xs
xsm
sm
md
lg

นโยบาย “ทักษิณ2” ยกประเทศไทยให้เป็น ดาวดึงส์!!

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


“รัฐบาลทักษิณ 2” แถลงนโยบาย ปูพรมอภิมหาสร้าง “ประชานิยม”ตลอด 4ปีทั่วประเทศ ส่ง “คาราวานแก้จน-เสริมสร้างเด็ก” ถึงประตูบ้าน ยกเลิกภาษีคนชรา พร้อมเดินหน้าเทกระจาด “เอสเอ็มแอล” สานต่อโครงการตระกูล “เอื้ออาทร” ทำกทม.ให้เป็นเมืองแห่งความสุข ผุดสถานปฏิบัติธรรมทั่วปท. –ขณะที่นโยบายความมั่นคง เดินหน้าดับ ไฟใต้อย่างต่อเนื่อง ส่วนนโยบายตปท. จะส่งเสริมคนไทยให้มีบทบาทในเวที “ยูเอ็น”


วันนี้(23 มี.ค.) เมื่อเวลา 9.30น. การประชุมรัฐสภา ได้พิจารณากรณีคณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดยมี นายโภคิน พลกุล ประธานรัฐสภา เป็นประธาน ทั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายของรัฐบาลว่า

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ขออนุญาตแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา ดังต่อไปนี้

ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้กระผมดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตามประกาศพระบรมราชโองการ ลงวันที่ 9 มีนาคม พุทธศักราช 2548 และแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี ตามประกาศพระบรมราชโองการ ลงวันที่ 11 มีนาคม พุทธศักราช 2548 นั้น  บัดนี้ คณะรัฐมนตรีได้กำหนดนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินเรียบร้อยแล้ว โดยยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งเป็นระบอบการปกครองและสถาบันที่พึงปรารถนาและเหมาะสม สอดคล้องกับวิถีชีวิตของชนชาวไทยอย่างแท้จริง และครอบคลุมถึงแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐตามบทบัญญัติในหมวด 5 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย คณะรัฐมนตรีจึงขอแถลงนโยบายดังกล่าวต่อที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อให้ทราบถึงเจตนารมรณ์ ยุทธศาสตร์ และนโยบายของรัฐบาลในการสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงก้าวหน้าในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง การปกครอง เพื่อประโยชน์สุขของประเทศชาติและประชาชนชาวไทยทุกคน
 
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ โดยที่รัฐบาลคณะนี้บริหารราชการแผ่นดินต่อเนื่องจากรัฐบาลคณะที่แล้ว และได้ประกาศนโยบายในระหว่างการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่า 4 ปีที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาแห่งการซ่อมความหายนะจากวิกฤติของประเทศ และ 4 ปีต่อจากนี้ เป็นช่วงเวลาแห่งการสร้างชาติให้แข็งแกร่งยั่งยืน

ดังนั้นรัฐบาลจึงจำเป็นที่จะต้องขอรายงานให้เห็นภาพในอดีต เพื่อความต่อเนื่อง เชื่อมโยงไปยังอนาคต กล่าวคือ เมื่อรัฐบาลเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2544 ประเทศไทยในขณะนั้นกำลังเผชิญภาวะเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง อันเนื่องจากระบบเศรษฐกิจไทยยังพึ่งพาต่างประเทศสูง โดยเฉพาะในไตรมาสแรกของปี 2544 เศรษฐกิจขยายตัวได้เพียงร้อยละ 1.7 เท่านั้น มูลค่าการส่งออกสินค้าลดลงร้อยละ 1.3 ค่าเงินบาทอ่อนตัวลงอย่างมาก อยู่ที่ประมาณ 43.20 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ หนี้สาธารณะสูงถึงร้อยละ 55.9 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ หรือ จีดีพี จำนวนคนว่างงานยังคงสูงถึง 1.2 ล้านคน และจำนวนคนจนมีมากถึง 8.9 ล้านคน จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องเอาใจใส่และทุ่มเทเป็นพิเศษในการบริหารให้ประเทศรอดพ้นจากวิกฤติเศรษฐกิจ
 
ในช่วงที่เป็นรัฐบาลสมัยแรกได้ปรับแนวคิดในการแก้ไขปัญหาของประเทศ โดยดำเนินนโยบายและยุทธศาสตร์คู่ขนาน กล่าวคือ ให้ความสำคัญแก่การกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับรากหญ้า และสังคมผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งเกี่ยวข้องกับคนส่วนใหญ่โดยการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และขยายโอกาส ควบคู่ไปกับการสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคการผลิตและบริการ ให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก โดยคำนึงถึงการสร้างเสถียรภาพในระบบเศรษฐกิจ และมุ่งเน้นการบริหารการเงิน การคลัง อย่างมีประสิทธิภาพ

ผลการดำเนินนโยบายของรัฐบาลตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ได้ทำให้เศรษฐกิจขยายตัวสูงถึงร้อยละ 6.9 และร้อยละ 6.1 ในปี 2546 และ 2547 ตามลำดับ ค่าเงินบาทมีเสถียรภาพมากขึ้น ที่ระดับประมาณ 40 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ มูลค่าการส่งออกขยายตัวสูงถึงร้อยละ 23 ในปี 2547 อันเนื่องมาจากการเจรจาเปิดเขตการค้าเสรีกับหลายประเทศ และการพัฒนาศักยภาพใหม่ให้แก่ภาคบริการที่มีความได้เปรียบจากภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทย การลงทุนของเอกชนเพิ่มขึ้นร้อยละ 15.3 ในปี 2547 หนี้สาธารณะลดลงเหลือประมาณร้อยละ 47.8 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ และทุนสำรองระหว่างประเทศเพิ่มสูงขึ้นมากเป็นประวัติการณ์ที่ระดับ 49,800 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือมากกว่า 4 เท่า ของหนี้ต่างประเทศระยะสั้น ซึ่งเป็นผลจากการที่รัฐบาลได้สร้างโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น ก่อให้เกิดการกระจายเม็ดเงินลงทุน ตลอดจนการสร้างงานและสร้างรายได้ในระดับรากหญ้า
 
ในขณะที่ด้านสังคม ประชาชนได้รับหลักประกันสุขภาพสูงถึงร้อยละ 95.4 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 78.2 ในปี 2543 ทั้งนี้ เนื่องจากนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า 30 บาท รักษาทุกโรค และประชาชนมีงานทำเพิ่มขึ้น 3.6 ล้านคน ในช่วง 4 ปี จำนวนคนยากจนลดลงเหลือ 6 ล้านคน อันเนื่องมาจากการสร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินและแหล่งความรู้เพื่อสร้างงานและสร้างอาชีพ จำนวนปีการศึกษาเฉลี่ยของประชากรเพิ่มขึ้นจาก 7.2 ในปี 2543 เป็น 8.1 ในปี 2547 เพราะการขยายโอกาสทางการศึกษาและผ่อนคลายกฎระเบียบของกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา จำนวนคดียาเสพติดลดลงจาก 420.7 ในปี 2543 เหลือ 116.5 ต่อประชากรแสนคน ในปี 2547 เนื่องจากรัฐบาลได้เอาจริงเอาจังกับการปราบปรามผู้มีอิทธิพลและผู้ค้ายาเสพติด

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผมต้องขอขอบพระคุณประชาชนและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ได้ไว้วางใจให้รัฐบาลเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินต่อเนื่องเป็นสมัยที่ 2 ซึ่งได้แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจและสังคมของรัฐบาล ว่าเดินทางมาถูกทิศทาง และการบริหารประเทศมีประสิทธิภาพ โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ระยะ 4 ปีที่ผ่านมาการดำเนินนโยบายของรัฐบาลมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาและสร้างโอกาสใหม่ให้แก่คนส่วนใหญ่ของประเทศ ซึ่งประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่ยังมีปัญหาที่ต้องดำเนินการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาต่างๆให้หมดสิ้นไป โดยเฉพาะปัญหาความยากจนควบคู่การพัฒนาสังคมที่มีคุณภาพเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรของประเทศ โดยรัฐบาลจะดูแลคุณภาพคนไทยตั้งแต่แรกเกิดจนสูงอายุ และขจัดยาเสพติด ผู้มีอิทธิพล และการทุจริตคอร์รัปชั่นให้หมดไปจากสังคมไทย
 
โครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศขณะนี้ยังมีสัดส่วนไม่สมดุลระหว่างภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตร โดยการผลิตภาคอุตสาหกรรมยังเป็นการรับจ้างผลิตตามสั่ง หรือรูปแบบที่คิดค้นโดยเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาในต่างประเทศ ทำให้ต้องพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบ ทุน และเทคโนโลยีจากต่างประเทศในระ ดับสูง ประเทศไทยจึงได้ผลตอบแทนเพียงแค่แรงงานและวัตถุดิบเป็นหลัก ซึ่งเป็นผลประโยชน์ส่วนน้อยของห่วงโซ่การผลิต เข้าลักษณะการทำมากได้น้อย ภาคการเกษตรซึ่งเป็นอาชีพหลักคนส่วนใหญ่ยังประสบความผันผวนของราคาตลาดโลก ความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติดินและน้ำ การขายวัตถุดิบส่งออกให้ต่างประเทศ และประสบปัญหาการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี ขณะภาคบริการ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวยังพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติ โดยไม่ใช้ประโยชน์เต็มที่ในการเพิ่มมูลค่า ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศ มิฉะนั้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจจะนำไปสู่วงจรการขาดดุลการค้า และการแข่งขันด้านราคาอันเป็นข้อจำกัดในการขยายตัวของประเทศอย่างยั่งยืน

นอกจากความท้าทายที่เกิดขึ้นจากสภาพแวดล้อมในประเทศเหล่านี้ รัฐบาลจะต้องเผชิญกับพลวัฒน์การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และสังคมโลก ได้แก่
 
1. การเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกาภิวัฒน์ ซึ่งแนวโน้มการเปิดเสรีการค้าของประเทศต่างๆ จะทำให้ประเทศไทยมีโอกาสในการขยายการส่งออก การท่องเที่ยว และการลงทุนมากขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็มีการแข่งขันที่สูงขึ้นในตลาดโลก ดังนั้นเราจึงต้องรู้เท่าทัน และเตรียมรับมือกับการขับเคลื่อนอย่างเสรีของข่าวสารความรู้ เทคโนโลยี แรงงาน และประชากร เงินทุน การค้า การลงทุน และบริการ เพื่อนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
 
2. ความไม่สมดุลในเศรษฐกิจโลก และการเก็งกำไร ที่อาจส่งผลต่อความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และราคาสินค้าในตลาดโลก

3. การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากการพัฒนาของเทคโนโลยีหลัก ทั้งเทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีชีวภาพ เทคโนโลยีวัสดุ และนาโนเทคโนโลยี ที่มีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว

4. การเปลี่ยนแปลงด้านสังคม อันเนื่องมาจากโครงสร้างประชากรของโลกที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมากขึ้น การขยายตัวของสังคมเมือง รวมทั้งการรับรู้และแลกเปลี่ยนในวิถีชีวิต และวัฒนธรรมที่หลากหลาย ซึ่งเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายที่มีต่อกระบวนการในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และอนาคตของประเทศ

 5. ความผันผวนที่อาจมีผลกระทบ เช่น สถานการณ์การเมือง และความมั่นคงในโลก การระบาดของโรคอุบัติใหม่ๆ ยาเสพติดในรูปแบบที่หลากหลาย ความแปรปรวนของดิน ฟ้า อากาศที่นำไปสู่ภัยพิบัติ เป็นต้น เรื่องเหล่านี้จำเป็นต้องวางมาตรการป้องกันและแก้ไขทั้งในระดับชาติ และนานาชาติ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบที่รุนแรงต่อเศรษฐกิจ และวิถีชีวิตในสังคมไทย
 
อนึ่ง รัฐบาลตระหนักดีว่า การบริหารประเทศที่เผชิญความท้าทายเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยยุทธศาสตร์และการวางแผนที่ดี ระบบราชการที่มีประสิทธิภาพ การมีตัวบทกฎหมาย ตลอดกฎระเบียบต่างๆ ที่เพียงพอ เป็นธรรม และทันสมัย และความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใสในการปฏิบัติราชการทุกระดับ ตลอดจนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนที่เป็นพลังในการขับเคลื่อนประเทศ

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ 4 ปีข้างหน้าต่อไปนี้จะเป็น 4 ปีแห่งการเปลี่ยนถ่ายประเทศไทยไปสู่ความมั่นคง ยั่งยืนในทุกทาง รัฐบาลจะสร้างโอกาสเพื่ออนาคต วางรากใหม่ให้แก่ประเทศ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองการปกครอง โดยเน้นการคืนความเข้มแข็งสู่ท้องถิ่น คืนความสมบูรณ์ของดินและน้ำสู่ธรรมชาติ และคืนอำนาจการตัดสินปัญหาสู่ชุมชน โดยให้ความสำคัญแก่การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมให้มีความสมดุลมากยิ่งขึ้น สร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ระบบเศรษฐกิจ ปฏิรูปการศึกษาเพื่อนำไปสู่สังคมและเศรษฐกิจบนฐานความรู้ โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ เพื่อนำประเทศไปสู่โครงสร้างที่มีความสมดุล มั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืน โดยรัฐบาลจะดำเนินนโยบาย 9 ประการ ดังต่อไปนี้

1. นโยบายขจัดความยากจน   ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ รัฐบาลจะดำเนินนโยบายและมาตรการในการขจัดความยากจนของประเทศให้หมดสิ้นไปโดยปรับปรุงระบบบริหารจัดการทั้งระบบ เชื่อมโยงการแก้ไขความยากจนทุกระดับ ตั้งแต่บุคคล ชุมชน และประเทศ ตลอดจนการสร้างกลไกที่เชื่อมโยงให้คนยากจนในชุมชนสามารถใช้ประโยชน์ในสินทรัพย์ และทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ในระดับบุคคล รัฐบาลจะเน้นการขยายโอกาส สร้างรายได้ ลดรายจ่าย เพิ่มช่องทางเข้าถึงทุน ซึ่งรวมถึงเงินทุน กรรมสิทธิ์ที่ดิน และองค์ความรู้ โดยเร่งรัดการกระจายกรรมสิทธิ์ที่ดิน ขยายโอกาสการเข้าสู่ทุนผ่านระบบการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน
 
รวมทั้งส่งเสริมระบบสหกรณ์ และกระบวนการเรียนรู้ในการเกษตรตามแนวทฤษฎีใหม่ ทั้งนี้รัฐบาลจะดำเนินการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงรุก โดยจัดตั้งหน่วยบริการเคลื่อนที่แก้ปัญหาความยากจน ที่เรียกว่า คาราวานแก้จน เพื่อให้คำแนะนำและบริการต่างๆ ในการประกอบอาชีพ และเสริมสร้างทักษะต่างๆ ในระดับชุมชน รัฐบาลจะดำเนินการเสริมสร้างกระบวนการชุมชนเข้มแข็ง และให้คนยากจนสามารถเชื่อมโยงประโยชน์จากปัจจัยแวดล้อมระดับมหภาคไปถึงคนจนในชุมชน รัฐบาลจะพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านการเกษตรในระดับชุมชน เช่น โรงสีชุมชน โรงปุ๋ยเกษตรอินทรีย์ชุมชน ซึ่งจะต้องจัดให้มีทั่วถึงทุกอำเภอ และสหกรณ์เครื่องจักรกลเกษตรขั้นพื้นฐาน การสร้างระบบบริหารจัดการขนส่งสินค้าเกษตรและระบบการตลาดสินค้า 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์
 
นอกจากนั้นจะพัฒนาระบบการเงินที่สนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก จากกองทุนหมู่บ้านที่มีความพร้อมสู่ธนาคารหมู่บ้านที่ให้โอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างยั่งยืน รัฐบาลเห็นความเข้มแข็งของชุมชนเป็นพลังสำคัญในการต่อสู้ความยากจน ดังนั้นรัฐบาลจะได้จัดสรรงบประมาณตามขนาดประชากร หรือ เรียกว่า เอสเอ็มแอล ให้ครบทุกหมู่บ้านและชุมชน เพื่อให้ชุมชนสามารถใช้บริหาร แก้ไขปัญหาของตนเองในระดับประเทศ
 
รัฐบาลจะส่งเสริมให้เกษตรกรมีที่ดินทำกินอย่างทั่วถึงและพอเพียง เพื่อให้สามารถเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรในระยะยาวได้ โดยบริหารการใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควบคู่การปรับปรุงคุณภาพดิน รัฐบาลจะเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการทรัพยากรน้ำ จัดหาและจัดสรรน้ำให้สอดคล้องกับความเหมาะสมของพื้นที่ และความต้องการในระบบการผลิตของเกษตรกรอย่างทั่วถึง และจัดตั้งนิติบุคคลเฉพาะกิจ หรือเรียกว่า เอสพีวี เพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการด้านการผลิต การแปรรูปการตลาดและแหล่งทุน เพื่อลดความเสี่ยงให้แก่เกษตรกร จัดตั้งระบบบริหารจัดการสินค้าเกษตรรายผลิตภัณฑ์ เพื่อเน้นการสร้างเสถียรภาพด้านราคาสินค้าเกษตร ที่ให้ผลตอบแทนเกษตรกรอย่างเป็นธรรม รวมทั้งจะขยายขอบเขตการประกันสังคมให้ครอบคลุมแรงงานนอกระบบ และแรงงานภาคเกษตรด้วย

2 นโยบายพัฒนาคนและสังคมที่มีคุณภาพ ประธานรัฐสภาที่เคารพ เป้าหมายของการพัฒนาคือการทำให้คนมีความสุข ซึ่งประกอบด้วยการมีสุขภาพแข็งแรง ครอบครัวอบอุ่น สภาพแวดล้อมดี มีสังคมสันติและเอื้ออาทร รัฐบาลถือเป็นนโยบายสำคัญที่ต้องพัฒนาคนและสังคมให้มีคุณภาพ รวมถึงอนุรักษ์ส่งเสริมทุนทางสังคมที่เข้มแข็งของประเทศไทย ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจมีความมั่นคง และยั่งยืนได้ รัฐบาลจะสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยการพัฒนาให้มีความรู้ และจริยธรรม เริ่มตั้งแต่เด็กแรกเกิดโดยให้ความสำคัญแก่การสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ครอบครัวที่อบอุ่น สถานศึกษาที่เอาใจใส่ดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด ด้วยการปลูกฝังความรู้ที่ทันโลก และคุณค่าที่ดีของวัฒนธรรมไทย สร้างความเข้าใจให้แก่พ่อแม่ถึงวิธีการดูแลบุตรที่ถูกต้อง ตามระดับการพัฒนาของสมองด้วยหน่วยบริการเคลื่อนที่เข้าถึงตัว ซึ่งเรียกว่าคาราวานเสริมสร้างเด็ก
 
รัฐบาลจะส่งเสริมบทบาทของคณะสงฆ์ วงการศาสนา กิจกรรมลูกเสือเนตรนารี โรงเรียนและครอบครัว ที่ต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด ตลอดจนสนับสนุนให้สื่อมวลชนร่วมมีบทบาทในด้านเหล่านี้ยิ่งขึ้น และจะจัดให้มีสถานที่ปฏิบัติธรรมความสงบร่มเย็นในจิตใจ ทำนองเดียวกับพุทธมณฑลให้ครอบคลุมทั่วราชอาณาจักร รัฐบาลจะเร่งรัดการปฏิรูปการศึกษาและกระบวนการเรียนการสอนทุกรูปแบบ สำหรับผู้ที่อยู่ในวัยศึกษาให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม และสนับสนุนให้มีกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต โดยคำนึงถึงคุณค่าลักษณะเฉพาะ และเอกลักษณ์ของท้องถิ่น รัฐบาลจะส่งเสริมนิสัยรักการอ่านหนังสืออย่างจริงจังตั้งแต่เด็กจนตลอดชีวิต เพื่อรองรับสังคมทางเศรษฐกิจบนฐานความรู้ การพัฒนาทักษะ และการเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆในช่วงวัยทำงานอย่างเป็นระบบและพัฒนามาตรฐานวิชาชีพแรงงาน เยาวชนไทยทุกคนจะได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างน้อย 12 ปี

รัฐบาลจะจัดตั้งกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกกับรายได้ในอนาคต สนับสนุนการศึกษาของเยาวชนตั้งแต่ ปวส.ถึงอุดมศึกษา โดยรัฐจะให้โอกาสในการศึกษาก่อน และผ่อนชำระเมื่อมีรายได้ รัฐบาลตระหนักดีว่า มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องเร่งสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้ในระบบและนอกระบบ ในห้องเรียนและนอกห้องเรียน เพื่อสังคมไทยเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ที่ไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาความรู้ และเป็นสังคมที่ประชาชนมีความสุข สนุกสนานกับการหาประสบการณ์และความรู้ใหม่ๆ
 
ดังนั้นรัฐบาลจะร่วมมือกับทุกฝ่ายเพื่อสร้างแหล่งบริการองค์ความรู้ให้กระจายไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศอย่างสอดคล้องกับลักษณะเฉพาะของท้องถิ่น อาทิ ระบบห้องสมุดสมัยใหม่ หรืออุทยานการเรียนรู้ พิพิธภัณฑ์เพื่อการเรียนรู้แห่งชาติ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ ศูนย์พัฒนาด้านกีฬา ดนตรี ศิลปะ ศูนย์บำบัดและพัฒนาศักยภาพของบุคคลออธิสติก และผู้ด้อยโอกาสอื่นๆ ศูนย์การเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รวมทั้งจะดำเนินการเชื่อมเครือข่ายความรู้ของทุกโรงเรียนเข้าสู่เครือข่ายอินเตอร์เน็ต ทั้งนี้ รัฐบาลจะพิจารณาสิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่างเต็มที่ให้กับภาคเอกชนที่เข้าร่วมโครงการเหล่านี้

รัฐบาลจะสนับสนุนผู้มีความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตั้งแต่ระดับพื้นฐานถึงอุดมศึกษา เช่น การเพิ่มโรงเรียนวิทยาศาสตร์ การให้สถาบันวิจัยมีส่วนร่วมในการผลิตบุคลากรระดับปริญญาโทและเอก เป็นต้น และจะผลักดันให้ประชาชนมีความเข้าใจและตระหนักในความสำคัญของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยียิ่งขึ้น รัฐบาลจะสนับสนุนให้โรงเรียนที่มีชื่อเสียงสามารถระดมทุนเองได้ เพื่อสร้างเครือข่ายของโรงเรียน และเป็นพี่เลี้ยงให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ต่างๆ ที่มีความต้องการร่วมสร้างคุณภาพการศึกษา รวมทั้งจัดตั้งเขตปลอดอบายมุขรอบสถานที่ศึกษา โดยผลักดันกฎหมายและมาตรการเพื่อให้อบายมุข ยาเสพติด และสิ่งยั่วยุทางเพศ อยู่ห่างไกลจากเยาวชน
 
นโยบายด้านวัฒนธรรมในอีก 4 ปีต่อไปนี้ จะเน้นที่การส่งเสริมให้วัยรุ่นไทยเกิดการเรียนรู้ที่ถูกต้อง รักชาติในทางที่ถูก มีคุณธรรม เอื้ออาทรต่อผู้อื่น และเข้าใจถึงคุณค่า ซาบซึ้งในความสุนทรีย์ของศิลปะ เพื่อก่อให้เกิดศิลปินรุ่นใหม่ที่สร้างสรรค์งานศิลปะได้ทัดเทียมนานาอารยประเทศ โดย

1.จัดหาพื้นที่ถาวรทางศิลปะประเภทต่างๆ ให้เด็กและเยาวชนได้เข้ามาทำกิจกรรมร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ และเป็นเวทีพบปะศิลปิน
 
2. ส่งเสริม สนับสนุน และให้ทุนการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนที่มีศักยภาพ หรือส่อแววด้านศิลปะ

3. ส่งเสริมให้เกิดการประกวด แข่งขันผลงานศิลปะหลากหลายประเภท ทั้งระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับนานาชาติ เพื่อค้นหาศิลปินรุ่นใหม่
 
4. ประสานกับหน่วยงานทางการศึกษา เพื่อจัดหาแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ศิลปะอย่างสร้างสรรค์

ในด้านการพัฒนาสุขภาพของประชาชน รัฐบาลจะเพิ่มคุณภาพของระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า 30 บาทฯ และปฏิรูประบบบริหารจัดการสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพและครบวงจร ทั้งการซ่อม สร้าง และเสริมสุขภาพ โดยปรับระบบบริการทางการแพทย์ และสาธารณสุข ให้ครอบคลุมทั้งการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค การนำมาตรการทางภาษี การบริโภคสินค้าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ มาใช้กระตุ้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบุคคลให้ลด ละ และเลิกพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงต่อสุขภาพ และนำรายได้จากภาษีดังกล่าวมาส่งเสริมกิจกรรมสุขภาพและสังคม

รัฐบาลจะปฏิรูประบบบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขให้มีคุณภาพและมาตรฐาน เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการอย่างเท่าเทียมกัน รวมทั้งจะจัดตั้งศูนย์ศึกษาและวิจัยทางการแพทย์ เพื่อสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับโรคอุบัติใหม่ๆ

รัฐบาลจะส่งเสริมการกีฬาเพื่อสร้างโอกาสให้เยาวชนได้พัฒนาทักษะทางด้านการกีฬาสู่ความเป็นเลิศ ที่จะนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ สร้างนิสัยรักกีฬา และการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เพื่อหลีกเลี่ยงการหมกมุ่นและมั่วสุมกับสิ่งอบายมุขและยาเสพติด รวมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนทุกระดับมีโอกาสออกกำลังกายโดยการเล่นกีฬาเพื่อเสริมสร้างสุขภาพและพลานามัยที่ดี
 
ในด้านความมั่นคงของชีวิตและสังคม รัฐบาลจะสนับสนุนให้ประชาชนมีความมั่นคงในการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัย ทั้งในกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่ต้องการที่อยู่อาศัยราคาถูกจากโครงการของรัฐ และในกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยโดยผ่อนชำระแต่ยังขาดระบบเงินกู้ระยะยาวในอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมอย่างพอเพียง และโดยมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคของที่อยู่อาศัยแล้ว รัฐบาลจะพัฒนาสภาพแวดล้อมในชุมชนให้น่าอยู่ เช่น การมีสวนสุขภาพในชุมชน เป็นต้น รัฐบาลจะดำเนินการต่อเนื่องอย่างจริงจังที่จะปราบปรามผู้มีอิทธิพล และยาเสพติดให้หมดไปจากสังคมไทย โดยยังคงยึดหลักการผู้เสพคือผู้ป่วยที่ต้องได้รับการรักษา ส่วนผู้ค้าคือผู้ที่ต้องได้รับโทษตามกระบวนการยุติธรรม โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนควบคู่กับมาตราปราบปรามทางกฎหมาย และตัดช่องทางการหาเงินทุจริตของผู้มีอิทธิพลในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการค้ายาเสพติด การตัดไม่ทำลายป่า การค้ามนุษย์ และการเป็นเจ้ามือการพนัน เป็นต้น
 
รัฐบาลจะสร้างหลักประกันความเสมอภาคและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ให้กับเด็กและสตรี โดยจะขจัดขบวนการค้ามนุษย์ให้หมดสิ้นไป ขจัดการเลือกปฏิบัติ และการละเมิดสิทธิเด็กและสตรีในทุกรูปแบบ และอย่างเด็ดขาด รวมทั้งส่งเสริมความรู้และอาชีพให้สตรีสามารถพึ่งพาตนเองได้ สำหรับการเตรียมความพร้อมให้แก่สังคมผู้สูงอายุ จะยึดหลักการให้ผู้สูงอายุเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าของระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เป็นผู้สูงอายุที่มีสุขภาพดีทั้งร่างกายและจิตใจ โดยสร้างหลักประกันด้านรายได้ และระบบการออมในช่วงวัยทำงานที่เพียงพอสำหรับช่วงวัยชรา สร้างพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมกับช่วงวัย สนับสนุนให้ครอบครัวเข้มแข็งสามารถดูแลสมาชิกได้อย่างมีคุณภาพ ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับผู้มีอายุเกิน 65 ปี และส่งเสริมการใช้ประสบการณ์ของผู้สูงอายุในกระบวนการพัฒนาประเทศ โดยระบบคลังสมอง

รัฐบาลจะสร้างความสุขให้แก่คนกรุงเทพฯ โดยนโยบายกรุงเทพฯ แข็งแรงและน่าอยู่ โดยเร่งปรับปรุงคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ดี มีโรงเรียนใกล้บ้าน มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และเดินทางสะดวกสบาย โดยปฏิรูประบบรถโดยสารประจำทาง และพัฒนาระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนให้ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และลดมลภาวะ

3. นโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้สมดุลและแข่งขันได้ ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ สิ่งที่ท้าทายในอนาคตมิได้มีเพียงแต่เพียงการรักษาให้เศรษฐกิจมีการเจริญเติบโตอย่างพอเพียงต่อการจ้างงาน และสร้างรายได้ แต่สิ่งที่สำคัญคือ การปรับเปลี่ยนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจให้มีคุณภาพที่สามารถขยายตัวได้อย่างยั่งยืน และกระจายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้อย่างทั่วถึง และมีภูมิคุ้มกันต่อกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคโลกาภิวัตน์ ดังนั้นในช่วง 4 ปีต่อไปจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างรากฐานเศรษฐกิจของประเทศให้เข้มแข็ง
 
รัฐบาลจะปรับโครงสร้างเศรษฐกิจทั้งระบบโดยมุ่งไปสู่การเพิ่มมูลค่าผลผลิต บนพื้นฐานความรู้และความเป็นไทย โดยผนวกฐานทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นของคนไทยเข้ากับการสร้างผู้ประกอบการใหม่ การบริหารจัดการที่ดี การใช้นวัตกรรมเชิงพาณิชย์ การสร้างตราสินค้าไทยให้เป็นที่ยอมรับ และการจัดระบบการตลาดให้มีการผลิตและบริการอันเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคในตลาดโลก เพื่อการขยายตัวอย่างยั่งยืนของประเทศในอนาคต
 
ในการปรับโครงสร้างภาคการเกษตร รัฐบาลจะสนับสนุนการเพิ่มมูลค่าให้แก่สินค้าเกษตร โดยส่งเสริมด้านวิจัย พัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพควบคู่ไปกับภูมิปัญญาท้องถิ่น และกระบวนการบ่มเพาะวิสาหกิจชุมชนในการเพิ่มมูลค่าสินค้า โดยให้ความสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร และนำผลผลิตการเกษตรไปผลิตเป็นพลังงานทดแทน เช่น ปาล์มน้ำมัน อ้อย มันสำปะหลัง การผลิตสินค้าเกษตรที่มีศักยภาพทางการตลาดสูง และมีโอกาสเพิ่มมูลค่า เช่น ยางพารา ปศุสัตว์ โดยเฉพาะการส่งเสริมการเลี้ยงวัวเนื้อ เป็นต้น การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง และส่งเสริมการแปรรูปสินค้าเกษตรตามระบบมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร โดยพัฒนาระบบการตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตรทั้งการนำเข้าและส่งออกให้เป็นไปตามมาตรฐานโลก รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการเกษตรแบบยั่งยืนตามแนวทฤษฎีใหม่ และเกษตรอินทรีย์ เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสภาพแวดล้อม

ในด้านภาคอุตสาหกรรมของประเทศ ซึ่งเป็นภาคการผลิตที่มีการแข่งขันสูง
รัฐบาลจะเปลี่ยนผู้ประกอบการที่ยังเป็นผู้รับจ้างผลิตและได้รับส่วนแบ่งจากผลประโยชน์ในธุรกิจเพียงส่วนน้อย ให้เป็นผู้ประกอบการที่มีความรู้ ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพตรงความต้องการของตลาด โดยจะพัฒนาให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ ในด้านการใช้วัตถุดิบภายในประเทศและเพิ่มมูลค่าสินค้า รัฐบาลจะส่งเสริมโดยเน้นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพและกลุ่มโอกาสใหม่ รวมทั้งปรับปรุงประสิทธิภาพกลุ่มอุตสาหกรรมที่อ่อนแอ และกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาเครือข่ายอุตสาหกรรม ตลอดจนการเพิ่มมูลค่าผลผลิตบนฐานความรู้ โดยส่งเสริมให้มีกระบวนการจัดการองค์ความรู้ในทุกระดับ ตั้งแต่วิสาหกิจชุมชน วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และวิสาหกิจขนาดใหญ่ ขณะเดียวกัน รัฐบาลจะพัฒนาระบบสนับสนุนการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในด้านต่างๆ ดังนี้

1. พัฒนาระบบวิจัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อการผลิตและการค้า จะสนับสนุนให้มีการสร้างทรัพย์สินทางปัญญาของคนไทยโดยร่วมกับภาคเอกชนในการวิจัยพัฒนาและนวัตกรรม ผลักดันให้มีการจดทะเบียนลิขสิทธิ์และสิทธิบัตรของคนไทย ทั้งในและนอกประเทศ และให้นำทรัพย์สินทางปัญญานั้นไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้จริง

2. พัฒนาทรัพยากรมนุษย์สำหรับภาคอุตสาหกรรมให้มีความคิดสร้างสรรค์ มีจิตสำนึกของผู้ประกอบการ มีความสามารถในการเรียนรู้ มีทักษะในการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสาขาใหม่ ที่สอดคล้องกับความต้องการของภาคธุรกิจ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจในอนาคต รัฐบาลจะจัดให้มีการฝึกอบรมฝีมือแรงงานที่ตรงกับความต้องการของตลาด โดยมุ่งให้แรงงานมีคุณภาพตามมาตรฐานสากล พร้อมที่จะเข้าสู่การแข่งขันในตลาดผู้บริโภคระดับสูง โดยตั้งเป้าหมายไว้ว่า แรงงานทุกคนจะต้องได้เรียนรู้จากการฝึกอบรมเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลจะรณรงค์ให้ผู้จ้างเข้าใจถึงประโยชน์ของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยมีสิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นแรงจูงใจ

3. กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาเครือข่ายวิสาหกิจเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และความเชื่อมโยงในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร แฟชั่น ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ ซอฟต์แวร์ และท่องเที่ยว และส่งเสริมเครือข่ายวิสาหกิจอื่น เช่น พลังงาน สุขภาพ ชีวภาพ และการบริการ การศึกษา การสร้างสรรค์ และออกแบบ เป็นต้น

4. สร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและยกระดับภาคการผลิตและบริการในส่วนภูมิภาค โดยจะขยายโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เช่น อุทยานวิทยาศาสตร์ หน่วยบ่มเพาะทางเทคโนโลยี เป็นต้น

5. ส่งเสริมการผลิตด้วยเทคโนโลยีสะอาด ส่งเสริมพลังงานทดแทนในการผลิต ตลอดจนฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมที่ได้รับผลกระทบจากอุตสาหกรรม

ส่วนภาคบริการและการท่องเที่ยวนั้น รัฐบาลจะเน้นการเพิ่มมูลค่ามากกว่าการเพิ่มปริมาณ โดยรัฐบาลจะร่วมมือกับภาคเอกชน ท้องถิ่น และชุมชน ในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านการท่องเที่ยวไม่เสื่อมโทรม จัดระบบรับรองมาตรฐานโรงแรมและสถานบริการ เพิ่มขีดความสามารถขององค์กรที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว และพัฒนามาตรฐานบุคลากรด้านการท่องเที่ยวให้ได้มาตรฐานสากล ทั้งนี้ รัฐบาลจะเร่งฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวที่เสื่อมโทรม หรือประสบภัยพิบัติ เช่น ชายฝั่งทะเลอันดามัน ตลอดจนพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยจะเชื่อมโยงเครือข่ายการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและเชิงสุขภาพ

รัฐบาลจะขยายฐานภาคบริการเพื่อสร้างรายได้ใหม่ เช่น บริการสุขภาพ การศึกษา การจัดประชุมและสัมมนานานาชาติ การขนส่งทางอากาศ การถ่ายทำภาพยนตร์ การพัฒนาซอฟต์แวร์ การค้าส่ง ค้าปลีก และการเป็นศูนย์กลางธุรกิจในภูมิภาค เป็นต้น
 
ในด้านธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รัฐบาลจะสร้างโอกาสให้แก่ผู้ประกอบการเพื่อให้เข้าถึงแหล่งทุน การพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม การตลาด ทั้งในและนอกประเทศ เพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยผ่านกลไกต่างๆ ที่ริเริ่มแล้วอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ กองทุนและธนาคารหมู่บ้าน การแปลงสินทรัพย์เป็นทุน การพัฒนามาตรฐานและคุณภาพผลิตภัณฑ์ของโครงการ 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์
รัฐบาลจะสร้างโอกาสการพัฒนาให้แก่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยสนับสนุนองค์ความรู้ในด้านการขาย การตลาด ระบบบัญชี การให้ความรู้ในการปรับปรุงคุณภาพสินค้าและการผลิต รวมทั้งการช่วยเหลือจดทะเบียนสินทรัพย์ทางปัญญาของชาวบ้านและชุมชนอย่างกว้างขวาง ตลอดจนจัดตั้งศูนย์แสดงสินค้าของประเทศไทยในเมืองใหญ่ในต่างประเทศเพื่อสร้างตลาดและเผยแพร่ชื่อเสียงประเทศไทยให้เป็นที่รู้จัก

รัฐบาลจะปรับเปลี่ยนระบบบริหารจัดการขนส่งสินค้าใหม่ ให้มีประสิทธิภาพ คุณภาพ และทันเวลา ให้สามารถรองรับการขยายตัวเศรษฐกิจ เพื่อเชื่อมโยงแหล่งผลิตจากท้องถิ่นไปสู่ตลาดในทุกระดับ ซึ่งจะลดต้นทุนในทุกขั้นตอนของการกระจายสินค้า มีระบบเชื่อมโยงการขนส่งหลายรูปแบบ ทั้งทางรถ เรือและรถไฟและทางท่อ โดยให้ความสำคัญในการเชื่อมโยงท่าเรือแหลมฉบังและท่าอากาศยานสุวรรณภูมิให้เป็นประตูสู่ตลาดโลก รัฐบาลจะขยายเครือข่ายและบริการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารให้ทันสมัยและทั่วถึงทั่วประเทศในราคาที่เป็นธรรม มีความเพียงพอ สามารถรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจและนำมาใช้ประโยชน์ในการเติมความรู้ให้แก่สังคม การบริหารประเทศและพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

ในภาวะปัจจุบันที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังคงสูงและยังมีผันผวน รัฐบาลจะดำเนินนโยบายพลังงาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของระบบภาคผลิต การขนส่งและการดำรงชีวิตของประชาชน เพื่อให้เกิดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการนำเข้าพลังงานและพัฒนาพลังงานทางเลือกที่ประเทศไทยสามารถพึ่งตนเองได้มากขึ้น รวมทั้งพัฒนาก๊าซธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด สร้างความมั่นคงด้านพลังงานในภูมิภาคและเพิ่มมูลค่าในประเทศ โดยการพัฒนาอุตสาหกรรมปิโตรเคมี อุตสาหกรรมต่อเนื่องและอุตสาหกรรมการผลิต พลังงานชีวภาพ ส่งเสริมการใช้เอทานอลและไบโอดีเซลที่เป็นผลผลิตการเกษตร เพื่อทดแทนน้ำมัน เพื่อให้การลงทุนและการบริการด้านโครงสร้างพื้นฐานมีประสิทธิภาพ

รัฐบาลจะเพิ่มศักยภาพของรัฐวิสาหกิจ โดยการปรับปรุงการบริหารและแปรสภาพเป็นบริษัท จัดกลุ่มเพื่อกำกับดูแลให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของประเทศ ตลอดจนสร้างความเข้มแข็งให้แก่กลไกการกำกับดูแลกิจการที่เกี่ยวข้องกับบริการโครงสร้างพื้นฐาน รัฐบาลจะกำกับดูแลการบริหารจัดการและพัฒนารัฐวิสาหกิจ โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชนผู้บริโภคในฐานะผู้รับบริการ
 
ในการขจัดความยากจน การพัฒนาคนและสังคมที่มีคุณภาพ การสร้างความเข้มแข็งให้แก่ระบบเศรษฐกิจ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานนั้น มีความจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก รัฐบาลจะพิจารณาแหล่งเงินทุนที่เหมาะสมโดยยึดหลักการให้เศรษฐกิจขยายตัวได้อย่างมีเสถียรภาพและรักษาวินัยทางการเงิน การคลังอย่างเคร่งครัด โดยจัดทำงบประมาณที่เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจ ดูแลระดับเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับเหมาะสม รักษาทุนสำรองระหว่างประเทศและดุลบัญชีเดินสะพัด ให้อยู่ในระดับที่เพียงพอ และสามารถคงสถานภาพของประเทศผู้ให้กู้ได้

ในส่วนของตลาดเงิน รัฐบาลจะสร้างความเข้มแข็งและโปร่งใส พร้อมไปกับการสนับสนุนให้องค์กรธุรกิจและประชาชนในทุกภาคส่วนของประเทศ มีโอกาสและช่องทางที่จะเข้าถึงแหล่งทุนของทางการเงินต่างๆ ได้อย่างเพียงพอ ในส่วนของตลาดทุนรัฐบาลจะพัฒนาทั้งตลาดตราสารทุนและตลาดตราสารหนี้ ให้เป็นแหล่งระดมทุนระยะยาวสำหรับองค์กรธุรกิจทุกขนาด นอกจากนี้รัฐบาลจะส่งเสริมการออมของประเทศเพื่อความมั่นคงของชีวิตประชาชน และเป็นแหล่งเงินที่ช่วยลดการพึ่งพาเงินทุนต่างประเทศในการขยายการลงทุนของประเทศ ในด้านการเงินระหว่างประเทศนั้น รัฐบาลจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องในการผลักดันความร่วมมือทางการเงินในภูมิภาค โดยการพัฒนาตราสารหนี้เอเชียให้เป็นกลไกสำคัญในการระดมทุน เพื่อประโยชน์ร่วมกันของภูมิภาคและประเทศไทย

4. นโยบายบริหารจัดการทรัพยากรธรรมาชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศเป็นปัจจัยที่สำคัญในการพัฒนาประเทศ ซึ่งจะต้องมีความสมดุลในการใช้ การอนุรักษ์และการทดแทนอย่างเหมาะสม เพื่อรักษาทรัพย์สินของประเทศที่มีค่านี้ให้เป็นสมบัติของคนในรุ่นต่อไป ดังนั้นรัฐบาลจะส่งเสริมและเร่งฟื้นฟูความสมบูรณ์ของดินและน้ำสู่ธรรมชาติ แก้ไขปัญหาความเสื่อมโทรมและมลภาวะ เพื่อคืนสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับคนไทย รัฐบาลจะกำหนดวิธีการบริหารจัดการทรัพยากรรัฐและเอกชนภายใต้การมีส่วนร่วมของเอกชนและชุมชนท้องถิ่นที่ให้มีความสมดุลของการใช้ประโยชน์ การถือครองและการอนุรักษ์ฐานทรัพยากรที่ดิน ป่าไม้ ลุ่มน้ำ ทรัพยากรชายฝั่ง การใช้ภูมิศาสตร์ การใช้ภูมิสารสนเทศ การปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องให้เกิดประโยชน์สูงสุด และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อการพัฒนาประเทศและคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน
 
รัฐบาลจะดูแลสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง สนับสนุนให้ชุมชนจัดทำฝายน้ำล้นและฝายชะลอความชุ่มชื้นขึ้นหรือฝายแม้ว ตามแนวพระราชดำริ การเข้าถึงและการใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืนและเป็นธรรม
รัฐบาลจะลงทุนเพื่อการพัฒนาแหล่งน้ำอย่างเป็นระบบตามลักษณะกายภาพของลุ่มน้ำ ตั้งแต่การพัฒนาแหล่งน้ำ แหล่งต้นน้ำ กลางน้ำและกระจายการใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึง
 
รัฐบาลจะฟื้นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรดินอย่างเต็มที่ การยุติการเผาไร่นาและทำลายหน้าดิน การลดการใช้สารเคมีเพื่อการเกษตร รวมถึงการฟื้นฟูดิน และป้องกันการชะล้างทำลายดิน และให้มีมาตรการป้องกันและเตือนภัยจากภัยพิบัติธรรมชาติ เช่น อุทกภัย ภัยแล้ง ธรณีพิบัติ และการเปลี่ยนแปลงของชั้นบรรยากาศ และดำเนินมาตรการลดผลกระทบและความเดือดร้อนของประชาชน ด้านมลภาวะ
 
รัฐบาลจะเร่งรัดการควบคุมจากก๊าซขยะ น้ำเสีย กลิ่น และเสียง ที่เกิดจากการผลิตและบริโภค โดยเร่งรัดการสร้างระบบบำบัดน้ำเสียที่เกิดขึ้นจากสังคมเมือง และการผลิตภาคเกษตรและอุตสาหกรรม การจัดระบบกำจัดขยะโดยวิธีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและเพิ่มความสามารถขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการกำจัดขยะ
 
รัฐบาลจะส่งเสริมให้ภาคเอกชนวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการอนุรักษ์พลังงานการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม การผลิตวัสดุที่สามารถย่อยสลายได้ การหมุนเวียนการใช้วัตถุดิบ และเทคโนโลยีที่สะอาด การใช้หลักผู้ก่อมลพิษเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่าย เพื่อกระตุ้นให้เกิดการลดการก่อมลภาวะ และลดภาระของสังคม นอกจากนี้รัฐบาลจะป้องกันการใช้ประเทศไทยเป็นประเทศปลายทางของการรับภาระของการส่งขยะ ของเสีย และกากพิษอุตสาหกรรม

5 นโยบายการต่างประเทศและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ในกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบัน ประเทศไทยไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและสังคมของโลกได้ รัฐบาลจึงต้องดำเนินนโยบายการต่างประเทศและเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่จะรักษาผลประโยชน์ของประเทศไทย ขณะเดียวกันต้องแสวงหาพันธมิตร และสร้างความร่วมมือกับต่างประเทศทั้งระดับประเทศเพื่อนบ้าน และระดับภูมิภาค เพื่อร่วมกันพัฒนา ป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดผลกระทบต่อประเทศไทยได้ รัฐบาลจะดำเนินนโยบายการต่างประเทศเชิงรุก ที่ยึดถือหลักในการปฏิบัติต่อกันอย่างเสมอภาค และจะมุ่งส่งเสริมและขยายสัมพันธไมตรี และความร่วมมือกับนานาประเทศ ทั้งด้านการเมืองความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม โดยจะอาศัยการต่างประเทศเป็นเครื่องมือสำคัญในการเสริมนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมของรัฐบาล ด้านการส่งเสริมความสัมพันธ์ในมิติต่างๆกับนานาประเทศ
 
รัฐบาลจะสานต่อความเข้าใจอันดี และความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างแน่นแฟ้น และขยายความร่วมมือทั้งระดับภาครัฐ เอกชน และประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน ภายใต้กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจ แม่โขง และกรอบอนุภูมิภาคอื่นๆ ทั้งด้านการค้า การลงทุน การเกษตร อุตสาหกรรม การเชื่อมโยงเครือข่ายคมนาคม ขนส่งทางบก น้ำ และอากาศ การท่องเที่ยวและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ รัฐบาลจะร่วมมือกับประเทศอาเซียนในการเร่งรัด เร่งจัดตั้งประชาคมอาเซียนให้บรรลุเป้าหมายเร็วยิ่งขึ้น และผลักดัน ให้กรอบความร่วมมือเอเชีย หรือ เอซีดี เป็นเวทีเพื่อเสริมสร้างความไว้วางใจและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในเอเชีย รวมทั้งเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการนำไปสู่การจัดตั้งประชาคมแห่งเอเชีย
 
นอกจากนี้ รัฐบาลจะสานต่อและขยายความ ร่วมมืออย่างทัดเทียมกันในลักษณะหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ กับประเทศและกลุ่มประเทศที่มีบทบาทความสำคัญของโลก บนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกัน รวมทั้งจะเสริมสร้างความยอมรับ และความเชื่อมั่นของต่างประเทศต่อประเทศไทย ด้านความร่วมมือภายใต้กรอบพหุภาคี รัฐบาลจะยึดมั่นพันธะกรณีของไทยตามกฎสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศ กรอบความร่วมมือต่างๆที่ไทยไปเป็นภาคีสมาชิก และข้อผูกพันระหว่างประเทศของไทย รวมทั้งจะมุ่งสานต่อการเพิ่มบทบาทของไทยภายใต้กรอบสหประชาชาติ องค์การระหว่างประเทศ องค์การระดับภูมิภาค และเครือข่ายระหว่างประเทศในการส่งเสริม และสนับสนุนสันติภาพ ความมั่นคง กระบวนการประชาธิปไตยและความร่วมมือ เพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ ทั้งในมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม วิชาการ และความมั่นคงของมนุษย์ การให้ความช่วยเหลือเพื่อมนุษยธรรม โดยเฉพาะการฟื้นฟูบูรณะภายหลังความขัดแย้ง ตลอดจนให้ความร่วมมือในการต่อต้านการก่อการร้าย และการพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นศูนย์การดำเนินงานและการประชุมระหว่างประเทศ

รัฐบาลจะสนับสนุนให้คนไทยมีบทบาทในเวทีสหประชาชาติและองค์การระหว่างประเทศต่างๆ และให้ประเทศไทยมีบทบาทนำ และมีส่วนร่วมกำหนดและสร้างกฎกติการะหว่างประเทศที่สำคัญ และกระบวนการปฏิรูปสหประชาติ รวมทั้งการแก้ไขปัญหาข้ามชาติที่ประเทศทั่วโลกให้ความสำคัญร่วมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหายาเสพติด โรคภูมิแพ้ โรคระบาดร้ายแรง ทรัพยากรธรรมชาติ ภัยพิบัติ รวมทั้งการขจัดความยากจน และส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน
 
สำหรับมิติด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ รัฐบาลจะดำเนินนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศในเชิงรุกต่อเนื่อง และมีความเชื่อมโยงกับนโยบายเศรษฐกิจภายในประเทศโดยเฉพาะการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ เพื่อนำความร่วมมือระหว่างประเทศมาใช้ในการพัฒนา และเสริมสร้างศักยภาพให้กับบุคลากรในทุกระดับ ให้มีความพร้อมในการเข้าสู่และเกิ้อหนุนต่อการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจใหม่ และพัฒนาศักยภาพของไทยให้มีบทบาทนำในการพัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาค รัฐบาลจะสานต่อการจัดทำข้อตกลงการค้าเสรีกับประเทศต่างๆ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศไทยโดยรวม การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยอย่างต่อเนื่อง และการดำเนินนโยบายการตลาดเชิงรุก ทั้งตลาดเดิมตลาดใหม่ เพื่อส่งเสริมให้สินค้าและบริการของไทยเป็นที่รู้จักและยอมรับอย่างแพร่หลายจากผู้บริโภคในต่างประเทศ

รัฐบาลจะเสริมสร้างบทบาทนำที่สร้างสรรค์ของผู้แทนไทยในการเจรจาการค้าและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้กรอบพหุภาคี เพื่อเสริมอำนาจต่อรอง และรักษาผลประโยชน์โดยรวมของประเทศ รวมทั้งมุ่งขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับนานาประเทศ เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งทรัพยากร วัตถุดิบ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และองค์ความรู้ใหม่ๆ ในต่างประเทศ เพื่อนำมาเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของไทยในเวทีการค้าระหว่างประเทศ เพื่อให้การดำเนินนโยบายการต่างประเทศสามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนคนไทยได้อย่างแท้จริง
 
รัฐบาลจะสานต่อดำเนินการทางการทูตเพื่อประชาชน โดยสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วนในสังคม ในภารกิจด้านต่างประเทศ การเสริมสร้างและสนับสนุนชุมชนไทยในต่างประเทศให้มีบทบาทและส่วนร่วมในการปกปักรักษา ส่งเสริมผลประโยชน์ของประเทศ ร่วมทั้งจะมุ่งส่งเสริม รักษา และคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประเทศ ภาคเอกชนไทย แรงงานไทย และคนไทยในต่างประเทศ ตลอดจนจะมุ่งพัฒนาระบบบริหารราชการในต่างประเทศแบบบูรณาการให้สมบูรณ์ขึ้น

6. นโยบายพัฒนากฎหมาย และส่งเสริมการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ การที่ประเทศจะมีพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง และมีสังคมที่สงบสุข จะต้องมีพื้นฐานของกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี โดยเฉพาะความโปร่งใสและปลอดความทุจริตในทุกระบบและทุกวงการ ทั้งภาครัฐและเอกชน รัฐบาลจะพัฒนากฎหมายทั้งระบบให้ทันสมัย และทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยยกเลิกกฎหมาย กฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ ที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน ยกเลิกกฎหมายที่ไม่มีการบังคับใช้ สร้างภาระไม่จำเป็นต่อประชาชน และก่อให้เกิดความยุ่งยาก ล่าช้า ซ้ำซ้อนต่อการปฏิบัติหน้าที่ของส่วนราชการ และไม่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะการพัฒนากฎหมายเศรษฐกิจให้สอดรับกับการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่เน้นการขยายโอกาสให้คนจน และคนด้อยโอกาส และการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศให้ทันต่อกระแสโลกาภิวัตน์
 
รัฐบาลจะปรับปรุงระบบอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนอย่างเสมอภาค เป็นธรรม เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากกระบวนการยุติธรรมโดยทั่วถึง และรวดเร็ว นอกจากนั้นจะปรับปรุงระบบการจัดการศึกษากฎหมาย การพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรทางกฎหมายในภาครัฐ และการส่งเสริมให้ประชาชนได้รู้กฎหมายในชีวิตประจำ สิทธิ เสรีภาพ และหน้าที่ เพื่อประโยชน์ในการรักษาสิทธิและเสรีภาพพื้นฐานของตน
 
รัฐบาลจะพัฒนาระบบราชการอยางต่อเนื่องต่อไป ด้วยการปรับโครงสร้างราชการและนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการวางแผน และตัดสินใจให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะทำให้บทบาทและภารกิจมีความกระชับ มีประสิทธิภาพเหมาะสมกับสถานการณ์ ทั้งการดูแลพื้นที่ การปฏิบัติราชการตามอำนาจหน้าที่ปกติ และการปฏิบัติราชการตามระเบียบวาระงานพิเศษ พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง และตอบสนองความต้องการของประชาชนโดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง

รัฐบาลจะเสริมสร้างประสิทธิภาพของระบบการบริหารงานแบบบูรณาการอย่างต่อเนื่องไม่ว่าในระดับจังหวัดหรืออื่นๆ รัฐบาลจะเน้นระบบการบริหารงานบุคคลภาครัฐให้มีคุณธรรมและมีประสิทธิภาพ ปรับปรุงระบบการบริหารทรัพยากรบุคคล จัดระบบค่าตอบแทนให้เป็นธรรม นอกจากนี้จะปรับปรุงระบบบริการประชาชนให้เป็นเชิงรุกมากขึ้น ในรูปแบบการให้บริการถึงตัวบุคคลผ่านระบบศูนย์บริการร่วม และระบบรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ที่สมบูรณ์แบบ ยกระดับสมรรถนะของส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐ พัฒนารูปแบบ โครงสร้าง และระบบการบริหารงานใหม่ที่มีความยึดหยุ่น คล่องตัวสูง มุ่งเน้นการจัดการความรู้ และพัฒนาส่วนราชการ และหน่วยงานของรัฐให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้
 
รัฐบาลจะดำเนินการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในวงราชการอย่างต่อเนื่อง ให้เป็นระบบราชการที่โปร่งใสและสะอาด โดยการวางระบบการตรวจสอบและประเมินผลสัมฤทธิ์ ตามมาตรฐานคุณธรรม จริยธรรม ความคุ้มค่า พัฒนากระบวนการติดตาม ตรวจสอบลงโทษผู้ทุจริตอย่างเด็ดขาด เปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ปรับปรุงระบบการจัดซื้อจัดจ้าง ตลอดจนการจ่ายเงินแผ่นดินให้เกิดความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ สนับสนุนภาคประชาชนให้มีส่วนร่วมในการรณรงค์เรื่องดังกล่าวอย่างจริง และปลูกฝังจิตสำนึกและค่านิยมของสังคมให้ประชาชนร่วมกันต่อต้านการทุจริตและการประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐ
 
รัฐบาลจะส่งเสริมกระบวนการบริหารจัดการที่ดีในภาคเอกชน โดยเฉพาะระบบการตรวจสอบกิจการที่โปร่งใส และสนับสนุนให้ภาคเอกชนยึดมั่นในความรับผิดชอบต่อลูกค้า ผู้รับบริการ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย รวมทั้งความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้สังคม โดยการคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อสร้างความเป็นธรรม ตลอดจนป้องกันการผูกขาดตัดตอน ทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยใน 4 ปีต่อไปนี้ รัฐบาลจะส่งเสริมให้มีการนำศีลธรรมและคุณธรรมมาใช้ในแนวทางการดำรงชีวิต และประกอบกิจการของทุกฝ่าย โดยจะขอความร่วมมือจากคณะสงฆ์และองค์กรหลักของทุกศาสนา

7. นโยบายส่งเสริมประชาธิปไตยและกระบวนการประชาสังคม  ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ระบอบประชาธิปไตยและกระบวนการประชาสังคมที่ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศและท้องถิ่น เป็นกลไกสำคัญที่ทำให้การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมเป็นไปตามความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง รัฐบาลมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมและพัฒนาระบอบประชาธิปไตย โดยเน้นการมีส่วนร่วมและการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน การที่รัฐบาลได้รับความไว้วางใจจากประชาชนอย่างท่วมท้นในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ทำให้เกิดมิติใหม่ของระบบการเมืองไทยที่มีรัฐบาลเข้มแข็ง แต่รัฐบาลก็ตระหนักดีว่าสังคมในระบอบประชาธิปไตยจะต้องมีการตรวจสอบการบริหารกิจการบ้านเมือง โดยมีภาคประชาชนที่เข้มแข็ง ดังนั้นรัฐบาลจะรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในรูปแบบที่เหมาะสมและหลากหลายในเรื่องสำคัญตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 59 และร่วมกับทุกฝ่ายที่จะส่งเสริมและยกระดับสิทธิมนุษยชนให้ทัดเทียมระดับสากล รวมทั้งจัดตั้งศูนย์ติดตามคนหาย และระบบพิสูจน์ศพนิรนาม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในสังคมไทย
 
รัฐบาลจะส่งเสริม สนับสนุนการทำงานขององค์กรอิสระต่างๆ ตามรัฐธรรมนูญ ส่งเสริมบทบาทของผู้นำชุมชน หรือปราชญ์ท้องถิ่น กระจายอำนาจจากส่วนกลางไปสู่ส่วนท้องถิ่น เพื่อให้ท้องถิ่นสามารถพึ่งตนและสามารถตัดสินใจในกิจการของท้องถิ่นได้ และส่งเสริมองค์กรพัฒนาเอกชนที่สร้างสรรค์ และกระบวนการประชาสังคมที่ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย การตัดสินใจทางการเมือง การวางแผนพัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง และการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐทุกระดับ

8. นโยบายรักษาความมั่นคงของรัฐ  ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ รัฐบาลจะเทิดทูนและรักษาไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งพระมหากษัตริย์ มิให้ผู้ใดล่วงละเมิดได้ รัฐบาลจะพัฒนาระบบการป้องกันประเทศตามแนวทางป้องกันประเทศที่ได้มาตรฐาน โดยการเสริมสร้างจิตสำนึกและนำภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันประเทศ พัฒนาความพร้อมและความทันสมัยของกองทัพให้มีประสิทธิภาพและความพร้อมในการรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ และสนับสนุนภารกิจในการรักษาสันติภาพในภูมิภาคต่างๆ ภายใต้กรอบของสหประชาชาติ ในขณะเดียวกันก็สนับสนุนกองทัพให้มีบทบาทในการร่วมพัฒนาประเทศมากขึ้น รวมทั้งจัดระเบียบพื้นที่ชายแดน เพื่อให้มีความพร้อมต่อการเผชิญสถานการณ์และปัญหาต่างๆ ทั้งในภาวะปกติและไม่ปกติ
 
ในการแก้ไขปัญหาผู้หลบหนีเข้าเมืองและแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย รัฐบาลจะมุ่งการสกัดกั้นและป้องกันการเข้ามาใหม่ การจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว และการปราบปรามการลักลอบเข้าเมืองอย่างเฉียบขาด โดยเฉพาะขบวนการที่มีผู้มีอิทธิพลสนับสนุน เพื่อลดขนาดและผลกระทบต่อปัญหาด้านความมั่นคงระยะยาวให้เหลือน้อยที่สุด ควบคู่ไปกับการจัดการกับปัญหา สถานะ และสิทธิของบุคคลที่ยังไม่มีสถานภาพที่ชัดเจน และสร้างคุณประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศได้อย่างเหมาะสม ภายใต้ความสมดุลระหว่างการดูแลด้านสิทธิขั้นพื้นฐานและการรักษาความมั่นคงของชาติ

รัฐบาลจะแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยระดมทรัพยากร และปรับปรุงการบริหารจัดการทั้งปวง ตามหลักการเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา และใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดความสงบเรีบร้อยและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินขึ้นในพื้นที่โดยเร็วที่สุด รวมทั้งมุ่งส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน โดยเน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน การสร้างความสมานฉันท์ทั้งในระดับชาติและในระดับพื้นที่ การอำนวยความเป็นธรรมและความยุติธรรม การขจัดอิทธิพล อำนาจมืด การประพฤติทุจริต ผิดกฎหมายของเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างเฉียบขาด ควบคู่ไปกับการขจัดความยากจน การพัฒนาการศึกษา การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่สอดคล้องกับลักษณะของเฉพาะพื้นที่ วิถีชีวิตและวัฒนธรรมของประชาชน ตลอดจนร่วมมือกับนานาประเทศ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านในการพัฒนา ป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ และการก่อความไม่สงบบริเวณชายแดน

สถานการณ์ด้านความมั่นคงเป็นสภาพแวดล้อมใหม่ที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ รัฐบาลจะปฏิรูปงานด้านข่าวกรองให้มีประสิทธิภาพ ทั้งระบบข้อมูลเชิงลึก ด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้ได้อย่างแท้จริง รวมถึงการสร้างความพร้อมในการเผชิญกับวิกฤติการณ์ที่เป็นภัยพิบัติขนาดใหญ่ ทั้งที่เกิดจากภัยธรรมชาติและการกระทำของมนุษย์ โดยให้ความสำคัญในการจัดตั้งศูนย์เตือนภัยระดับชาติ และการบริการวิกฤติการณ์การเตรียมความพร้อมเพื่อตอบสนองอย่างฉับไวต่อวิกฤติการณ์ และการบริหารจัดการเพื่อการบรรเทาและฟื้นฟูสาธารณภัยโดยเร็ว

9. นโยบายตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้ดำเนินการตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐตามรัฐธรรมนูญอย่างจริงจังมาโดยตลอด และได้รายงานความคืบหน้าปัญหาและอุปสรรคให้รัฐสภาชุดที่แล้วทราบทุกปี ในช่วง 4 ปีต่อไป รัฐบาลก็ยังมุ่งมั่นที่จะดำเนินการตามแนวนโยบายพื้นฐานดังกล่าวต่อไปอย่างจริงจัง โดยผสมผสานนโยบายของรัฐบาลที่กราบเรียนมาแล้วนี้ ให้สอดคล้องกับสาระในแต่ละมาตรา ในหมวด 5 ว่าด้วยแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และจะรายงานให้รัฐสภาทราบความก้าวหน้า ปัญหา และอุปสรรคทุกปี เพื่อรับความเห็นที่ท่านสมาชิกทั้งหลายจะร่วมกันแนะนำให้รัฐบาลนำไปปรับปรุงการดำเนินการให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ การกำหนดนโยบายบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐมนตรีตามที่กล่าวมา ได้วางอยู่บนพื้นฐานข้อมูลตามความเป็นจริงของประเทศ และความต่อเนื่องกับเหตุการณ์ที่ผ่านมา ตลอดจนการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมใหม่ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การปกครอง และสถานการณ์ของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป เมื่ออการแถลงนโยบายนี้เสร็จสิ้นแล้ว รัฐบาลจะได้เร่งดำเนินการให้เป็นรูปธรรม โดยจะจัดทำแผนปฏิบัติการแห่งชาติ ประกอบด้วย แผนนิติบัญญัติ แผนบริหารราชการแผ่นดิน และแผนปฏิบัติราชการของส่วนราชการต่างๆ ไว้เป็นคู่มือ และแนวทางในการทำงานต่อไป

รัฐบาลขอให้ความเชื่อมั่นแก่รัฐสภาอันเป็นองค์กรที่มีอำนาจหน้าที่ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินว่า จะบริหารราชการแผ่นดินด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต สามจะยึดประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง และสี่ จะยึดถือและรักษาไว้ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ ขอขอบคุณครับ