กรุงเทพฯ - “สุรชัย” คอมมิวนิสต์คนสุดท้ายทำทั่วโลกตื่นตะลึง หลังเข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าตัวเผยเข้าป่าจับอาวุธ อ่านหนังสือเลนิน-เหมา-มาร์กซ์ นานกว่า 30 ปี ถึงกับไม่รู้ว่าโลกเปลี่ยนไปแค่ไหนแล้ว สื่อต่างประเทศทะลักเข้ากรุงเทพฯ แห่ตีแผ่ข่าว “คอมมิวนิสต์ตัวพ่อ”
ทันทีที่มีข่าวว่า นายสุรชัย แซ่ดอ เข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในข้อหาสร้างความวุ่นวายให้แก่บ้านเมืองในช่วงสงกรานต์เดือดที่ผ่านมา ล่าสุดปรากฏว่าข่าวดังกล่าวได้รับความสนใจจากสื่อทั่วทุกมุมโลก เพราะต่างทราบกันเป็นอย่างดีว่านายสุรชัย แซ่ดอ คือคอมมิวนิสต์คนสุดท้ายที่เหลืออยู่ในโลก จึงรีบเดินทางเข้ามาในเมืองไทยเป็นการเร่งด่วน เพื่อเจาะข้อมูลเบื้องหน้าเบื้องหลังว่าเป็นเพราะเหตุใดที่ทำให้นายสุรชัยจึงงมงายอยู่กับลัทธิคอมมิวนิสต์ ทั้งๆ ที่ทุกประเทศทั่วโลกไม่มีใครคนไหน หรือสถานที่แห่งหนตำบลใดจะยังปรากฏว่ามีคอมมิวนิสต์อยู่อีกแล้ว
ทั้งนี้ นายสุรชัย ซึ่งแต่งกายด้วยเสื้อผ้าชุดทหารป่า สวมหมวกสีขี้ม้า มีสัญลักษณ์ดาวแดงอยู่กลางปีกหมวกเด่นหรา ตวาดใส่กระทาชาย นายบักแหลม บรรณาธิการบริหารผู้จัดกวนสุดเสน่ห์ ด้วยความเกรี้ยวกราด เนื่องจากบักแหลมดันเข้าใจผิดไปถามนายสุรชัยว่าทำไมจึงสวมหมวกที่มีโลโก้เป็นเบียร์ไฮเนเก้นว่า ที่ผ่านมาคนอย่างเขาไม่เคยฝักใฝ่เรื่องใด ไม่มีชนชั้น นอกจากลัทธิคอมมิวนิสต์ ดังนั้น การที่ตั้งคำถามว่าทำไมจึงใส่หมวกไฮเนเก้น ถือว่าเป็นการไม่ให้เกียรติคอมมิวนิสต์ระดับตัวพ่อโดยแท้
“สหายเอ๋ย การตั้งประเด็นคำถามเช่นนี้ นอกจากไม่แสวงหาจุดร่วม ไม่ยอมสงวนจุดต่าง ยังถือว่าสหายไร้อุดมการณ์อย่างสิ้นเชิง ดาวไม่ว่าจะเป็นสีไหน แต่ขอให้ประชาชนได้มาซึ่งชัยชนะ นั่นก็ถือว่าเป็นประโยชน์ยิ่งแล้ว ถ้าแนวร่วมระดับผู้นำของพรรคทราบว่าสหายตั้งคำถามนี้ มีความเป็นไปได้สูงว่าสหายจะต้องถูกขับออกจากพรรคภายใน 24 ชั่วโมง อ้าว! มิสเตอร์จากซีเอ็นเอ็น ยูมีคำถามอะไรจะถาม” สุรชัยชี้มือไปที่นักข่าวต่างชาติ
หลังเงี่ยหูฟังคำถาม นายสุรชัยทำหน้างงๆ เอียงคอ อ้าปากค้างราว 10 วินาที จากนั้นเอ่ยว่า “อะไรนะครับ ที่คุณเรียกมันว่า 66/23 หรือ 60/22 มันคือตัวเลขอะไร ทำไมผมไม่รู้ มันคือนโยบายอะไรหรือ โอ้ย! คุณมิสเตอร์ อย่าเที่ยวถามคำถามอะไรแบบนี้ ที่ผ่านมากว่า 30 ปี ผมจับปืนสู้กับชนชั้นปกครองอย่างเดียว ถ้าไม่นับการอ่านหนังสือของคอมมิวนิสต์สายรัสเซีย จีน เวียดนาม หรือไม่ก็ลาว รวมทั้งฝั่งตะวันตก หลังปี พ.ศ.2519 ผมเข้าป่าจับอาวุธเพื่อรอวันที่ฟ้าสีทองผ่องอำไพ ประชาชนจะกินไข่ในราคาสลึงเดียว เรื่องอื่นผมไม่เกี่ยว ไม่รับรู้”
ผู้สื่อข่าวหลายชาติพอฟังนายสุรชัยกล่าวเช่นนั้นต่างผงกศีรษะยอมรับ เอ่ยด้วยความเชื่อถือว่า นายสุรชัยเป็นคอมมิวนิสต์ตัวสุดท้ายที่ยอมออกจากป่ามาให้ตำรวจจับกุม อย่างไรก็ตาม หลายประเทศมีความพยายามจะขอความร่วมมือจากรัฐบาลไทย เพื่อตรวจสอบดีเอ็นเอของนายสุรชัย เนื่องอยากอยากทราบว่าโลกเปลี่ยนไปไหนต่อไหนแล้ว ทว่าเหตุไฉนไยเล่า นายสุรชัยจึงเป็นคอมมิวนิสต์ที่ไม่ยอมกลายพันธุ์ มีแต่จะยืนยันว่าไม่รู้กระแสใดๆ ในโลกนี้เลย เว้นเสียจากอุดมการณ์และแนวทางของลัทธิคอมมิวนิสต์


