ทำเนียบฯ - ครม.แนะ “แม้ว” อ่านหนังสือ “อย่ากินคนเดียว” แบ่งให้คนอื่นกินบ้าง พ้อแม้วกับครอบครัวโช้ยกันบนโต๊ะ ปล่อยให้เหล่าสมุนคลานหาเศษชิ้นเนื้อติดกระดูกหล่นพื้นกิน บางทีถึงขนาดกัดกันขนแหว่งเพื่อแย่งเศษอาหาร ไอ้พวกไม่มีแรงก็ได้แต่เห่าหอนโหยหวนด้วยความหิวโหย โหยหาจนท้องไส้แห้งเหี่ยว เสยหมัดเข้ากระโดงคาง บอกอ่านหนังสือเล่มนี้แล้วหัดใจกว้างแบ่งปันคนอื่นกินบ้าง
หลังหนอนหนังสือหน้าเหลี่ยม ได้แนะนำบรรดาเหล่า ครม.และคนใกล้ชิดอ่านหนังสือมาหลายเล่ม ไม่ว่าจะเป็น AS THE FUTURE CATCH YOU เกี่ยวกับวิทยาการในอนาคต นาโนเทคฯ การฝังชิปแทนการสนตะพาย และอีกหลายต่อหลายเล่มเพื่อพัฒนาสมองเหล่าลูกสมุนที่น้อยนิดเท่าเมล็ดงาให้เติบโตเก่งกล้าเท่าเมล็ดถั่วเขียว อีกทั้งเป็นการเปิดโลกทัศน์เพื่อวางแผนงานในอนาคต
บัดนี้เหล่า ครม.เอาบ้าง แนะนำนายใหญ่อ่านหนังสือของลูกน้องบ้าง ชื่อ “NEVER EAT ALONE” แปลเป็นไทยง่ายๆ แบบไม่ต้องคิดให้เมื่อยเหง้าหูว่า อย่ายัดห่าคนเดียว นับว่าเป็นหนังสือที่เหมาะเจาะอย่างยิ่งที่ ฯพณฯ ควรอ่านและควรศึกษาให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ ณ บัดเดี๋ยวนี้เลย เนื้อหาในเล่มก็จะสอนให้รู้จักเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แบ่งปันคนอื่นกินเพื่อการยังชีพ ให้รู้จักยับยั้งชั่งใจ ไม่ตะกละตะกลามมูมมามเฉพาะตัวเองและครอบครัว หรือวงศ์วานว่านเครือเท่านั้น ควรแบ่งปันเหล่า ครม. และลูกสมุนที่นั่งตาละห้อยซี่โครงเรียงด้วย
อย่างไรก็กิน เหล่าลูกสมุนต่างคาดการณ์ว่าหลังลูกพี่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว สันดานขี้งกเหนียวหนืดจะคลายลงได้บ้าง เพราะอาหารเลิศรสแต่ละอย่างที่เจ้านายรับประทานบนโต๊ะล้วนเป็นเมนูเด็ดชวนน้ำลายสอทั้งสิ้น อย่างต้มยำเมกะโปรเจกต์, ซกเล็กซีทีเอ็กซ์, ผัดเผ็ดหนองงูเห่า, ผัดกะเพราซู 30, แกงหน่อไม้ปี๊บรถไฟฟ้า, ตุ๋นกล้ายาง, บ๊ะจ่างคอมพิวเตอร์ และอีกสารพัดเมนูที่ยัดทานกันเฉพาะโต๊ะใหญ่ สวาปามกันจ้วบๆ แค่สองคน ปล่อยให้เหล่ารัฐมนตรี และส.ส.ในพรรคต้องก้มคลานเลียไปกับพื้น คอยแทะเศษเนื้อพังผืดติดกระดูกเท่านั้น ส่วนเนื้อสัน ตับไตไส้พุง กลับกินกันจนพุงกางเรอเอิ้ก
สุดท้ายนี้ได้แต่ตั้งหวังลมๆ แล้งๆ ว่าเมื่อลูกพี่ได้อ่านหนังสือไปแล้วคงจะทำให้ใจกว้างขึ้นเหมือนทะเล ยอมแบ่งปันให้เหล่ารัฐมนตรีบ้าง
ส่วนทางชาวบ้านที่รักชาติรักแผ่นดินก็อยากจะแนะนำให้รักษาการนายกฯคนนี้อ่านหนังสือบ้างเช่นกัน โดยแนะนำหนังสือดีมีปรัชญา อย่างเช่น “สมบัติผู้ดี” ซึ่งเป็นพื้นฐานมารยาทในการดำเนินชีวิตในสังคม อีกเล่มก็ “ตัวกูของกู”(อย่าอ่านเฉพาะหน้าปก), “แพ้ก่อนถึงจะชนะ” ของสนธิ ลิ้มทองกุล, “ความทุกข์ของทักษิณ”, “ผมชื่ออภิสิทธิ์” ตลอดจน “เย็นลมป่า” ของท่านชวน หลีกภัย ทั้งหมดทั้งปวงที่แนะนำนั้นเป็นหนังสือที่คนอย่าง ฯพณฯ ต้องอ่านและจำใส่กะโหลกชะโงกดูประชาธิปไตยบ้าง