“สมเด็จพระราชินี” ทรงทุกข์ใจหลังราษฎร 3 จังหวัดชายแดนใต้เดือดร้อนไม่มีที่อยู่-ทำมาหากินไม่ได้เพราะถูกลอบทำร้ายอย่างโหดเหี้ยม-ป่าเถื่อน แจงโครงการพระราชดำริหวังฝึกชาวบ้านป้องกันตัว-ไม่มีเจตนาให้คนไทยฆ่าฟันกันเอง วอนเจ้าหน้าที่รัฐทั้งทหาร-ตำรวจ-ปกครอง รวมพลังดับไฟใต้
วันนี้ (7 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ณพล บุญทับ รองสมุหราชองครักษ์ ในฐานะผู้รับผิดชอบประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในขณะนี้ว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีความทุกข์มากเนื่องจากราษฎรในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งโครงการฯ ของพระองค์ท่านไปถึง ได้เข้าเฝ้าฯร้องเรียนกับพระราชินี เฉพาะใน 5 หมู่บ้าน เช่น ที่วัดตันติการาม ตันหยง ลิมอร์ บ้านป่าไผ่ เป็นต้น โดยมาร้องไห้กอดพระราชินีแล้วบอกว่าพวกเขาอยู่ไม่ได้แล้วเพราะถูกรบกวนในการออกไปทำมาหากิน แม้ยามค่ำคืนก็จะมีคนขับมอเตอร์ไซค์เข้ามายิงกราดคนที่อยู่ในหมู่บ้าน ตอนเช้ามืดออกกรีดยางก็ถูกตัดศีรษะ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทย ทำไมจึงโหดร้ายทารุณป่าเถื่อนมาก แล้วจะให้ราษฎรทำอย่างไรดี
“ราษฎรบอกว่ามีคนในหมู่บ้านใกล้เคียงเขาพูดกันว่า ที่ตรงนี้ต้องเป็นของกู ชาวบ้านขอเฝ้าฯพระราชินีกราบทูลว่าจะให้พวกดิฉันทำอย่างไรดี จะให้ฉันไปจากที่นี่ หรืออยู่ที่นี่ ขอถามท่านคำเดียว ซึ่งพระราชินีทรงตรัสว่าในเมื่อเราเกิดที่นี่ ทำมาหากินที่นี่มาตั้งแต่ปู่ย่าตายาย จะไปที่ไหนกัน ทำไมเราไม่หาทางป้องกันตัวเอง โดยเมื่อวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา สมเด็จพระราชินีทรงขอให้แม่ทัพภาค 4 ส่งทหารมาคุ้มครองดูแล และชาวบ้านมาขอฝึกอาวุธป้องกันตัว จึงเป็นที่มาของโครงการฝึกราษฎรอาสารักษาหมู่บ้าน โดยมีผมเป็นผู้รับผิดชอบ เมื่อถึงเวลาเข้าเวรยามจะได้ช่วยกันดูแลความปลอดภัยในยามค่ำคืน ราษฎรเวลาไปกรีดยาง เก็บเงาะ จะไปเป็นกลุ่ม เพื่อช่วยกันใช้โดยวิธีการลงแขก จะไม่ไปตามลำพัง ปรากฏว่าได้ผล พวกวัยรุ่นมอเตอร์ไซค์ที่เคยก่อเหตุไม่กล้าเข้ามาในหมู่บ้าน ขณะนี้โครงการดังกล่าวได้ขยายไปในพื้นที่ 3 จังหวัดในหลายหมู่บ้าน หลายอำเภอ โดยการร้องขอมาของราษฎรเอง” พล.อ.ณพล กล่าว
พล.อ.ณพล กล่าวอีกว่า ทั้งนี้สมเด็จพระราชินีทรงไม่ต้องการให้ประชาชนแตกแยก จับอาวุธมาฆ่ากัน แต่เพื่อเป็นการป้องกันตัวเอง โดยพระราชินีทรงรับสั่งว่า ผู้บริสุทธิ์มีสิทธิที่จะอยู่บนผืนแผ่นดินนี้ และต้องมีสิทธิ์ในการป้องกันตัวเอง การฝึกอาวุธไม่ได้มีเจตนาไปรังแกใคร และที่ต้องออกมาชี้แจงเรื่องนี้เพราะขณะนี้มีคนไม่หวังดีไปปล่อยข่าว โดยพยายามเบี่ยงเบนว่าสมเด็จพระราชินีฝึกให้คนไทยพุทธจับอาวุธขึ้นมาฆ่ากัน ซึ่งไม่เป็นความจริง เราฝึกทั้งไทยพุทธ และไทยมุสลิม ไม่แบ่งแยกเชื้อชาติศาสนา ที่ไหนเดือดร้อนเราไปจัดตั้งให้ ซึ่งตอนนี้ขยายผลจัดตั้งเป็นกองพันในพื้นที่ 3 จังหวัดแล้วถึง 3 กองร้อย รวมกันเป็น 1 กองพัน (1 กองร้อยมี 120 คน) โดยได้รับการสนับสนุนอาวุธปืนลูกซองจากหน่วยงานกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ในการเฝ้าเวรยาม โดยมีทหารพรานไปช่วยฝึกให้กับชาวบ้าน”พล.อ.ณพล กล่าว
พล.อ.ณพล กล่าวต่อว่า แต่ก่อนชาวบ้านทำมาหากินไม่ได้ ตอนนี้ชาวบ้านได้รวมกันจัดตั้งเป็นกองพันใน 3 จังหวัดแล้ว คือ จ.นราธิวาส ยะลา และปัตตานี รวมกันได้จังหวัดละ 7 กองพัน ฝ่ายตรงข้ามที่จะเข้ามาก่อกวนก็ไม่กล้าเข้ามา และหลังจากที่มีไทยอาสาป้องกันรักษาหมู่บ้านนี้ขึ้นมาแทบจะไม่มีใครถูกทำร้าย มีเสียชีวิตไปสองคน ขณะออกไปทำธุระในเมืองเพราะถูกซุ่มยิง แต่หากพวกเขารวมกลุ่มกันเขาจะมีชีวิตรอด นอกจากนี้ สมเด็จพระราชินีทรงทำโครงการอีก 2 โครงการคือ โครงการจัดตั้งฟาร์มในหมู่บ้านเพื่อสร้างงานให้แก่ชุมชน เช่น ปลูกผัก เลี้ยงเป็ด เลี้ยงแพะ เป็นต้น เพื่อจะได้มีอาหารกินอย่างต่อเนื่อง และยังมีธนาคารข้าวสำรองไว้กินยามฉุกเฉินตลอดปี โดยไม่ต้องออกไปทำมาหากินข้างนอก เวลานี้ทำไปแล้วกว่า 10 หมู่บ้าน โดยมีเป้าหมายจะทำให้ครบทุกตำบล ทั้งนี้มีผู้ถวายเงินแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ ในวโรกาสพระชนมายุครบ 72 พรรษา ซึ่งพระองค์ท่านได้ทรงนำมาช่วยเหลือในโครงการเหล่านี้ด้วย ส่วนกลุ่มก่อการร้ายไปจัดตั้งชาวบ้านในหลายหมู่บ้านขยายจาก 10 คน เป็น 20 คน จะแยกกันดูว่าใครมีความสัมพันธ์กับเจ้าหน้าที่ก็จะส่งสัญญาณให้ไปเก็บ แล้วโยนความผิดให้เจ้าหน้าที่ว่าเป็นผู้ทำร้าย
“สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงตรัสด้วยว่า บุคคลเหล่านี้ถือเป็นกองทัพหน้าของประเทศ เขาเสี่ยงอันตรายในพื้นที่ เราต้องช่วยเหลือพวกเขา ทั้งที่ อ.ปานาเระ ต.ท่าน้ำ ที่ถือเป็นพื้นที่มีภัยคุกคาม เขาคุมพื้นที่ได้หมด ส่วนที่ อ.ปะริด และที่ อ.สายบุรี ก็น่าสงสาร มีชาวไทยพุทธ และชาวไทยมุสลิมอยู่รวมกัน เวลากลางคืนพวกก่อการร้ายจะเอาระเบิดน้ำมันโยนใส่บ้านชาวไทยพุทธ และเล้าไก่ที่มีประมาณ 500 ตัวก็ตายหมด เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีกหลายอำเภอ ผู้ก่อเหตุหวังไม่ให้ชาวบ้านอยู่เป็นสุข ถึงมีที่ดินเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. 2,000 ไร่ ชาวบ้านก็ไม่สามารถทำมาหากินได้เพราะถูกเผา ถูกทำลายหมด เขาพยายามจะให้ไทยพุทธออกไปจากพื้นที่ให้หมด ผู้ใหญ่บ้านก็ถูกยิง อยู่ไม่ได้ แม้แต่ระบบน้ำประปาผู้ก่อเหตุก็ทำลายเพื่อไม่ให้มีน้ำใช้” พล.อ.ณพล กล่าว
พล.อ.ณพล ยังกล่าวถึงกลุ่มก่อการเริ่มปรับกลยุทธ์ใหม่ว่า กลุ่มดังกล่าวจะออกข่าวหาว่าทหารไปทำชาวบ้านท้อง เพื่อต้องการกดดันให้เราออกไป จะได้ทำงานได้เต็มที่ ซึ่งที่ จ.ยะลา เดือนที่แล้วโดนฆ่าตัดคอไป 7 คน มีครูใหญ่อยู่ด้วย ไทยพุทธ 3 คน มุสลิม 4 คน ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เลวร้ายมาก ส่วนพื้นที่สุไหงปาดี เจาะไอร้อง ระแงะ จะแนะ แว้ง สุขริน และบาเจาะ ไม่ต้องพูดถึง เขาโรยเรือใบ ตะปู พระราชินีทรงอ่านหนังสือพิมพ์ตอนเช้า เอาอีกแล้ว เขาเผาโรงเรียนในตำบลสุไหงปาดี 12 หมู่บ้าน เป็นไทยพุทธ 8 หมู่บ้าน กลางคืนมีคนเอาปืนมากราดยิงเข้าไปในบ้าน เพื่อให้คนอพยพออกไปให้ได้
พล.อ.ณพล กล่าวต่อว่า ขณะนี้ต้องผนึกกำลังร่วมกันทุกฝ่าย ทั้งตำรวจทหาร จะมาเถียงกันไม่ได้แล้ว ต้องลงไปทำงานร่วมกัน หลายหมู่บ้านเรากำหนดจุดคนร้ายให้ออกไปจากหมู่บ้านนี้ได้ แต่เรายังไม่สามารถทำอะไรได้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสดๆ คือ นายนุ้ย และลูกสาวออกไปกรีดยางตามปกติในเวลาตี 4 ขณะที่กำลังติดต่อกันทางโทรศัพท์กันนั้น จู่ๆ เสียงโทรศัพท์ของพ่อกลับหายเงียบไป จึงรีบขับรถมอเตอร์ไซค์มาดูปรากฏว่าพ่อถูกยิงที่แขน ขณะเดียวกันพ่อก็สู้ โดยยิงฝ่ายตรงข้ามเข้าที่ท้องไป 3 นัด จนบาดเจ็บ และคนร้ายก็หนีเข้าไปซ่อนตัวที่มัสยิด เราเอากำลังไปล้อม เขาบอกว่าต้องไปเอาหมายจากศาลถึงจะยอมให้เข้าไปในมัสยิดได้ นี่คือวิธีการที่เขาใช้ในการกำบัง และนำมวลชนเข้ามาป้องกัน ซึ่งจุดประสงค์ในขณะนี้เป็นที่แน่ชัดว่าต้องการที่จะแบ่งแยก
“ผมไม่ได้พูดเพื่อให้เกิดความแตกแยก แต่ด้วยความโหดร้ายทารุณ การฆ่าตัดคอมีความถี่สูงขึ้นมาก เหตุการณ์ป่าเถื่อนที่เกิดขึ้นในขณะนี้มีการนำแผ่นซีดีออกมาเผยแพร่ภาพการตัดคอใน จ.ปัตตานี ตรงนี้น่าเป็นห่วง หากยังขืนปล่อยให้เหตุการณ์ลุกลามบานปลายอย่างนี้บ้านเมืองก็คงจะแย่ การแถลงข่าวนี้ไม่มีเจตนาจะทำให้เกิดความแตกแยกของคนในชาติ แต่จะวิงวอนให้คนในชาติช่วยกันจะทำอย่างไรให้เกิดสันติสุขใน 3 จังหวัด ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มลามไปใน จ.สงขลา ที่ อ.เทพา และสะบ้าย้อยแล้ว เราจะไม่เกี่ยงกันว่าเป็นหน้าที่ของฝ่ายใด เพราะถึงเวลาที่ประชาชนต้องรวมพลังกันแล้ว” พล.อ.ณพล กล่าว
ส่วนโครงการพระราชดำริอีกหนึ่งโครงการนั้น พล.อ.ณพล กล่าวว่า คือหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อจัดสร้างบ้านให้แก่ครอบครัวที่เสียชีวิตใน 3 จังหวัด ทั้งเจ้าหน้าที่ และชาวบ้าน พระราชินีทรวงรับสั่งว่าอยากตอบแทนบุญคุณผู้เสียชีวิตเพื่อประเทศชาติ ไม่จำเป็นต้องเป็นพุทธ หรือมุสลิม โดยจะสร้างบ้านให้ทุกครอบครัวที่เสียชีวิตแปลงละ 2 ไร่ มีสิ่งจำเป็นพื้นฐานเข้าอยู่ได้ทันที มีอาคารฝึกงาน ฝึกอาชีพพร้อมในหมู่บ้าน บนเนื้อที่ 300 ไร่ เพื่อให้ชาวบ้านมีความเป็นอยู่ที่ดี


