xs
xsm
sm
md
lg

คนลำพูนฟื้นพิธีแห่ช้างเผือกหวังแก้ปัญหาทรัพยากร

เผยแพร่:   โดย: สำนักข่าวประชาธรรม

ลำพูน/ เครือข่ายประชาชนลำพูนสานใจพลิกฟื้นประเพณีแห่ช้างเผือก หวังกู้วิกฤตลุ่มน้ำลี้ คาดประชาชนเข้าร่วมพิธีอย่างคับคั่ง พร้อมขบวนแห่จากปลายน้ำสู่ต้นน้ำร่วม 180 กิโลเมตรในระหว่างวันที่ 1-14 มิ.ย.นี้

นายอนันต์ วังเวียง ประธานเหมืองฝายลุ่มน้ำลี้ และประธานกรรมการจัดงานฟื้นฟูการแห่ช้างเผือก เผยถึงสาเหตุการจัดงานครั้งนี้ว่า กระแสการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมในตลอดระยะ 30 ปีที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบโดยตรงกับชุมชน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งการพัฒนาดังกล่าวได้ละเลยต่อวิธีชุมชน ขนบธรรมเนียมประเพณีที่เชื่อมประสานผู้คนต่างๆไว้ด้วยกัน จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะพลิกฟื้นความร่วมมือของชุมชนอีกครั้ง

นายอนันต์ กล่าวว่า ครั้งอดีตในสมัยของครูบาศรีวิชัยเป็นต้นมา ผู้คนในลุ่มน้ำลี้ทั้งหมดเคยร่วมกันแห่ขบวนช้างเผือกจากปลายน้ำไปถึงต้นน้ำ เพื่อไปสักการะบวงสรวงขุนน้ำลี้ และเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ตามคติความเชื่อจากเรื่องพระเวสสันดรชาดก แต่ระยะหลังคนลำพูนกลับไม่ให้ความสำคัญ ประเพณีนี้จึงสูญหายไปกว่า 20 ปี

"ทางผู้จัดก็คาดหวังว่าประเพณีนี้จะสามารถพลิกฟื้นความร่วมมือของชุมชนขึ้นมาได้ และอาจนำไปสู่การรวมตัว รวมใจสร้างเครือข่ายคนในลุ่มน้ำลี้ทั้งหมด เพื่อนำไปสู่การแสวงหาทางออก และฟื้นฟูแก้ไขปัญหาทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า อย่างยั่งยืนและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย" นายอนันต์ กล่าวทิ้งท้าย

อนึ่งลำน้ำลี้เป็นแม่น้ำสาขาของลำน้ำปิง ที่มีความสำคัญต่อของคนลำพูน ครอบคลุมพื้นที่1,300,392 ตารางกิโลเมตร และหล่อเลี้ยงพื้นที่ทางการเกษตรถึง 4 อำเภอ คือ อ.ทุ่งหัวช้าง อ.ลี้ อ.บ้านโฮ่ง กิ่งอ.เวียงหนองล่อง และพื้นที่บางส่วนของอ.แม่ทา และอ.ป่าซาง โดยมีต้นกำเนิดจากดอยสบเทอม ซึ่งอยู่ระหว่างเขตอ.แม่ทา อ.ป่าซาง จ.ลำพูนและเขตอ.เสริมงาน จ.ลำปาง

ทั้งนี้การแห่ช้างเผือกนั้นจะเริ่มต้นเดินท้าวจากสถานีอนามัยบ้านดงหลวง กิ่งอ.เวียงหนองล่อง ไปจนถึงป่าชุมชนบ้านหนองหลัก ต.ตะเคียนปม อ.ทุ่งหัวช้าง จ.ลำพูน รวมระยะทางประมาณ 180 กิโลเมตร ส่วนรายละเอียดกิจกรรมของประเพณีแห่ช้างเผือก จะประกอบไปด้วย 1.พิธีกรรมทางศาสนา เช่น ทำบุญตักบาตร เลี้ยงพระ 2.พิธีกรรมความเชื่อ เช่น การเลี้ยงผีขุนน้ำ สืบชะตาแม่น้ำ 3.เวทีวิชาการ นิทรรศการ รวมถึงกิจกรรมรณรงค์จากเยาวชน การปลูกป่า และการแสดงศิลปพื้นบ้านประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่น ในระหว่างวันที่ 1-14 มิ.ย.นี้ ผู้สนใจสามารถติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0-5356-1137,0-5356-3780.