะเอาอะไรมาแทน สมมติว่าเราใส่คำว่า ภ มันภรรยาตายมันก็ต้องรู้ แต่ถ้าใส่ ค ก็ตลอด มีลูกกี่คนก็รู้ ว่าคนนี้ มีสถานะหม้ายหรือสมรสมาแล้วนะค่ะ แล้วทำไมใส่ไม่ได้แค่นั้น ใช่ไหมค่ะ
จินดารัตน์ – อาจารย์วีรศักดิ์เห็นด้วยไหมค่ะกับวิธีการที่ สว.ระเบียบรัตน์บอก
วีรศักดิ์ – ผมว่าเรากำลังพูดเรื่องเดียวกันแล้ว ก็คือทำให้เห็นแล้วครับว่าถ้าจะให้มาคอมเม้นให้ความเห็นเฉพาะเรื่องยาพาราเม็ดเดียว ทุกคนบอกว่ายาพาราเม็ดนั้นไม่แก้ปัญหา แล้วก็มีวิธีเสนอวิธีในการผ่าตัดเยอะแยะมากมาย
ระเบียบรัตน์ – และก็มาร่วมกันปลูกจิตสำนึกเหล่านี้
วีรศักดิ์ – ก็อย่างที่ผมพูดว่า สะใจ เต็มใจ แต่มันช้าไป ถ้ามันใช้เฉพาะตัวนี้ มันจำเป็นต้องมาว่าด้วยโครงสร้างใหม่ อาจารย์มาลีได้พูดถึงเรื่องโครงคิดในเรื่องของวิธีการจดทะเบียนครอบครัวใหม่ที่มันไม่ได้ใช่อยู่ตาม พรบ. ที่ใช้อยู่ปัจจุบัน ถ้าเป็นอย่างนั้นที่ให้กระทรวงมหาดไทยเป็นคนดูแลคนเดียวก็อาจะไม่หลากหลายเพียงพอ ท่านสว. ระเบียบรัตน์เห็นว่าต้องมีกระทรวงทบวงกรม แล้วผมก็เชื่อว่ายังมีกลุ่มอื่นๆที่อยู่นอกระบบราชการ ยินดีที่จะเข้ามาคิดเห็นเรื่องนี้ แล้วทำซะ
ระเบียบรัตน์ – หน่วยงานที่ทำงานด้านครอบครัวมาคุยกัน
จินดารัตน์ – ก็คือต้องมาร่วมมือกันและทำไปพร้อมๆกัน อาจารย์สุรวงศ์ค่ะแล้วอย่างนี้ถึงเวลาแล้วหรือยังค่ะ เอาล่ะอย่างที่หลายๆท่านเห็นด้วยว่า น่าจะมีชื่อภรรยาหรือว่า อาจจะแสดงสถานภาพของการมีครอบครัวแล้วอย่าง(ค)เอาไว้ ที่ท่าน สว.บอก ถึงเวลาแล้วหรือยังค่ะว่าผู้ชายไทยต้อง
สุรวงศ์ – ไม่ได้หวังไกลขนาดนั้น ผมหวังแต่เพียงว่าฉันต้องภูมิใจผู้หญิงนะ ผมรักใครชอบใครสักคน ผมสามารถยื่นคำร้อง จะฟรีหรือจ่ายตังค์สัก20 บาท บำรุงรัฐ น่าจะให้หัวหน้าเขตหรือเจ้าหน้าที่บอกคุณได้ว่าคนนี้แต่งงานแล้ว ไม่ต้องบอกรายละเอียดนะครับว่า ภรรยาเขาชื่ออะไร อยู่ที่ไหน เพราะบางทีผู้หญิงบางคนอาจจะไปรำควาญเขา ไปก่อกวนเขาก็ได้ แต่ถ้าทำแบบคนโบราณเขาพูดกัน ว่ารักใครชอบใครต้องดูหัวนอนปลายเท้า สมัยนี้แค่ดูหัวเตียงปลายตีนกัน ว่าเตียงกว้างขนาดไหนดิ้นหล่นไม่หล่น มันก็เรียบร้อยกันไปแล้ว ผมยืนยันว่าที่ท่าน สว.ระเบียบรัตน์พูดนั้น เป็นข้อเท็จจริงที่เชื่อถือได้
แม้จะไม่เป็นทางการไม่ได้ผ่านสำนักงานสถิติ ผมทำงานอบรมมาตั้งแต่ปี 2522 28 ปี แล้วนิสัยผมอีกอย่างหนึ่งก็คือจะแจกเบอร์มือถือผมกับทุกที่ที่ผมไปบรรยาย ว่าถ้าใครมีอะไรอยากปรึกษาเนี่ย ผมยินดีให้คำปรึกษาฟรี กติกาคือโทรมาแล้วกดทิ้งแล้วผมโทรกลับ แล้วจะมีคนปรึกษากับผมเรื่องว่า สามีไปมีคนใหม่ ทิ้งหนูอยู่บ้านคนเดียว ตบตี ทำร้าย หรือบางคนก็โทรมาทำนองว่า เขามีภรรยาแล้วเขามาชอบหนู หรือมีเรื่องไม่ส่งเงินอะไรบ้าง ปัญหาอย่างนี้เยอะมาก ในประเทศไทย เพราะเดี๋ยวนี้มันมีสิ่งยั่วยุเยอะ เดี๋ยวนี้เห็นไหมมีถุงยาง สั่นได้ หรือก่อนนี้ก็มีถุงยางอนามัยเรืองแสง แปลกๆ ยิ่งถุงยางเรืองแสงพอสวมปั๊บปิดไฟตกใจทั้งห้อง นึกว่ามนุษย์ต่างดาวมา ทีเรื่องอย่างนี้เราคิดกันได้ แต่ผมว่าเอาแค่อาจารย์มาลีเสนอ ผมว่าเอาแค่เช็คได้ว่า โสดหรือแต่งงาน ไม่จำเป็นต้องอยู่ในบัตร เอาแค่นี้ก่อนให้คนไทยทำใจรับได้ ผมว่าอินเดีย ผู้หญิงแต่งงานแล้วมีเป็นจุดสีแดงที่หน้าผาก จะบอกผมประจานก็ได้ อยากจะบอกว่าเขายังทำใจได้ เลย ใช่ไหมครับ เพียงแต่อินเดียเขามีมานานแล้ว แต่ทีนี้เมืองไทยเคลื่อนไหวเร็วไปมันรับไม่ทัน
มาลี – แล้วประเด็นมันก็คือการแสดงสถานภาพอันแท้จริงของคุณ เพื่อที่คุณจะไม่ใช้สถานภาพมันไม่ชัดเจนไปแสวงประโยชน์เอาเปรียบคนอื่น
สุรวงศ์ – ผมบรรยายอยู่อย่างหนึ่งครับท่านอาจารย์มาลี เวลาผมบรรยายกับลูกศิษย์ผมบอกว่า กติกาง่ายๆทางความคิดว่า อย่ามันบนฝ่ามือของคนอื่น โปรดอย่ามันบนความมึนของคนอื่น อย่ามันบนความมึนของภรรยา อย่ามันบนความมึนของลูกค้า อย่ามันบนความมึนของประชาชน กรุณาเคารพอยู่ในเกียรติที่อยู่ในใจของเขาหน่อย
มาลี – ซึ่งจริงๆเรื่องนี้ดิฉันคิดว่ามันจะเกี่ยวข้องกับประเด็นที่เราพูดกันถึงเรื่องของการให้การศึกษา คือดิฉันคิดว่าขณะนี้ ปัญหาสำคัญของสังคมไทยก็คือว่า เราสอนผู้หญิงอย่างหนึ่ง เราสอนผู้ชายอีกอย่างหนึ่ง เราสอนผู้หญิงให้ซื่อสัตย์ ให้มีความรับผิดชอบ รักเดียวใจเดียวอะไรต่างๆ แต่เราไม่เคยสอนสิ่งเหล่านี้ให้กับผู้ชายเลย ซึ่งเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้วมาเจอกัน ดิฉันคิดว่ามันเป็นความคิดคนละชุดนะค่ะ ซึ่งในที่สุดแล้วผู้หญิงตก คือมันตกนรกทั้งเป็น เพราะว่าคุณฝันถึงชีวิตครอบครัวที่เป็นสุข มีอบอุ่น พึ่งพิง ฝากผีฝากไข้ อะไรต่ออะไรทั้งหลาย ในขณะที่ว่าผู้ชายเขาไม่คิดเรื่องนี้เลย นะค่ะ ดิฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องที่เราจะต้องทำอย่างยิ่งในแง่ของการศึกษาก็คือว่า มันต้องปลูกฝังตั้งแต่เด็กๆ เพราะไม้แก่มันคงต้องปล่อยไปแล้ว
แต่อย่างน้อยก็กระตุกให้รู้สึกและมีความสำนึก ต่อไปพอแล้วนะอย่าไปเจาะเพิ่ม คนคุณที่บอกว่าเจาะแล้ว รุ่นเหลน รุ่นหลานจะทำให้กระชุ่มกระชวย เป็นยาอายุวัฒนะหยุดซะที ไอ้ค่านิยมผิดๆที่เป็นลบแบบนี้ แล้วสอนลูกเรา รุ่นลูก ลูกผู้ชายอย่าไปทำร้ายลูกผู้หญิง ต้องรู้จักรักนวลสงวนตัวเหมือนกัน เพราะว่าโรคเอดส์มันเยอะแพร่ระบาดในกลุ่มเยาวชนเยอะ แล้วทำอย่างไรลูกเราถึงจะเป็นสุภาพบุรุษ งานบ้านต้องสอนให้ลูกทำเลยนะ งานบ้านต้องเป็นงานของผู้หญิงแบ่งเฉพาะผู้หญิง ตรงนี้ต้องสร้างให้เกิดขึ้นให้ได้ ลูกเราถ้าสมมติเป็นลูกที่น่ารัก ช่วยพ่อแม่หยิบฉวยงานบ้าน พอมีภรรยาเขาก็จะเป็นสามีที่น่ารัก นะค่ะ ซักผ้าก็เป็น ถูบ้านก็เป็น ล้างจานก็เป็น นี้พูดจริงๆ น่ารัก คนทำแบบนี้ไม่จำเป็นต้องบอกว่าทุกคนกลัวเมีย พอมีใครสักคนทำแบบนี้กลายเป็นมนุษย์ประหลาดนะค่ะ แหมไอ้นี้มันกลัวเมีย ช่วยซักผ้า ช่วยล้างจาน ตรงนี้แหละค่ะเราต้องปลูกจิตสำนึกใหม่ และลูกผู้หญิงจะทำอย่างไร ค่านิยมที่จะไปเป็นเมียน้อยเขาเนี่ยจะหมดไป เกียรติยศลูกผู้หญิงคือวันที่เข้าสู่ประตูวิวาห์ ค่ะ เราต้องการให้มีความภาคภูมิใจในการเป็นภรรยา ในการเป็นแม่ของลูก ใช่ไหมค่ะ ผู้อยากได้ผู้หญิง บริสุทธิ์เป็นภรรยา แต่ในขณะเดียวกันผู้ชายเที่ยวล่าผู้หญิง เที่ยวฟันผู้หญิงไปหมด แล้วเราจะหาที่ไหนล่ะ มันก็ต้องรุ่น 50 ขึ้น ของพี่ยังพอเหลืออยู่ แต่รุ่นเล็กๆมันจะไม่ไหวแล้วล่ะค่ะ
จินดารัตน์ – จะขออนุญาตทุกท่านพักกันตรงนี้ ก่อน พอจะมองภาพออกแล้วว่าแนวคิดในเรื่องนี้เนี่ย จริงๆมันมีอะไรมากว่าที่จะแก้ไขปัญหาทะเบียนสมรสซ้อนอย่างที่ทุกท่านแขกรับเชิญของเราได้แสดงความคิดเห็นไป ช่วงหน้ากลับมาดูนะค่ะ ว่าแล้วปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ วิธีการแก้ไข จริงๆแล้วเราพยายามที่จะแก้ไขปัญหานี้กันมายาวนานแล้ว แต่วันนี้ปัญหามันวิกฤตถึงขั้นที่อาจารย์วีรศักดิ์บอกว่าเราต้องหาทางออกมาถึงเรื่องเล็กๆน้อยๆ แบบนี้กันแล้ว มันวิกฤตแค่ไหน สักครู่เดียวค่ะ
จินดารัตน์ – กลับมาช่วงสุดท้ายรายการคนในข่าว ค่ะเรากำลังถกเถียงกันแล้วก็ขอความคิดเห็นจากแขกรับเชิญของเราทั้ง 4 ท่าน เรื่องที่กรรมาธิการของวุฒิสภานั้นได้เสนอให้มีการถ่ายรูปของคู่สมรสหรือระบุชื่อลงไปในบัตรประจำตัวประชาชนของแต่ละฝ่ายนะค่ะว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอย่างไรจะแก้ปัญหาเรื่องการจดทะเบียนสมรสซ้อนได้หรือไม่ คำตอบในช่วงแรกถ้าหากคุณผู้ชมเปิดมาดูไม่ทัน คำตอบส่วนใหญ่บอกว่ามันช้าไปแล้วล่ะ แต่ถ้าจะทำจริงๆมันคงไม่ได้ช่วยอะไรมาก คงต้องเริ่มกลับไปที่จุดเริ่มต้นกันใหม่ คงต้องมีหลายส่วนหลายภาคอย่างที่ท่าน สว. ท่านอาจารย์มาลีบอก และท่านวีรศักดิ์บอกด้วยว่าหลายส่วนหลายภาคที่ว่า เอาละตอนนี้หลายคนกำลังมองว่าปัญหาที่ว่านี้ อย่างที่อาจารย์วีรศักดิ์บอกว่า มันวิกฤตมากขนาดถึง ทำอะไรไม่ได้แล้วจะต้องมามองหา ยาพาราแค่เม็ดเดียวหรือค่ะอาจารย์
วีรศักดิ์ – พอมี คนโยนยาพารามาเม็ดหนึ่งก็มีความรู้สึกว่ามันอาจจะแก้ปัญหาได้ ใช่ไหมครับ ก็คือมันเกิดความหลงไปแล้ว แต่ต้องชื่นชมคนที่คิดประเด็นนี้ออกมาว่าอย่างน้อยที่สุดทำให้มีกำลังใจในการมาสนทนาเรื่องแบบนี้กัน
ระเบียบรัตน์ – ขออนุญาตเสริมนิดหนึ่ง อย่างผู้หญิงที่มีความทุกข์ นะค่ะ จะดีใจหรือพอใจ ดีแล้วที่มีชื่อมีอยู่บนนั้น จะสะใจ แต่หารู้ไม่ว่ามันไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหา นะค่ะ ระเบียบรัตน์ทำงานด้านครอบครัว เห็นใจ เข้าใจลูกผู้หญิงที่สุด แต่อะไรที่มันเป็นไปไม่ได้ อย่าให้เขาหัวเราะเยาะเราเลย นะค่ะ เวลาคนที่เขาไปหาผู้หญิง ไปเสเพล หรือไปจีบผู้หญิง เขาไม่พกบัตรดูหรอกค่ะ หัวใจเท่านั้นแหละค่ะ แล้วอย่าบอกว่าหัวใจมันผูกพันกันอย่างไร ใครผิดใครถูกอย่าพูด ณ วันนี้เราต้องเริ่มกลับมาแล้ว ครอบครัวของเราจะอยู่ต่อไปไหม เราจะรักกันชั่วนิรันดรจนกระทั่งเราตายจากกันไหม เราต้องมาปรับทรรศนะและความรู้สึก ไม่ใช่แบบพอมีอะไร วี๊ดว้ายกระตู้ฮู้ ดีใจอย่างที่อาจารย์วีรศักดิ์ท่านพูด มันไม่ใช่สิ่งที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหา นี่คือสิ่งที่คิด มุมมองอาจจะแปลกใจ เอ๊ะ สว.ระเบียบรัตน์ทำไมถึงไม่มีจุดยืน ทำไมไม่เข้าข้างลูกผู้หญิง แล้วก็ไม่ได้มองว่าผู้ชายนั้นเลวร้าย แต่เราอย่าตกอยู่ในความประมาท เพราะผู้ชายถ้ามีช่องว่างเมื่อไหร่ปุ๊บ มันอาจจะมีปัญหา
มาลี – คือดิฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องของการสร้างวัฒนธรรมใหม่นะค่ะ เพราะว่าเราต้องยอมรับว่าสังคมของเรามันเป็นสังคมผัวเดียวหลายเมีย สังคมอื่นก็เป็นผัวเดียวหลายเมีย แต่ว่าตอนหลังเราก็บอกว่าไม่ดี เอาผัวเดียวเมียเดียว มันถึงจะดี เพราะฉะนั้นปัจจุบัน ผู้หญิงก็ผัวเดียวแต่ผู้ชายยังหลายเมีย คือมันต้องเป็นสังคมเมียเดียวผัวเดียว แล้วเรามาเปลี่ยนในปี 2478 เราเปลี่ยนกฎหมายแต่เราไมได้เปลี่ยนทรรศนะ นะค่ะ ของผู้ชาย ดิฉันคิดว่าถามว่าการที่ผู้ชายมีเมียหลายคนดีไหม คือถามจากจุดยืนของผู้ชาย ก็คิดว่าผู้ชายคงอยากจะมีหลายคน นะค่ะ เพราะมีเกี่ยวกับเรื่องของวัยและมันมีเรื่องของกามอารมณ์ เรื่องของเพศรส ซึ่งโอเค มันผันแปรไปตามวัย นะค่ะ เรื่องของอุปนิสัยใจคอ เรื่องของการเอาอกเอาใจ อะไรต่ออะไร ดิฉันคิดว่าใครๆก็ชอบ มีคนมาห้อมล้อมเอาอกเอาใจ
จินดารัตน์ – จริงหรือเปล่าค่ะ อาจารย์วีรศักดิ์
มาลี – แต่บาง คนเขาอาจจะมีความรู้สึกว่าไม่ เขารักของเขา
วีรศักดิ์ - ที่อาจารย์มาลีพูดมากำลังก้าวข้ามนิดหนึ่ง จากความเป็นนิติศาสตร์ไปสู่ความเป็นเรื่องวัฒนธรรม 2478 กฎหมายแก้ แต่วัฒนธรรมไม่เปลี่ยน นั้นมันก็เป็นอาการแบบนี้มา ถ้าเข้าคำถามถามว่า ครอบครัวผัวเดียวเมียเดียว ดีที่สุดหรือไม่ ผมก็ตอบโดยสัญชาติญาณบอกว่ามันน่าจะดีที่สุด แต่ต้องก็ยอมรับว่า ความเชื่อ และทรรศนะของคนอีกหลายกลุ่ม นอกประเทศไทย หรือแม้กระทั่งในประเทศไทย ภายใต้ความเชื่อของศาสนาและลัทธิต่างๆ ก็มีข้อยกเว้นเรื่องแบบนี้อยู่ แต่ได้สร้างขึ้นมาตามความเข้าใจว่า มันเกิดขึ้นตามสถานการณ์ ภัยสงคราม และความยินยอมพร้อมใจ ไม่ใช่แค่พยักหน้า นะใช่ หรือเป็นความยินยอมพร้อมใจและต้องการที่พึ่งพิงที่มีความมั่นคง อย่างนั้นเป็นเรื่องที่แล้วไป เพราะคุณค่าในการตัดสินวัฒนธรรมนั้น มันไม่ได้แค่เอาสถานการณ์ปัจจุบันมาตัดสินอดีต
ในอดีตมันก็มีความถูกของมันตามวัฒนธรรมนั้นไป มาถึงวันนี้เราเห็นว่า คนทั่วไปส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เห็นว่าครอบครัวเดียว หนึ่งสามีหนึ่งภรรยานั้น น่าจะถูกแล้ว เป็นสิ่งที่ดูแลกัน น่าจะเป็นไปได้ แต่อย่าลืมนะครับว่า วัฒนธรรมมันก็ต้องเปลี่ยนต่อไปอีก แล้วมันจะมาเจอประเด็นของเรื่องคนรักเพศเดียวกัน แล้วไปมีครอบครัวแล้วไม่มีลูก และในที่สุดจะไปสร้างการมีลูกโดยวิธีการทางวิทยาศาสตร์อะไรต่างๆขึ้นมา เห็นไหมครับว่าวัฒนธรรมมันไม่นิ่งอยู่กับที่มันเคลื่อนไปเรื่อยๆ จะอาอะไรเป็นตัวตัดสินมัน แต่ถ้าถามในวันนี้ ผมคิดว่าคนส่วนใหญ่ที่ยังมีความรู้สึกว่าผู้ชายคือตัวสัญลักษณ์ของการเป็นสิ่งที่มั่นคงสำหรับสถาบันอย่างหนึ่งเหมือนกันนั้น อย่าพยายามคิดนอกใจหรือไปทำอะไรวุ่นวายจะดีที่สุด เรื่องนี้ก็ต้องพูดถึงท่านผู้ชมที่เป็นผู้ชายด้วยนะครับไม่ว่าท่านจะเป็นใครก็ตาม สิ่งที่จำเป็นมากๆสำหรับตัวเรามันไม่ได้อยู่ที่อะไรเลยครับ มันอยู่ที่ว่าท่านต้องอย่าไว้ใจตัวเอง
จินดารัตน์ – ค่ะ แต่ถามความเห็นอาจารย์วันนี้ว่า วัฒนธรรมหรือความเชื่อทรรศนะคติในการดำรงชีวิตอย่างที่อาจารย์มาลีบอก ผู้ชายไทยยังเป็นเหมือนเดิมไหมค่ะ
วีรศักดิ์ – คนจำนวนไม่น้อยยังเป็นเหมือนเดิมนะครับ คำว่าเหมือนเดิมหมายถึงอำนาจนิยม อำนาจนิยมคือ ฉันคิดว่าอย่างนี้ดีแล้ว หันไปมองว่าจะเอย่างนี้ได้ไหม ฉันจะมีเมียอีก 2 คน พยักหน้าซิ หรือไม่ต้องทำอะไร นั่งนิ่งๆเฉยๆแล้วก็ไม่ตอบ ไม่พูดอะไรเลย แต่ว่าฝ่ายภรรยาต้องอาศัยพึ่งพิงสามีในทางเศรษฐกิจ ในทางเหตุผลร้อยแปด เพราะว่าลูกกำลังจะออกมายอมก็ยอม นั้นก็อาจเป็นเหตุที่เกิดขึ้นได้ เพราะฉะนั้นมือที่จะครองสถาบันครอบครัวนั้นให้อยู่ได้ จึงต้องเป็นมือทั้งชายและหญิง ของคนสองคน ที่ไม่ใช่แค่ใครคนใดคนหนึ่งเท่านั้น
จินดารัตน์ – อาจารย์ค่ะถ้า ถามถึงสถานการณ์วันนี้ ณ วันนี้ ความคิดของผู้ชายเปลี่ยนไปบ้างไหมค่ะ
วีรศักดิ์ – มีเปลี่ยนไปเยอะ มากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อก่อน ภาวการณ์ เคลื่อนไหวเรื่องสิทธิเสรีภาพหญิงชายนั้น เป็นเรื่องที่ผูกขาดเฉพาะผู้หญิงทำเท่านั้น ผู้ชายไปทำดูเป็นของประหลาด และนี้ไม่ใช่ข้อเปรียบเทียบในเมืองไทยนะ ในต่างประเทศ ในห้องเรียนในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงมากๆของโลก คนที่ไปเรียนอยู่ในคลาสที่เรียกว่า เคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสตรีนั้น มีคนผู้ชายเข้าไป จริงๆเรื่องนี้คนที่เขียนเรื่องนี้ คืออาจารย์ นิธิเดียว ศรีวงศ์ ท่านยกตัวอย่างเลยให้เห็นว่า เพื่อนท่านคนนั้นตั้งใจจะไปช่วยผู้หญิงในทางกลับกันกับถูกผู้หญิงคนนั้นผลักออกมา เพราะเธอเป็นผู้ชายเธอไม่มีวันเข้าใจประเด็นที่ผู้หญิงคิด แต่วันนี้เหตุการณ์เปลี่ยนไปมากครับ คำว่า Gender คือความเข้าใจมิติหญิงชายมันเข้ามามีบทบาทมากว่าคำว่า Familiarize เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็ยังใหม่มากนะครับ ในสังคมการสนทนา แม้ในวงวิชาการเองก็ตาม ผมคิดว่ามันเป็นประเด็นไม่ใช่แค่วิชาการ มันเป็นประเด็นทางวัฒนธรรม มันมีการคิดให้เห็นว่าโลกอยู่ได้ด้วยความมีสุข สมดุลของมัน ซึ่งเวลานี้มันมีมากว่า 2 เพศแล้ว เพศสภาพที่มันเกิดขึ้นนั้น ดังนั้นเนี่ยการทำความเข้าใจกับมันแล้วปรับตัวเองอย่านิ่งอยู่ แล้วไปยึดเอาหลักการอะไรบางอย่าง ที่มันอาจจะถูกเมื่อ 300 ปีที่แล้ว 700 ปีที่แล้ว แล้ววันนี้ก็ยังต้องถูกอยู่ แล้คิดว่าสิ่งที่ดีวันนี้มันต้องถูกต่อไป ในอนาคต ผมคิดว่ามันค่อยๆปรับได้ ทั้งหมดนี้ต้องอย่าใช้ไปด้วยความรุนแรง อาจารย์ท่านก็พูดถูกว่าการปรับเปลี่ยนเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าปรับเปลี่ยนเร็วเกินไปแล้วสังคมเกิดรับไม่ทันมันก็ยุ่ง เรื่องนี้เป็นการสร้างความร่วมมือไม่ใช่การบังคับ
จินดารัตน์ – เพราะฉะนั้นต้องถามอาจารย์สุรวงศ์ อาจารย์สุรวงศ์ค่ะถ้ามองจริงๆด้วยใจเป็นธรรมไปสัมผัสกับผู้คนมากๆอาจารย์ยอมรัยไหมค่ะว่า เป็นเพราะผู้ชายไทยเนี่ย มีทรรศนะคติ มีวัฒนธรรม ความเชื่อ หรือถูกสั่งสอนมาอย่างที่อาจารย์มาลีบอก
สุรวงศ์ – ไม่ปฏิเสธครับ ยังมีเชื้อร้ายเหล่านั้น อยู่ในตัวของผู้ชาย จำนวนมาก ผมถือว่าเป็นการสนับสนุนท่าน สว.ระเบียบรัตน์ด้วย ผมมีเพื่อนคนหนึ่ง ซึ่งวันนั้นเขาอยู่บ้าน แล้วเลี้ยงลูก อุ้มลูก และทำกับข้าว รุ่นพี่อีกคนหนึ่ง ก็เดินเข้าไปเยี่ยม เห็นปั๊บภรรยาไม่อยู่ก็แซวว่า เอ้า วันนี้ผัวไม่อยู่บ้านเหรอ เขาโกรธมาก คล้ายๆกับเออ ผู้ชายกลายเป็นเบี้ยล่างหรือเปล่า ของภรรยาเหรอ สมัยนี้มันไม่ใช่เรื่องของทีมเวิร์คกันเหรอ ถ้าทีมงานมันต้อง ผลัดกันซักผ้า ผลัดกันดูลูกได้ พวกฝรั่งเขาก็ทำกัน
ระเบียบรัตน์ – อาจารย์จะสังเกตไหมว่าผู้ชายถ้าไม่เข้าสังคม ไม่ดื่มเหล้า จะรู้สึกอาย มันแปลกคนที่ทำดีกลับไปถูกมองในทางที่เป็นสิ่งที่ไม่ดี
สุรวศ์ – ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันครับท่าน สว. ว่าสังคมเราทำไมถึงเป็นเช่นนั้น เช่นคนหนึ่งขยำกระดาษลงบนพื้นหน้าตาเฉย อีกคนหนึ่งจะเดินเก็บก็มองซ้ายมองขวา และจะมีคนที่สามมาแซว
จินดารัตน์ – ต้องเท่าเทียมกันด้วยใช่ไหมค่ะอาจารย์ ให้คนนี้ยังไง อีกคนหนึ่งก็ต้องได้เท่าเทียมกัน
สุรวงศ์ – ทีนี้เราไปหยิบเอาภาพหยาบๆมามาว่า ก็มีหลายท่านได้ ทำไมเราจะมีไม่ได้ ไอ้ตัวแก่นจริงๆที่เป็นข้อตกลงที่เขาจัดวัฒนธรรมทางความคิดหรือข้อตกลงที่ดี เมื่อกี้ที่บอกว่าผู้ชายผู้หญิงที่อยู่ด้วยกันแล้วเป็นเช่นไร ไว้ใจได้หรือไม่ ขอโทษนะครับแม้แต่พระพุทธองค์ ก็ยังไม่ไว้ใจเลย หาไม่แล้วจะไม่มีบทบัญญัตินะครับว่า พระจะคุยกับสีกา ต้องไม่คุยในที่ลับตาคน เพราะโอกาสที่มันจะเลยเถิดมันมี
มาลี – เขาไม่ให้สบตาด้วย เขามองข้างล่างไม่สบตาเพราะว่า คือเรื่องของการเป็นอยู่ทางเพศมันร้อนแรง ซึ่งอย่างที่อาจารย์วีรศักดิ์พูด บอกว่า ต้องไม่ไว้ใจตัวเอง คือต้องไม่ตั้งอยู่ในความประมาท
จินดารัตน์ – เพราะฉะนั้นวันนี้ ถ้าหากเราจะพูดถึงวิธีการเอาล่ะวันนี้ประเด็นที่เราได้นำมาพูดคุยกัน ต้องถือว่าเป็นอานิสงไหมค่ะว่า เราได้ปลุกสังคมขึ้นมาพิจารณา
ระเบียบรัตน์ – สมควรอย่างยิ่ง ในฐานะทีทำงานตรงนี้ แล้วรับทราบความทุกข์ ความเศร้าของคน อยากจะให้ประเด็นของสังคม สังคมที่เล็กที่สุดคือครอบครัวได้รับการหยิบยกมา แล้วสิ่งที่ฝากความหวังไว้คือคนในครอบครัวต้องปรับต้องแก้กัน แล้วก็สิ่งที่ฝากความหวังไว้ก็คือกลุ่มสื่อสารมวลชน อย่างรายการโทรทัศน์อย่างนี้ เราเอามาพูดมาคุยกันก็จะเกิดแนวความคิด ใช่ไหมค่ะ เราต้องเคารพแนวความคิดของแต่ละท่าน อย่างสิ่งที่ทำ กราบเรียนอาจารย์สุรวงศ์เลยว่า มันยังเด็กรุ่นใหม่ที่เป็นเด็กผู้ชายมีความห่วงใยสถานะสังคม เวลานี้ ตัวดิฉันเองไปที่พังงา ลูกๆ ผู้ชายระดับมัธยมปลาย คุณแม่ครับทำอย่างไร วัยรุ่นเดี๋ยวนี้มั่วเพศกัน พอผมไม่ทำก็ไม่เข้ากลุ่มกับเขากลายเป็นเชย ตกเย็นจะนั่งมอเตอร์ไซด์เข้าไปในป่าละเมาะ คุณแม่จะมีวิธีการอย่างไร โอ้ โห ชื่นใจ ค่ะอาจารย์ เพราะฉะนั้นสิ่งที่พูดว่าผู้ชายไทยในเวลานี้ คิดดี คิดถูก มีเยอะ วันนี้โทรศัพท์เข้ามาหาบอกว่าผมเห็นด้วยในการที่จะทำให้ครอบครัวมีความรักความอบอุ่น ท่าน สว. สู้ต่อไปนะ ลักษณะนี้ แล้วเรียนอาจารย์อีกอันหนึ่ง ที่ว่าแม้บางศาสนาจะให้มีได้หลายคน โดยบทหลักของความทัดเทียมถือว่า ภรรยานอกให้ความยินยอมภรรยาใหญ่ แต่ร้อยทั้งร้อย ระเบียบรัตน์ไปสัมผัส ไม่มีใครอยากมารองรับ ขอเป็นหนึ่ง เพราะฉะนั้นมีสามีหนึ่งภรรยา จะเป็นแนวทางที่นำมาสู่ความปรองดองและความรัก ความอบอุ่นในครอบครัว
จินดารัตน์ – ดูเหมือนว่าความเห็นของผู้ชมส่วนใหญ่จะเห็นด้วยกับท่านแขกรับเชิญของเราทั้ง 4 ท่าน ค่ะวันนี้ข้อสรุปของแขกรับเชิญทั้ง 4 ท่าน ดิฉันเชื่อว่าคุณผู้ชมได้คำตอบแล้วว่าจะต้องไปเริ่มต้นที่ไหนกันก่อน ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงเลยค่ะ หมดเวลาแล้วค่ะ วันนี้ลาไปก่อนสวัสดีค่ะ
จินดารัตน์ – สวัสดีค่ะคุณผู้ชมค่ะ รายการคนในข่าวค่ะ วันนี้ถ้าหากว่าคุณผู้ชายที่สมรส หรืออาจจะกำลังจะสมรสนะค่ะ อ่านพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์บางฉบับคงจะรู้สึกตกใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับบัตรประชาชนที่มีการพูดคุยกันกับในคณะกรรมาธิการกิจการสตรีเยาวชน และผู้สูงอายุวุฒิสภาเมื่อวานนี้ ที่มีการประชุมกัน และมี สว.ท่านหนึ่งเสนอขึ้นมา เนื่องจากว่าในที่ประชุมมีการพูดคุยกันถึงการแก้ปัญหาการจดทะเบียนสมรสซ้อน ว่าที่เป็นปัญหาอย่างมากเหลือเกินตอนนี้ ว่ามีผู้หญิงร้องเรียนเข้าไปในคณะกรรมาธิการมาก เรื่องนี่ก็เลยเป็นประเด็นขึ้นมา เนื่องจากมีสมาชิกวุฒิสภาท่านหนึ่งก็คือคุณหญิง จินตนา สุขมาก ได้เสนอประเด็นขึ้นมาบอกว่า ถ้าจะแก้ปัญหากัน เอาอย่างนี้ไหม ต่อไปนี้ใครที่แต่งงานแล้ว จดทะเบียนสมรสแล้ว ให้มีหน้าตาของคู่สมรสไปปรากฏอยู่บนบัตรประชาชน ของอีกฝ่ายหนึ่งด้วย รวมถึงชื่อด้วยนะค่ะ ที่จะได้แสดงถึงสถานภาพว่าสมรสแล้ว จะได้ไม่มีปัญหาว่าไปจดทะเบียนสมรสซ้อน
แต่พอข่าวออกมาแบบนี้ หลายๆคนก็เริ่มส่ายหน้าค่ะบอกว่า ไม่ดี มั้ง โดยเฉพาะคุณผู้ชาย ผู้ชายที่แต่งงานแล้วบอกว่ามันจะแก้ปัญหาได้อย่างไร ผมเองบางอย่างก็ต้องรู้สึกว่าต้องสงวนเอาไว้เพื่อทำธุรกิจหรือเพื่อเหตุผลใดๆก็ตาม แต่ฝ่ายหญิงเอง บอกว่ายินดีอย่างยิ่งเลย ก็ไม่รู้ว่าจะเห็นด้วยกับฝ่ายไหนดี แต่วันนี้เราได้เชิญจากหลากหลายวงการหลากหลายอาชีพ และโดยเฉพาะบุคคลคลุกคลีอยู่กับวงการของสามีภรรยา เรื่องของครอบครัว เรื่องของเยาวชน เรื่องของเด็ก มาคุยกัน เพื่อที่จะรู้ว่าแต่ล่ะท่านมีความคิดเห็นอย่างไร เห็นด้วยไม่เห็นด้วยหรือไม่นะค่ะ เราอยากฟังความคิดเห็นของคนทางบ้านด้วย โทรศัพท์เข้ามาได้ แขกรับเชิญท่านแรกไม่มีใครไม่มีรู้จักท่านนี้ ถ้าพูดถึงเรื่องของสามีภรรยา ท่าน สว.ระเบียบรัตน์ พงษ์พานิชค่ะ
ระเบียบรัตน์ – สวัสดีค่ะ
จินดารัตน์ - สว.ขอนแก่น ในฐานะนายกสมาคมเสริมสร้างครอบครัวให้อบอุ่นและเป็นสุขค่ะ ท่านต่อมาท่านผู้ช่วยศาสตราจารย์มาลี พฤกพงษ์สาวลี ค่ะ
มาลี – สวัสดีค่ะ
จินดารัตน์ - จากคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่านเป็นประธานโครงการสตรีและเยาวชนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ค่ะ ท่านต่อมาอาจารย์วีรศักดิ์ โควสุรัต
วีรศักดิ์ – สวัสดีครับ
จินดารัตน์ - รองหัวหน้าพรรคชาติไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการกิจการเด็กเยาวชนสตรีและผู้สูงอายุสภาผู้แทนราษฎร และท่านสุดท้ายวันนี้แล้วมาในฐานะประชาชนคนหนึ่ง และเป็นในฐานะนักวิชาการด้วย แล้วก็ต้องบอกว่าท่านผู้นี้ไปพบปะผู้คนมามากมายหลากหลาย และไปศึกษาคนมาเยอะ อาจารย์ สุรวงศ์ วัฒนากุล
สุรวงศ์ – สวัสดีครับ
จินดารัตน์ - วิทยากรบรรยายอาวุโส สวัสดีค่ะทุกท่าน แต่ว่าวันนี้อาจารย์หลังจากที่คุยกันก่อนที่จะเข้ารายการ ดิฉันว่าความคิดเห็นอาจารย์หลากหลายมากทีเดียว ไม่รู้ว่าเป็นความเห็นส่วนตัวหรือเปล่า เอาไว้ดิฉันไว้ถามทีหลัง นะคะ ก่อนอื่นดิฉันต้องเรียนถามทุกท่านว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ดิฉันขอเหตุผลไว้ทีหลัง แต่ถามท่านระเบียบรัตน์ก่อนเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยค่ะกับที่จะเอารูปไปติดบนบัตรประชาชนอีกฝ่ายหนึ่ง
ระเบียบรัตน์ – ถ้าถามว่าเห็นด้วยไม่ ไม่เห็นด้วยค่ะ
จินดารัตน์ – ค่ะ ไม่เห็นด้วย แล้วอาจารย์ล่ะค่ะ
มาลี – ดิฉันคิดว่าถึงขนาดติดรูปมันจะมากไป น่าจะแสดว่าคู่สมรสเป็นใคร
จินดารัตน์ – ด้วยวิธีไหนเดี่ยวคุยกัน อาจารย์วีรศักดิ์ล่ะค่ะ
วีรศักดิ์ – ข้อเสนอของผู้เสนอเข้าใจว่ามีความกว้างหลากหลายมากว่าที่ถามอยู่ แต่ตอบสั้นๆว่า สะใจ เต็มใจ แต่อาจจะช้าไปแล้ว เห็นด้วยแต่ว่าอาจจะไม่จำเป็นแล้ว
จินดารัตน์ – มันช้าไป เดี๋ยวถามอาจารย์ต่อว่าช้าอย่างไร อาจารย์สุรวงศ์ล่ะค่ะ
สุรวงศ์ – ไม่เห็นด้วยครับ
จินดารัตน์ – พอฟังคำตอบของอาจารย์มาลีกับคุณระเบียบรัตน์ตกใจเหมือนใจกัน เพราะว่าดิฉันมีความคาดหวังอยู่ในใจว่า ท่านสว.ระเบียบรัตน์น่าจะเห็นด้วย ทำไมถึงไม่เห็นด้วยค่ะ
ระเบียบรัตน์ – คืออย่างนี้ค่ะ การที่พยายามที่จะทำให้ฐานะทางครอบครัวเป็นที่ปรากฏนะค่ะ เพราะเวลาแต่งงานปุ๊บ ผู้หญิงเราจะเสียเปรียบทันทีนะค่ะ เป็นสาวกฎหมายคุ้มครอง ผู้ชายข่มขืนผู้หญิงอื่นที่ไม่ใช่ภรรยามีความผิด พอแต่งงานแล้วไมได้รับความคุ้มครอง สามารถข่มขืนได้เสมอนี่อันหนึ่ง อันที่สอง ฐานะของผู้หญิงจะเปลี่ยนไป จากคำหน้า นางสาวกลายเป็นนาง แต่ว่าผู้ชายนายก็คือนายตลอด จะมีภรรยากี่คนก็ชั่ง ทีนี้ดำริของกรรมาธิการกิจการสตรีเยาวชนผู้สูงอายุที่สภา มันทำให้เรามี ความรู้สึกว่าดีขึ้นมานิดหนึ่ง คือ เออ มีข้อคิด ถ้าสมมติว่าได้รับการขานรับ ก็คือ การแสดงสถานะของการสมรสของผู้ชายเริ่มมีขึ้น แต่ไม่จำเป็นแล้วก็ไม่สามารถที่จะไปแก้ไขการจดทะเบียนสมรสซ้อนได้ ถ้าเขาจะทำเวลาไปจีบใคร ไปแสวงหาเมียน้อย เขาก็ไม่พกบัตรประจำตัวไปดูล่ะค่ะ
แล้วคนที่จะมีอาชีพเป็นเมียน้อย หรือแสวงหาแย่งสามีคนอื่นเขารู้อยู่เต็มอก ท่านเสริมศักดิ์ มท.2 เดินไปทางไหน ใครไม่รู้ว่าเป็นสามีคุณระเบียบรัตน์ แต่ยังมีคนที่จะพยายามแย่งชิงอยู่ แล้วทีนี้ในหลักฐานของทางราชการนี้นะค่ะ คอมพิวเตอร์ของกรมการปกครองเรื่องทะเบียนเขาเช็คได้เลยค่ะ มันไม่จำเป็นหรอกค่ะ ที่จะต้องมาใส่แบบนี้ ทีนี้ การที่พี่ไม่เห็นด้วย พี่อายประเทศลาว ลาวเขาทำมาตังแต่ปีมะโว้แล้ว นะค่ะ สิทธิสตรีของเราถ้าทำตรงนี้ออกมา พี่อยากย้ายไปอยู่ประเทศลาว เพราะมันควรได้รับสิทธิตรงนี้นานแล้ว เราหล้าหลังมาก ทั้งๆที่เราบอกว่าเราเป็นประชาธิปไตยมาตั้งแต่ปี 2475 กฎหมายธรรมนูญประกาศชัดเจนมาตรา 30 หญิงชายทัดเทียมกัน พอระเบียบรัตน์ถามว่าป้ายผู้หญิงห้ามเข้ามันมีความหมายอะไร ถูกเผาพริกเผาเกลือ ถูกล่าลายเซ็น เพื่อที่จะถอดถอนจาก สว. มันถึงขนาดนั้นสังคมไทย นะค่ะ เราอยู่บนหลักของความเป็นจริงดีกว่า ถ้าเป็นไปได้พี่อยากให้แก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 30 ยกเลิกไปเลย
จินดารัตน์ – เอาล่ะเรื่องนี้จะให้มามีรูปของสามีหรือภรรยาสมัยนี้มันไม่จำเป็นหรอก
ระเบียบรัตน์ – มันไม่จำเป็นหรอก
จินดารัตน์ – มันเหมือน มันไร้ประโยชน์อย่างนั้นหรือเปล่าค่ะ
ระเบียบรัตน์ – พี่เอง เคยนำเสนอ ว่าความเลื่อมล้ำระหว่างสถานการณ์สมรส เราเสนอทางออกให้ นะค่ะ เพื่อความสมดุลทัดเทียมกัน บอกว่าหญิงชายทัดเทียมกัน พี่มีข้อเสนอคือ จากเด็กชายเป็นนายหนุ่ม แต่งงานแล้วเป็นนาย นะค่ะ แต่ว่าไม่อยากเปลี่ยน ก็จากเด็กชายเป็นนายก็เป็นนายแก่ ทีนี้นายแก่ผู้ชายไม่รับแน่ นะค่ะ เพื่อที่ครอบครัวสมานฉันท์และไม่ต้องเปลี่ยนบ่อยๆ บางคนเปลี่ยนภรรยา 3 เดือน ครั้งหนึ่ง หรือ 1 ปีเปลี่ยนครั้งหนึ่ง ตามเทศกาลวันแห่งความรัก เพราะฉะนั้นใส่สัญลักษณ์ซะ มีวงเล็บ อยู่ระหว่างชื่อกับนามสกุล นายเสริมศักดิ์ (ค) พงษ์พานิช ชัดเจนมาก
จินดารัตน์ – ค ย่อมาจากอะไรค่ะ
ระเบียบรัตน์ – ครอบครัว ค่ะ ครอบครัวค่ะน้องแอน คือนี่คือเราจะแก้ปัญหาครอบครัว แสดงให้เห็นถึงสถานะ
จินดารัตน์ – ว่ามีครอบครัวแล้ว
ระเบียบรัตน์ – ว่ามีครอบครัวแล้ว เอ สมมติพี่ตายไป ค ก็ยังอยู่กับคุณเสริมศักดิ์ เพราะคุณเสริมศักดิ์มีครอบครัวแล้ว มีลูก 3 คน ต้องรับผิดชอบ จะแต่งงานใหม่ก็ไม่ต้องไปเปลี่ยนบัตรประชาชน ถ้าไม่เช่นนั้นต้องเสียงบประมาณทั้งทำ ทั้งถ่ายสมาร์ทการ์ด ใหม่ ชื่อ ภรรยาคนใหม่ รูปภรรยาต้องปรากฏในบัตร พี่ว่ามันไม่จำเป็น
จินดารัตน์ – สิ้นเปลืองด้วย สำหรับผู้ชายบางคนที่กะล่อนเหลือเกิน ถามอาจารย์มาลีบ้าง ทำไมอาจารย์มาลีถึงบอกว่ามันมากไป
มาลี – คือจริงๆแล้ว ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่ ขบวนการสิทธิสตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมาคมบัณฑิตสตรีทางกฎหมายได้พยายามที่จะเสนอมาเป็นเวลานานว่า บัตรประจำตัวประชาชน ควรจะระบุสถานภาพสมรส ซึ่งปรากฏว่าทางกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบ ก็จะบอกว่าทุกๆหน่วยงาน ก็จะขอให้เพิ่มรายละเอียด อะไรต่ออะไรเยอะแยะมากมาย ในบัตรประจำตัว ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ นะค่ะ แต่ว่าในทรรศนะของดิฉันเองคิดว่า สถานภาพเรื่องสมรสมันเป็นเรื่องที่สำคัญ มันเกี่ยวข้องกับความสงบเรียบร้อย และศีลธรรมอันดี ของประชานด้วย
จินดารัตน์ – อาจารย์คิดว่าถ้า ระบุมันจะช่วยได้
มาลี – คือระบุ สถานภาพสมรสไว้ ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องของการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ขนาดนั้นที่จะต้องมีรูปด้วย ดิฉันคิดว่ามันมากเกินไป อาจจะไม่มีความจำเป็น แล้วก็อันนี้เราพูดกันในฐานะที่ว่า เวลาที่ผู้ชายจะแสดงเจตนาในเรื่องของการจดทะเบียนสมรส ผู้หญิงจะไปแสดงเจตนาในเรื่องการจดทะเบียนสมรส นั้นก็จะต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชน นะค่ะ ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทราบ ดิฉันคิดว่าบัตรประจำตัวประชาชน คือ ดิฉันมองจากแง่มุมของอำนาจของรัฐในการที่จะเข้าไปดูแลให้มันเกิดความสงบความเรียบร้อยอะไรทั้งหลาย มองว่าวัตถุประสงค์มันคงขนาดนี้ และก็จริงๆแล้ว ถ้าเกิดว่าฝ่ายหญิงหรือฝ่ายชาย ที่ไปจีบกัน แล้วอยากจะรู้ว่าสถานภาพสมรสเป็นอย่างไร ถ้าจะจริงใจต่อกันจริงๆ ก็เอาบัตรประชาชนให้ดู ซึ่งแต่ถ้ามีรูปด้วยมันอาจจะมากเกินไป ดิฉันคิดว่าของเราก็น่ารัก ดิฉันเห็นบัตรประจำตัวประชาชน ด้านหน้าก็เป็นข้อความของเจ้าของบัตร
จินดารัตน์ – ดิฉันให้ดู เลยดีกว่า ไอ้นี้ได้มาจากศูนย์ข่าว จังหวัดหนองคายของเราเอง ต้องขอบคุณประเทศเพื่อนบ้านจริงๆค่ะ ได้กรุณาให้เราได้ดูตัวอย่าง อันนี้อย่างที่อาจารย์มาลีเล่า ก็คือ ด้านหน้าจะบอกชื่อนามสกุล ของเจ้าของบัตร แต่พลิกมาอีกด้านหนึ่ง ฝั่งนี้ตรงนี้เขาจะเขียนว่า ชื่อผัวหรือเมีย นะค่ะ แล้วอาชีพด้วย ชัดเจนว่าบอกชื่ออย่างเดียวพอแล้ว แค่นี้พอไหมค่ะอาจารย์
มาลี - คิดว่าน่าจะพอ แล้วดิฉันคิดว่า จริงแล้วๆดิฉันบอกว่าเป็นเรื่องของการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ประเด็นนี้มันเลยไปถึงเรื่องการจดทะเบียนครอบครัว นะค่ะ ซึ่งแต่เดิมเนี่ย ผัวเมีย ไม่มีการจดทะเบียนสมรส เป็นที่รับรู้ของญาติมิตรสหาย แต่พอในปี 2478 เราเปลี่ยนระบบกฎหมายครอบครัวใหม่ มาเป็นระบบผัวเดียวเมียเดียว มีเรื่องของการจดทะเบียนสมรส นะค่ะ แต่ทีนี้เพื่อที่จะให้สะดวกกับคนที่ต้องจดทะเบียนสมรส ก็บอกว่าจดได้ทั่วประเทศ นะค่ะ อำเภอไหนก็ได แล้วจะหย่าก็อำเภอไหนก็ได้ เป็นเรื่องของการอำนวยความสะดวก แต่ในขณะที่ความที่มันสะดวกเกิน เลยกลายเป็นดาบสองคม นะค่ะ ดิฉันคิดว่าเราต้องมาตั้งคำถามว่า วัตถุประสงค์ในเรื่องนี้มันเพื่ออะไร แล้วทำขนาดไหนให้มันพอที่จะบรรลุเป้าหมายของเราได้นะค่ะ ถ้าไปถ่ายรูป ถ่ายอะไร ก็จะมีความสลับซับซ้อนมากขึ้น จะต้องไปเปลี่ยนอะไรต่ออะไรทั้งหลาย
จินดารัตน์ – ก็คือเห็นด้วยกับของลาว
มาลี – ของลาว นั่นดี และมีหลายเรื่อง ที่เราอาจจะต้องไปศึกษาจากลาว
จินดารัตน์ – อาจารย์ค่ะ ถ้าหากว่าสามีหรือภรรยาเสียชีวิตไป แล้วด้านหลังล่ะค่ะ
มาลี – ก็ไปแทน บัญชีอะไรก็ว่าไป
จินดารัตน์ – แล้วอย่างไรนะค่ะ จะต้องระบุไหมค่ะ
มาลี – ก็บอกว่าถึงแก่กรรมไปแล้วหรือหย่ากันไปแล้ว เพราฉะนั้นในด้านหลังไม่สามารถที่จะบอกได้ว่า นางสาว ก นางสาว ข นางอะไรต่ออะไร มันไม่ได้ มันจะต้องมีเพียงแค่คนเดียว แล้วเพื่อประโยชน์ที่จะทำให้เกิดความสงบเรียบร้อยและเรื่องของศีลธรรม ดิฉันคิดว่ามีหลายเรื่องที่เราจะต้องไปศึกษาจากลาว ซึ่งถ้ามีโอกาสจะพูดในประเด็นนี้ต่อ ดิฉันคิดว่า มันเป็นเรื่องของการจดทะเบียนสมรส ซึ่ง ปี 2478 เขาอยากจะอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน แล้วเขาก็ทำให้มันสะดวก แต่ทีนี้พอมาถึงจุดนี้แล้ว ต้องมานั่งดูแล้วว่า
จินดารัตน์ - ควรจะเปลี่ยนอะไรไหมค่ะอาจารย์ ทีนี้มาอีกท่านหนึ่งที่ไม่เห็นด้วย อาจารย์สุรวงศ์ อาจารย์ถึงแม้จะยังโสดแต่ก็ไม่เห็นด้วย แล้วล่ะ ทำไมถึงไม่เห็นด้วยค่ะอาจารย์
สุรวงศ์ – ก่อนอื่น ผมขอแสดงความเคารพแล้วก็ชื่นชมในความคิดของผู้ที่เสนอมา เพราะว่า เขาเสนอด้วยความหวังดี ต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคม ของครอบครัว เพียงแต่ว่าเรียนให้ทราบว่าบางที เราอยู่ในบริษัท เรามี กิจกรรมข้อเสนอแนะ ความคิดที่ดีจริง แต่อาจจะงบไม่ลงตัวเวลาไม่ลงตัว คนยังตามไม่ทัน กลายเป็นแก้เปราะนี้ แต่เกิดเปราะใหม่ขึ้นมาที่แก้ไม่ได้
จินดารัตน์ – อาจารย์เห็นปัญหาที่จะตามมาตรงไหน เปราะไหน บ้างค่ะ อาจารย์
สุรวงศ์ – อันดับแรก อย่างของพี่น้องลาว เนี่ย เขาทำเพื่อจัดระเบียบข้อมูลของสังคม เพราะฉะนั้นการเข้ามวย มันเข้าแบบค่อนข้างให้เกียรติประชาชน ถึงเราจะดัดนิสัยเท่าหัวงู อันนี้ก็เริ่มด้วยการดูถูก ว่าดูเหมือนว่าผู้ชายไทยมีจิตสำนึกชั่วร้ายมาก ไร้ศักดิ์ศรี ไปกระทบจิตใจ ถือบัตรประชาชนแบบนี้ มันไม่สบายใจ ตอนเช้า มันดูเครียดทุกวัน
จินดารัตน์ – เพราะมีรูปอีกฝ่ายหนึ่งมาโผล่ด้วย
สุรวงศ์ – ทำนองนั้น อย่างอาจารย์ มาลีว่า คนส่วนใหญ่จะเริ่มรับได้มากขึ้นคือว่า เราทำเพื่อบอกเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ การให้ข้อมูล การติดต่องาน ส่วนหนึ่ง แต่ต้องไม่มีสัญลักษณ์อย่างท่าน สว.ระเบียบรัตน์ ก็ โอเคนะ ถ้ามีรูป จริงๆ ตามกฎหมายต้องถ่ายคนเดียวนะ แต่ผมถามอย่างนี้นะว่าอีก 15 คนเขาจะไม่น้อยใจเหรอ มันเริ่มมีปัญหาขึ้นมาในเชิงจิตวิทยาครอบครัว มันไม่เปลี่ยนต้นทุน ที่ควรจะประหยัด
จินดารัตน์ – อย่างไรค่ะอาจารย์
สุรวงศ์ – เอาเงินอย่างนี้ไปทำประโยชน์อย่างอื่นดีกว่า ไปพัฒนาสำนึกทัศนคติสร้างครอบครัวให้เข้มแข็งดีกว่า ถ้าจะทำบัตรติดรูปของภรรยานะครับ เพื่อจะขจัดคนเจ้าชู้ สร้างตรงนี้ดีกว่า เพราะว่าคงจะช่วยอะไรไม่ได้เยอะ จิตสำนึกต้องเข้มแข็งกว่า เอาอย่างนี้ดีกว่า อย่างคนที่มีภรรยาแล้ว ยังตามไปยุ่งเลยนะ หมายถึงน้องผู้หญิง ใครคิดจะยุ่งกับเมียคนอื่น ต้องไม่อยู่ 5 ไม่
จินดารัตน์ – ไม่อะไรบ้างค่ะ
สุรวงศ์ – ต้องไม่เมา ต้องไม่ละเมอ ต้องไม่ทะเลาะกับเพื่อนสนิท ต้องไม่เล่นการเมือง ต้องไม่ถ่ายไว้ดูเล่น
จินดารัตน์ – แต่ว่าคือ คนที่เห็นด้วย ส่วนใหญ่ เขาจะบอกอย่างนี้ ว่า เอาล่ะถ้าผู้ชายไทยส่วนใหญ่เป็นคนดีอยู่แล้ว ก็ไม่เห็นจำเป็นมากลัวอะไรเลยว่า ดูบัตรประชาชนแล้วเกิดความไม่สบายใจ แสดงว่ามันต้องมีอะไรอยู่ในใจเลยไม่สบายใจ
สุรวงศ์ – ผมว่าอาจจะมีนะ เช่นภรรยาไม่สวยเหมือนคนข้างบ้าน ก็จะมาวิจารณ์ว่ารูปภรรยาเราไม่สวยเลย ก็เป็นไปได้เหมือนกัน แต่มันมีข้อดีอยู่อย่างหนึ่งนะครับท่านผู้ชมครับ คือถ้าเราจะคิดทำบัตรประชาชนที่มีรูปภรรยาอยู่ด้วยนั้น ทำให้คนลืมน้ำมันแพง เป็นการเบี่ยงเบนประเด็นที่น่าสนใจมาก
จินดารัตน์ – แล้วส่วนใหญ่ดูเหมือนผู้ชายส่วนใหญ่ให้ความสนใจ แต่ส่ายหน้ากันหมด
สุรวงศ์ – ส่ายหน้ากันหมด
จินดารัตน์ – ในฐานะที่อาจารย์มอง อย่างที่คนโสดมองหรือเปล่า
สุรวงศ์ - เออ ผมมองในฐานะที่คนทำงานแบบ เอ๊า ไซด์ อิน มอง เขาบอกให้เอาใจเขามาใส่ใจเรา ว่าเอ๊ะถ้าเกิดเราเป็นคนอย่างเขา แล้วไปถือบัตรอย่างนี้เขาจะรู้สึกอย่างไร รู้สึกสบายใจหรือไม่ ผมว่าเขาไม่สบายใจนะ เพราะว่าเดี๋ยวนี้ประชาชนมีเรื่องเครียดพอแล้วนะ เอาโครงการของท่าน สว.และ พัฒนาจิตใจ
จินดารัตน์ – เอางบ ส่วนนี้ไป จัดการเรื่องสติปัญญาดีกว่า
สุรวงศ์ – ผมเองเป็นคนโบราณนะ แต่ผมจำได้ว่าอย่ายุ่งกับผู้หญิงอยู่ 3 คน
จินดารัตน์ – อย่างไหนค่ะ
สุรวงศ์ – 1. ภรรยาผู้อื่น 2. ผู้หญิงซึ่งเป็นนักบวช 3.ผู้หญิงซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของผู้ปกครองที่ยังไม่อนุญาต
จินดารัตน์ - อันหลังนี่ รู้สึกจะโทษหนักสุด
สุรวงศ์ – เพราะว่าอย่างนี้ สังเกตไหมครับว่าบางที พาลูกสาวเขาไปลอยกระทง ลอยกันนาน ตี 3 ตี 4 ผู้ปกครองเป็นห่วงไหม แล้วผมเชื่ออยู่อย่างหนึ่งท่านผู้ชมครับ ใครก็ตามที่เจ้าชู้มากๆ ประหลาดครับ มักจะมีลูกสาว
จินดารัตน์ – เหมือนธรรมชาติลงโทษอย่างนั้นหรือค่ะ
สุรวงศ์ – ต้องกังวล
มาลี – ไม่ทราบ ว่าตอนนั้นได้นึกถึงหรือเปล่าว่าความเจ้าชู้ได้ทำความเสียหายขนาดไหน
สุรวงศ์ – หมายถึงคนที่เจ้าชู้
จินดารัตน์ – หมายถึงอาจารย์
สุรวงศ์ – ผมว่าบางคนก็สำนึกนะ ผมนี้สำนึกมานาน เพราะว่าผมไม่อยู่ในบัญชีรายชื่อผู้ใช้บริการนักเรียนนักศึกษา
จินดารัตน์ – จากคนโสดมาถามคนที่แต่งงานแล้ว อาจารย์วีรศักดิ์ขออนุญาตด้วยความเคารพจริงๆนะค่ะ ว่าแต่งงานแล้วก็เลยต้องตอบว่าเห็นด้วยหรือเปล่าค่ะ หรือว่าในใจจริงอาจจะไม่เห็นด้วยนิดหน่อย
วีรศักดิ์ – ไม่ล่ะครับ อย่างที่คำตอบเมื่อกี้นี้ ยืนยันเหมือนเดิม รักปักใจ เต็มใจ แต่คิดว่าช้าไปหน่อย เพราะว่าอีก 2 ปีเท่านั้น ระบบออนไลน์ของกรมการปกครองจะขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศ เวลานี้ต้องไปสำนักงานใหญ่ๆ ถึงจะออนไลน์ได้ทันที แต่อีก 2 ปีก็จะขึ้นได้หมด
ระเบียบรัตน์ – แต่ตอนนี้ก็ เกือบจะครบแล้วนะค่ะ
วีรศักดิ์ – เมื่อสักครู่ได้ฟังวิทยุ ที่ท่านอธิบดีการปกครองให้สัมภาษณ์ ว่าอีก 2 ปี ผมก็เดาว่า 2 ปี ก็ไปทุกหัวระแหง
จินดารัตน์ – ทุกที่ค่ะ
วีรศักดิ์ – นั้นก็ คือประเด็นหนึ่ง อีกประเด็นหนึ่งก็คือ ถ้าทำทั้งหมด ต้องใช้เงินอีกพอสมควร อณุมานขึ้นมาตอนแรกประมาณ 40ล้าน แต่ภาวะทางนี้ อย่างที่อาจารย์พูด ช่วงระยะเวลาอาจจะไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่ แต่ที่อาจารย์มาลีอธิบายมาชี้ให้เห็นชัดเจน เรื่องวัฒนธรรม เรื่องครอบครัว ที่อยากจะดัดหลังเฒ่าหัวงู อะไรทั้งสิ้น เป็นเรื่องห่วงเรื่องประเด็นครอบครัว แต่คำว่าครอบครัวความหมายมันไม่ได้อยู่ที่ว่า คุณอยู่ในทะเบียนสมรสหรือไม่ มันเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ ความสัมพันธ์ที่ว่านี้ มีตั้งแต่ ปู่ ย่า ตา ทวด เพราะไม่มีบัตร ไม่มีใบสมรสทะเบียนอะไรเขาก็อยู่ได้ คงสถานะของสถาบันครอบครัวได้ ณ บัดนี้ เราอาจจะกำลังให้ความสำคัญกับเรื่องกระดาษเหล่านี้มากไป แต่ผมว่าระบบมันไม่สำคัญ มันดี แต่เพียงสถานะใหญ่ที่สุดที่ห่วงก็คือ ความแตกร้าวสถาบันครอบครัวในสังคมของเราต่างหาก ซึ่งมันจะคงไม่แก้ ด้วยการมีบัตร มีชื่อ มีรูป หรือมีสัญลักษณ์อะไรทั้งสิ้น
เพราะฉะนั้นประเด็นทางด้านวัฒนธรรมต้องถูกจับขึ้นมาเพื่อให้เห็นว่า เอาล่ะนะที่การจะทำอย่างที่ท่านว่า เอาไปทำในเรื่องของการอบรมในนี้ ให้รู้จักว่า ซื่อสัตย์ต่อตนเอง ซื่อสัตย์ต่อครอบครัว ซื่อสัตย์ต่อชีวิต มันมีคุณค่ามากว่า ส่วนจะประเด็นสนุกสนานว่าจะทำให้เครียดหรือไม่นั้น คิดว่าอันนั้นก็ดีทำให้สังคมได้คิดได้อ่าน อะไรเรื่องของเพศสภาพ เรื่องอำนาจ ในสังคมให้ดีขึ้น ผมไม่อยากให้เป็นข่าวขึ้นมาแปบหนึ่ง แล้วเฮฮา โวยกันไปแล้วจบหายไป จะได้ทำหรือไม่ได้ทำไม่ค่อยติดใจเท่าไหร่ เดาว่าคงไมได้ทำ แต่สาระสำคัญอยู่ที่ประเด็นวัฒนธรรม ว่านี่คืออาการอย่างหนึ่งของความเจ็บป่วยของสถาบันครอบครัว จนกระทั่งต้องหาวิธีการแกสารพัด เช่นกินยาพารา จริงๆแล้วอาการของมันแสดงอาการออกมามากแล้ว จนกระทั่งรู้แล้วว่าเรื่องนี้ต้องผ่าตัด มันไม่ใช่เรื่องใช้ยาพาราแล้ว ถ้าพารามันเป็นปลายเหตุแล้ว
จินดารัตน์ – อาจารย์ค่ะ ที่อาจารย์บอกว่าอาการต้องผ่าตัด นี่แสดงว่ามันหนักหนาสาหัสโดยเฉพาะเรื่องกรณีที่บอกว่า มีการจดทะเบียนสมรสซ้อน
วีรศักดิ์ – ประเด็นทะเบียนสมรสซ้อน มันเป็นประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องการรักษาสิทธิ์ระหว่างบุคคลมากกว่า ที่จะพูดถึงเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัว มีคนเยอะแยะที่ไปมีลูกหลานจนกระทั่งออกลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง โดยไม่ทะเบียนสักใบหนึ่ง แล้วก็ไม่มีประเด็นเรื่องสิทธิด้วย แต่มันเป็นเรื่องความสัมพันธ์ เพราะฉะนั้นผมจึงมองว่าถ้าจะพูดถึงเรื่องการผ่าตัดนั้นต้องเห็นก่อนว่าวันนี้มันมีเรื่องความโลภของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโลภทางเพศ เรื่องอะไรต่างๆ อยากจะได้เงินทอง ของคาว เลยต้องมาว่ากันเรื่องสิทธิมากเหลือเกิน จนกระทั่งความสัมพันธ์ในครอบครัวมันกลายประเด็นย่อย
จนกระทั่งบางอันมันไม่กลายเป็นประเด็นเสียเลย อย่างนี้เป็นเรื่องที่น่ากังวล อีกอันหนึ่งที่สถาบันครอบครัวกำลังปะทะอย่างแรงโดยไม่มีทางเลี่ยงเลย คือประเด็นเรื่อง ของ โลกาภิวัฒน์ เรื่องทุนนิยมที่มันครอบงำทุกอย่าง คำว่าทุนนิยมที่เข้ามาครอบงำมันทำให้หลายเรื่องเป็นเรื่องที่ต้องปกป้องตัวเองบ้าง ถ้าไม่จด สินสมรสอะไรต่างมันจะวุ่นวาย ถ้างั้นจดไว้ก่อนดีกว่า เรื่องสัญญาสมรสเลยกลายเป็นเรื่องประเด็นใหญ่ขึ้นมา ทั้งหมดนี้ผมสงสัยว่า แล้วตก ลงรักกันหรือเปล่า ไว้ใจกันหรือไม่ เพราะทั้งหมดมันเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ พูดในประเด็นวัฒนธรรม คือเรื่องความสัมพันธ์ ถ้าความสัมพันธ์ยังอยู่ดีแล้วก็ สิ่งที่เราว่ามาทั้งหมดนี้ก็อาจะไม่จำเป็นก็ได้
จินดารัตน์ – ตกลงว่าวันนี้สิ่งที่อาจารย์กำลังคิดก็คือ ถ้าจะทำมันเสียงบประมาณ มันก็สะใจดี แต่มันช้าไป
วีรศักดิ์ – คือมันก็ แสดงออกเรื่องความต้องการนะครับ แล้วผมก็นั่งดูโหวตในโทรทัศน์เมื่อวานนี้ เห็นมีเสียงโหวตเข้ามา สนับสนุนเยอะมาก นะครับ ซึ่งผมก็ไม่ได้ว่าอะไร ผมก็ยินดีไปด้วย เพราะเมื่อผมได้พบกับประชาชนลาวครั้งแรกเนี่ย เมื่อปีประมาณ 2545 ปลายๆปี สมาพันธ์แม่หญิงลาวมาเยือนประเทศไทยตามคำเชิญของกระทรวงการพัฒนาสังคม โดย พอช. สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน แล้วก็ผมก็ได้เห็นอันนั้นเป็นครั้งแรก และผมก็รู้สึกว่า โอ โห เขาก้าวไปไกลกว่าเรามากเหลือเกิน แล้วเมื่อผมไปอยู่กระทรวงวัฒนธรรมจึงได้เห็นว่า ประเด็นด้านวัฒนธรรมในลาวนั้น เขาเข้มแข็งกว่าเรามากและเขาไม่ได้ติดหรือไหลไปตามประเด็นหรือเติบโตไปในด้านทุนนิยม เพราะฉะนั้นประเด็นนั้นเป็นสิ่งที่เขาภูมิใจมากและอย่างที่ท่านระเบียบรัตน์ได้บอกว่า ท่านยังภูมิใจแทนเขาเลย ผมเองดูแล้วก็รู้สึกภูมิใจแทนเขา ทั้งชายและหญิง แล้วคนที่ชักหน้าเอ็นดู นั้นผู้ชายนะ ชักมาให้ดูเลยด้านหลังเมียผมชื่อนี้ แล้วเราก็ดูด้วยความชื่นชม แต่ก็อีกนั่นแหละ พอกลับมาประเด็นว่า ถ้ามันจะมาดูเรื่องแก้สมรสซ้อน ก็อาจจะเป็นการลงทุนที่คิดว่า ด้วยระยะเวลาที่เรารอและปล่อยมันมานานถึงขนาดนี้ แปบเดียวมันก็แก้ได้มันหมดแล้วในเรื่องสมรสซ้อนนะครับ
จินดารัตน์ – คาดว่าเมื่อมีออนไลน์ครบทุกที่ก็ไม่ต้องกลัวแล้วนะค่ะ เคาะครั้งเดียวก็รู้แล้วว่าจดทะเบียนสมรสหรือยัง
มาลี – ไม่ ค่อยแน่ใจค่ะว่าระบบออนไลน์มันจะมีประสิทธิภาพแค่ไหน เพราะว่าเรามีการจัดสัมมนาเรื่องนี้ที่คณะนิติศาสตร์ แล้วเราก็เชิญตัวแทนของกระทรวงมหาดไทยมาด้วย ซึ่งคำตอบที่บอกขณะนั้น เราไม่มีงบประมาณ แล้วมันยังเชื่อมไม่ได้ แล้วก็โอเคมันมีคนที่พยายามเข้าไปใช้ระบบออนไลน์ก็จะเจอปัญหาหลายอย่างคือประการที่หนึ่งคือว่า คุณจะเข้าไปใช้ได้ไหม มันก็จะมีประเด็นที่ว่าคนที่จะเข้าไปใช้ได้ มันต้องมีส่วนได้ส่วนเสีย คำถามก็คือว่า ส่วนได้ส่วนเสียคืออะไรนะค่ะ ซึ่งก็จะบอกว่าฉันกำลังจะแต่งงานกับผู้ชายคนนี้ ฉันก็เลยอยากจะเช็คดูว่าเขาจดทะเบียนกับใครหรือเปล่า คือมันเป็นเรื่องของการตีความ ว่าส่วนได้ส่วนเสียหมายความว่าอย่างไร เพราะว่านี้มันคือข้อมูลส่วนบุคคล
ซึ่งมันไม่ใช่ว่าจะเข้าไปเช็คได้ง่ายๆ นะค่ะ ประเด็นที่สองก็คือว่า ในเมืองไทยมีชื่อซ้ำ นามสกุลซ้ำ ประเด็นที่สามก็คือว่าการสะกดอะไรมันจะต้องเปรี๊ยะ แบบนั้นเลย สระอิ ยอยักษ์อะไรแบบนั้น พลาดไม่ได้นะค่ะ ดิฉันเองดิฉันไม่มีข้อมูลตรงนี้นะค่ะ แต่ว่าจากความพยายามของคนที่จะพยายามเข้าไป เช็คระบบออนไลน์ ก็ยังมีปัญหาในตัวของมันเองอยู่ แล้วดิฉันคิดว่าปัญหาหนึ่งที่เราต้องยอมรับกันว่า การจด ทะเบียน สมรสซ้อนมันเป็นปัญหาที่สร้างความทุกข์ทรมานให้กับผู้หญิงที่สุดเลย ดิฉันอยากจะเน้นว่าผู้หญิงที่สุจริตเนี่ยอย่างหนักหนาสาหัสนะค่ะ แล้วก็ถ้าเราฟังอย่างผิวเผินเราอาจจะรู้สึกมันไม่เกิด นะค่ะ คุณจะแต่งงาน คุณจะมีความสัมพันธ์กับผู้ชายตรงนี้ คุณจะต้องใช้ความระมัดระวังในการตรวจตราว่าเขาโสดหรือว่าไม่โสด
แต่ว่ามันมีสถานการณ์อะไรหลายๆอย่างๆ ซึ่งถ้าเราลงไปดูรายละเอียดของแต่ละกรณีมันก็จะเห็นว่ามันเกิดสถานการณ์แบบนี้ได้ มันมีกรณีของผู้หญิงคนหนึ่งที่จบปริญญาโท มาจากจุฬาแล้วก็แต่งงานกับอาจารย์มหาวิทยาลัยคนหนึ่งที่สอนทางด้านกฎหมายด้วย นะค่ะ แล้วก็จบปริญญาเอกมาจากต่างประเทศ แล้วก็ผู้หญิงคนนี้เขาบอกว่าเขาไปเยี่ยมครอบครัวของผู้ชายคนนี้แล้วที่บ้านของผู้ชายคนนี้ก็บอกว่าผู้ชายเคยแต่งงานแล้ว แต่เดี๋ยวนี้ไม่แต่งแล้ว เลิกแล้ว ตอนนี้ก็เป็นปัญหามาก เพราะว่าเขาเองก็ตกระกำลำบาก ถ้าจะพูดให้จบมันก็คงยาว เพราะฉะนั้นคิดว่าจริงๆแล้วเรื่องของปัญหาการจดทะเบียนสมรสซ้อน มันเป็นเรื่องของการป้องกันของผู้ที่สุจริตนะค่ะ สุจริต เพราะฉะนั้นสมัยก่อนเนี่ย
สมมติว่าดิฉันเป็นภรรยาคนแรกแล้วมีผู้หญิงอีกคนหนึ่งเนี่ยมาจดทะเบียนสมรสซ้อนดิฉัน เนี่ย มันก็จะมีการไต่สวนกัน ศาลจะเข้ามาทำหน้าที่ในการไต่สวน ว่าคนที่สองสุจริตหรือว่าไม่สุจริต แล้วก็ตัดสินกันตรงนั้น ถ้าคุณสุจริตคุณได้สิทธิอะไร ถ้าคุณไม่สุจริตคุณเสียสิทธิอะไรอย่างไร แต่ว่ากฎหมายมันมีการเปลี่ยนเหมือนกัน คือตอนนี้มันคือสภาวะที่มันรวนเรมาก เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าคนที่เสียหายคือคนที่ถูกหลอกนะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงก็ดีหรือเป็นผู้ชายก็ดี
จินดารัตน์ – เพราะฉะนั้นถามท่าน ณ เวลานี้ อาจารย์มาลีเห็นด้วยว่าควรที่จะเริ่มทำอะไรสักอย่าง
มาลี – ดิฉันเห็นด้วยที่จะต้องปลูกฝังความคิดนะค่ะ ว่าการที่คุณมีเมียแล้วหรือมีสามีแล้วแล้วคุณไปบอกอีกคนหนึ่งว่า ไม่มี มันเป็นเรื่องของการที่คุณทำผิดโดยมโนกรรมที่คุณผิดแล้ว ออกมาเป็นมโนกรรมคุณเที่ยวไปหลอกคนอื่น ต้องกายกรรมไปจดทะเบียนไปอยู่กับเขา คือมันผิดทั้งหมด
จินดารัตน์ – เพราะฉะนั้น วันนี้ถ้าถามถามอาจารย์ว่า เอาล่ะควรจะมีการแสดงสถานภาพสมรสหรือยังมีครอบครัวหรือยังก็ควรทำได้เลย
มาลี – ทำได้สองกรณี คือกรณีหนึ่งเป็นเรื่องของการต้องมาทบทวนว่า กระบวนการจดทะเบียนสมรสของเราที่ทำแบบนี้คือจดวินาทีนี้ เป็นสามีภรรยากันวินาทีนี้ หย่าวินาทีก็เป็น หย่ากันวินาทีนี้ แล้วก็จดที่ไหนก็ได้ทั่วประเทศไทย แล้วเรายังจะทำอยู่หรือเปล่า
จินดารัตน์ – กลับมาทบทวนกันเลยว่า ต่อไปนี้ต้องเปลี่ยนแปลงวิธีการใหม่ อาจะต้องไปจดภูมิลำเนาของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือเปล่าอย่างนั้นหรือเปล่าค่ะอาจารย์
มาลี – ในต่างประเทศเขาก็มี ว่าคุณไปแจ้งความจำนงว่าคุณต้องการจดทะเบียนสมรสกับคนนี้ แล้วเขาก็จะมีขบวนการว่ามีใครคัดค้านไหม โอเค ภายในระยะเวลากี่วัน ว่าให้มาคัดค้านกัน เขาไม่ใช่ว่าแบบประเทศไทยอะไรแบบนี้
จินดารัตน์ – ที่วันนี้ไปจดได้เลย
มาลี – แล้วมันมีเรื่องของการใช้ประโยชน์จากกฎหมายข้อนี้ไปเยอะด้วยวัตถุประสงค์หลายๆอย่าง ดิฉันคิดว่าสิ่งที่เราควรจะต้องพิจารณาเป็นพิเศษก็คือคนที่ถูกหลอกลวง คนสุจริตที่ถูกหลอกลวง แล้วก็ชีวิตของเขาทั้งชีวิตนะค่ะที่มันตกนรกอะไรต่างๆ
จินดารัตน์ - ท่าน สว.ระเบียบรัตน์ฟังอาจารย์มาลีแล้วเห็นด้วยไหมค่ะกับวิธีการหรือว่าการจะต้องกลับไปทบทวน
ระเบียบรัตน์ – คือปัญหาของครอบครัวไปแล้ว มันไม่ใช่ขึ้นอยู่กับการจดทะเบียนสมรสซ้อน เพราะว่าบางคนที่มาสร้างปัญหาให้กับภรรยา มีไม่ต่ำกว่า สองคนสามคนสี่คน แล้วคนที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสตามมาเยาะเย้ยถากถางภรรยา หลวงอีกต่างหาก กอดทะเบียนสมรสไว้เถอะ เขาอยู่กับสามีตัวเองแล้ว แล้วพูดคำหยาบมาก บรรดาภรรยาหลวงที่โทรเข้ามาสมาคมครอบครัวเราเนี่ย จะชอกช้ำมาก เสียใจที่สามีตายจากเราทั้งเป็น เพื่อไปเป็นของผู้หญิงคนอื่น มันไม่จำเป็นต้องเป็นทะเบียนสมรสซ้อนนะค่ะ แต่ว่าความไม่รับผิดชอบมีสูงอยู่แล้ว
จินดารัตน์ – โดยพฤติกรรม
ระเบียบรัตน์ – โดย พฤติกรรมไม่รับผิดชอบทำร้ายจิตใจกับผู้หญิงคนหนึ่งที่มอบทั้งกายทั้งใจ แล้วก็มุ่งหวังจะฝากชีวิตไว้ทั้งชีวิต แล้วก็พยายาม จะความมั่นคงให้เกิดขึ้นกับครอบครัว ให้สิ่งดีๆกับลูกของเรา แต่ความซื่อสัตย์สิ่งที่เป็นคุณงามความดีกับถูกทรยศ ทำไมเขาทำกับเราได้ เสียใจตรงนี้ และสิ่งที่จะเป็นตัวบทกฎหมายนั้น การจะลงโทษ จริงๆแล้วอยากจะให้กระทรวงพัฒนาสังคมเนี่ย ออกมาดูตรงนี้ด้วย น่าจะเป็นเจ้าภาพในการที่จะทำอะไรสักอย่างหนึ่ง การแก้ปัญหาสังคมมันต้องแก้เป็นระบบ เราทำระบบเศรษฐกิจรัฐบาลยังสามารถดึงหน่วยงานกระทรวงต่างๆที่รับผิดชอบ มาทำงานร่วมกัน เพื่อที่จะบูรณาการ กับประเด็นของปัญหาสังคมซึ่งเป็นประเด็นที่ใหญ่ที่สุดเป็นรากฐานที่จะนำไปสู่เรื่องเศรษฐกิจ เรื่องสังคม เรื่องวัฒนธรรม เรื่องการเมือง ทำไมไม่คิดจะบูรณาการกัน กระทรวงเจ้าภาพคือกระทรวง พัฒนาสังคม และ ความมั่นคงของมนุษย์ จะต้องมีความเชื่อมโยงกับกระทรวงวัฒนธรรมนะค่ะ
เราจะปลูกจิตสำนึก สร้างจิตสำนึกอย่างไรให้คนเรามีศีลธรรม จริยธรรม และมีความรับผิดชอบ และเมื่อไหร่ที่จะสมควรที่จะมีครอบครัว เมื่อมีแล้วบทบาทหน้าที่จะต้องทำอย่างไร นะค่ะ กระทรวงศึกษาเข้ามาดูซิว่า ครอบครัวศึกษาสิ่งดีๆที่จะให้ เพศศึกษาหรืออะไรกับวัยรุ่นเยาวชนที่มีผลกระทบ กระทรวงมหาดไทยดูซิว่าระบบของการจดทะเบียนสมรสอย่างที่เป็นจุดอ่อนเนี่ย อย่างที่อาจารย์วีรศักดิ์บอกว่าถ้าทำ 2 ปี จะต้องใช้ถึง 40 ล้าน ถ้าอะไรก็ตามที่มันเป็นเรื่อง ของความมั่นคงของครอบครัวจะเสียเท่าไหร่ ก็ทำไปเถอะ แม้เวลาจะ 1 วันก็ต้องทำ เพราะว่าความเจ็บปวดมันเกิดขึ้น บาดแผลมันลึก แล้วต้นแบบตัวนี้คือต้นแบบเลวร้ายของสังคมนะค่ะ เยาวชนวัยรุ่นอย่าเอาแบบอย่างตรงนี้ติดตามไป แล้วถ้าคนที่มีจิตสำนึกที่คิดไม่ดีแล้ว ทำไม่ดี ไปอยู่องค์กรไหนก็ไม่ดีทั้งนั้น
จินดารัตน์ – เพราฉะนั้นถ้าวันนี้ได้ข้อสรุปว่าเอาล่ะต้องทำกันจริงๆ ค่ะ ไม่จำเป็นต้องมีรูปไม่จำเป็น แต่มีการแสดงสถานภาพให้รู้ว่ามีครอบครัวแล้ว
ระเบียบรัตน์ –อย่างที่พี่บอก ผู้ชายในสถานะของสังคมไทยเราต้องยอมรับว่าผู้หญิงเสียเปรียบมาตลอดเลย นะค่ะ สังคมที่ผู้ชายเป็นใหญ่ ผู้หญิงถูกกระทำอย่างเป็นสมบัตินะค่ะ สิ่งที่พี่บอกว่าความรู้สึกมันดีขึ้นมานิดหนึ่ง ที่กรรมาธิการเขาทำขึ้นมา คือ ได้รู้สถานะของผู้ชาย แต่ไม่มีความจำเป็นเพราะว่าบัตรมันต้องเปลี่ยนบ่อยมาก เพราผู้ชายเขาไม่นิ่ง นะค่ะเขาแสวหาอยู่ตลอด ไม่ได้บอกว่าผู้ชายทุกคนเลวหมด ผู้ชายที่เราเชิดชู เป็นพ่อแบบก็เยอะในสังคมไทย นะค่ะ แต่สิ่งที่มันจะแสดงสถานะหรือสัญลักษณ์มันควรจะมีใช่ไหมค่ะ อย่างที่พี่พูด พี่ไม่ได้หยาบคายนะค่ะ แต่พูดจริงๆเราจะเอาอะไรมาแทน สมมติว่าเราใส่คำว่า ภ มันภรรยาตายมันก็ต้องรู้ แต่ถ้าใส่ ค ก็ตลอด มีลูกกี่คนก็รู้ ว่าคนนี้ มีสถานะหม้ายหรือสมรสมาแล้วนะค่ะ แล้วทำไมใส่ไม่ได้แค่นั้น ใช่ไหมค่ะ
จินดารัตน์ – อาจารย์วีรศักดิ์เห็นด้วยไหมค่ะกับวิธีการที่ สว.ระเบียบรัตน์บอก
วีรศักดิ์ – ผมว่าเรากำลังพูดเรื่องเดียวกันแล้ว ก็คือทำให้เห็นแล้วครับว่าถ้าจะให้มาคอมเม้นให้ความเห็นเฉพาะเรื่องยาพาราเม็ดเดียว ทุกคนบอกว่ายาพาราเม็ดนั้นไม่แก้ปัญหา แล้วก็มีวิธีเสนอวิธีในการผ่าตัดเยอะแยะมากมาย
ระเบียบรัตน์ – และก็มาร่วมกันปลูกจิตสำนึกเหล่านี้
วีรศักดิ์ – ก็อย่างที่ผมพูดว่า สะใจ เต็มใจ แต่มันช้าไป ถ้ามันใช้เฉพาะตัวนี้ มันจำเป็นต้องมาว่าด้วยโครงสร้างใหม่ อาจารย์มาลีได้พูดถึงเรื่องโครงคิดในเรื่องของวิธีการจดทะเบียนครอบครัวใหม่ที่มันไม่ได้ใช่อยู่ตาม พรบ. ที่ใช้อยู่ปัจจุบัน ถ้าเป็นอย่างนั้นที่ให้กระทรวงมหาดไทยเป็นคนดูแลคนเดียวก็อาจะไม่หลากหลายเพียงพอ ท่านสว. ระเบียบรัตน์เห็นว่าต้องมีกระทรวงทบวงกรม แล้วผมก็เชื่อว่ายังมีกลุ่มอื่นๆที่อยู่นอกระบบราชการ ยินดีที่จะเข้ามาคิดเห็นเรื่องนี้ แล้วทำซะ
ระเบียบรัตน์ – หน่วยงานที่ทำงานด้านครอบครัวมาคุยกัน
จินดารัตน์ – ก็คือต้องมาร่วมมือกันและทำไปพร้อมๆกัน อาจารย์สุรวงศ์ค่ะแล้วอย่างนี้ถึงเวลาแล้วหรือยังค่ะ เอาล่ะอย่างที่หลายๆท่านเห็นด้วยว่า น่าจะมีชื่อภรรยาหรือว่า อาจจะแสดงสถานภาพของการมีครอบครัวแล้วอย่าง(ค)เอาไว้ ที่ท่าน สว.บอก ถึงเวลาแล้วหรือยังค่ะว่าผู้ชายไทยต้อง
สุรวงศ์ – ไม่ได้หวังไกลขนาดนั้น ผมหวังแต่เพียงว่าฉันต้องภูมิใจผู้หญิงนะ ผมรักใครชอบใครสักคน ผมสามารถยื่นคำร้อง จะฟรีหรือจ่ายตังค์สัก20 บาท บำรุงรัฐ น่าจะให้หัวหน้าเขตหรือเจ้าหน้าที่บอกคุณได้ว่าคนนี้แต่งงานแล้ว ไม่ต้องบอกรายละเอียดนะครับว่า ภรรยาเขาชื่ออะไร อยู่ที่ไหน เพราะบางทีผู้หญิงบางคนอาจจะไปรำควาญเขา ไปก่อกวนเขาก็ได้ แต่ถ้าทำแบบคนโบราณเขาพูดกัน ว่ารักใครชอบใครต้องดูหัวนอนปลายเท้า สมัยนี้แค่ดูหัวเตียงปลายตีนกัน ว่าเตียงกว้างขนาดไหนดิ้นหล่นไม่หล่น มันก็เรียบร้อยกันไปแล้ว ผมยืนยันว่าที่ท่าน สว.ระเบียบรัตน์พูดนั้น เป็นข้อเท็จจริงที่เชื่อถือได้
แม้จะไม่เป็นทางการไม่ได้ผ่านสำนักงานสถิติ ผมทำงานอบรมมาตั้งแต่ปี 2522 28 ปี แล้วนิสัยผมอีกอย่างหนึ่งก็คือจะแจกเบอร์มือถือผมกับทุกที่ที่ผมไปบรรยาย ว่าถ้าใครมีอะไรอยากปรึกษาเนี่ย ผมยินดีให้คำปรึกษาฟรี กติกาคือโทรมาแล้วกดทิ้งแล้วผมโทรกลับ แล้วจะมีคนปรึกษากับผมเรื่องว่า สามีไปมีคนใหม่ ทิ้งหนูอยู่บ้านคนเดียว ตบตี ทำร้าย หรือบางคนก็โทรมาทำนองว่า เขามีภรรยาแล้วเขามาชอบหนู หรือมีเรื่องไม่ส่งเงินอะไรบ้าง ปัญหาอย่างนี้เยอะมาก ในประเทศไทย เพราะเดี๋ยวนี้มันมีสิ่งยั่วยุเยอะ เดี๋ยวนี้เห็นไหมมีถุงยาง สั่นได้ หรือก่อนนี้ก็มีถุงยางอนามัยเรืองแสง แปลกๆ ยิ่งถุงยางเรืองแสงพอสวมปั๊บปิดไฟตกใจทั้งห้อง นึกว่ามนุษย์ต่างดาวมา ทีเรื่องอย่างนี้เราคิดกันได้ แต่ผมว่าเอาแค่อาจารย์มาลีเสนอ ผมว่าเอาแค่เช็คได้ว่า โสดหรือแต่งงาน ไม่จำเป็นต้องอยู่ในบัตร เอาแค่นี้ก่อนให้คนไทยทำใจรับได้ ผมว่าอินเดีย ผู้หญิงแต่งงานแล้วมีเป็นจุดสีแดงที่หน้าผาก จะบอกผมประจานก็ได้ อยากจะบอกว่าเขายังทำใจได้ เลย ใช่ไหมครับ เพียงแต่อินเดียเขามีมานานแล้ว แต่ทีนี้เมืองไทยเคลื่อนไหวเร็วไปมันรับไม่ทัน
มาลี – แล้วประเด็นมันก็คือการแสดงสถานภาพอันแท้จริงของคุณ เพื่อที่คุณจะไม่ใช้สถานภาพมันไม่ชัดเจนไปแสวงประโยชน์เอาเปรียบคนอื่น
สุรวงศ์ – ผมบรรยายอยู่อย่างหนึ่งครับท่านอาจารย์มาลี เวลาผมบรรยายกับลูกศิษย์ผมบอกว่า กติกาง่ายๆทางความคิดว่า อย่ามันบนฝ่ามือของคนอื่น โปรดอย่ามันบนความมึนของคนอื่น อย่ามันบนความมึนของภรรยา อย่ามันบนความมึนของลูกค้า อย่ามันบนความมึนของประชาชน กรุณาเคารพอยู่ในเกียรติที่อยู่ในใจของเขาหน่อย
มาลี – ซึ่งจริงๆเรื่องนี้ดิฉันคิดว่ามันจะเกี่ยวข้องกับประเด็นที่เราพูดกันถึงเรื่องของการให้การศึกษา คือดิฉันคิดว่าขณะนี้ ปัญหาสำคัญของสังคมไทยก็คือว่า เราสอนผู้หญิงอย่างหนึ่ง เราสอนผู้ชายอีกอย่างหนึ่ง เราสอนผู้หญิงให้ซื่อสัตย์ ให้มีความรับผิดชอบ รักเดียวใจเดียวอะไรต่างๆ แต่เราไม่เคยสอนสิ่งเหล่านี้ให้กับผู้ชายเลย ซึ่งเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้วมาเจอกัน ดิฉันคิดว่ามันเป็นความคิดคนละชุดนะค่ะ ซึ่งในที่สุดแล้วผู้หญิงตก คือมันตกนรกทั้งเป็น เพราะว่าคุณฝันถึงชีวิตครอบครัวที่เป็นสุข มีอบอุ่น พึ่งพิง ฝากผีฝากไข้ อะไรต่ออะไรทั้งหลาย ในขณะที่ว่าผู้ชายเขาไม่คิดเรื่องนี้เลย นะค่ะ ดิฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องที่เราจะต้องทำอย่างยิ่งในแง่ของการศึกษาก็คือว่า มันต้องปลูกฝังตั้งแต่เด็กๆ เพราะไม้แก่มันคงต้องปล่อยไปแล้ว
แต่อย่างน้อยก็กระตุกให้รู้สึกและมีความสำนึก ต่อไปพอแล้วนะอย่าไปเจาะเพิ่ม คนคุณที่บอกว่าเจาะแล้ว รุ่นเหลน รุ่นหลานจะทำให้กระชุ่มกระชวย เป็นยาอายุวัฒนะหยุดซะที ไอ้ค่านิยมผิดๆที่เป็นลบแบบนี้ แล้วสอนลูกเรา รุ่นลูก ลูกผู้ชายอย่าไปทำร้ายลูกผู้หญิง ต้องรู้จักรักนวลสงวนตัวเหมือนกัน เพราะว่าโรคเอดส์มันเยอะแพร่ระบาดในกลุ่มเยาวชนเยอะ แล้วทำอย่างไรลูกเราถึงจะเป็นสุภาพบุรุษ งานบ้านต้องสอนให้ลูกทำเลยนะ งานบ้านต้องเป็นงานของผู้หญิงแบ่งเฉพาะผู้หญิง ตรงนี้ต้องสร้างให้เกิดขึ้นให้ได้ ลูกเราถ้าสมมติเป็นลูกที่น่ารัก ช่วยพ่อแม่หยิบฉวยงานบ้าน พอมีภรรยาเขาก็จะเป็นสามีที่น่ารัก นะค่ะ ซักผ้าก็เป็น ถูบ้านก็เป็น ล้างจานก็เป็น นี้พูดจริงๆ น่ารัก คนทำแบบนี้ไม่จำเป็นต้องบอกว่าทุกคนกลัวเมีย พอมีใครสักคนทำแบบนี้กลายเป็นมนุษย์ประหลาดนะค่ะ แหมไอ้นี้มันกลัวเมีย ช่วยซักผ้า ช่วยล้างจาน ตรงนี้แหละค่ะเราต้องปลูกจิตสำนึกใหม่ และลูกผู้หญิงจะทำอย่างไร ค่านิยมที่จะไปเป็นเมียน้อยเขาเนี่ยจะหมดไป เกียรติยศลูกผู้หญิงคือวันที่เข้าสู่ประตูวิวาห์ ค่ะ เราต้องการให้มีความภาคภูมิใจในการเป็นภรรยา ในการเป็นแม่ของลูก ใช่ไหมค่ะ ผู้อยากได้ผู้หญิง บริสุทธิ์เป็นภรรยา แต่ในขณะเดียวกันผู้ชายเที่ยวล่าผู้หญิง เที่ยวฟันผู้หญิงไปหมด แล้วเราจะหาที่ไหนล่ะ มันก็ต้องรุ่น 50 ขึ้น ของพี่ยังพอเหลืออยู่ แต่รุ่นเล็กๆมันจะไม่ไหวแล้วล่ะค่ะ
จินดารัตน์ – จะขออนุญาตทุกท่านพักกันตรงนี้ ก่อน พอจะมองภาพออกแล้วว่าแนวคิดในเรื่องนี้เนี่ย จริงๆมันมีอะไรมากว่าที่จะแก้ไขปัญหาทะเบียนสมรสซ้อนอย่างที่ทุกท่านแขกรับเชิญของเราได้แสดงความคิดเห็นไป ช่วงหน้ากลับมาดูนะค่ะ ว่าแล้วปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ วิธีการแก้ไข จริงๆแล้วเราพยายามที่จะแก้ไขปัญหานี้กันมายาวนานแล้ว แต่วันนี้ปัญหามันวิกฤตถึงขั้นที่อาจารย์วีรศักดิ์บอกว่าเราต้องหาทางออกมาถึงเรื่องเล็กๆน้อยๆ แบบนี้กันแล้ว มันวิกฤตแค่ไหน สักครู่เดียวค่ะ
จินดารัตน์ – กลับมาช่วงสุดท้ายรายการคนในข่าว ค่ะเรากำลังถกเถียงกันแล้วก็ขอความคิดเห็นจากแขกรับเชิญของเราทั้ง 4 ท่าน เรื่องที่กรรมาธิการของวุฒิสภานั้นได้เสนอให้มีการถ่ายรูปของคู่สมรสหรือระบุชื่อลงไปในบัตรประจำตัวประชาชนของแต่ละฝ่ายนะค่ะว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอย่างไรจะแก้ปัญหาเรื่องการจดทะเบียนสมรสซ้อนได้หรือไม่ คำตอบในช่วงแรกถ้าหากคุณผู้ชมเปิดมาดูไม่ทัน คำตอบส่วนใหญ่บอกว่ามันช้าไปแล้วล่ะ แต่ถ้าจะทำจริงๆมันคงไม่ได้ช่วยอะไรมาก คงต้องเริ่มกลับไปที่จุดเริ่มต้นกันใหม่ คงต้องมีหลายส่วนหลายภาคอย่างที่ท่าน สว. ท่านอาจารย์มาลีบอก และท่านวีรศักดิ์บอกด้วยว่าหลายส่วนหลายภาคที่ว่า เอาละตอนนี้หลายคนกำลังมองว่าปัญหาที่ว่านี้ อย่างที่อาจารย์วีรศักดิ์บอกว่า มันวิกฤตมากขนาดถึง ทำอะไรไม่ได้แล้วจะต้องมามองหา ยาพาราแค่เม็ดเดียวหรือค่ะอาจารย์
วีรศักดิ์ – พอมี คนโยนยาพารามาเม็ดหนึ่งก็มีความรู้สึกว่ามันอาจจะแก้ปัญหาได้ ใช่ไหมครับ ก็คือมันเกิดความหลงไปแล้ว แต่ต้องชื่นชมคนที่คิดประเด็นนี้ออกมาว่าอย่างน้อยที่สุดทำให้มีกำลังใจในการมาสนทนาเรื่องแบบนี้กัน
ระเบียบรัตน์ – ขออนุญาตเสริมนิดหนึ่ง อย่างผู้หญิงที่มีความทุกข์ นะค่ะ จะดีใจหรือพอใจ ดีแล้วที่มีชื่อมีอยู่บนนั้น จะสะใจ แต่หารู้ไม่ว่ามันไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหา นะค่ะ ระเบียบรัตน์ทำงานด้านครอบครัว เห็นใจ เข้าใจลูกผู้หญิงที่สุด แต่อะไรที่มันเป็นไปไม่ได้ อย่าให้เขาหัวเราะเยาะเราเลย นะค่ะ เวลาคนที่เขาไปหาผู้หญิง ไปเสเพล หรือไปจีบผู้หญิง เขาไม่พกบัตรดูหรอกค่ะ หัวใจเท่านั้นแหละค่ะ แล้วอย่าบอกว่าหัวใจมันผูกพันกันอย่างไร ใครผิดใครถูกอย่าพูด ณ วันนี้เราต้องเริ่มกลับมาแล้ว ครอบครัวของเราจะอยู่ต่อไปไหม เราจะรักกันชั่วนิรันดรจนกระทั่งเราตายจากกันไหม เราต้องมาปรับทรรศนะและความรู้สึก ไม่ใช่แบบพอมีอะไร วี๊ดว้ายกระตู้ฮู้ ดีใจอย่างที่อาจารย์วีรศักดิ์ท่านพูด มันไม่ใช่สิ่งที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหา นี่คือสิ่งที่คิด มุมมองอาจจะแปลกใจ เอ๊ะ สว.ระเบียบรัตน์ทำไมถึงไม่มีจุดยืน ทำไมไม่เข้าข้างลูกผู้หญิง แล้วก็ไม่ได้มองว่าผู้ชายนั้นเลวร้าย แต่เราอย่าตกอยู่ในความประมาท เพราะผู้ชายถ้ามีช่องว่างเมื่อไหร่ปุ๊บ มันอาจจะมีปัญหา
มาลี – คือดิฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องของการสร้างวัฒนธรรมใหม่นะค่ะ เพราะว่าเราต้องยอมรับว่าสังคมของเรามันเป็นสังคมผัวเดียวหลายเมีย สังคมอื่นก็เป็นผัวเดียวหลายเมีย แต่ว่าตอนหลังเราก็บอกว่าไม่ดี เอาผัวเดียวเมียเดียว มันถึงจะดี เพราะฉะนั้นปัจจุบัน ผู้หญิงก็ผัวเดียวแต่ผู้ชายยังหลายเมีย คือมันต้องเป็นสังคมเมียเดียวผัวเดียว แล้วเรามาเปลี่ยนในปี 2478 เราเปลี่ยนกฎหมายแต่เราไมได้เปลี่ยนทรรศนะ นะค่ะ ของผู้ชาย ดิฉันคิดว่าถามว่าการที่ผู้ชายมีเมียหลายคนดีไหม คือถามจากจุดยืนของผู้ชาย ก็คิดว่าผู้ชายคงอยากจะมีหลายคน นะค่ะ เพราะมีเกี่ยวกับเรื่องของวัยและมันมีเรื่องของกามอารมณ์ เรื่องของเพศรส ซึ่งโอเค มันผันแปรไปตามวัย นะค่ะ เรื่องของอุปนิสัยใจคอ เรื่องของการเอาอกเอาใจ อะไรต่ออะไร ดิฉันคิดว่าใครๆก็ชอบ มีคนมาห้อมล้อมเอาอกเอาใจ
จินดารัตน์ – จริงหรือเปล่าค่ะ อาจารย์วีรศักดิ์
มาลี – แต่บาง คนเขาอาจจะมีความรู้สึกว่าไม่ เขารักของเขา
วีรศักดิ์ - ที่อาจารย์มาลีพูดมากำลังก้าวข้ามนิดหนึ่ง จากความเป็นนิติศาสตร์ไปสู่ความเป็นเรื่องวัฒนธรรม 2478 กฎหมายแก้ แต่วัฒนธรรมไม่เปลี่ยน นั้นมันก็เป็นอาการแบบนี้มา ถ้าเข้าคำถามถามว่า ครอบครัวผัวเดียวเมียเดียว ดีที่สุดหรือไม่ ผมก็ตอบโดยสัญชาติญาณบอกว่ามันน่าจะดีที่สุด แต่ต้องก็ยอมรับว่า ความเชื่อ และทรรศนะของคนอีกหลายกลุ่ม นอกประเทศไทย หรือแม้กระทั่งในประเทศไทย ภายใต้ความเชื่อของศาสนาและลัทธิต่างๆ ก็มีข้อยกเว้นเรื่องแบบนี้อยู่ แต่ได้สร้างขึ้นมาตามความเข้าใจว่า มันเกิดขึ้นตามสถานการณ์ ภัยสงคราม และความยินยอมพร้อมใจ ไม่ใช่แค่พยักหน้า นะใช่ หรือเป็นความยินยอมพร้อมใจและต้องการที่พึ่งพิงที่มีความมั่นคง อย่างนั้นเป็นเรื่องที่แล้วไป เพราะคุณค่าในการตัดสินวัฒนธรรมนั้น มันไม่ได้แค่เอาสถานการณ์ปัจจุบันมาตัดสินอดีต
ในอดีตมันก็มีความถูกของมันตามวัฒนธรรมนั้นไป มาถึงวันนี้เราเห็นว่า คนทั่วไปส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เห็นว่าครอบครัวเดียว หนึ่งสามีหนึ่งภรรยานั้น น่าจะถูกแล้ว เป็นสิ่งที่ดูแลกัน น่าจะเป็นไปได้ แต่อย่าลืมนะครับว่า วัฒนธรรมมันก็ต้องเปลี่ยนต่อไปอีก แล้วมันจะมาเจอประเด็นของเรื่องคนรักเพศเดียวกัน แล้วไปมีครอบครัวแล้วไม่มีลูก และในที่สุดจะไปสร้างการมีลูกโดยวิธีการทางวิทยาศาสตร์อะไรต่างๆขึ้นมา เห็นไหมครับว่าวัฒนธรรมมันไม่นิ่งอยู่กับที่มันเคลื่อนไปเรื่อยๆ จะอาอะไรเป็นตัวตัดสินมัน แต่ถ้าถามในวันนี้ ผมคิดว่าคนส่วนใหญ่ที่ยังมีความรู้สึกว่าผู้ชายคือตัวสัญลักษณ์ของการเป็นสิ่งที่มั่นคงสำหรับสถาบันอย่างหนึ่งเหมือนกันนั้น อย่าพยายามคิดนอกใจหรือไปทำอะไรวุ่นวายจะดีที่สุด เรื่องนี้ก็ต้องพูดถึงท่านผู้ชมที่เป็นผู้ชายด้วยนะครับไม่ว่าท่านจะเป็นใครก็ตาม สิ่งที่จำเป็นมากๆสำหรับตัวเรามันไม่ได้อยู่ที่อะไรเลยครับ มันอยู่ที่ว่าท่านต้องอย่าไว้ใจตัวเอง
จินดารัตน์ – ค่ะ แต่ถามความเห็นอาจารย์วันนี้ว่า วัฒนธรรมหรือความเชื่อทรรศนะคติในการดำรงชีวิตอย่างที่อาจารย์มาลีบอก ผู้ชายไทยยังเป็นเหมือนเดิมไหมค่ะ
วีรศักดิ์ – คนจำนวนไม่น้อยยังเป็นเหมือนเดิมนะครับ คำว่าเหมือนเดิมหมายถึงอำนาจนิยม อำนาจนิยมคือ ฉันคิดว่าอย่างนี้ดีแล้ว หันไปมองว่าจะเอย่างนี้ได้ไหม ฉันจะมีเมียอีก 2 คน พยักหน้าซิ หรือไม่ต้องทำอะไร นั่งนิ่งๆเฉยๆแล้วก็ไม่ตอบ ไม่พูดอะไรเลย แต่ว่าฝ่ายภรรยาต้องอาศัยพึ่งพิงสามีในทางเศรษฐกิจ ในทางเหตุผลร้อยแปด เพราะว่าลูกกำลังจะออกมายอมก็ยอม นั้นก็อาจเป็นเหตุที่เกิดขึ้นได้ เพราะฉะนั้นมือที่จะครองสถาบันครอบครัวนั้นให้อยู่ได้ จึงต้องเป็นมือทั้งชายและหญิง ของคนสองคน ที่ไม่ใช่แค่ใครคนใดคนหนึ่งเท่านั้น
จินดารัตน์ – อาจารย์ค่ะถ้า ถามถึงสถานการณ์วันนี้ ณ วันนี้ ความคิดของผู้ชายเปลี่ยนไปบ้างไหมค่ะ
วีรศักดิ์ – มีเปลี่ยนไปเยอะ มากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อก่อน ภาวการณ์ เคลื่อนไหวเรื่องสิทธิเสรีภาพหญิงชายนั้น เป็นเรื่องที่ผูกขาดเฉพาะผู้หญิงทำเท่านั้น ผู้ชายไปทำดูเป็นของประหลาด และนี้ไม่ใช่ข้อเปรียบเทียบในเมืองไทยนะ ในต่างประเทศ ในห้องเรียนในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงมากๆของโลก คนที่ไปเรียนอยู่ในคลาสที่เรียกว่า เคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสตรีนั้น มีคนผู้ชายเข้าไป จริงๆเรื่องนี้คนที่เขียนเรื่องนี้ คืออาจารย์ นิธิเดียว ศรีวงศ์ ท่านยกตัวอย่างเลยให้เห็นว่า เพื่อนท่านคนนั้นตั้งใจจะไปช่วยผู้หญิงในทางกลับกันกับถูกผู้หญิงคนนั้นผลักออกมา เพราะเธอเป็นผู้ชายเธอไม่มีวันเข้าใจประเด็นที่ผู้หญิงคิด แต่วันนี้เหตุการณ์เปลี่ยนไปมากครับ คำว่า Gender คือความเข้าใจมิติหญิงชายมันเข้ามามีบทบาทมากว่าคำว่า Familiarize เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็ยังใหม่มากนะครับ ในสังคมการสนทนา แม้ในวงวิชาการเองก็ตาม ผมคิดว่ามันเป็นประเด็นไม่ใช่แค่วิชาการ มันเป็นประเด็นทางวัฒนธรรม มันมีการคิดให้เห็นว่าโลกอยู่ได้ด้วยความมีสุข สมดุลของมัน ซึ่งเวลานี้มันมีมากว่า 2 เพศแล้ว เพศสภาพที่มันเกิดขึ้นนั้น ดังนั้นเนี่ยการทำความเข้าใจกับมันแล้วปรับตัวเองอย่านิ่งอยู่ แล้วไปยึดเอาหลักการอะไรบางอย่าง ที่มันอาจจะถูกเมื่อ 300 ปีที่แล้ว 700 ปีที่แล้ว แล้ววันนี้ก็ยังต้องถูกอยู่ แล้คิดว่าสิ่งที่ดีวันนี้มันต้องถูกต่อไป ในอนาคต ผมคิดว่ามันค่อยๆปรับได้ ทั้งหมดนี้ต้องอย่าใช้ไปด้วยความรุนแรง อาจารย์ท่านก็พูดถูกว่าการปรับเปลี่ยนเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าปรับเปลี่ยนเร็วเกินไปแล้วสังคมเกิดรับไม่ทันมันก็ยุ่ง เรื่องนี้เป็นการสร้างความร่วมมือไม่ใช่การบังคับ
จินดารัตน์ – เพราะฉะนั้นต้องถามอาจารย์สุรวงศ์ อาจารย์สุรวงศ์ค่ะถ้ามองจริงๆด้วยใจเป็นธรรมไปสัมผัสกับผู้คนมากๆอาจารย์ยอมรัยไหมค่ะว่า เป็นเพราะผู้ชายไทยเนี่ย มีทรรศนะคติ มีวัฒนธรรม ความเชื่อ หรือถูกสั่งสอนมาอย่างที่อาจารย์มาลีบอก
สุรวงศ์ – ไม่ปฏิเสธครับ ยังมีเชื้อร้ายเหล่านั้น อยู่ในตัวของผู้ชาย จำนวนมาก ผมถือว่าเป็นการสนับสนุนท่าน สว.ระเบียบรัตน์ด้วย ผมมีเพื่อนคนหนึ่ง ซึ่งวันนั้นเขาอยู่บ้าน แล้วเลี้ยงลูก อุ้มลูก และทำกับข้าว รุ่นพี่อีกคนหนึ่ง ก็เดินเข้าไปเยี่ยม เห็นปั๊บภรรยาไม่อยู่ก็แซวว่า เอ้า วันนี้ผัวไม่อยู่บ้านเหรอ เขาโกรธมาก คล้ายๆกับเออ ผู้ชายกลายเป็นเบี้ยล่างหรือเปล่า ของภรรยาเหรอ สมัยนี้มันไม่ใช่เรื่องของทีมเวิร์คกันเหรอ ถ้าทีมงานมันต้อง ผลัดกันซักผ้า ผลัดกันดูลูกได้ พวกฝรั่งเขาก็ทำกัน
ระเบียบรัตน์ – อาจารย์จะสังเกตไหมว่าผู้ชายถ้าไม่เข้าสังคม ไม่ดื่มเหล้า จะรู้สึกอาย มันแปลกคนที่ทำดีกลับไปถูกมองในทางที่เป็นสิ่งที่ไม่ดี
สุรวศ์ – ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันครับท่าน สว. ว่าสังคมเราทำไมถึงเป็นเช่นนั้น เช่นคนหนึ่งขยำกระดาษลงบนพื้นหน้าตาเฉย อีกคนหนึ่งจะเดินเก็บก็มองซ้ายมองขวา และจะมีคนที่สามมาแซว
จินดารัตน์ – ต้องเท่าเทียมกันด้วยใช่ไหมค่ะอาจารย์ ให้คนนี้ยังไง อีกคนหนึ่งก็ต้องได้เท่าเทียมกัน
สุรวงศ์ – ทีนี้เราไปหยิบเอาภาพหยาบๆมามาว่า ก็มีหลายท่านได้ ทำไมเราจะมีไม่ได้ ไอ้ตัวแก่นจริงๆที่เป็นข้อตกลงที่เขาจัดวัฒนธรรมทางความคิดหรือข้อตกลงที่ดี เมื่อกี้ที่บอกว่าผู้ชายผู้หญิงที่อยู่ด้วยกันแล้วเป็นเช่นไร ไว้ใจได้หรือไม่ ขอโทษนะครับแม้แต่พระพุทธองค์ ก็ยังไม่ไว้ใจเลย หาไม่แล้วจะไม่มีบทบัญญัตินะครับว่า พระจะคุยกับสีกา ต้องไม่คุยในที่ลับตาคน เพราะโอกาสที่มันจะเลยเถิดมันมี
มาลี – เขาไม่ให้สบตาด้วย เขามองข้างล่างไม่สบตาเพราะว่า คือเรื่องของการเป็นอยู่ทางเพศมันร้อนแรง ซึ่งอย่างที่อาจารย์วีรศักดิ์พูด บอกว่า ต้องไม่ไว้ใจตัวเอง คือต้องไม่ตั้งอยู่ในความประมาท
จินดารัตน์ – เพราะฉะนั้นวันนี้ ถ้าหากเราจะพูดถึงวิธีการเอาล่ะวันนี้ประเด็นที่เราได้นำมาพูดคุยกัน ต้องถือว่าเป็นอานิสงไหมค่ะว่า เราได้ปลุกสังคมขึ้นมาพิจารณา
ระเบียบรัตน์ – สมควรอย่างยิ่ง ในฐานะทีทำงานตรงนี้ แล้วรับทราบความทุกข์ ความเศร้าของคน อยากจะให้ประเด็นของสังคม สังคมที่เล็กที่สุดคือครอบครัวได้รับการหยิบยกมา แล้วสิ่งที่ฝากความหวังไว้คือคนในครอบครัวต้องปรับต้องแก้กัน แล้วก็สิ่งที่ฝากความหวังไว้ก็คือกลุ่มสื่อสารมวลชน อย่างรายการโทรทัศน์อย่างนี้ เราเอามาพูดมาคุยกันก็จะเกิดแนวความคิด ใช่ไหมค่ะ เราต้องเคารพแนวความคิดของแต่ละท่าน อย่างสิ่งที่ทำ กราบเรียนอาจารย์สุรวงศ์เลยว่า มันยังเด็กรุ่นใหม่ที่เป็นเด็กผู้ชายมีความห่วงใยสถานะสังคม เวลานี้ ตัวดิฉันเองไปที่พังงา ลูกๆ ผู้ชายระดับมัธยมปลาย คุณแม่ครับทำอย่างไร วัยรุ่นเดี๋ยวนี้มั่วเพศกัน พอผมไม่ทำก็ไม่เข้ากลุ่มกับเขากลายเป็นเชย ตกเย็นจะนั่งมอเตอร์ไซด์เข้าไปในป่าละเมาะ คุณแม่จะมีวิธีการอย่างไร โอ้ โห ชื่นใจ ค่ะอาจารย์ เพราะฉะนั้นสิ่งที่พูดว่าผู้ชายไทยในเวลานี้ คิดดี คิดถูก มีเยอะ วันนี้โทรศัพท์เข้ามาหาบอกว่าผมเห็นด้วยในการที่จะทำให้ครอบครัวมีความรักความอบอุ่น ท่าน สว. สู้ต่อไปนะ ลักษณะนี้ แล้วเรียนอาจารย์อีกอันหนึ่ง ที่ว่าแม้บางศาสนาจะให้มีได้หลายคน โดยบทหลักของความทัดเทียมถือว่า ภรรยานอกให้ความยินยอมภรรยาใหญ่ แต่ร้อยทั้งร้อย ระเบียบรัตน์ไปสัมผัส ไม่มีใครอยากมารองรับ ขอเป็นหนึ่ง เพราะฉะนั้นมีสามีหนึ่งภรรยา จะเป็นแนวทางที่นำมาสู่ความปรองดองและความรัก ความอบอุ่นในครอบครัว
จินดารัตน์ – ดูเหมือนว่าความเห็นของผู้ชมส่วนใหญ่จะเห็นด้วยกับท่านแขกรับเชิญของเราทั้ง 4 ท่าน ค่ะวันนี้ข้อสรุปของแขกรับเชิญทั้ง 4 ท่าน ดิฉันเชื่อว่าคุณผู้ชมได้คำตอบแล้วว่าจะต้องไปเริ่มต้นที่ไหนกันก่อน ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงเลยค่ะ หมดเวลาแล้วค่ะ วันนี้ลาไปก่อนสวัสดีค่ะ


