ครม.ทิ้งทวนก่อนเลือกตั้งใหญ่ตั้งแต่งโยกย้ายขรก.ระดับ10ค่อนประเทศ พร้อมวางตัวพ่อเมือง3จ.ใต้ใหม่ให้ “ประชา เตรัตน์”นั่งผู้ว่าฯนราฯส่วนพ่อเมืองปัตตานีได้รองผู้ว่าสงขลา“เชิดพันธ์ ณ สงขลา”มากุมบังเหียนสนองนโยบายดับไฟใต้ และ “มานิต วัฒนเสน”รองผู้ว่าฯปัตตานีมานั่งผู้ว่าฯสตูล
วันนี้ (24ส.ค.)นายจักรภพ เพ็ญแข โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมว่า ครม.มีมติเห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทย ดังนี้
1. นายฐิระวัตร กุลละวณิชย์ พ้นจากตำแหน่งรองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง
2. นายชาญชัย สุนทรมัฏฐ์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง
3. นายรัชทิน ศยามานนท์ พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก
4.นายธีระบูลย์ โพบุคดี พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง
5. นายพนัส แก้วลาย พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดตราด
6. นายบุญช่วย เกิดสุคนธ์ พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม
7. นายก้องเกียรติ อัครประเสริฐกุล พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง
8. นายประสงค์ พิทูรกิจจา พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี
9. นายกิตติพงษ์ สุนานันท์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรุบรี ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
10.นายสุวัฒน์ ตันประวัติ พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดตาก
11. นายเมฆินทร์ เมธาวิกูล พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงสำนักงานปลัดกระทรวง
12. นายปริญญา อุดมทรัพย์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง
13. นายวิทยา ปิณฑแพทย์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงสำนักงานปลัดกระทรวง
14. นายประจักษ์ สุวรรณภักดี พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง
15.นายวรสิทธิ์ โรจนพานิช พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง
16. นายเชนทร์ วิพัฒน์บวรวงศ์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง
17. นายสวัสดิ์ ศรีสุวรรณดี พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง
18. นายวรเกียรติ สมสร้อย พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย
19. นายพระนาย สุวรรณรัฐ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี
20. นายวิชัย ศรีขวัญ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี
21. นายเชิดวิทย์ ฤทธิประศาสน์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจบุรี
22. นายเสนอ จันทรา พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง
23. นายสมบูรณ์ งามลักษณ์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี
24. นายจารึก ปริญญาพล พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี
25. นายนิรันดร์ จงวุฒิเวศย์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์
26. นายวิจิตร วิชัยสาร พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี
27. นายวิชม ทองสงค์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช
28. นายอานนท์ พรหมนารท พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่
29. นาย ประชา เตรัตน์ พ้นจากตำแหน่งนักปกครอง 10 สำนักงานปลัดกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส
30. นายนิวัตน์ สวัสดิ์แก้ว รองอธิบดีกรมการปกครอง ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี
31. นายประสาท พงษ์ศิวาภัย รองอธิบดีกรมการปกครอง ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม
32. นายสุรพล พงษ์ทัดศิริกุล นักบริหาร 9 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง
33. นายนันทชัย สุนทรพิพิธ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท
34. นายต่อพงษ์ อ่ำพันธุ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู
35. นาย เชิดพันธ์ ณ สงขลา รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี
36. นายพินัย อนันตพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง
37. นายไพรัตน์ สกลพันธุ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร
38. นายประภากร สมิติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ
39. นายกมล จิตระวัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง
40. นายโอรส วงษ์สิทธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง
41. นายไพศาล รัตนพัลลภ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร
42. นาย มานิต วัฒนเสน รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล
43. นางจุฑามาศ ประทีปวณิช รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี
44. นายสันทัด จัตุชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่
45. นายอานนท์ มนัสวานิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร
46. นายวิชชา ประสานเกลียว รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร
47. นายทวีศักดิ์ คิดบรรจง รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์
48. นายอนุวัฒน์ เมธีวิบูลวุฒิ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา
49. นายสุรพล พงษ์ทัดศิริกุล พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่งนักปกครอง 10 สำนักงานปลัดกระทรวง
50. นายอำนาจ ผการัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ทั้งนี้ ลำดับที่ 1-48 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2547 และลำดับที่ 49-50 ตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2547 เป็นต้นไป
นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม.ยังเห็นชอบให้ข้าราชการพลเรือนสามัญระดับ 10 กระทรวงมหาดไทย ที่ปฏิบัติหน้าที่เดียวติดต่อกันครบ 4 ปี ให้อยู่ปฏิบัติหน้าที่เดิมต่อไปอีกไม่เกินหนึ่งปี คือ 1.นายเกษมศักดิ์ แสนโภชน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2542 เป็นการเสนอขอต่อเวลาการดำรงตำแหน่งครั้งที่ 2
2. นายสมชาย ชุมรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2543 เป็นการเสนอขอต่อเวลาการดำรงตำแหน่งครั้งที่ 1 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2547 เป็นต้นไป
วันนี้ (24ส.ค.)นายจักรภพ เพ็ญแข โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมว่า ครม.มีมติเห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทย ดังนี้
1. นายฐิระวัตร กุลละวณิชย์ พ้นจากตำแหน่งรองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง
2. นายชาญชัย สุนทรมัฏฐ์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง
3. นายรัชทิน ศยามานนท์ พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก
4.นายธีระบูลย์ โพบุคดี พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง
5. นายพนัส แก้วลาย พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดตราด
6. นายบุญช่วย เกิดสุคนธ์ พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม
7. นายก้องเกียรติ อัครประเสริฐกุล พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง
8. นายประสงค์ พิทูรกิจจา พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี
9. นายกิตติพงษ์ สุนานันท์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรุบรี ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
10.นายสุวัฒน์ ตันประวัติ พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดตาก
11. นายเมฆินทร์ เมธาวิกูล พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงสำนักงานปลัดกระทรวง
12. นายปริญญา อุดมทรัพย์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง
13. นายวิทยา ปิณฑแพทย์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงสำนักงานปลัดกระทรวง
14. นายประจักษ์ สุวรรณภักดี พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง
15.นายวรสิทธิ์ โรจนพานิช พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง
16. นายเชนทร์ วิพัฒน์บวรวงศ์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง
17. นายสวัสดิ์ ศรีสุวรรณดี พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง
18. นายวรเกียรติ สมสร้อย พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย
19. นายพระนาย สุวรรณรัฐ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี
20. นายวิชัย ศรีขวัญ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี
21. นายเชิดวิทย์ ฤทธิประศาสน์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจบุรี
22. นายเสนอ จันทรา พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง
23. นายสมบูรณ์ งามลักษณ์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี
24. นายจารึก ปริญญาพล พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี
25. นายนิรันดร์ จงวุฒิเวศย์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์
26. นายวิจิตร วิชัยสาร พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี
27. นายวิชม ทองสงค์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช
28. นายอานนท์ พรหมนารท พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่
29. นาย ประชา เตรัตน์ พ้นจากตำแหน่งนักปกครอง 10 สำนักงานปลัดกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส
30. นายนิวัตน์ สวัสดิ์แก้ว รองอธิบดีกรมการปกครอง ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี
31. นายประสาท พงษ์ศิวาภัย รองอธิบดีกรมการปกครอง ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม
32. นายสุรพล พงษ์ทัดศิริกุล นักบริหาร 9 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง
33. นายนันทชัย สุนทรพิพิธ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท
34. นายต่อพงษ์ อ่ำพันธุ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู
35. นาย เชิดพันธ์ ณ สงขลา รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี
36. นายพินัย อนันตพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง
37. นายไพรัตน์ สกลพันธุ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร
38. นายประภากร สมิติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ
39. นายกมล จิตระวัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง
40. นายโอรส วงษ์สิทธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง
41. นายไพศาล รัตนพัลลภ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร
42. นาย มานิต วัฒนเสน รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล
43. นางจุฑามาศ ประทีปวณิช รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี
44. นายสันทัด จัตุชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่
45. นายอานนท์ มนัสวานิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร
46. นายวิชชา ประสานเกลียว รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร
47. นายทวีศักดิ์ คิดบรรจง รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์
48. นายอนุวัฒน์ เมธีวิบูลวุฒิ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา
49. นายสุรพล พงษ์ทัดศิริกุล พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่งนักปกครอง 10 สำนักงานปลัดกระทรวง
50. นายอำนาจ ผการัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ทั้งนี้ ลำดับที่ 1-48 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2547 และลำดับที่ 49-50 ตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2547 เป็นต้นไป
นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม.ยังเห็นชอบให้ข้าราชการพลเรือนสามัญระดับ 10 กระทรวงมหาดไทย ที่ปฏิบัติหน้าที่เดียวติดต่อกันครบ 4 ปี ให้อยู่ปฏิบัติหน้าที่เดิมต่อไปอีกไม่เกินหนึ่งปี คือ 1.นายเกษมศักดิ์ แสนโภชน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2542 เป็นการเสนอขอต่อเวลาการดำรงตำแหน่งครั้งที่ 2
2. นายสมชาย ชุมรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2543 เป็นการเสนอขอต่อเวลาการดำรงตำแหน่งครั้งที่ 1 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2547 เป็นต้นไป


