xs
xsm
sm
md
lg

อนุมัติ!"แม่ทัพภาค 4"ย้ายตัวเองเข้ากรุ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


"แม่ทัพภาคที่ 4" ขอย้ายตัวเองเข้ากองทัพบกด่วน! หลังถูกกระแสกดดันจากกรณีการสลาย "ม็อบตากใบ" พร้อมให้รองแม่ทัพขึ้นรักษาการแทน

พล.ท.พิศาล วัฒนวงษ์คีรี แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เดินทางมาเข้าพบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการทหารบก ที่กองบัญชาการกองทัพบก เพื่อแสดงความประสงค์ขอเข้ามาช่วยราชการที่กองทัพบก หลังจากที่พ .ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการอิสระไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีเหตุการณ์ที่ สภอ. ตากใบ จ.นราธิวาส ซึ่งมี นาย พิเชต สุนทรพิพิธ เป็นประธาน ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ได้ลงนามในคำสั่งกองทัพบกให้ พล.อ.พิศาล มาปฏิบัติราชการที่กองทัพบกมีผลวันที่ 2 พฤศจิกายน จากนั้น พล.ท.พิศาล ได้มาแถลงข่าวที่ห้องรับรองที่บก.ทบ.เวลา 19.00น. พร้อมกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

พล.ท.พิศาล แถลงว่า หลังจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระ เพื่อสอบสวนกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหน้าสภ.อ.ตากใบ ได้ตระหนักตลอดเวลาว่าหากมีคณะกรรมการไต่สวนลงไป ถ้าตนเองยังอยู่ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 4 อยู่ก็จะทำให้คณะกรรมการไต่สวนไม่สามารถที่จะดำเนินการได้อย่างอิสระ หลังจากที่ไต่ตรองอย่างดีแล้วจึงเดินทางมาขอพบเพื่อหารือกับผบ.ทบ. ว่าเป็นการสมควรที่จะขออนุญาติมาช่วยราชการในระหว่างที่คณะกรรมการไต่สวนทำการไต่สวนอยู่ และได้ขออนุมัติผบ.ทบ.แต่งตั้งพล.ต.ขวัญชาติ กล้าหาญ รองแม่ทัพภาคที่ 4 ทำการแทนในตำแหน่งแม่ทัพภาคที่4 เรื่องนี้พี่น้องในพื้นที่ไม่ต้องห่วง เพราะพล.ต.ขวัญชาติเป็นคนมีความสามารถ เป็นคนดี ทั้งนี้ขอให้ประชาชนไม่ต้องเป็นห่วงว่าการทำงานต่างๆ

แม่ทัพภ.4ขอบคุณกำลังใจทั่วประเทศ
เมื่อถามว่า ในอนาคตต่อไปจะมีความท้อถอยต่างๆอย่างไรหรือไม่ แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า ขอเรียนว่าพร้อมที่จะเดินทางไปข้างหน้าทุกอย่างให้ดีที่สุด และพร้อมที่จะไม่ทำให้พี่น้องเสียกำลังใจ จากกำลังใจที่มีให้มาอย่างล้นหลามจากทั่วประเทศ จากวันนี้เป็นต้นไปคณะกรรมการจะดำเนินการได้อย่างอิสระ ขอยืนยันว่าได้รับความกรุณาจากผู้บังคับบัญชา ทุกฝ่ายทุกส่วนอย่างดีที่สุดมาโดยตลอด และขอยืนยันว่าการทำงานทุกอย่างต้องโปร่งใสสามารถตรวจสอบได้ทุกเรื่อง คณะกรรมการฯอยากไปตรวจสอบอะไรก็สามารถลงไปตรวจสอบได้ทุกเรื่อง ไม่มีปัญหาใดๆ ทราบดีว่าการทำงานในวันนี้นั้น สิ่งที่ภูมิใจมากที่สุดคือความร่วมมือร่วมใจขอทุกฝ่าย และความร่วมมือร่วมใจของพี่น้องประชาชน

ผู้สื่อข่าวถามว่าหนักใจหรือไม่ที่คณะกรรมการฯจะเรียกตัวไปสอบ พล.ท.พิศาลกล่าวว่า พร้อมตลอดเวลา ยืนยันว่าตลอดระยะเวลา 7 เดือนเศษๆที่ลงไปทำงาน ได้ทำทุกอย่างด้วยความรอบครอบ ทำทุกอย่างด้วยความรักพี่น้องประชาชน เหตุที่เกิดมีเหตุบังเอิญนั้น ไม่มีใครไม่เสียใจ และผมเป็นคนที่เสียใจมากที่สุด ไม่มีใครไม่เสียใจต่อเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทุกฝ่ายพยายามทำดีที่สุดแล้ว เพราะฉะนั้นขอให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการฯดีกว่า เมื่อถามว่าการช่วยราชการครั้งนี้เป็นการตัดสินใจด้วยตัวเองหรือมีแรงกดดันจากผู้ใหญ่

ยืนยันไม่มีใครมาบีบให้ออก
พล.ท.พิศาลกล่าวว่า ไม่มีใครบีบผมได้ ทุกคนที่รู้จักผมมานานก็ทราบดี เป็นความตั้งใจมานานพอสมควร ระบบทหารของเรารู้ดี ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน และการตั้งคณะกรรมการฯก็เป็นหน้าที่ของเราอยู่แล้วที่ต้องพ้นมาจากพื้นที่ตรงนั้น ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบีบ เมื่อถามว่าขณะนี้ยังมีตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 อยู่ แต่หลังจากคณะกรรมการฯสอบสวนเสร็จ คิดว่าจะดำรงค์ตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 อยู่หรือไม่

พล.ท.พิศาลกล่าวว่า เป็นแค่การมาช่วยราชการแต่ตนยังดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 อยู่หากผลการสอบสวนออกมาอย่างไร อันนี้อยู่ที่ผู้บังคับบัญชาจะเป็นคนตัดสินใจ ไม่ได้อยู่ที่ตนเอง

“ ผมขอแก้ข่าวลือที่ว่าผมจะลาออก ผมทำงานให้กับบ้านเมือง เพราะจะออกหรือไม่ออก ไม่ได้อยู่ที่ตัวผม ผมจะออกหรือไม่ออกอยู่ที่พี่น้องประชาชน ถ้าพี่น้องประชาชนต้องการให้ทำงานต่อ ผมก็จะทำ”

เมื่อถามว่าแต่การออกจากพื้นที่หรืออยู่ในพื้นที่ ไม่ได้เป็นเหตุผลที่ทำให้คณะกรรมการอิสระ ทำงานได้หรือไม่ พล.ท.พิศาลกล่าวว่า อย่างนี้ถือว่าดีที่สุด ดีกว่าที่จะเข้าไปมีอำนาจหน้าที่อยู่ตรงนั้น ขอให้พี่น้องประชาชนสบายใจ ไม่ต้องห่วงยังต่อสู้ต่อไป ขอให้ทุกคนที่ทำงานต่อยืนหยัดทำคุณงามความดี แล้วทุกอย่างก็จะบรรลุไปด้วยดี ขอให้มั่นใจว่าการทำงานจะสำเร็จได้มีอย่างเดียวคือต้องรักพี่น้องประชาชน เมื่อถามว่าการตัดสินใจทุกอย่าง แสดงว่าพร้อมที่จะรับกับผลของทุกสิ่งที่เกิดขึ้น พล.ท.พิศาลกล่าวว่า ตนเองสั่งแล้วคนสั่งต้องรับผิดชอบทั้งหมด เราคิดว่าจะเปิดทางในช่วงค่ำช่วงเย็น แต่หากไม่ทำแบบนั้นตำรวจก็คงจะแย่ โรงพักก็คงจะแย่

ยืดอกรับผิดหากก.อิสระชี้มูล
เมื่อถามว่าหากผลสรุปของคณะกรรมการฯ ระบุออกมาว่าบกพร่อง ผิดพลาด และต้องรับผิดชอบ จะยอมรับได้หรือไม่ พล.ท.พิศาลกล่าวว่า พร้อมทุกอย่าง บอกตั้งแต่แรกแล้วว่า 1 . ไม่ต้องไปหาตัวผู้รับผิดชอบ เพราะผู้ที่สั่งการคือผมไม่ใช่คนอื่น เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปหาว่าใครเป็นผู้สั่ง 2. การรับผิดชอบต่อพี่น้องประชาชนที่เรานำตัวไปแล้ว ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการขั้นตอน ดูแลอย่างดีที่สุด 3. ความรับผิดชอบต่อผลของคณะกรรมการฯ

เมื่อถามว่าเคยมีประสบการณ์ในการสลายม๊อบ และขนส่งกลุ่มผู้ชุมนุมอย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้นหรือไม่ พล.ท.พิศาลกล่าวว่า ในระดับขนาดตนเองก็เคยผ่านการฝึกมาทั้งนั้น ก็ต้องดูในส่วนอื่นๆว่ามีใครบกพร่องหรือไม่

เมื่อถามว่ายอมรับว่าขาดประสบการณ์ในการเคลื่อนย้ายกลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนมากขนาดนี้หรือไม่ พล.ท.พิศาลปฎิเสธที่จะตอบคำถาม เพียงกล่าวว่า “ อันนี้สื่อมวลชนถามเองตอบเอง ไม่สามารถตอบได้ “ เรื่องประสบการณ์กับเรื่องชุลมุนเป็นคนละประเด็นกัน ต่อให้ฝึกมาอย่างไร ถ้าเจอสถานการณ์ขนาดนั้นก็คงไม่ไหว เมื่อถามว่ารู้สึกอย่างไร หลังทราบว่ากลุ่มผู้ชุมนุมเสียชีวิตเพิ่มขึ้น พล.ท.พิศาลกล่าวว่า เบื้องต้นรู้สึกช็อกเมื่อทราบว่ามียอดผู้ชุมนุมเสียชีวิตมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ถือว่าได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังแถลงข่าวเสร็จสิ้น พล.ท.พิศาลพยายามเก็บความรู้สึก แต่ก็มีน้ำตาคลอเป้าและมีเหงื่อแตกบริเวณใบหน้าตลอดเวลาที่มีการแถลงข่าว

ผบ.ทบ.ชมเป็นสปิริตแม่ทัพภ.4
ด้านพล.อ.ประวิตร กล่าวว่า การตัดสินใจของท่านที่ขอมาช่วยราชการ ถือเป็นการแสดงสปิริตให้เห็นชัดเจนว่าท่านรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ทำไป เมื่อประชาชนส่วนรวมสงสัยก็ต้องสอบสวนไป แล้วท่านก็ออกมาเพื่อให้เกิดความโปร่งใส และ เมื่อออกมาแล้วกรรมการสอบสวนจะได้ทำงานให้ชัดเจน ท่านแม่ทัพภาคที่ 4 บอกว่าเมื่อท่านมีอำนาจก็ควรจะออกมา ตนเองก็เห็นด้วย ก็ลงนามไปแล้ว และคิดว่าทหารคงไม่ท้อ ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่มีการรับคำสั่งจากนายกฯ เป็นเรื่องระหว่างตนเองกับแม่ทัพภาคที่ 4 รอคณะกรรมการก่อน แต่ก็อยากบอกว่าเจตนาก็อยากจะทำให้ดีที่สุด
กำลังโหลดความคิดเห็น...