•• ไม่รู้ว่าเป็น เจตนา หรือ บังเอิญ แต่ที่แน่ ๆ คือการเปิดตัวหนังสือ บันทึกลับ 2540 ความจริงที่ถูกปกปิดมาเป็นเวลานาน ของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ผ่านทาง ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ เมื่อต้นสัปดาห์ก่อนนั้นทำให้หนังสือที่ขึ้นต้นว่า บันทึก... อีกเล่มหนึ่งที่เตรียมการมานานเพื่อมาเปิดตัว ก่อนหน้าวันเลือกตั้งทั่วไป 2548 ชนิด หวังผล ของ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ มีอันต้องกลายเป็น กระสุนด้าน เพราะไม่สามารถ ยึดครองพื้นที่ข่าวพาดหัวหน้า 1 หนังสือเล่มนั้นคือ รู้ทันกังฉิน ที่มีการตั้งหัวข้อย่อยเป็น ชาดก หวังให้ จับใจคนไทย เพื่อปฏิบัติภารกิจภาคต่อของ ชมรมคนรู้ทัน ให้ลุล่วง
•• หนังสือ รู้ทันกังฉิน เป็นผลงานของ สำนักพิมพ์ขอคิดด้วยคน รวบรวมงานของ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ที่เคยเขียนอยู่ใน นสพ.แนวหน้า แบ่งออกเป็น 4 ตอน 1. ชาดกการเมือง, 2. กังฉินกินเมือง, 3. จุดจบของนักโฆษณาชวนเชื่อ และ 4. ไฟใต้ยุคทักษิณในมุมมองของอดีตเลขาธิการสมช. น่าอ่านเหมือนกัน
•• ก่อนหน้าจะถึง รู้ทันกังฉิน สำนักพิมพ์แห่งนี้ก็ทำรายได้จากหนังสือชุด รู้ทันทักษิณ ชดเชยรายได้ที่เคยมีเป็นกอบเป็นกำจาก รายการวิทยุ-โทรทัศน์ มาแล้ว 2 ภาค แต่ละภาค พิมพ์ซ้ำหลายครั้ง และเมื่อ วันที่ 8 สิงหาคม 2547 มีงานใหญ่ที่ โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ รัชดาภิเษก นอกจากเปิดตัวแนะนำ รู้ทันทักษิณ 2 แล้วก็ยังมีการเปิดตัว ชมรมคนรู้ทัน ผู้ดำรงตำแหน่งประธานเป็นนายทหารนอกราชการนาม พล.ท.เจริญศักดิ์ เที่ยงธรรม มีกรรมการหลายคนที่บางคนก็เป็นนายทหารนอกราชการที่เคยอยู่ใน บทบาทสำคัญ ด้าน งานข่าวกรอง, งานความมั่นคง ในขณะที่วันนั้น น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ไปร่วมงานในฐานะ ผู้สังเกตการณ์ แต่ละท่านที่อยู่ในชมรมดังกล่าวมองชั้นต้น ๆ อย่างตื้น ๆ แล้วก็จะพบว่ามีสายสัมพันธ์ แน่นแฟ้น กับ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ และ ผู้อาวุโสบางท่านเหนือขึ้นไป แต่มองทะลุลงไปในชั้นต่อ ๆ ไปให้ลึกซึ้งแล้วจะพบว่าส่วนใหญ่เป็น อดีตข้าราชการประจำระดับสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อดีตข้าราชการประจำในสายงานความมั่นคง, กลุ่มทุนเก่า หรือจะพูดให้ตรงไปตรงมาคนเหล่านี้เป็น ตัวแทน, แนวหน้า ของ ทุนเก่า และ ระบบราชการประจำ เป็นบุคคลที่สามารถประกาศได้อย่างองอาจว่า จงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ น่าเสียดายว่า ขบวนรุก กลับ จุดไม่ติด, ปลุกไม่ขึ้น อาจจะเป็นเพราะเข้ามาผูกกับ พรรคประชาธิปัตย์ และ เอกยุทธ อัญชัญบุตร มากเกินไป
•• กลับมาคุยเรื่อง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ต่อสักวันหนึ่ง “เซี่ยงเส้าหลง” เห็นผู้คนที่อ่านงานที่เขียนไปเมื่อ วันที่ 28 มกราคม 2548 แล้ว post เข้ามาใน www.manager.co.th มีอยู่ประเด็นหนึ่งที่ขอให้เขียนเรื่อง รบแพ้ลาว หรือ สงครามบ้านร่มเกล้า นี่ก็เป็นอีกหนึ่ง ความลับ ที่ขุนพลผู้เฒ่าวัย 72 ตกเป็น จำเลยสังคม มาตลอด
•• วันนี้เนื้อที่น้อย “เซี่ยงเส้าหลง” ขอให้ย้อนอ่าน คำตอบ ของ พายัพ วนาสุวรรณ หัวข้อ สงครามร่มเกล้า ที่นำเสนอไว้ตั้งแต่ วันที่ 5 พฤศจิกายน 2546 นี่ก็เป็นอีกตอนหนึ่งใน ประวัติศาสตร์ที่ไม่มีการบันทึก ที่สนุก
•• หัวข้อ สงครามร่มเกล้า แม้จะผ่านมาเกือบ 20 ปีแล้วแต่น่าแวะเข้าไปอ่านเพราะมีผู้ post ความเห็นเข้ามา มากกว่า 100 ความเห็น หลากหลายน่าอ่านทั้งนั้น
•• ใน สงครามบ้านร่มเกล้า เมื่อ พฤษภาคม – มิถุนายน 2530 นั้นคู่กรณีไม่ใช่แค่ ไทย – ลาว แต่ยังมีเบื้องหลังคือ เวียดนาม ที่ระดมช่วยเหลือด้วย ยุทโธปกรณ์ขนาดหนัก การยันสถานการณ์ไว้ของฝ่ายไทยนั้นถึงขนาด กระสุนปืนใหญ่หมดคลัง แม้จะระดมขอยืมจาก ประเทศอาเซียน ก็ยัง ไม่พอ ที่สุดก็ต้องเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ส่ง คณะทูตลับ (หัวหน้าคณะคือ พล.ท.อมรรัตน์ จินตกานนท์ ขณะนั้นมียศเป็น พ.อ.) ไปเจรจาความเมืองกับ จีน เพื่อให้ได้มาซึ่ง กระสุนปืนใหญ่สัญชาติจีน อันเป็นไปเพื่อ 2 วัตถุประสงค์คือ ใช้จริง และ เป็นสัญลักษณ์ให้เวียดนามเห็นว่าจีนพร้อมสนับสนุนไทยเต็มที่ ฟังดูเหมือน ง่าย แต่ความจริง สลับซับซ้อน เพราะเป็น งานลับ, การสนับสนุนลับ ดังนั้นจึงต้องใช้ วิธีพิเศษ ใน การลำเลียงกระสุนปืนใหญ่ ฟังว่าครั้งนั้นใช้วิถีทาง เครื่องบินพาณิชย์จำแลง ด้วย
•• ขอแทรกตรงนี้นิดหนึ่งว่า พล.ท.อมรรัตน์ จินตกานนท์ ยังคงมี บทบาทลับ ในช่วงต้น ๆ ของการก่อตั้ง พรรคความหวังใหม่ เมื่อ ปี 2533 ตรงที่ร่วมมือกับ พล.ท.พิรัช สวามิวัศดุ์, ร.ต.เจริญ (จำนามสกุลไม่ได้) และ ไพศาล พืชมงคล จัดตั้ง หน่วยมอเตอร์ไซค์รณรงค์ทางการเมือง มีกำลังประมาณ 20,000 คัน กำลังส่วนนี้แม้จะ ถูกยกเลิก แต่เชื่อว่ายังคงมี บทบาทต่อเนื่องในทางลับ จนมา มีส่วนร่วม ในช่วงวิกฤตการเมือง พฤษภาคม 2535 ด้วยในระดับหนึ่ง
•• เรื่องในย่อหน้าก่อนนั้นยังคงหาอ่านได้ใน คำตอบ ของ พายัพ วนาสุวรรณ หัวข้อ The Motorcycle Song - บทเพลงเดือนพฤษภาของบิ๊กจิ๋ว ?? ลองเปิดอ่านดู
•• นอกจากนั้นล่าสุดใน การเจรจาเขตการค้าเสรีไทย-จีน ช่วงที่มี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็น ประธานคณะฝ่ายไทย เมื่อมีข้อติดขัดบางประการในเรื่อง การส่งออกผัก-ผลไม้ ในการประชุมร่วม 2 ฝ่ายที่ ปักกิ่ง - จีน เมื่อ วันที่ 14 – 17 กรกฎาคม 2547 นี่เองที่ขุนพลเฒ่าวัย 72 แก้ปัญหาไปด้วย สไตล์เดิม (แต่ยังคง ได้ผล) คือไม่ได้พูดในรายละเอียดอะไรมากนักนอกจาก ตัดบทการสนทนาที่ยังไม่มีแนวโน้มจะสรุปได้ ในทำนองว่า “...เอาละพอแล้ว -- เรื่องแค่นี้พี่สาวใหญ่คงช่วยได้แน่ สมัยก่อนจีนก็เคยช่วยไทยยกทหารตั้งหลายแสนไปช่วยตีเวียดนามทำสงครามสั่งสอน เรื่องแค่นี้จึงเล็กมาก.” คำว่า พี่สาวใหญ่ หมายถึง หวูยี่ – รองนายกรัฐมนตรีจีน ที่นั่งเป็น ประธานคณะเจรจาฝ่ายจีน ท่านผู้นี้ขึ้นชื่อลือชาว่าเป็น หญิงเหล็ก เพราะ เจรจายาก, ยืนหยัดแต่ในผลประโยชน์ของจีน – ไม่ลดราวาศอกให้ใคร แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า มุกเดิม ของขุนพลเฒ่าชาวไทยวัย 72 ยังคง ได้ผล เมื่อรองนายกรัฐมนตรีจีน ตัดบทการเจรจา เช่นกันโดยบอกว่า “...พอแล้ว – เมื่อชวลิตเจียงกุนพูดเช่นนี้แล้วก็ให้เป็นไปตามนี้.” ว่าแล้วก็หันมา ค้อมศีรษะให้ และฝ่ายที่ได้รับการค้อมศีรษะให้ก็ ยื่นมือไปให้จับ เป็นผลให้ ผัก-ผลไม้จากไทย ได้เข้าไปใน ช่องทางพิเศษ ไม่ต้อง ต่อคิว เหมือนชาติอื่น ๆ นี่ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึง การทูตวิถีตะวันออก ที่ยังคง มีประสิทธิภาพ อยู่เสมอ
•• ที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งขณะนี้คือ สถานการณ์ที่ไม่ปกติ ทั้งทาง ทิศใต้, ทิศตะวันตก ของบ้านเรา
•• น่าสนใจมากก็คือเหตุการณ์ใน พม่า ดังที่รู้กันอยู่ว่าเมื่อ วันที่ 21 มกราคม 2548 ในการประชุมสภากลาโหมที่มี พลเอกหม่องเอ เป็น ประธาน ในที่ประชุมได้ถกเถียงกันเกี่ยวกับเรื่องการนำเจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวกรองซึ่งเป็นสมัครพรรคพวกของ พลเอกขิ่นยุ้นต์ มาขึ้น ศาลทหาร ข้อเสนอถูกคัดค้านอย่างหนักเพราะ อาจถูกเปิดเผยการกระทำบางอย่างที่ต้องการปกปิด -- โดยเฉพาะเรื่องผลประโยชน์ มีนายทหารคนหนึ่งไม่ทราบชื่อ ชักปืนยิงพลเอกหม่องเอ ดังนั้น พันโทโบวินตุน – นายทหารคนสนิทของพลเอกหม่องเอ กระโดดเข้า ขวาง จึง ถูกยิงเสียชีวิต แต่การที่ไม่ปรากฏชื่อของ ผู้ยิง ทำให้มีข้อสงสัยว่า อาจมีเบื้องหลัง หลายประการด้วยกัน
•• หนังสือ รู้ทันกังฉิน เป็นผลงานของ สำนักพิมพ์ขอคิดด้วยคน รวบรวมงานของ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ที่เคยเขียนอยู่ใน นสพ.แนวหน้า แบ่งออกเป็น 4 ตอน 1. ชาดกการเมือง, 2. กังฉินกินเมือง, 3. จุดจบของนักโฆษณาชวนเชื่อ และ 4. ไฟใต้ยุคทักษิณในมุมมองของอดีตเลขาธิการสมช. น่าอ่านเหมือนกัน
•• ก่อนหน้าจะถึง รู้ทันกังฉิน สำนักพิมพ์แห่งนี้ก็ทำรายได้จากหนังสือชุด รู้ทันทักษิณ ชดเชยรายได้ที่เคยมีเป็นกอบเป็นกำจาก รายการวิทยุ-โทรทัศน์ มาแล้ว 2 ภาค แต่ละภาค พิมพ์ซ้ำหลายครั้ง และเมื่อ วันที่ 8 สิงหาคม 2547 มีงานใหญ่ที่ โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ รัชดาภิเษก นอกจากเปิดตัวแนะนำ รู้ทันทักษิณ 2 แล้วก็ยังมีการเปิดตัว ชมรมคนรู้ทัน ผู้ดำรงตำแหน่งประธานเป็นนายทหารนอกราชการนาม พล.ท.เจริญศักดิ์ เที่ยงธรรม มีกรรมการหลายคนที่บางคนก็เป็นนายทหารนอกราชการที่เคยอยู่ใน บทบาทสำคัญ ด้าน งานข่าวกรอง, งานความมั่นคง ในขณะที่วันนั้น น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ไปร่วมงานในฐานะ ผู้สังเกตการณ์ แต่ละท่านที่อยู่ในชมรมดังกล่าวมองชั้นต้น ๆ อย่างตื้น ๆ แล้วก็จะพบว่ามีสายสัมพันธ์ แน่นแฟ้น กับ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ และ ผู้อาวุโสบางท่านเหนือขึ้นไป แต่มองทะลุลงไปในชั้นต่อ ๆ ไปให้ลึกซึ้งแล้วจะพบว่าส่วนใหญ่เป็น อดีตข้าราชการประจำระดับสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อดีตข้าราชการประจำในสายงานความมั่นคง, กลุ่มทุนเก่า หรือจะพูดให้ตรงไปตรงมาคนเหล่านี้เป็น ตัวแทน, แนวหน้า ของ ทุนเก่า และ ระบบราชการประจำ เป็นบุคคลที่สามารถประกาศได้อย่างองอาจว่า จงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ น่าเสียดายว่า ขบวนรุก กลับ จุดไม่ติด, ปลุกไม่ขึ้น อาจจะเป็นเพราะเข้ามาผูกกับ พรรคประชาธิปัตย์ และ เอกยุทธ อัญชัญบุตร มากเกินไป
•• กลับมาคุยเรื่อง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ต่อสักวันหนึ่ง “เซี่ยงเส้าหลง” เห็นผู้คนที่อ่านงานที่เขียนไปเมื่อ วันที่ 28 มกราคม 2548 แล้ว post เข้ามาใน www.manager.co.th มีอยู่ประเด็นหนึ่งที่ขอให้เขียนเรื่อง รบแพ้ลาว หรือ สงครามบ้านร่มเกล้า นี่ก็เป็นอีกหนึ่ง ความลับ ที่ขุนพลผู้เฒ่าวัย 72 ตกเป็น จำเลยสังคม มาตลอด
•• วันนี้เนื้อที่น้อย “เซี่ยงเส้าหลง” ขอให้ย้อนอ่าน คำตอบ ของ พายัพ วนาสุวรรณ หัวข้อ สงครามร่มเกล้า ที่นำเสนอไว้ตั้งแต่ วันที่ 5 พฤศจิกายน 2546 นี่ก็เป็นอีกตอนหนึ่งใน ประวัติศาสตร์ที่ไม่มีการบันทึก ที่สนุก
•• หัวข้อ สงครามร่มเกล้า แม้จะผ่านมาเกือบ 20 ปีแล้วแต่น่าแวะเข้าไปอ่านเพราะมีผู้ post ความเห็นเข้ามา มากกว่า 100 ความเห็น หลากหลายน่าอ่านทั้งนั้น
•• ใน สงครามบ้านร่มเกล้า เมื่อ พฤษภาคม – มิถุนายน 2530 นั้นคู่กรณีไม่ใช่แค่ ไทย – ลาว แต่ยังมีเบื้องหลังคือ เวียดนาม ที่ระดมช่วยเหลือด้วย ยุทโธปกรณ์ขนาดหนัก การยันสถานการณ์ไว้ของฝ่ายไทยนั้นถึงขนาด กระสุนปืนใหญ่หมดคลัง แม้จะระดมขอยืมจาก ประเทศอาเซียน ก็ยัง ไม่พอ ที่สุดก็ต้องเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ส่ง คณะทูตลับ (หัวหน้าคณะคือ พล.ท.อมรรัตน์ จินตกานนท์ ขณะนั้นมียศเป็น พ.อ.) ไปเจรจาความเมืองกับ จีน เพื่อให้ได้มาซึ่ง กระสุนปืนใหญ่สัญชาติจีน อันเป็นไปเพื่อ 2 วัตถุประสงค์คือ ใช้จริง และ เป็นสัญลักษณ์ให้เวียดนามเห็นว่าจีนพร้อมสนับสนุนไทยเต็มที่ ฟังดูเหมือน ง่าย แต่ความจริง สลับซับซ้อน เพราะเป็น งานลับ, การสนับสนุนลับ ดังนั้นจึงต้องใช้ วิธีพิเศษ ใน การลำเลียงกระสุนปืนใหญ่ ฟังว่าครั้งนั้นใช้วิถีทาง เครื่องบินพาณิชย์จำแลง ด้วย
•• ขอแทรกตรงนี้นิดหนึ่งว่า พล.ท.อมรรัตน์ จินตกานนท์ ยังคงมี บทบาทลับ ในช่วงต้น ๆ ของการก่อตั้ง พรรคความหวังใหม่ เมื่อ ปี 2533 ตรงที่ร่วมมือกับ พล.ท.พิรัช สวามิวัศดุ์, ร.ต.เจริญ (จำนามสกุลไม่ได้) และ ไพศาล พืชมงคล จัดตั้ง หน่วยมอเตอร์ไซค์รณรงค์ทางการเมือง มีกำลังประมาณ 20,000 คัน กำลังส่วนนี้แม้จะ ถูกยกเลิก แต่เชื่อว่ายังคงมี บทบาทต่อเนื่องในทางลับ จนมา มีส่วนร่วม ในช่วงวิกฤตการเมือง พฤษภาคม 2535 ด้วยในระดับหนึ่ง
•• เรื่องในย่อหน้าก่อนนั้นยังคงหาอ่านได้ใน คำตอบ ของ พายัพ วนาสุวรรณ หัวข้อ The Motorcycle Song - บทเพลงเดือนพฤษภาของบิ๊กจิ๋ว ?? ลองเปิดอ่านดู
•• นอกจากนั้นล่าสุดใน การเจรจาเขตการค้าเสรีไทย-จีน ช่วงที่มี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็น ประธานคณะฝ่ายไทย เมื่อมีข้อติดขัดบางประการในเรื่อง การส่งออกผัก-ผลไม้ ในการประชุมร่วม 2 ฝ่ายที่ ปักกิ่ง - จีน เมื่อ วันที่ 14 – 17 กรกฎาคม 2547 นี่เองที่ขุนพลเฒ่าวัย 72 แก้ปัญหาไปด้วย สไตล์เดิม (แต่ยังคง ได้ผล) คือไม่ได้พูดในรายละเอียดอะไรมากนักนอกจาก ตัดบทการสนทนาที่ยังไม่มีแนวโน้มจะสรุปได้ ในทำนองว่า “...เอาละพอแล้ว -- เรื่องแค่นี้พี่สาวใหญ่คงช่วยได้แน่ สมัยก่อนจีนก็เคยช่วยไทยยกทหารตั้งหลายแสนไปช่วยตีเวียดนามทำสงครามสั่งสอน เรื่องแค่นี้จึงเล็กมาก.” คำว่า พี่สาวใหญ่ หมายถึง หวูยี่ – รองนายกรัฐมนตรีจีน ที่นั่งเป็น ประธานคณะเจรจาฝ่ายจีน ท่านผู้นี้ขึ้นชื่อลือชาว่าเป็น หญิงเหล็ก เพราะ เจรจายาก, ยืนหยัดแต่ในผลประโยชน์ของจีน – ไม่ลดราวาศอกให้ใคร แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า มุกเดิม ของขุนพลเฒ่าชาวไทยวัย 72 ยังคง ได้ผล เมื่อรองนายกรัฐมนตรีจีน ตัดบทการเจรจา เช่นกันโดยบอกว่า “...พอแล้ว – เมื่อชวลิตเจียงกุนพูดเช่นนี้แล้วก็ให้เป็นไปตามนี้.” ว่าแล้วก็หันมา ค้อมศีรษะให้ และฝ่ายที่ได้รับการค้อมศีรษะให้ก็ ยื่นมือไปให้จับ เป็นผลให้ ผัก-ผลไม้จากไทย ได้เข้าไปใน ช่องทางพิเศษ ไม่ต้อง ต่อคิว เหมือนชาติอื่น ๆ นี่ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึง การทูตวิถีตะวันออก ที่ยังคง มีประสิทธิภาพ อยู่เสมอ
•• ที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งขณะนี้คือ สถานการณ์ที่ไม่ปกติ ทั้งทาง ทิศใต้, ทิศตะวันตก ของบ้านเรา
•• น่าสนใจมากก็คือเหตุการณ์ใน พม่า ดังที่รู้กันอยู่ว่าเมื่อ วันที่ 21 มกราคม 2548 ในการประชุมสภากลาโหมที่มี พลเอกหม่องเอ เป็น ประธาน ในที่ประชุมได้ถกเถียงกันเกี่ยวกับเรื่องการนำเจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวกรองซึ่งเป็นสมัครพรรคพวกของ พลเอกขิ่นยุ้นต์ มาขึ้น ศาลทหาร ข้อเสนอถูกคัดค้านอย่างหนักเพราะ อาจถูกเปิดเผยการกระทำบางอย่างที่ต้องการปกปิด -- โดยเฉพาะเรื่องผลประโยชน์ มีนายทหารคนหนึ่งไม่ทราบชื่อ ชักปืนยิงพลเอกหม่องเอ ดังนั้น พันโทโบวินตุน – นายทหารคนสนิทของพลเอกหม่องเอ กระโดดเข้า ขวาง จึง ถูกยิงเสียชีวิต แต่การที่ไม่ปรากฏชื่อของ ผู้ยิง ทำให้มีข้อสงสัยว่า อาจมีเบื้องหลัง หลายประการด้วยกัน