xs
sm
md
lg

ศาลยกฟ้องคดีบุกรุกที่ดินสปก.ลำพูน

เผยแพร่:

ลำพูน / ศาลลำพูนตัดสินไม่ลงโทษชาวบ้านในข้อหาบุกรุก ทำลายทรัพย์สินในที่ดินสปก. เหตุไม่มีพยานหลักฐานชัดแจ้งมัดตัวจำเลย ชาวบ้านเผยยกคำตัดสินเป็นบรรทัดฐานในการให้ชุมชนร่วมปฏิรูปที่ดิน พร้อมเดินหน้าเรียกร้องสิทธิที่ดินจากรัฐบาลต่อไป

ปัญหาการขาดแคลนที่ดินทำกินของเกษตรกร อันเนื่องมาจากไม่มีการกระจายทรัยพากรที่ดินอย่างเป็นธรรม และมีการครอบครองที่ดินอย่างผิดกฎหมาย เป็นเหตุให้เกษตรกรพื้นที่จ.ลำพูนเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการถือครองที่ดิน การออกเอกสารสิทธิครอบครองที่ดินทำกิน และดำเนินการเข้าไปปฏิรูปที่ดินโดยชุมชนตั้งแต่ปี 2542 ในพื้นที่ที่มีการถือครองโดยไม่ถูกต้อง จนเป็นเหตุให้หน่วยงานรัฐ และผู้ครองครองฟ้องคดีบุกรุกที่ดินและทำให้เสียทรัพย์ และฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายเป็นจำนวน 26 คดี และตัดสินไปแล้ว 3 คดี

วันนี้(15 มิ.ย.) เมื่อเวลา 10.00 น.ห้องพิจารณาคดีที่ 1 ศาลจังหวัดลำพูน ผู้พิพากษาอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อ.1611/45 สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร(สปก.) จ.ลำพูนมอบหมายให้พนักงานอัยการจังหวัดลำพูนเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสุแก้ว ฟุงฟู พร้อมพวกรวม 15 คน ในฐานะแกนนำพาชาวบ้านจำนวน 150-300 คนเข้าบุกรุกที่ดินในเขตสปก.ในเขตพื้นที่ ต.น้ำดิบ ต. มะกอก และ ต.นครเจดีย์ อ.ป่าซาง จ.ลำพูน เมื่อวันที่ 17 ม.ค.2545 ในข้อหาบุกรุกที่ดิน ทำลายทรัพย์สินและสิ่งปลูกสร้าง และทำไม้สัก

ผู้พิพากษาอ่านคำตัดสินโดยมีใจความสำคัญคือ จากพยานโจทก์อันได้แก่ พนักงานปฏิรูปที่ดิน จ.ลำพูน กลุ่มผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่ตำรวจ พนักงานสอบสวน ไม่สามารถชี้ระบุได้อย่างชัดเจนว่าพบเห็นจำเลยในขณะที่เกิดเหตุการณ์ ต่างรับฟังคำบอกเล่ามาอีกทอดหนึ่ง แม้พยานซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะระบุว่าเห็นจำเลยแต่ก็เป็นระยะห่าง 200-300 เมตร อีกทั้งพบเห็นภายหลังจากเกิดเหตุการณ์บุกรุก

เพราะฉะนั้นจากคำให้การของพยานโจทก์มีการเห็นจำเลย แต่ไม่มีพยานหลักฐานมั่นคงว่าเป็นจำเลยกระทำผิดในฐานะผู้บุกรุก ทำลายทรัพย์สิน และการทำไม้ จึงยกประโยชน์ให้จำเลย

นายสุแก้ว ฟุงฟู จำเลยที่ 1 กล่าวภายหลังฟังคำพิพากษาคดีว่า คดีนี้ศาลยกฟ้องทั้งหมดเพราะไม่มีพยานชี้ว่าชาวบ้านทำความผิด และในความเป็นจริงทุกพื้นที่ที่ชาวบ้านเข้าไปทำประโยชน์โดยไม่มีเจตนาเข้าไปบุกรุกที่คนอื่น เพราะล้วนเป็นที่สาธารณะที่ใช้ร่วมกันแต่ออกเอกสารสิทธิไม่ชอบ หรือเป็นที่สปก. ที่ถูกปล่อยรกร้าง ถ้าชาวบ้านไม่เข้าไปปฏิรูปที่ดินโดยชุมชน ก็ไม่มีการตรวจสอบ

สำหรับคดีนี้ซึ่งเป็นที่ดินสปก. ผิดตั้งแต่ต้นคือเอาที่ดินสปก.ที่ต้องแจกให้เกษตรกรแต่เอาไปให้คนรวย ดังที่ตอนนี้สำนักงานปฏิรูปที่เพื่อการเกษตรสั่งให้ผู้ครอบครองที่ดินสปก.ในคดีนี้สิ้นสิทธิไปแล้ว 6 ราย 9 แปลง ดังนั้นการยกฟ้องครั้งนี้จะเป็นบรรทัดฐานให้กับสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรว่าก่อนที่จะแจกให้คนอื่นต้องมีการตรวจให้มากกว่านี้ ต้องให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมมากกว่านี้ ไม่ใช่รัฐเป็นผู้ทำให้เกษตรกร เพราะชาวบ้านจะรู้ว่าใครบ้างที่สมควรได้

นายรังสรรค์ แสงสองแคว จำเลยร่วมในคดีนี้ กล่าวเสริมว่า การพิพากษาในวันนี้เป็นเรื่องของการฟ้องบุกรุกทำลายทรัพย์สิน ซึ่งยังมีอีกหลายคดีต่อจากนี้ ส่วนเรื่องสิทธิในที่ดินยังไม่มีข้อยุติ ชาวบ้านจะต้องดำเนินการเรียกร้องจากรัฐต่อไป เพื่อให้เกิดการปฏิรูปที่ดินโดยชุมชน .
กำลังโหลดความคิดเห็น...