รายการ "ฅนในข่าว" ซึ่งออกอากาศ ทางช่อง 11 news1 ตั้งแต่เวลา 21.05-22.00 น. ประจำวัน พุธที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2547 ได้สนทนาในหัวข้อ "ฟ้องละเมิดลิขสิทธิ์เพลง 350 ล้าน" โดยมี อัญชลีพร กุสุมภ์ ดำเนินรายการ แขกรับเชิญ ประกอบด้วย ชลธี ธารทอง นักแต่งเพลงลูกทุ่งและศิลปินแห่งชาติ และ ผู้ให้สัมภาษณ์สดทางโทรศัพท์ เสถียร สมานโสร์ ทนายความของครูชลธี ธารทอง ,วันชัย สอนศิริ อดีตเลขาธิการสภาทนายความ

พิธีกร-สวัสดีค่ะคนในข่าวคืนวันพุธที่ 22 กันยายน 2547นะคะ ท่านผู้ชมคะวันๆ นึงคงจะไม่ปฏิเสธนะคะว่าเรานั้นสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือเรื่องของเพลง แล้วแต่รสนิยมของแต่ละท่านชอบเพลงไทยเพลงฝรั่งลูกทุ่งลูกกรุงหลายเพลงนั้นดิฉันเชื่อเหลือเกินว่าท่านผู้ชมก็คงที่จะฟังคนนึงร้อง อีก 3 ปีอีกคนนึงร้องดังซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเราลืมไปด้วยซ้ำว่าจริงๆ แล้วคนที่รังสรรค์เพลงเหล่านั้นมาเนี่ยจนเราฟังตั้งไม่รู้กี่ปีๆ เค้ามีชีวิตเปลี่ยนแปลงไปเหมือนกับเพลงที่ถูกบรรเลงซ้ำแล้วซ้ำเล่ารึเปล่านะคะ
วันนี้ทำให้เราฉุกคิดขึ้นมาได้ค่ะ เมื่อมีครูเพลงคนนึงซึ่งเป็นคนแต่งเพลงเป็นศิลปินแห่งชาติ แล้วก็ถือว่าเป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทยลุกขึ้นมาบอกว่าเพลงของเค้า 300 กว่าเพลงเนี่ย แล้วก็ล้วนแล้วแต่เป็นเพลงดังทั้งนั้นเลยนะคะถูกบริษัทหนึ่งนำไปเขียนเพิ่มในสัญญาซึ่งเค้าเนี่ยขายให้ไป 8 เพลง ด้วยเงิน 76,000 บาท แต่อยู่ๆ เอาชื่อเพลงเนี่ยไปเขียนเพิ่มอีก 350 เพลง ด้วยเงินที่ได้รับตอบแทนเพียงแค่ 76,000 บาทเท่านั้นทำมาเป็น 10 ปี
วันนี้ครูชลธี ธารทอง ซึ่งเป็นเจ้าของเพลงลุกขึ้นไปแจ้งความตำรวจที่ สน.สำราญราษฎร์และก็ฟ้องที่ศาล เพื่อที่จะทวงสิทธ์ในเพลงที่ถูกยึดไปทำประโยชน์จากบริษัทเสียงสยามนะคะ วันนี้ข้อเท็จจริงของทั้ง 2 ฝ่ายเริ่มออกมาแล้ว วันนี้ครูชลธี ธารทอง พร้อมที่จะเปิดอกพูดคุยเรื่องนี้กับเรานะคะว่าจริงๆ แล้วครูที่บอกว่าไม่ได้มีฐานะลำบากเลย แล้วก็ไม่ใช่เป็นคนไม่ทันคน แต่ไปพลาดเรื่องนี้ได้ยังไงข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร แล้วจะสู้กันอย่างไร วันนี้จะคุยกันค่ะ สวัสดีค่ะ ครูคะ
ชลธี- สวัสดีครับ
พิธีกร- วันนี้มาจากเมืองกาญจน์ครูไปๆ มาเมืองกาญจน์ทุกวันอย่างนี้เหรอคะ
ชลธี- เดือนนึงก็เว้นสัก 4 - 5วัน
พิธีกร- ทำไมไม่มาอยู่ที่กรุงเทพฯเลย
ชลธี- แต่ก่อนผมอยู่กรุงเทพฯมา 19 ปี แต่ว่ามันเบื่อเสียงรถเสียงเรือรถติดเบื่อ
พิธีกร- เรื่องนี้เนี่ยย้อนไปแล้วจริงๆ เหตุเกิดขึ้นมากี่ปีแล้วคะครู
ชลธี- 20 กว่าปี
พิธีกร- ขายตอนนั้นกี่เพลงกันแน่คะ
ชลธี- 8 เพลง
พิธีกร- 8 เพลงเป็นเงินทั้งหมด
ชลธี- 76,000 บาท
พิธีกร- แล้วก็มีการเซ็นสัญญา
ชลธี- ผมอยากให้เห็นสัญญาจังสัญญามันมีว่าหน้าหนึ่งเป็นสัญญาซื้อขายเพลงกัน แล้วอีกหน้าหนึ่งนั้นเป็นรายชื่อเพลง 8 เพลง แล้วก็มี 9,10 แต่ 9,10 ไม่มี
พิธีกร- อ้าว แล้วไปเขียนทำไม 9,10 มี 8 เพลงดังนี้ทำไมไม่เขียนแบบนั้นคะ
ชลธี- ก็ไม่ทราบเหมือนกันต้องไปถามทางเสียงสยามมาถามผมไม่ได้
พิธีกร- แล้วใครเป็นคนร่างสัญญาคะ
ชลธี- ก็เสียงสยามเค้าร่าง
พิธีกร- แล้วไม่มีปิดท้ายสัญญาว่า 8 เพลงเท่านั้น
ชลธี- ไม่มีๆ
พิธีกร- คือทำสัญญาหลวมไว้ต้องยอมรับ
ชลธี- หลวมไปหน่อย แล้วเสร็จแล้ววันดีคืนดีก็มีการต่อท้ายสัญญาเขียนว่าทุกเพลงได้ตกเป็นลิขสิทธิ์ของเค้าหมดเลย 300 กว่าเพลง
พิธีกร- 300 กว่าเพลงนี่คือคัดเพลงเด่นไปหมดแล้วใช่มั้ยคะ
ชลธี- ไปหมดแล้วเพลงดังๆ ทั้งนั้นเลยคิดออกมาแล้วตกเพลงละ 200 กว่าบาท คนประเทศไหนเค้าแต่งเพลงมาขายเพลงละ 200 กว่าบาทไม่มีหรอกยิ่งชลธี ธารทองแล้วยิ่งไม่มีใหญ่ เพราะว่าอะไรผมเป็นนักแต่งเพลงที่ค่าตัวแพงที่สุดของประเทศไทย
พิธีกร- แพงที่สุดในปีไหน
ชลธี- ทุกปี
พิธีกร- ทุกปีจนถึงทุกวันนี้ค่าตัวไม่เคยตก
ชลธี- เวลานี้ผมก็แพงกว่าเพื่อน
พิธีกร- บอกได้มั้ยคะ
ชลธี- บอกไม่ได้เดี๋ยวสรรพากรเล่นงาน
พิธีกร- แล้วก็ได้ผลประโยชน์หลังจากที่ออกไปแล้วมั้ยคะนอกจากค่าจ้างแต่ง
ชลธี- คือโดยปกติมั่วไปแล้ววงการลูกทุ่งเราค่าแต่งเนี่ย เมื่อแต่งเสร็จรับเงินค่าแต่งมาเซ็นสัญญามอบเรียบร้อยเขียนว่า 5 ปีให้กับบริษัท ก เสร็จแล้วหลังจากนั้น 5 ปี เพลงนั้นก็กลับมาเป็นของผู้สร้างสรรค์เหมือนเดิม แล้วก็ไม่มีผลประโยชน์อะไรตอบแทนอีก
พิธีกร- เค้าจะไปขายเทปกันกี่รอบก็เรื่องของเค้า
ชลธี- เรื่องของเค้าในเมื่อประเพณีมันเป็นอย่างนี้ไปแล้ว หลังๆ มารู้สึกว่าแกรมมีเค้าทำดีคืออุตส่าห์แบ่งเปอร์เซ็นต์ให้ แต่บริษัทอื่นอย่าไปหวังไม่มี
พิธีกร- ถ้าสมมุติว่า 5 ปีแล้วครูเอาเพลงนี้ไปขายคนอื่นต่อได้มั้ยคะ
ชลธี- ได้ เค้าอนุญาต
พิธีกร- แล้วครูไปขายลิขสิทธิ์ทำไมล่ะ 8 เพลงนั้น
ชลธี- เค้าขอผมก็ให้เค้าไปเพื่อนฝูงกัน แต่ก่อนเป็นเพื่อนกันนะ

พิธีกร- เป็นเพื่อนกับเจ้าของ
ชลธี- ใช่ สมัยก่อนกินเที่ยวอยู่ด้วยกัน
พิธีกร- รู้จักกันมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ
ชลธี- ก็สมัยทำธุรกิจด้วยกัน
พิธีกร- แล้วเค้าก็มาขอ 8 เพลงขอขาดเลยก็ในเมื่อครูไม่เคยขายขาดแล้วครูให้เค้าขาดทำไม
ชลธี- ก็เพื่อนขอก็ให้ไปไม่เห็นเป็นไรเพลงใหม่ๆ
พิธีกร- แต่เค้าให้สัมภาษณ์มาเค้าโต้แย้งมาว่าจริงๆ แล้วในยุคนั้นเค้าซื้อกันแค่พัน 2 พันมากสุด 3 พัน เพราะฉะนั้น เป็นไปไม่ได้ที่เค้าจะไปจ่ายเงินตกเพลงละหมื่นบาทในการซื้อ
ชลธี- เค้าซื้อใครล่ะถามว่าเค้าซื้อใครนี่ชลธีนะคนอื่นผมไม่รู้
พิธีกร- คุณชลธี ไม่เคยขายต่ำกว่าหมื่นมากี่ปีแล้ว
ชลธี- ผมตั้งราคาของผมมาตลอดไว้อย่างนี้เลย เพราะว่าบางรายเป็นพรรคพวกกันพี่น้องไปทำการกุศล ผมอาจจะไม่ตั้งราคานี้ก็ได้
พิธีกร- ให้ฟรีก็ได้
ชลธี- ให้ฟรีก็ได้
พิธีกร- แล้วมารู้ว่าเค้าไปต่อท้ายสัญญาเมื่อไหร่คะ
ชลธี- ก็ตอนที่เค้าโรเนียวสัญญาเนี่ยแจกกับบริษัทห้างร้านทั้งหลายแหล่ทุกบริษัทในประเทศไทยที่เป็นพ่อค้าเทปนะเค้าโรเนียวแจกทั่วหมดเลยว่าเพลง 300 กว่าเพลงต่อท้ายสัญญานี้เป็นสิทธิ์ของเสียงสยามใครจะซื้อต้อมาขอจากเค้าเพลงดังๆ ล้วนๆ เลยเอาไป แล้วก็ไปแจก แล้วบรรดานายห้างทั้งหลายเค้าก็ไม่อยากค้าความเค้าอยากทำมาหากินเค้าก็ไปซื้อกับเสียงสยามเค้าไม่กล้าซื้อกับผม
พิธีกร- ไปซื้อทีราคาประมาณสักเท่าไหร่
ชลธี- เค้าขายเพลงละ 2 - 3 หมื่นบาทเลยครับ
พิธีกร- เค้าบอกว่าครูเดินเข้าเดินออกขอเงินจริงรึเปล่าคะ
ชลธี- เรื่องนี้ไม่ใช่ผม เรื่องไปเดินขอเงินใครไม่ใช่ชลธีแน่นอน ผมจะเดือดร้อนอะไรไปขอในเมื่องานผมเต็มมือไปหมดเดือนนึงรับไม่รู้เท่าไหร่
พิธีกร- ความที่เป็นคนแต่งเพลงเนี่ยว่ากันว่าไส้แห้งครูชลธีอยู่ในกลุ่มนักแต่งเพลงกลุ่มไหน
ชลธี- ยุคของผมไม่ใช่แน่เห็นมั้ยครับว่าเทปก็เงินคาราโอเกะก็เงิน
พิธีกร- ครูเสียรู้ใครบ่อยมั้ยคะ
ชลธี- ผมไม่เคยเสียรู้ใครนอกจากเสียงสยาม
พิธีกร- ไม่ใช่เป็นคนที่ไม่ทันคนดูแลผลประโยชน์ตัวเองไม่เป็น
ชลธี- ไม่ใช่ครับ
พิธีกร- ครูมารู้หลังจากที่เค้าโรเนียวแจกเนี่ยแล้วครูทำยังไงบ้างคะ
ชลธี- ผมก็ได้แต่มอง
พิธีกร- เพื่อนกันทำไมไม่โทรว่าทำไมนายทำงี้
ชลธี- เค้าไม่คุยกับผมหรอกครับ ผมแกล้งบอกเฮ้ยเอาเงินมาใช้สักล้านนึงสินายเอาเพลงเราไปขายเยอะแล้วนะ เค้าบอกไม่มีๆ อยู่ 3 หมื่น
พิธีกร- เค้ารู้มั้ยตอนนั้นว่านั่นคือทวงจริงๆ ไม่พอใจแล้ว
ชลธี- ใช่เค้ารู้
พิธีกร- แล้วไม่คิดจะทำอย่างอื่นเหรอคะเราก็ไม่ใช่เรียกว่าโนเนม แล้วไม่ใช่ว่าพูดอะไรแล้วคนไม่ฟังทำไมทนมาได้เป็น 10 ปี
ชลธี- คือบางเรื่องผมสู้พวกเค้าไม่ได้ผมยอมรับ ผมไม่มีเงินจ้างทนายเก่งๆ
พิธีกร- อยู่ๆ ทำไมพึ่งลุกมาฟ้องเอาตอนนี้หรือเพิ่งหาหลักฐานได้
ชลธี- ก็คือถ้าปล่อยไว้นานวันดีคืนดีผมตายไปแล้วลูกเต้าจะทำยังไง ผมก็ต้องทำบังเอิญมีนักกฎหมายใจบุญมาช่วยดูแลให้เค้าไม่เรียกร้องสตางค์ผมเลย
พิธีกร- ไปเสียท่าได้ยังไงรู้จักกันมาตั้งนาน
ชลธี- คนมันจะโกงเมื่อไหร่มันก็โกงคนมันจะเลวเมื่อไหร่ก็เลว
พิธีกร- จริงรึเปล่าที่ขู่กันไปขู่กันมา
ชลธี- เค้าขู่ผมครั้งนึง ผมไม่เคยขู่เค้าหรอกเค้ามีอิทธิพลเอามือปืนไปขู่ผมที่บ้านเลย
พิธีกร- ขู่ไม่ให้ฟ้อง
ชลธี- ขู่ไม่ให้ผมเซ็น
พิธีกร- วันนี้ที่ลุกขึ้นมาฟ้อง เพราะว่ามีทนายช่วยมีเอกสารที่เป็นหลักฐานที่สำคัญ
ชลธี- ครับ
พิธีกร- ครูตอนนี้ยังแต่งเพลงทุกวัน
ชลธี- แต่งทุกวันเลย
พิธีกร- เพลงนึงแต่งนานมั้ยคะ
ชลธี- มันอยู่ที่อารมณ์นะ
พิธีกร- เพลงไหนที่เขียนนานที่สุดคะ
ชลธี- ล้นเกล้าเผ่าไทย
พิธีกร- แล้วทำไมถึงออกมาเป็น 350 ล้าน
ชลธี- ก็เค้าขายเพลงละ 3 หมื่น เค้าขายแล้วขายอีก
พิธีกร- ตอนนี้มีคิวรอให้ครูแต่งเพลงใหม่ๆ อยู่กี่เพลงคะ
ชลธี- ต้องไปดูหนังสือที่บ้านยาวมาก
พิธีกร- ครูปั้นมาเยอะมาก
ชลธี- สายัญ, ยอดรัก, เสรี, ไพรวัลย์ ,สุนารี
พิธีกร- ทำไมนักร้องของครูนี่ผู้ชายมากกว่าผู้หญิงล่ะคะ
ชลธี- มันเป็นจังหวะนะที่เค้านำเสนอผู้ชาย
พิธีกร- 350 ล้านครูจะเอาไปทำอะไร
ชลธี- เอาไปทำบุญ
พิธีกร- จะเกิดอะไรขึ้นกับวงการลูกทุ่งบ้างถ้าเกิดคดีครูชนะ
ชลธี- ถ้าผมชนะมาเฟียจะหายไปจากโลกนี้ถ้าผมแพ้ลูกทุ่งทั้งวงการแพ้
พิธีกร- ค่ะ จากนี้ไปก็สู้กันทางคดีมั่นใจทนายความ
ชลธี- เดี๋ยวไปสู้กันบนศาล
พิธีกร- เอาล่ะค่ะ ยังไงวันนี้คนในข่าวก็ขอขอบพระคุณคุณครูมากที่ให้เกรียติกับรายการค่ะ สวัสดีค่ะ
พิธีกร- เราจะไปคุยกันกับเรื่องของการต่อสู้และโอกาสในการเอาชนะนะคะกับคุณเสถียรสมานโสร์ ทนายความที่ดูแลคดีของครูชลธี ธารทอง สวัสดีค่ะ คุณเสถียร คะจริงๆ แล้วรู้จักกับครูชลธีมาก่อนมั้ยคะ
เสถียร- ผมรู้จักกับ อ.ชลธีมานานแต่ไม่ค่อยคุ้นเคยกันตอนนั้น โดยผ่านเพื่อน
พิธีกร- แล้วทำไมอยู่ๆ ถึงคิดว่าจะมาช่วยทำคดีนี้
เสถียร- ก็ต้องการจะให้ความเป็นธรรมกับท่านครับ
พิธีกร- คุณเสถียร ไม่คิดเงินจริงๆ เหรอคะ
เสถียร- ไม่ได้เอาเงินท่านเลยครับ
พิธีกร- เพราะอะไรคะ
เสถียร- ก็คือผมศรัทธาในฝีมือและไปไหนมาไหนก็ร้องเพลงท่านตลอด
พิธีกร- จริงๆ แล้วที่สำนักงานทนายความคุ้นเคยกับคดีลิขสิทธิ์ประเภทนี้บ้างมั้ยคะ
เสถียร- มีครับ มีหลายคดีด้วยกัน
พิธีกร- คือมีพยานบุคคล
เสถียร- ครับ มีพยานบุคคล
พิธีกร- พยานบุคคลกับพยานเอกสารจริงๆ แล้วเค้ายึดพยานเอกสารมากกว่ารึเปล่าคะ
เสถียร- สำคัญเหมือนกันครับพยานเอกสารนั้นต้องเป็นสิ่งที่ถูกต้องด้วย
พิธีกร- 350 ล้านมากไปมั้ยคะ
เสถียร- ถ้าคิดถึงคุณค่าของอาจารย์ที่อาจารย์สะสมมาตลอดนั้น แล้วผลประโยชน์ทางบริษัทที่เอาผลงานของอาจารย์ไปมันมากกว่านี้อีก
พิธีกร- ขอบคุณมากค่ะคุณเสถียรคะ คดีแบ่งเป็น 2 อย่างนะคะก็คือไปแจ้งความที่ สน.สำราญราฎษร์นะคะในข้อหาปลอมแปลงเอกสารสิทธิ์ อีกด้านนึงไปฟ้องที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญา ในแง่ของการดำเนินคดีว่าความในเรื่องนี้นะคะจะต้องต่อสู้กันยาวนานรึไม่น่าจะไปหาคำตอบในเรื่องนี้เพิ่มนะคะ เดี๋ยวเราจะไปคุยกับท่านทนายความ คุณวันชัย สอนศิริ อดีตเลขาธิการสภาทนายความ สวัสดีค่ะ อ.วันชัยคะ
วันชัย- สวัสดีครับ
พิธีกร- เป็นเรื่องใหม่เหมือนกันนะคะไปฟ้องที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาเนี่ยค่ะ จริงๆ รับสำหรับที่จะฟ้องกรณีละเมิดโดยตรงใช่มั้ยคะ
วันชัย- จริงๆ ๆ ไม่ใช่เรื่องใหม่นะ เพราะปกติคดีเรื่องละเมิดลิขสิทธิ์เนี่ยต้องมาฟ้องที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาโดยเฉพาะ เพราะว่าเป็นเรื่องที่กฎหมายเค้ากำหนดไว้ สมัยก่อนเค้าฟ้องกันที่ศาลแพ่งศาลอาญาโดยปกติ แต่ระยะหลังเนี่ยมีการแก้กฎหมายและก็มีการตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาขึ้นมา
พิธีกร- จะทำให้รวดเร็วขึ้นกว่าการที่ต้องไปฟ้องศาลแพ่งศาลอาญาขนาดไหนคะ
วันชัย- ก็มันเป็นเรื่องศาลเฉพาะทางเค้าเรียกว่าศาลชำนาญพิเศษก็เป็นเรื่องของการที่จะต้องเร่งรัดและก็รวดเร็ว เพราะว่าถ้าเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญาโดยปกติมันก็จะมีคดีเยอะแยะเลยครับ แต่ถ้ามาที่ศาลเฉพาะทางก็จะมีคดีเหล่านี้โดยเฉพาะและก็จะต้องมีผู้เชี่ยวชาญทั้งโจทย์ทั้งจำเลยเนี่ยนะครับเค้าก็จะมีผู้ที่เกี่ยวข้องในวงการเพลงหรือว่าผู้ที่เกี่ยวข้องในวงการลิขสิทธิ์สิทธิบัตรเนี่ย เพราะฉะนั้น ก็จะถือว่ารวดเร็วพอสมควรนะครับ
พิธีกร- ถ้าดูจากรูปการแล้วอ.วันชัยมองยังไงคะ
วันชัย- ผมค่อนข้างจะวิตกกังวลเหมือนกัน เพราะว่ามองดูแล้วเนี่ยเรื่องนี้มันมีการละเมิดลิขสิทธิ์กันมานานแล้วถ้าฟังจากข่าวนะรายละเอียดตื้นลึกหนาบางเนี่ยผมยังไม่แน่ใจ เราคงจะต้องไปสอบข้อเท็จจริงว่ามันมีอะไรนอกเหนือจากที่เป็นข่าว เพราะว่าดูจากข่าวแล้วเห็นว่ามันมีการละเมิดมาตั้งแต่ปี 27,28 ผมไม่แน่ใจ
พิธีกร- ตั้งแต่ปี 22
วันชัย- เพราะฉะนั้นเนี่ยถ้ามีการละเมิดมาตั้งแต่ปี 22 อายุความอาจจะขาดก็ได้ เพราะว่าการจะฟ้องเรียกค่าเสียหายในการละเมิดลิขสิทธิ์นั้นเนี่ยกฎหมายบอกว่าจะต้องฟ้องภายใน 3 ปี

พิธีกร- 3 ปีเองเหรอคะ
วันชัย- นับจากวันที่เรารู้ว่ามีการกระทำละเมิดปัญหาว่าครูชลธีเนี่ยรู้ว่าเค้ามีการละเมิดตั้งแต่เมื่อใดอย่างไร ถ้ารู้ว่าเค้าทำกันมานานแล้วเป็น 10 ปีแล้วก็เพิกเฉยเนี่ยก็อาจจะขาดอายุความเหมือนกันครับ อันนี้เป็นเรื่องที่ผมในฐานะเป็นทนายความวิตกนะครับ ซึ่งยังไม่ได้เข้าไปในคดี แต่มองในแง่กฎหมายครับ
พิธีกร- ถ้าหากว่าอาญานี่อายุความเท่าไหร่คะ
วันชัย- ผมไม่แน่ใจน่าจะประมาณ 15 ปี
พิธีกร- ถ้า 15 ปีก็หมิ่นเหม่เหมือนกันนะคะ เพราะนี่มัน 20 ปีแล้ว
วันชัย- ครับผม อันนี้เป็นเรื่องของอายุความ แต่ปัญหามันอย่างนี้ครับว่าการทำละเมิดเนี่ย แต่ปัญหาว่าบุคคลอื่นเอามาละเมิดอีก ซึ่งอาจจะไม่ใช่เสียงสยาม แต่เป็นเรื่องที่คนอื่นเอาเพลงของครูชลธีไปเอามาทำซ้ำดัดแปลงอะไรก็แล้วแต่มันก็อาจจะเป็นแง่มุมทางกฎหมายที่ครูชลธีก็อาจจะมีสิทธิ์ก็ได้
พิธีกร- เอาล่ะค่ะ ขอบพระคุณมากนะคะ อ.วันชัย วันนี้พอจะมองรูปการออกแล้วนะคะ สวัสดีค่ะ
วันชัย- ครับ สวัสดีครับ
พิธีกร- หลังจากนี้ก็คงจะต้องตามล่ะค่ะว่าทางฝ่ายคู่กรณีนั้นจะว่าอย่างไร ถ้ามีโอกาสคนในข่าวคงจะได้คุยกันนะคะ วันนี้ลาไปก่อนค่ะ สวัสดีค่ะ
พิธีกร-สวัสดีค่ะคนในข่าวคืนวันพุธที่ 22 กันยายน 2547นะคะ ท่านผู้ชมคะวันๆ นึงคงจะไม่ปฏิเสธนะคะว่าเรานั้นสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือเรื่องของเพลง แล้วแต่รสนิยมของแต่ละท่านชอบเพลงไทยเพลงฝรั่งลูกทุ่งลูกกรุงหลายเพลงนั้นดิฉันเชื่อเหลือเกินว่าท่านผู้ชมก็คงที่จะฟังคนนึงร้อง อีก 3 ปีอีกคนนึงร้องดังซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเราลืมไปด้วยซ้ำว่าจริงๆ แล้วคนที่รังสรรค์เพลงเหล่านั้นมาเนี่ยจนเราฟังตั้งไม่รู้กี่ปีๆ เค้ามีชีวิตเปลี่ยนแปลงไปเหมือนกับเพลงที่ถูกบรรเลงซ้ำแล้วซ้ำเล่ารึเปล่านะคะ
วันนี้ทำให้เราฉุกคิดขึ้นมาได้ค่ะ เมื่อมีครูเพลงคนนึงซึ่งเป็นคนแต่งเพลงเป็นศิลปินแห่งชาติ แล้วก็ถือว่าเป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทยลุกขึ้นมาบอกว่าเพลงของเค้า 300 กว่าเพลงเนี่ย แล้วก็ล้วนแล้วแต่เป็นเพลงดังทั้งนั้นเลยนะคะถูกบริษัทหนึ่งนำไปเขียนเพิ่มในสัญญาซึ่งเค้าเนี่ยขายให้ไป 8 เพลง ด้วยเงิน 76,000 บาท แต่อยู่ๆ เอาชื่อเพลงเนี่ยไปเขียนเพิ่มอีก 350 เพลง ด้วยเงินที่ได้รับตอบแทนเพียงแค่ 76,000 บาทเท่านั้นทำมาเป็น 10 ปี
วันนี้ครูชลธี ธารทอง ซึ่งเป็นเจ้าของเพลงลุกขึ้นไปแจ้งความตำรวจที่ สน.สำราญราษฎร์และก็ฟ้องที่ศาล เพื่อที่จะทวงสิทธ์ในเพลงที่ถูกยึดไปทำประโยชน์จากบริษัทเสียงสยามนะคะ วันนี้ข้อเท็จจริงของทั้ง 2 ฝ่ายเริ่มออกมาแล้ว วันนี้ครูชลธี ธารทอง พร้อมที่จะเปิดอกพูดคุยเรื่องนี้กับเรานะคะว่าจริงๆ แล้วครูที่บอกว่าไม่ได้มีฐานะลำบากเลย แล้วก็ไม่ใช่เป็นคนไม่ทันคน แต่ไปพลาดเรื่องนี้ได้ยังไงข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร แล้วจะสู้กันอย่างไร วันนี้จะคุยกันค่ะ สวัสดีค่ะ ครูคะ
ชลธี- สวัสดีครับ
พิธีกร- วันนี้มาจากเมืองกาญจน์ครูไปๆ มาเมืองกาญจน์ทุกวันอย่างนี้เหรอคะ
ชลธี- เดือนนึงก็เว้นสัก 4 - 5วัน
พิธีกร- ทำไมไม่มาอยู่ที่กรุงเทพฯเลย
ชลธี- แต่ก่อนผมอยู่กรุงเทพฯมา 19 ปี แต่ว่ามันเบื่อเสียงรถเสียงเรือรถติดเบื่อ
พิธีกร- เรื่องนี้เนี่ยย้อนไปแล้วจริงๆ เหตุเกิดขึ้นมากี่ปีแล้วคะครู
ชลธี- 20 กว่าปี
พิธีกร- ขายตอนนั้นกี่เพลงกันแน่คะ
ชลธี- 8 เพลง
พิธีกร- 8 เพลงเป็นเงินทั้งหมด
ชลธี- 76,000 บาท
พิธีกร- แล้วก็มีการเซ็นสัญญา
ชลธี- ผมอยากให้เห็นสัญญาจังสัญญามันมีว่าหน้าหนึ่งเป็นสัญญาซื้อขายเพลงกัน แล้วอีกหน้าหนึ่งนั้นเป็นรายชื่อเพลง 8 เพลง แล้วก็มี 9,10 แต่ 9,10 ไม่มี
พิธีกร- อ้าว แล้วไปเขียนทำไม 9,10 มี 8 เพลงดังนี้ทำไมไม่เขียนแบบนั้นคะ
ชลธี- ก็ไม่ทราบเหมือนกันต้องไปถามทางเสียงสยามมาถามผมไม่ได้
พิธีกร- แล้วใครเป็นคนร่างสัญญาคะ
ชลธี- ก็เสียงสยามเค้าร่าง
พิธีกร- แล้วไม่มีปิดท้ายสัญญาว่า 8 เพลงเท่านั้น
ชลธี- ไม่มีๆ
พิธีกร- คือทำสัญญาหลวมไว้ต้องยอมรับ
ชลธี- หลวมไปหน่อย แล้วเสร็จแล้ววันดีคืนดีก็มีการต่อท้ายสัญญาเขียนว่าทุกเพลงได้ตกเป็นลิขสิทธิ์ของเค้าหมดเลย 300 กว่าเพลง
พิธีกร- 300 กว่าเพลงนี่คือคัดเพลงเด่นไปหมดแล้วใช่มั้ยคะ
ชลธี- ไปหมดแล้วเพลงดังๆ ทั้งนั้นเลยคิดออกมาแล้วตกเพลงละ 200 กว่าบาท คนประเทศไหนเค้าแต่งเพลงมาขายเพลงละ 200 กว่าบาทไม่มีหรอกยิ่งชลธี ธารทองแล้วยิ่งไม่มีใหญ่ เพราะว่าอะไรผมเป็นนักแต่งเพลงที่ค่าตัวแพงที่สุดของประเทศไทย
พิธีกร- แพงที่สุดในปีไหน
ชลธี- ทุกปี
พิธีกร- ทุกปีจนถึงทุกวันนี้ค่าตัวไม่เคยตก
ชลธี- เวลานี้ผมก็แพงกว่าเพื่อน
พิธีกร- บอกได้มั้ยคะ
ชลธี- บอกไม่ได้เดี๋ยวสรรพากรเล่นงาน
พิธีกร- แล้วก็ได้ผลประโยชน์หลังจากที่ออกไปแล้วมั้ยคะนอกจากค่าจ้างแต่ง
ชลธี- คือโดยปกติมั่วไปแล้ววงการลูกทุ่งเราค่าแต่งเนี่ย เมื่อแต่งเสร็จรับเงินค่าแต่งมาเซ็นสัญญามอบเรียบร้อยเขียนว่า 5 ปีให้กับบริษัท ก เสร็จแล้วหลังจากนั้น 5 ปี เพลงนั้นก็กลับมาเป็นของผู้สร้างสรรค์เหมือนเดิม แล้วก็ไม่มีผลประโยชน์อะไรตอบแทนอีก
พิธีกร- เค้าจะไปขายเทปกันกี่รอบก็เรื่องของเค้า
ชลธี- เรื่องของเค้าในเมื่อประเพณีมันเป็นอย่างนี้ไปแล้ว หลังๆ มารู้สึกว่าแกรมมีเค้าทำดีคืออุตส่าห์แบ่งเปอร์เซ็นต์ให้ แต่บริษัทอื่นอย่าไปหวังไม่มี
พิธีกร- ถ้าสมมุติว่า 5 ปีแล้วครูเอาเพลงนี้ไปขายคนอื่นต่อได้มั้ยคะ
ชลธี- ได้ เค้าอนุญาต
พิธีกร- แล้วครูไปขายลิขสิทธิ์ทำไมล่ะ 8 เพลงนั้น
ชลธี- เค้าขอผมก็ให้เค้าไปเพื่อนฝูงกัน แต่ก่อนเป็นเพื่อนกันนะ
พิธีกร- เป็นเพื่อนกับเจ้าของ
ชลธี- ใช่ สมัยก่อนกินเที่ยวอยู่ด้วยกัน
พิธีกร- รู้จักกันมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ
ชลธี- ก็สมัยทำธุรกิจด้วยกัน
พิธีกร- แล้วเค้าก็มาขอ 8 เพลงขอขาดเลยก็ในเมื่อครูไม่เคยขายขาดแล้วครูให้เค้าขาดทำไม
ชลธี- ก็เพื่อนขอก็ให้ไปไม่เห็นเป็นไรเพลงใหม่ๆ
พิธีกร- แต่เค้าให้สัมภาษณ์มาเค้าโต้แย้งมาว่าจริงๆ แล้วในยุคนั้นเค้าซื้อกันแค่พัน 2 พันมากสุด 3 พัน เพราะฉะนั้น เป็นไปไม่ได้ที่เค้าจะไปจ่ายเงินตกเพลงละหมื่นบาทในการซื้อ
ชลธี- เค้าซื้อใครล่ะถามว่าเค้าซื้อใครนี่ชลธีนะคนอื่นผมไม่รู้
พิธีกร- คุณชลธี ไม่เคยขายต่ำกว่าหมื่นมากี่ปีแล้ว
ชลธี- ผมตั้งราคาของผมมาตลอดไว้อย่างนี้เลย เพราะว่าบางรายเป็นพรรคพวกกันพี่น้องไปทำการกุศล ผมอาจจะไม่ตั้งราคานี้ก็ได้
พิธีกร- ให้ฟรีก็ได้
ชลธี- ให้ฟรีก็ได้
พิธีกร- แล้วมารู้ว่าเค้าไปต่อท้ายสัญญาเมื่อไหร่คะ
ชลธี- ก็ตอนที่เค้าโรเนียวสัญญาเนี่ยแจกกับบริษัทห้างร้านทั้งหลายแหล่ทุกบริษัทในประเทศไทยที่เป็นพ่อค้าเทปนะเค้าโรเนียวแจกทั่วหมดเลยว่าเพลง 300 กว่าเพลงต่อท้ายสัญญานี้เป็นสิทธิ์ของเสียงสยามใครจะซื้อต้อมาขอจากเค้าเพลงดังๆ ล้วนๆ เลยเอาไป แล้วก็ไปแจก แล้วบรรดานายห้างทั้งหลายเค้าก็ไม่อยากค้าความเค้าอยากทำมาหากินเค้าก็ไปซื้อกับเสียงสยามเค้าไม่กล้าซื้อกับผม
พิธีกร- ไปซื้อทีราคาประมาณสักเท่าไหร่
ชลธี- เค้าขายเพลงละ 2 - 3 หมื่นบาทเลยครับ
พิธีกร- เค้าบอกว่าครูเดินเข้าเดินออกขอเงินจริงรึเปล่าคะ
ชลธี- เรื่องนี้ไม่ใช่ผม เรื่องไปเดินขอเงินใครไม่ใช่ชลธีแน่นอน ผมจะเดือดร้อนอะไรไปขอในเมื่องานผมเต็มมือไปหมดเดือนนึงรับไม่รู้เท่าไหร่
พิธีกร- ความที่เป็นคนแต่งเพลงเนี่ยว่ากันว่าไส้แห้งครูชลธีอยู่ในกลุ่มนักแต่งเพลงกลุ่มไหน
ชลธี- ยุคของผมไม่ใช่แน่เห็นมั้ยครับว่าเทปก็เงินคาราโอเกะก็เงิน
พิธีกร- ครูเสียรู้ใครบ่อยมั้ยคะ
ชลธี- ผมไม่เคยเสียรู้ใครนอกจากเสียงสยาม
พิธีกร- ไม่ใช่เป็นคนที่ไม่ทันคนดูแลผลประโยชน์ตัวเองไม่เป็น
ชลธี- ไม่ใช่ครับ
พิธีกร- ครูมารู้หลังจากที่เค้าโรเนียวแจกเนี่ยแล้วครูทำยังไงบ้างคะ
ชลธี- ผมก็ได้แต่มอง
พิธีกร- เพื่อนกันทำไมไม่โทรว่าทำไมนายทำงี้
ชลธี- เค้าไม่คุยกับผมหรอกครับ ผมแกล้งบอกเฮ้ยเอาเงินมาใช้สักล้านนึงสินายเอาเพลงเราไปขายเยอะแล้วนะ เค้าบอกไม่มีๆ อยู่ 3 หมื่น
พิธีกร- เค้ารู้มั้ยตอนนั้นว่านั่นคือทวงจริงๆ ไม่พอใจแล้ว
ชลธี- ใช่เค้ารู้
พิธีกร- แล้วไม่คิดจะทำอย่างอื่นเหรอคะเราก็ไม่ใช่เรียกว่าโนเนม แล้วไม่ใช่ว่าพูดอะไรแล้วคนไม่ฟังทำไมทนมาได้เป็น 10 ปี
ชลธี- คือบางเรื่องผมสู้พวกเค้าไม่ได้ผมยอมรับ ผมไม่มีเงินจ้างทนายเก่งๆ
พิธีกร- อยู่ๆ ทำไมพึ่งลุกมาฟ้องเอาตอนนี้หรือเพิ่งหาหลักฐานได้
ชลธี- ก็คือถ้าปล่อยไว้นานวันดีคืนดีผมตายไปแล้วลูกเต้าจะทำยังไง ผมก็ต้องทำบังเอิญมีนักกฎหมายใจบุญมาช่วยดูแลให้เค้าไม่เรียกร้องสตางค์ผมเลย
พิธีกร- ไปเสียท่าได้ยังไงรู้จักกันมาตั้งนาน
ชลธี- คนมันจะโกงเมื่อไหร่มันก็โกงคนมันจะเลวเมื่อไหร่ก็เลว
พิธีกร- จริงรึเปล่าที่ขู่กันไปขู่กันมา
ชลธี- เค้าขู่ผมครั้งนึง ผมไม่เคยขู่เค้าหรอกเค้ามีอิทธิพลเอามือปืนไปขู่ผมที่บ้านเลย
พิธีกร- ขู่ไม่ให้ฟ้อง
ชลธี- ขู่ไม่ให้ผมเซ็น
พิธีกร- วันนี้ที่ลุกขึ้นมาฟ้อง เพราะว่ามีทนายช่วยมีเอกสารที่เป็นหลักฐานที่สำคัญ
ชลธี- ครับ
พิธีกร- ครูตอนนี้ยังแต่งเพลงทุกวัน
ชลธี- แต่งทุกวันเลย
พิธีกร- เพลงนึงแต่งนานมั้ยคะ
ชลธี- มันอยู่ที่อารมณ์นะ
พิธีกร- เพลงไหนที่เขียนนานที่สุดคะ
ชลธี- ล้นเกล้าเผ่าไทย
พิธีกร- แล้วทำไมถึงออกมาเป็น 350 ล้าน
ชลธี- ก็เค้าขายเพลงละ 3 หมื่น เค้าขายแล้วขายอีก
พิธีกร- ตอนนี้มีคิวรอให้ครูแต่งเพลงใหม่ๆ อยู่กี่เพลงคะ
ชลธี- ต้องไปดูหนังสือที่บ้านยาวมาก
พิธีกร- ครูปั้นมาเยอะมาก
ชลธี- สายัญ, ยอดรัก, เสรี, ไพรวัลย์ ,สุนารี
พิธีกร- ทำไมนักร้องของครูนี่ผู้ชายมากกว่าผู้หญิงล่ะคะ
ชลธี- มันเป็นจังหวะนะที่เค้านำเสนอผู้ชาย
พิธีกร- 350 ล้านครูจะเอาไปทำอะไร
ชลธี- เอาไปทำบุญ
พิธีกร- จะเกิดอะไรขึ้นกับวงการลูกทุ่งบ้างถ้าเกิดคดีครูชนะ
ชลธี- ถ้าผมชนะมาเฟียจะหายไปจากโลกนี้ถ้าผมแพ้ลูกทุ่งทั้งวงการแพ้
พิธีกร- ค่ะ จากนี้ไปก็สู้กันทางคดีมั่นใจทนายความ
ชลธี- เดี๋ยวไปสู้กันบนศาล
พิธีกร- เอาล่ะค่ะ ยังไงวันนี้คนในข่าวก็ขอขอบพระคุณคุณครูมากที่ให้เกรียติกับรายการค่ะ สวัสดีค่ะ
พิธีกร- เราจะไปคุยกันกับเรื่องของการต่อสู้และโอกาสในการเอาชนะนะคะกับคุณเสถียรสมานโสร์ ทนายความที่ดูแลคดีของครูชลธี ธารทอง สวัสดีค่ะ คุณเสถียร คะจริงๆ แล้วรู้จักกับครูชลธีมาก่อนมั้ยคะ
เสถียร- ผมรู้จักกับ อ.ชลธีมานานแต่ไม่ค่อยคุ้นเคยกันตอนนั้น โดยผ่านเพื่อน
พิธีกร- แล้วทำไมอยู่ๆ ถึงคิดว่าจะมาช่วยทำคดีนี้
เสถียร- ก็ต้องการจะให้ความเป็นธรรมกับท่านครับ
พิธีกร- คุณเสถียร ไม่คิดเงินจริงๆ เหรอคะ
เสถียร- ไม่ได้เอาเงินท่านเลยครับ
พิธีกร- เพราะอะไรคะ
เสถียร- ก็คือผมศรัทธาในฝีมือและไปไหนมาไหนก็ร้องเพลงท่านตลอด
พิธีกร- จริงๆ แล้วที่สำนักงานทนายความคุ้นเคยกับคดีลิขสิทธิ์ประเภทนี้บ้างมั้ยคะ
เสถียร- มีครับ มีหลายคดีด้วยกัน
พิธีกร- คือมีพยานบุคคล
เสถียร- ครับ มีพยานบุคคล
พิธีกร- พยานบุคคลกับพยานเอกสารจริงๆ แล้วเค้ายึดพยานเอกสารมากกว่ารึเปล่าคะ
เสถียร- สำคัญเหมือนกันครับพยานเอกสารนั้นต้องเป็นสิ่งที่ถูกต้องด้วย
พิธีกร- 350 ล้านมากไปมั้ยคะ
เสถียร- ถ้าคิดถึงคุณค่าของอาจารย์ที่อาจารย์สะสมมาตลอดนั้น แล้วผลประโยชน์ทางบริษัทที่เอาผลงานของอาจารย์ไปมันมากกว่านี้อีก
พิธีกร- ขอบคุณมากค่ะคุณเสถียรคะ คดีแบ่งเป็น 2 อย่างนะคะก็คือไปแจ้งความที่ สน.สำราญราฎษร์นะคะในข้อหาปลอมแปลงเอกสารสิทธิ์ อีกด้านนึงไปฟ้องที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญา ในแง่ของการดำเนินคดีว่าความในเรื่องนี้นะคะจะต้องต่อสู้กันยาวนานรึไม่น่าจะไปหาคำตอบในเรื่องนี้เพิ่มนะคะ เดี๋ยวเราจะไปคุยกับท่านทนายความ คุณวันชัย สอนศิริ อดีตเลขาธิการสภาทนายความ สวัสดีค่ะ อ.วันชัยคะ
วันชัย- สวัสดีครับ
พิธีกร- เป็นเรื่องใหม่เหมือนกันนะคะไปฟ้องที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาเนี่ยค่ะ จริงๆ รับสำหรับที่จะฟ้องกรณีละเมิดโดยตรงใช่มั้ยคะ
วันชัย- จริงๆ ๆ ไม่ใช่เรื่องใหม่นะ เพราะปกติคดีเรื่องละเมิดลิขสิทธิ์เนี่ยต้องมาฟ้องที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาโดยเฉพาะ เพราะว่าเป็นเรื่องที่กฎหมายเค้ากำหนดไว้ สมัยก่อนเค้าฟ้องกันที่ศาลแพ่งศาลอาญาโดยปกติ แต่ระยะหลังเนี่ยมีการแก้กฎหมายและก็มีการตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาขึ้นมา
พิธีกร- จะทำให้รวดเร็วขึ้นกว่าการที่ต้องไปฟ้องศาลแพ่งศาลอาญาขนาดไหนคะ
วันชัย- ก็มันเป็นเรื่องศาลเฉพาะทางเค้าเรียกว่าศาลชำนาญพิเศษก็เป็นเรื่องของการที่จะต้องเร่งรัดและก็รวดเร็ว เพราะว่าถ้าเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญาโดยปกติมันก็จะมีคดีเยอะแยะเลยครับ แต่ถ้ามาที่ศาลเฉพาะทางก็จะมีคดีเหล่านี้โดยเฉพาะและก็จะต้องมีผู้เชี่ยวชาญทั้งโจทย์ทั้งจำเลยเนี่ยนะครับเค้าก็จะมีผู้ที่เกี่ยวข้องในวงการเพลงหรือว่าผู้ที่เกี่ยวข้องในวงการลิขสิทธิ์สิทธิบัตรเนี่ย เพราะฉะนั้น ก็จะถือว่ารวดเร็วพอสมควรนะครับ
พิธีกร- ถ้าดูจากรูปการแล้วอ.วันชัยมองยังไงคะ
วันชัย- ผมค่อนข้างจะวิตกกังวลเหมือนกัน เพราะว่ามองดูแล้วเนี่ยเรื่องนี้มันมีการละเมิดลิขสิทธิ์กันมานานแล้วถ้าฟังจากข่าวนะรายละเอียดตื้นลึกหนาบางเนี่ยผมยังไม่แน่ใจ เราคงจะต้องไปสอบข้อเท็จจริงว่ามันมีอะไรนอกเหนือจากที่เป็นข่าว เพราะว่าดูจากข่าวแล้วเห็นว่ามันมีการละเมิดมาตั้งแต่ปี 27,28 ผมไม่แน่ใจ
พิธีกร- ตั้งแต่ปี 22
วันชัย- เพราะฉะนั้นเนี่ยถ้ามีการละเมิดมาตั้งแต่ปี 22 อายุความอาจจะขาดก็ได้ เพราะว่าการจะฟ้องเรียกค่าเสียหายในการละเมิดลิขสิทธิ์นั้นเนี่ยกฎหมายบอกว่าจะต้องฟ้องภายใน 3 ปี
พิธีกร- 3 ปีเองเหรอคะ
วันชัย- นับจากวันที่เรารู้ว่ามีการกระทำละเมิดปัญหาว่าครูชลธีเนี่ยรู้ว่าเค้ามีการละเมิดตั้งแต่เมื่อใดอย่างไร ถ้ารู้ว่าเค้าทำกันมานานแล้วเป็น 10 ปีแล้วก็เพิกเฉยเนี่ยก็อาจจะขาดอายุความเหมือนกันครับ อันนี้เป็นเรื่องที่ผมในฐานะเป็นทนายความวิตกนะครับ ซึ่งยังไม่ได้เข้าไปในคดี แต่มองในแง่กฎหมายครับ
พิธีกร- ถ้าหากว่าอาญานี่อายุความเท่าไหร่คะ
วันชัย- ผมไม่แน่ใจน่าจะประมาณ 15 ปี
พิธีกร- ถ้า 15 ปีก็หมิ่นเหม่เหมือนกันนะคะ เพราะนี่มัน 20 ปีแล้ว
วันชัย- ครับผม อันนี้เป็นเรื่องของอายุความ แต่ปัญหามันอย่างนี้ครับว่าการทำละเมิดเนี่ย แต่ปัญหาว่าบุคคลอื่นเอามาละเมิดอีก ซึ่งอาจจะไม่ใช่เสียงสยาม แต่เป็นเรื่องที่คนอื่นเอาเพลงของครูชลธีไปเอามาทำซ้ำดัดแปลงอะไรก็แล้วแต่มันก็อาจจะเป็นแง่มุมทางกฎหมายที่ครูชลธีก็อาจจะมีสิทธิ์ก็ได้
พิธีกร- เอาล่ะค่ะ ขอบพระคุณมากนะคะ อ.วันชัย วันนี้พอจะมองรูปการออกแล้วนะคะ สวัสดีค่ะ
วันชัย- ครับ สวัสดีครับ
พิธีกร- หลังจากนี้ก็คงจะต้องตามล่ะค่ะว่าทางฝ่ายคู่กรณีนั้นจะว่าอย่างไร ถ้ามีโอกาสคนในข่าวคงจะได้คุยกันนะคะ วันนี้ลาไปก่อนค่ะ สวัสดีค่ะ


