โปรดเกล้าฯนายทหารรับราชการประจำปีไม่พลิก “ขวัญชาติ”ขึ้นแม่ทัพภ.4เด้ง“พิศาล”เข้ากรุ ส่วน “บุญชู” อดีตผบ.กกล.ฉก. 976ไทย-อิรักผลัดที่1ขึ้นชั้นนายพล ส่วนตท.10รุ่นนายกฯ“มนัส”รั้งรองแม่ทัพภ.3จ่อขึ้นขณะที่ตท.6รุ่นผบ.ทบ.ขึ้นแต่พองาม
วันนี้ (15 มี.ค.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ได้มีประกาศสำนักนายกฯเรื่องให้นายทหารรับราชการโดยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้นายทหารรับราชการสนองพระเดชพระคุณ จำนวน 487 ตำแหน่ง
สำหรับรายชื่อโยกย้ายนายทหารกลางปีที่ออกมานี้ไม่มีการพลิกโผแต่อย่างใดโดยเฉพาะในตำแหน่งสำคัญๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฎิบัติหน้าที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น พล.ต.ขวัญชาติ กล้าหาญ รองแม่ทัพภาคที่4 (ตท.8) ขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่4 พ.อ.สำเร็จ ศรีหร่าย รองผู้บัญชาการโรงเรียนสงครามพิเศษ (ตท.13) นักรบยาเสพติดภาคเหนือ ดีกรีมหาบัณฑิตข้ามห้วยไปเป็นผบ.กองพลพัฒนาและพิทักษ์ทรัพยากร ตามคาด
ในส่วนพล.ท.พิศาล วัฒนวงษ์คีรีแม่ทัพภาคที่ 4 (ตท.9) พล.ต.สินชัย นุตสถิตย์ รองแม่ทัพภาคที่4 (ตท.9) และ พล.ต.เฉลิมชัย วิรุฬห์เพชร ผบ.พล.ร.5 (ตท.10) ซึ่งถูกคณะกรรมการสอบสวนวินัยกลาโหม ชุดที่มี พล.อ.เกษมชาติ นเรศเสนีย์ เป็นประธานฯ เสนอให้ปลดออกจากตำแหน่งจากกรณีละเลยการปฎิบัติหน้าที่ระหว่างสลายกลุ่มผู้ชุมนุมที่หน้าสภอ.ตากใบถูกปรับประจำทั้งหมดเป็นที่น่าสังเกตว่าการแต่งตั้งโยกย้ายคราวนี้ พล.อ.ประวิตรได้ย้ายนายทหารระดับสูงของกองทัพภาคที่ 4 เข้าประจำเกือบทั้งหมด นอกจากพล.ท.พิศาล พล.ต.สินชัย และ พล.ต.เฉลิมชัย จะเข้าเป็นผู้ทรงฯทบ.แล้วทาง พล.ต.สมศักดิ์ กิจพ่อค้าเสธ.ทภ.4 (ตท.11) ก็ถูกเด้งเข้าประจำกองทัพบกเช่นกัน
ในส่วนรองแม่ทัพภาคที่ 4ที่ว่างลง 2 ตำแหน่งนั้น ทางพล.ต.วิโรจน์ บัวจรูญอดีตผบ.พล.ร.5 (ตท.9) ที่เคยถูกเด้งในสมัยพล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร เป็น ผบ.ทบ. ได้รับโอกาสให้กลับไปปฎิบัติหน้าที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อีกครั้ง ขณะที่พล.ต.ปกิจ ดำริสถลมารค ผบ.มทบ.41 (ตท.7) ขึ้นเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 4 พ.อ.เด่นชัย เชวงโชติ (ตท.12) ขึ้นเป็นเสธ.ทภ.4 พ.อ.กสิกร คีรีศรี (ตท.11) ขึ้นเป็นผบ.พล.ร.5
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับตำแหน่งหลักสำคัญๆ ของเหล่าทัพอื่น มีดังนี้ในส่วนกระทรวงกลาโหม พล.ท.ประเสริฐ กาสุวรรณ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษทบ. ที่มีความสนิทสนมและเป็นเพื่อนร่วมรุ่น (ตท.4) ของพล.อ.สัมพันธ์ บุญยานันต์ อดีตรมว.กลาโหมขึ้นเป็นพล.อ.ในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายเสธฯ.รมว.กห. โดยเบียด “เสธ.ไอซ์” พล.ท.ไตรรงค์ อินทรทัต ที่ได้รับการเสนอชื่อจากพล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รมว.กลาโหมให้เป็นพล.อ. ยังคงเป็นพล.ท.เหมือนเดิม
นอกจากนี้ พล.ต.วิทยา บุญญาจันทร์ (ตท.13) ฝ่ายเสธ.คนสนิทพล.อ.สัมพันธ์ ก็ขึ้นเป็นพล.ท.ในตำแหน่งหัวหน้าสนง.เลขาฯรมต. พล.ท.โตมร กิตติโสภณ (ตท.6) ขึ้นเป็นพล.อ.ในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายเสธ.ปลัด.กห. พ.อ.บุญชู เกิดโชค (ตท.16) อดีตผบ.กกล.ฉก. 976 ไทย / อิรัก ผลัดที่ 1 ขึ้นเป็นนายพลในตำแหน่งฝ่ายเสธ.รมว.กห. พ.อ.เดชา เหมกระศรี เลขาฯสมาคมจักรยานฯ ขึ้นเป็นนายพลตำแหน่งรองหัวหน้าสน.ปลัด.กห.
ด้านกองบัญชาการทหารสูงสุด (บก.สส.) ปรากฎว่า พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตรผบ.สส.ได้ปรับตำแหน่งและเลื่อนยศให้กับเพื่อนร่วมรุ่น (ตท.5)หลายคนโดยส่วนหนึ่งจะเกษียณอายุราชการในปีนี้อาทิ พล.ท.วิชญ ไขรัศมี ผบ.หน่วยบัญชาการกำลังสำรองขึ้นเป็นพล.อ.ที่ปรึกษาสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ (สปท.) พล.ท.ชาตรี พัธนพันธุ์อดีตผอ.ช่อง 5 ขึ้นเป็นพล.อ.ในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายเสธ.ผบ.สส. พล.ท.กัมพล วิทยาสารรณยุติ เป็นจก.ยุทธศึกษาทหาร พล.ต.สุวัฒน์ อักษรกิตติ์ ขึ้นเป็นพล.ท.ในตำแหน่งผช.หน้าฝ่ายเสธ.ผบ.สส. พล.ต.อัครชัย จันทรโตษะ อดีตผู้จัดการฟุตบอลทีมชาติไทยขึ้นเป็นพล.ท.ที่ปรึกษาบก.สส.พล.ต.ชาญณรงค์ รสจันทร์ จก.การเงินทบ. ขึ้นเป็นพล.ท.ที่ปรึกษาสปท. พล.ต.นฤดม เทียนใส จก.พลาธิการทบ.ขึ้นเป็นพล.ท.ที่ปรึกษาบก.สส. พล.ต.ปิยวัชร์ รมยานนท์ เป็นเจ้ากรมสนเทศทหาร นอกจากนี้ฝ่ายเสธ.สนิทของพล.อ.ชัยสิทธิ์ ยังได้ขยับตำแหน่งและยศกันถ้วนหน้า โดย พล.ต.วีรศักดิ์ มณีอินทร์ ขึ้นเป็นรองจก.กร.ทหาร ขณะที่ พ.อ.ปีย์ โสภัณณา ขึ้นเป็นนายพลในตำแหน่งผู้ชำนาญการบก.สส.
สำหรับตำแหน่งรองผบ.สส.ที่สภากลาโหมมีมติให้มีการโอนตำแหน่งประธานคณะที่ปรึกษาพิเศษบก.สส. นั้นปรากฎว่านายกรัฐมนตรีไม่อนุมัติให้มีการโอนตำแหน่งดังกล่าวเนื่องจากจะมีภาระในการเพิ่มตำแหน่งฝ่ายเสนาธิการในสำนักงานของรองผบ.สส.ขึ้นมา ทำให้ พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ ประธานคณะที่ปรึกษาพิเศษบก.สส.อยู่ในตำแหน่งเดิม
สำหรับตำแหน่งต่างๆในกองทัพบก พล.อ.ประวิตรได้มีการเกลี่ยรุ่นตามความเหมาะสมโดยในส่วนเพื่อนร่วมรุ่น (ตท.6)ของพล.อ.ประวิตรนั้น พล.ท.ภิรมย์ ตังครัตน์ รองหัวหน้าสนง.ผบ.ทบ.ที่เพิ่งเป็นข่าวบุกรับตัวพล.ท.พิศาลคาสนามบิน ขึ้นเป็นพล.อ.ในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายเสธ.ผบ.ทบ. พล.ท.โสภณ ศีลพิพัฒน์ ผช.เสธ.ทบ.ฝ่ายส่งกำลังบำรุงขึ้นเป็นรองเสธ.ทบ. พล.ท.อาทรโลหิตกุล จก.ยุทธศึกษาทบ. ข้ามห้วยไปเป็นผบ.หน่วยบัญชาการกำลังสำรอง (สนร.) พล.ต.อธิคม ตันเลิศ เสธ.ทน.2 ขึ้นเป็นผบ.บชร.2 พ.อ.ต่อศักดิ์ คงเมือง ขึ้นเป็นพล.ต.ตำแหน่ง จก.ขส.ทบ.
กองทัพเรือ พล.ร.ท.วิรัตน์ ดำรงค์เจริญ ผบ.นย. ขึ้นเป็นพล.ร.อ.ที่ปรึกษาทร. พล.ร.ต.สมคิด ตันประเสริฐ รองผบ.กองเรือป้องกันฝั่งเป็นรองเสธ.กร. พล.ร.ต.บรรยง นิศามณีพงษ์ จก.วศ.ทร.ถูกโยกมาเป็นจก.จเร ทร. พล.ร.ต.นคร ทนุวงษ์ ขึ้นเป็นจก.วศ.ทร. ฯลฯ
กองทัพอากาศ พล.อ.ต.พุฑฒิ มังคละพฤกษ์ จก.คปอ. พล.อ.ต.อภิสิทธิ์ จุลโมกข์ เสธ.บยอ. ขึ้นเป็นจก.ควบคุมการปฎิบัติการทางอากาศ พล.อ.ต.ประจิน จั่นตอง เสธ.คปอ. ขึ้นเป็นจก.ข่าวทอ. น.อ.วรฉัตร ฤทธภัย ขึ้นเป็นพล.อ.ต.ตำแหน่ง ผอ.รพ.จันทรุเบกษา ฯลฯ
สำหรับเพื่อนร่วมรุ่นตท. 10 ของนายกฯ ในโผนี้มีการขยับยศกันไม่มากนัก โดยส่วนใหญ่ถูกปรับให้นั่งในตำแหน่งหลักรอจ่อคิวขึ้นเป็นใหญ่ประกอบด้วย พล.ต.ไพโรจน์ รัฐประเสริฐ จก.สวัสดิการทบ.ขึ้นเป็นพล.ท. ที่ปรึกษาทบ. พล.ต.วรวิทย์ พรรณสมัย เสธ.จปร. ขึ้นเป็นรองผบ.จปร. พล.ต.มนัส เปาริก ผบ.พล.ม.1 ที่มีผลงานโดดเด่นในการคุมกองกำลังผาเมืองปราบปราบยาเสพติดทางภาคเหนือขยับเป็นรองแม่ทัพภาค 3 ส่วนที่ขึ้นเป็นนายพลใหม่มี พ.อ.กิตติทัศน์ บำเหน็จพันธุ์ ขึ้นเป็น จก.สวัสดิการทบ. พ.อ.วีระกูล ทองมา เป็น จก.สารวัตรทหารบก พ.อ.นรินทร์ ลักขณา เป็นเสธ.ยศ.ทบ. พ.อ.ยุทธศิลป์ โดยงามชื่น เป็นเสธ.นปอ. พ.อ.อัศวิน รัชฎานนท์ เสธ.ทน.2 พ.อ.ไพรัตน์ ทองจัตุ เป็นผบ.พล.ม.1 ในส่วนเหล่าทัพอื่นๆ พล.ร.ต.สีวิชัย สิริสาลี รองผบ.นย. ขึ้นเป็นพล.ร.ท.ในตำแหน่ง ผบ.นย. พล.อ.ท.สุกำพล สุวรรณทัต ผช.เสธ.ทอ.ฝยก.เป็นรองเสธ.ทอ.
สำหรับนายพลหญิงที่ได้รับการแต่งตั้งในโผนี้มีจำนวนทั้งสิ้น 6 คน ประกอบด้วย พ.อ.(ญ) กรรณิกา ศศิประภา ภรรยา “เสธ.แอ๊ว” พล.อ.อัครเดช ศศิประภา อดีตรองผบ.สส. ขึ้นเป็นพล.ต. (ญ) ในตำแหน่ง ผู้ชำนาญการสป. พ.อ.(ญ) สุจิตร รังสาดทอง เป็นผู้ช่วยเจ้ากรมการเงินกลาโหม พ.อ.(ญ) เล็ก กฤษประเสริฐ เป็นนักวิชาการพิเศษ สนง.วิจัยและพัฒนาการทหารกลาโหม พ.อ.(ญ) จุไรภัทร ยาทิพย์ ภรรยา พล.อ.วิชิต ยาทิพย์ รองปลัดกห.ขึ้นเป็นพล.ต.ในตำแหน่งผู้ชำนาญการบก.สส. น.อ. (ญ ,รน.)วัชรินทร์ รุ่งแสงขึ้นเป็นพล.ร.ต. (ญ)ตำแหน่งผู้ชำนาญการทร.น.อ.(ญ) โอบแก้ว ดาบเพ็ชร ภรรยาพล.อ.ท.สมหมาย ดาบเพ็ชร รองเสธ.ทอ. ขึ้นเป็นพล.อ.ต.(ญ) ตำแหน่ง ผู้ชำนาญการทอ.