ผู้จัดกวน-ร้องว๊ากลั่นป่า สุดแสนจะทึ่งในความเป็นอัจฉริยะ ของธีรยุทธไม่แค่เป็นนักวิชาการ ที่ปากกล้าหรืออาจารย์สอนหนังสือ เท่านั้น ล่าสุดยังรู้ว่า ฤาษีเลี้ยงเต่า ด้วย หลังฤาษียกมือขนรักแร้ดำเป็นแพร เห็น เต่า กำลังคลานต้วมเตี้ยมอย่างน่าทึ่ง
ขณะถือศีล บำเพ็ญเพียรภาวนา อยู่กลางป่า ก็มีข่าวแว่วลือสะพัดกันลั่นว่า ฤาษีเลี้ยงเต่า ซึ่งสร้างความน่าฉงนเป็นอย่างยิ่ง แม้แต่เจ้าตัวเองก็ยังงงๆ และมึนตื้บ เลยนั่งสมาธิทบทวนไล่เรียงเพ่งนินิจพิจารณาว่า ตนเองเคยเลี้ยงเต่าไว้ที่ไหน อุตส่าห์นั่งสมาธิเรียงลำดับดู แต่ก็ยังนึกไม่ออกว่ามีคนมาพูดแบบนี้ได้ยังไง ตามบ่อน้ำ ห้วย หนองคลองบึง หรือในโอ่งมังกรก็ไม่มีสักกะตัว
ด้วยความหงุดหงิดเหตุที่มีนักวิชาการดีกรีระดับอาจารย์สอนมหาวิทยาลัยออกมา บอกว่า ฤาษีเลี้ยงเต่า ทั้งอากาศก็เริ่มร้อนอบอ้าวเนื่องจากฤดูผันแปร จะเข้าหน้าร้อน เหงื่อ เรียงเม็ดเป็นตะปุ่ม ตะป่ำ บ้างก็เขอะกรังไล่เป็นทางดั่งสายน้ำ
พลันมีสิ่งผิดปกติชอนไชที่บริเวณรักแร้ ในใจคิดว่าน่าจะเป็นพวกเห็บหรือตัวไรก็เป็นได้ เพราะไม่ได้อาบน้ำ ชำระร่างกายมาเป็นแรมปี เมื่อยกแขนเปิดโต้ลมร้อนอ้าซ่า ฤาษีถึงกับอึ้งกิมกี่ ตาลุกโพลงโตเท่าไข่ห่าน หนวดเครา กระดิกดิ๊กๆ พร้อมอุทานเสียงดังกังวานลั่นป่าว่า "อุเหม่ๆ ไอ้หย่า นี่มันเต่าต้วมเตี้ยม เหมือนที่เค้าว่ากันนี่หว่า "ด้วยความเสียงดัง เอะอะมะเทิ่ง เหล่าสมาชิก สิงสา ราสัตว์ นก หนู ปู ปลา ที่อยู่ในละแวกนั้นต่างแตกตื่น วิ่งกันพล่าน อีรันพลันตู ต่างมามุงดู ทุกสายตาก็เห็นประจักษ์เป็นอย่างเดียวกัน พร้อมประสานเสียงตัวโน้ตสูงต่ำยิ่งกว่าวงโอเปรา ว่า "ฤาษีเลี้ยงเต่า ฤาษีเลี้ยงเต่า" เจ้าลิงจอมซนตัวหนึ่งพูดออกมาหลังเสียงดังระงมจางหายไปเช่นกันว่า"สมัยก่อน ฤาษีก็เคยเลี้ยงลิง ไม่นึกเลยว่ามาวันนี้ ฤาษีจะมาเลี้ยงเต่า นับว่าเป็นเรื่องที่น่าทึ่งเจ้าจ๋อแสนซนพล่ามบ่น
เมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นดังกล่าว หลายฝ่ายก็อดเป็นห่วงเป็นใยบ้านเมืองไม่ได้ว่า "ท่านฤาษีก็เอาแต่บำเพ็ญเพียร ยึดมั่นแต่ในศีล ในธรรม เอาธรรมาภิบาลเป็นหลัก เหมือน ฤาษีเลี้ยงเต่า มัวแต่คลานต้วมเตี้ยมๆ วนไปเวียนมาแถว รักแร้ คนชั่ว คนคอร์รัปชันบ้านเมืองก็ยังเชิดหน้าชูคอ บินว่อนโฉบไปเฉี่ยวมา ข้างๆประเทศ ทั้งที่เหล่าโจรทั้งหลายต่างรุกฆาต ปักธงท้ารบชนิดไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม คิดจะต่อสู้ทุกวิถีทาง ไม่ได้คำนึงถึงความถูกต้อง หรือสิ่งใดทั้งสิ้น คิดแต่เรื่องชั่วช้าเลวทรามต่อแผ่นดิน แสวงหาอำนาจอยู่ร่ำไป อ้างโน่นอ้างนี่ ทำตัวเป็นอีแอบ จะตั้งช่อง พีทีวี ผรุสวาทอย่างหน้าซื่อตาใส ว่า ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง ทั้งที่กะโหลกอันหนาทึบ ตาที่มืดบอด ยังรับใช้อำนาจเก่า เที่ยวหลอกลวงประชาชน คงคิดว่าประชาชนตาดำๆคงตามไม่ทัน และคิดว่าต้องมีเขา ร้องมอๆ เหมือนตนเอง"หลายฝ่ายเป็นห่วง


