xs
xsm
sm
md
lg

ปราบมาเฟียภาค 2 อย่าคำนึงแต่ผลทางการเมือง

เผยแพร่:   โดย: "เซี่ยงเส้าหลง" และทีมข่าวการเมือง

•• ดู ๆ แล้วเหตุการณ์ใน ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวานซืนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ลงมาประกาศศึกกับ มาเฟียคุมตลาด แล้วก็แปลกดีที่เสมือนเป็น ภาพย้อนยุค กลับไปเมื่อ 3 - 4 ปีที่แล้ว รัฐบาลชุดนี้เริ่มต้นด้วยชุดยุทธศาสตร์ ทำสงครามกับผู้มีอิทธิพล ที่ว่าแปลกก็มีอยู่ 2 ประการ ประการหนึ่งเกิดอะไรขึ้นกับประสิทธิภาพในการทำสงคราม 3 – 4 ปีผ่านไปยังปราบไม่ได้แม้ มาเฟียระดับปลายแถว อีกประการหนึ่งดูเหมือนท่านผู้นำของเราเริ่ม หมดมุก ต้องหันกลับมาสู่ ชุดยุทธศาสตร์เดิม เหมือนกำลังทำหน้าที่ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในขณะที่เรื่องใหญ่ ๆ อย่างวิกฤตจังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ เวลานี้ยกให้เป็น หน้าที่ ของ นายกรัฐมนตรีคนที่ 2 แห่งรัฐบาลสมานฉันท์แห่งชาติในทางปฏิบัติ คือ อานันท์ ปันยารชุน กับ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงที่ได้รับมอบอำนาจจริง ๆ เป็นครั้งแรก คือ พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ ยอมรับว่าโดยภาพรวมแล้ว ดูดี, ผ่อนคลาย แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าต่อไปภายภาคหน้าอีก 3 – 4 ปีเราคนไทยทั้งมวลยังจะต้องชม ภาพย้อนยุค ภาพเดียวกันนี้อีกหรือไม่

•• เพราะหากจะ เอาจริง กันแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีศักยภาพเหนือใครทั้งมวลที่จะ ทำลายล้างระบบผู้มีอิทธิพลยุคเก่า อย่าว่าแต่เพียงแค่ มาเฟียคุมตลาด เท่านี้

•• นั่นก็เพราะตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เองคือ ผู้มีอิทธิพลยุคใหม่, เจ้าพ่อรุ่นใหม่ ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงและสร้างสรรค์ ระบบการเมืองใหม่ ณ ที่นี้ต้องให้เครดิตท่าน ไม่ต่ำกว่า 50 % ส่วน อีก 50 % เป็นสิ่งที่ได้มาจาก รัฐธรรมนูญ 2540 จากแนวคิดผสมผสานกันหลายส่วนโดยมีรากฐานหลักมาจาก นักกฎหมายมหาชนรุ่นใหม่ และนำมาขับเคลื่อนเป็นรูปธรรมโดย บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ผ่านช่องทาง สภาร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อ 8 – 9 ปีก่อน “เซี่ยงเส้าหลง” ว่านอกจาก โดยระบบ แล้วนายกรัฐมนตรีคนที่ 23 คนนี้ยังมีช่องทางที่ทำได้ไม่ยาก โดยส่วนตัว ที่รู้จักมักคุ้นกับ ทุกเสธ. อีกต่างหาก

•• หากพิจารณาในเชิง ระบบ แล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มองในมุมหนึ่งก็เป็น ผลิตผลจากรัฐธรรมนูญ 2540, ผลิตผลจากการปฏิรูปการเมืองครั้งที่ 1 และ ผลิตผลของวิกฤตเศรษฐกิจ ที่ สมบูรณ์แบบ เพราะสารัตถะหลักของ รัฐธรรมนูญ 2540 และ การปฏิรูปการเมืองครั้งที่ 1 ทั้งกระบวนหากนำมาพิจารณาในเชิงเศรษฐศาสตร์การเมืองแล้วจะพบว่าเอื้อประโยชน์แก่ กลุ่มทุน ที่ สนธิ ลิ้มทองกุล เคยขนานนามไว้ ณ ที่นี้แล้วตั้งแต่เมื่อ ปี 2538 ว่า Mature Capital Force หรือ ทุนชาติที่เป็นพันธมิตรกับทุนนานาชาติ(และนักบริหารทุนอาชีพ) ที่เติบโตขึ้นมากในยุค ทศวรรษที่ 2530 ให้เข้ามาสู่วงในอำนาจรัฐทดแทน นักเลือกตั้ง และ กลุ่มทุนท้องถิ่น-อิทธิพลท้องถิ่น ด้วยมาตรการหลากหลายโดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้าง กลไกใหม่ เพื่อให้เกิดระบบ Strong Prime Minister ที่หมายถึง มาตรการทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพ-นายกรัฐมนตรีมีภาวะความเป็นผู้นำสูง อาทิ ปาร์ตี้ลิสต์, เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีได้ยาก, แยกหน้าที่บริหารออกจากนิติบัญญัติ, ให้การเลือกนายกรัฐมนตรีเป็นไปโดยเปิดเผย, ปรับโครงสร้างหน่วยราชการได้โดยพระราชกฤษฎีกา และ ฯลฯ เป้าหมายสูงสุดที่ตั้งไว้โดยบริสุทธิ์ใจคือการแก้ไขปัญหาระบบการเมืองของประเทศโดย มาตรการทางกฎหมายเพื่อสร้างกรอบกติกาจำกัดและเหนี่ยวรั้งอำนาจของผู้ใช้อำนาจแทนประชาชน อันเป็นแนวคิดและวิถีปฏิบัติของ นักวิชาการกฎหมายมหาชน ในระดับสากลเพื่อขจัด จุดอ่อน ของ ระบบรัฐสภาดั้งเดิม เท่านั้นยังไม่พอ วิกฤตเศรษฐกิจ 2540 ยังทำให้ ทุนชาติส่วนใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทุนธนาคาร ต่างพากัน ทรุด ฐานภาพของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่โดดเด่นขึ้นมาก็เพราะอยู่ในส่วนของ New Economy หรือนัยหนึ่ง ทุนที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและหุ้น ที่ยังคงมี กำลังวังชา กลายเป็น แกนกลาง ให้ ทุนชาติส่วนอื่น และ ทุนท้องถิ่น เข้ามาเป็น พันธมิตร อย่างที่เห็น

•• 4 ปีแรกของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เราได้เห็น ขั้นตอนรุก ของ ทุนที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและหุ้น เข้าทำลายฐานที่มั่นสำคัญของ ทุนท้องถิ่น ซึ่งนอกจากจะเป็น ผลทางเศรษฐกิจ แล้วยังส่งผลสะเทือนทาง การเมือง ตรงที่เป็นกระบวนการ ตัดเสบียงกรังของนักการเมืองท้องถิ่นลงโดยเกือบจะสิ้นเชิง อันจะมีผลทำให้การเข้าสู่ สนามการเมือง ของนักการเมืองท้องถิ่นในยุคต่อไปมีแต่จะต้องหันมา สวามิภักดิ์, พึ่งพิง และ ขึ้นต่อ อย่างชนิด เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ปรากฏการณ์ต่าง ๆ ไล่มาตั้งแต่ ปราบผู้มีอิทธิพล, ปราบยาเสพติด แม้กระทั่ง ปราบหวยใต้ดิน – แปรหวยใต้ดินให้ถูกกฎหมาย ด้านหนึ่งคือ การปฏิบัติตามกฎหมาย, การทำความสะอาดสังคม แต่อีกด้านหนึ่งที่เป็น ผลที่ติดตามมาโดยไม่อาจจะแยกออกไปได้ ก็คือ การเข้าตีฐานทุนเก่า ทั้งใน ระดับชาติ และ ระดับท้องถิ่น นั่นเอง

•• ต้องเข้าใจสภาการณ์พื้นฐานที่ว่าความเป็น ส.ส.ต่างจังหวัด นั้นน่ะสัมพันธ์อย่างแยกไม่ออกกับ วิถีชีวิตทางเศรษฐกิจและทางสังคม ไม่ว่า ฐานภาพทางสังคม หรือ ฐานภาพทางเศรษฐกิจ ก่อนหน้านี้สถานภาพความเป็น รัฐมนตรี คือ ยอดปรารถนา, บันไดขั้นสุดท้าย แต่ ระบบใหม่ ของ รัฐธรรมนูญ 2540 และ ประเพณีทางการเมือง ที่สร้างขึ้นมาโดย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทำให้สถานภาพความเป็น รัฐมนตรี เคลื่อนย้ายไปอยู่ อีกบันไดหนึ่ง ที่ไม่ต้องเริ่มต้นด้วยความเป็น ส.ส. โดยสภาพการณ์เช่นนี้ ส.ส.ต่างจังหวัด จึงจะเริ่มเป็น ปฏิปักษ์โดยธรรมชาติ กับ พรรค, รัฐบาล ที่เป็นตัวแทน ทุนที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและหุ้น เราได้เห็นการปรับตัวของพวกเขาในหลากหลายรูปแบบตั้งแต่ สวามิภักดิ์, ต่อรอง ยังไม่เห็นก็แต่ ต่อสู้ขั้นแตกหัก เท่านั้น

•• แต่กล่าวโดยรวมสำหรับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แล้วนี่คือ สงครามที่ยังไม่ได้ชัยชนะเด็ดขาด แม้จะ ได้เปรียบโข อยู่ก็ตาม

•• จะบอกว่าที่ผ่านมานโยบายและปฏิบัติเกี่ยวกับกระบวนการ ปราบผู้มีอิทธิพล นั้น ไม่ได้ผล เสียทีเดียวก็ไม่ได้ “เซี่ยงเส้าหลง” ว่า ได้ผลมาก แต่ไปปรากฏทางด้าน การเมือง แก่ พรรคไทยรักไทย เสียมากกว่า

•• เรื่องนี้ สนธิ ลิ้มทองกุล เคยพูดในเชิงหลักการไว้แล้วในรายการ สภาท่าพระอาทิตย์ เมื่อ วันศุกร์ที่ 11 เมษายน 2546 ขณะนั้นออกอากาศทาง FM 97.5 Megahertz ยังมีข้อความถอดเทปโดยละเอียดภายใต้หัวข้อ อดีตและอนาคตของเจ้าพ่อ ลงใน www.manager.co.th และต่อมาบริษัทไทยเดย์ดอทคอมจัดทำ เทปบทสนทนาว่าด้วยเจ้าพ่อ ชุดนี้ในจำนวนจำกัด 200 ชุด เพื่อ บรรณาการ แด่ ผู้ฟัง วันนี้คงไม่เหลือแล้ว

•• แต่ยังน่าจะพอหาซื้อหนังสือเรื่อง เจ้าพ่อ ของ สนธิ ลิ้มทองกุล มาอ่านบทที่ 1 ชื่อ ว่าด้วยปัญหาเจ้าพ่อ ที่เคยตีพิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ ตะวันออกที่ท่าพระอาทิตย์ ใน ผู้จัดการรายสัปดาห์ ตั้งแต่เมื่อ วันที่ 11 – 17 มิถุนายน 2533 ครั้งนั้นถือเป็น บทนำ ที่ ยาวที่สุด ขนาดต้อง พิมพ์เป็นฉบับพิเศษแถม แม้เวลาจะผ่านมา 15 ปี แต่เนื้อหายัง ทันสมัย หาซื้อที่ไหนไม่ได้ลองติดต่อ โทรศัพท์ 0-2629-4488 ต่อ 1381 ดู

•• ตอนหนึ่งในการพูดออกอากาศหัวข้อ อดีตและอนาคตของเจ้าพ่อ เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา สนธิ ลิ้มทองกุล กล่าวเชิงสรุปไว้ว่า “...จะมีเจ้าพ่อแบบใหม่เกิดขึ้น น่ากลัวกว่าเจ้าพ่อรุ่นเก่า เจ้าพ่อพวกนี้คือกลุ่มทุน...คนที่มีกิจการใหญ่โตและสามารถจะทำอะไรก็ได้โดยใช้นโยบายของรัฐหรือใช้ตัวแทนของตัวเองในสภานิติบัญญัติ เป็นเจ้าพ่อที่ถูกกฎหมาย และเป็นเจ้าพ่อที่น่ากลัวมาก เพราะพวกนี้เป็นพวกซึ่งทำอะไรก็ได้โดยไม่ผิด นอกจากนั้นยังได้ชื่อเสียง ได้เงินทอง แต่เจตนารมณ์นั้นลึกซึ้ง.” สถานการณ์ ณ วันนี้ไม่ต่างกันเท่าไรนัก

•• ประเด็นใกล้เคียงกันนี้ ศ.เสน่ห์ จามริก เคย เตือน ให้ ระวังภัย ว่ารัฐธรรมนูญ 2540 จะ ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย เพราะนอกจากจะไม่ได้เป็นปฏิปักษ์ต่อ ทุน แล้วยังเสมือนให้ค่าแก่ Mature Capital Force ซึ่งต่อมาปรากฏรูปธรรมเป็น ทุนที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและหุ้น ที่กำลังต้องการเข้ามาบริหารประเทศ โดยตรง แทนที่ นักเลือกตั้ง และ กลุ่มทุนท้องถิ่น-อิทธิพลท้องถิ่น แม้ท่านจะไม่ได้พูดชัดเจนก็โดยนัยก็คือเตือนให้ระวัง ระบบเผด็จการกลุ่มทุนใหม่ ข้อเขียนชิ้นนั้นชื่อ ปัจฉิมลิขิตว่าด้วยปฏิรูปการเมือง พิมพ์รวมอยู่ใน ฐานคิดสู่ทางเลือกใหม่ของสังคมไทย หนังสือชุดภูมิปัญญาอันดับที่ 3 ของ โครงการวิถีทรรศน์ ภายใต้การดูแลของ ดร.เทียนชัย วงศ์ชัยสุวรรณ ตอนหนึ่งของบทความท่านได้ ฟันธง ไว้ว่า “…ฐานความคิดและกระบวนทัศน์ในการปฏิรูปการเมืองขณะนี้ มีจุดมุ่งหมายเพียงเพื่อการช่วงชิงเข้าสู่อำนาจธุรกิจการเมืองของกลุ่มทุนใหม่พร้อมด้วยนักบริหารมืออาชีพเท่านั้น ไม่ใช่เป็นไปเพื่อสถาปนาระบอบประชาธิปไตยและสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างเช่นที่เอ่ยอ้างกันไว้.” น่าหามาอ่าน

•• ที่ผ่านมาก็เป็นการพูดถึงในเชิง ระบบ แต่หากจะพูดถึงในเชิง ส่วนตัว แล้ว ณ ที่นี้ไม่อยากเขียนอะไรมากนักนอกจากยกงานของ สำราญ รอดเพชร ในคอลัมน์ หน้ากระดานเรียงห้า เมื่อวันก่อนหัวข้อ ว่าด้วยเสธ.เกเร มาให้อ่านซ้ำกันอีกครั้ง “...ผมว่า ด้วยความที่ผ่านโลกมายาวนาน เป็นเสธ.รุ่นเก๋า ถ้านายกรัฐมนตรีขอให้เสธ.แอ๊ว, เสธ.ม่อย รวมทั้งเสธ.ไอซ์ รวมพลังผนึกลมปราณหยุดยั้งเสธ.รุ่นลูกรุ่นหลานที่กำลังคิดจะสร้างอิทธิพลในทางที่มิชอบ มันก็อาจจะหายไปครึ่งค่อนกรุงเทพฯ หรือครึ่งค่อนประเทศทีเดียว ... แต่ก็ดีแล้วครับที่ ท่านนายกฯ ไม่ใช้บริการของ 3 เสธ. หันไปเลือกใช้บริการอีกเส. คือเสรีพิสุทธ์ – พล.ต. อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส จเรตำรวจผู้ถอยหลังไม่เป็น ถอยหลังเป็นหกล้ม เดินหน้าอย่างเดียว จำเพาะฉากนี้ช็อตนี้ พวกเสธ.เกเรที่โบ๊เบ๊และอีกหลายแห่ง เจอกับเสรีพิศุทธ์ – ถือเป็นมวยถูกคู่แล้ว.” งานนี้ต้องไม่ลืมความจริงพื้นฐานประการหนึ่งว่าขนาด กำนันเป๊าะ – สมชาย คุณปลื้ม เจอ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส เมื่อครั้งที่ไปประจำการที่ ภาคตะวันออก ยัง พลาด มาแล้ว

•• ถึงวันนี้ก็ขอให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ดำเนินการ ปราบผู้มีอิทธิพล – ภาค 2 ให้เต็มกำลังและต่อเนื่องโดยไม่คำนึงแต่เฉพาะ ผลทางการเมือง อย่าไปพุ่งเป้าเฉพาะ สามีส.ส., ส.ก.ต่างพรรค หรือ ทำงานแข่งกับผู้ว่าฯกทม.ต่างพรรค แต่ขอให้ คำนึงถึงผลงานจริง โดยต้อง รักษาชีวิตประชาชนคนทำมาหากินให้ดีที่สุด เพราะการประกาศขึงขังตึงตังให้พวกเขามา ให้ข้อมูล ขืนทำ เหยาะแหยะ, ไม่ต่อเนื่อง พอข่าวคราวจางหายไปจะเกิดกระบวนการ เช็คบิล กันได้

ภาพชินตา -- พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พบปะพ่อค้าแม่ค้าที่เข้ามาให้ข้อมูลความเดือดร้อนต่าง ๆ ที่ทำเนียบรัฐบาลอย่างใกล้ชิดเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2548 เป็นภาพชินตาที่พบเห็นบ่อยครั้งในรอบ 4 ปีแรกของรัฐบาล ประชาชนกลุ่มต่าง ๆ ได้รับโอกาสให้เข้าไปภายในทำเนียบรัฐบาลเพื่อบอกเล่าข้อมูลความเดือดร้อน และได้รับการต้อนรับอย่างดี แต่ปัญหาจะคลี่คลายหายไปขนาดไหนในระยะเวลาเท่าไร เห็นจะต้องสำรวจกันเป็นกรณี ๆ ไป