xs
xsm
sm
md
lg

“กำนันมะโน” ประกาศปักหลักหน้าทำเนียบฯ ไม่ลดน้ำมัน 10 บาทไม่กลับ! จ่อหารือ “สนธิ” ยกระดับเคลื่อนไหว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“กำนันมะโน” ปักหลักชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาล ประกาศจุดยืนเรียกร้องรัฐบาลลดราคาน้ำมันทุกชนิดทันทีลิตรละ 10 บาท ไม่ลดไม่กลับ พร้อมยกระดับการชุมนุม เผยเตรียมหารือ “สนธิ ลิ้มทองกุล” ที่บ้านพระอาทิตย์ วางแนวทางเคลื่อนไหว ขณะที่มวลชนจากหลายภูมิภาคจ่อเดินทางสมทบ พร้อมเชิญ “เสรีพิศุทธ์-ทนายอั๋น” ร่วมเวที


เมื่อวันที่ 8 พ.ย. เวลาประมาณ 20.00 น. กลุ่มแนวร่วมปฏิวัติประชาชนปกป้องแผ่นดิน (นปผ.) นำโดยนายมะโน เครือแก้ว หรือ “กำนันมะโน” กำนันตำบลกระบี่น้อย จ.กระบี่ พร้อมแนวร่วม เดินทางถึงบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล โดยตั้งเวทีปราศรัยชั่วคราวบริเวณแยกพาณิชยการ ใกล้สะพานชมัยมรุเชฐ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจัดพื้นที่บริเวณถนนกำแพงเพชร 5 เพื่อรองรับรถยนต์และรถบรรทุกที่เดินทางมากับขบวนผู้ชุมนุม

จากนั้นกำนันมะโนขึ้นเวทีปราศรัยเรียกร้องให้รัฐบาลลดราคาน้ำมันทุกชนิดทันทีลิตรละ 10 บาท พร้อมเสนอให้ปฏิรูปประเทศ จัดการปัญหา “3 เทา” ได้แก่ จีนเทา นักการเมืองเทา และข้าราชการเทา รวมถึงแก้ไขปัญหายาเสพติด

ภายหลังการปราศรัย กำนันมะโนให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า การเดินทางมาชุมนุมครั้งนี้เพื่อนำความเดือดร้อนของประชาชนไปสะท้อนให้นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลรับทราบ โดยเฉพาะปัญหาราคาน้ำมันที่ประชาชนแบกรับไม่ไหวแล้ว จึงเรียกร้องให้รัฐบาลลดราคาน้ำมันทุกชนิดลงทันทีลิตรละ 10 บาท

ส่วนแนวทางการเคลื่อนไหวหลังจากนี้ ระบุว่า ในวันที่ 9 พ.ย. จะมีแนวร่วมจากหลายพื้นที่เดินทางมาสมทบเพิ่มเติม หากรัฐบาลยังไม่ดำเนินการลดราคาน้ำมัน ก็จะพิจารณามาตรการยกระดับการชุมนุม โดยยืนยันว่า “ถ้าไม่ลด ไม่กลับ” และจะปักหลักอยู่บริเวณทำเนียบรัฐบาลต่อไป

กำนันมะโนกล่าวว่า ตนเป็นเพียงกำนันบ้านนอก แต่เชื่อว่ารัฐบาลสามารถลดราคาน้ำมันได้หากมีความตั้งใจช่วยเหลือประชาชน พร้อมตั้งคำถามว่า เหตุใดประเทศไทยซึ่งมีโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่และมีแหล่งปิโตรเลียมของตนเอง จึงต้องอ้างอิงราคาน้ำมันจากสิงคโปร์ รวมถึงเปรียบเทียบกับราคาน้ำมันในมาเลเซียที่ต่ำกว่า 20 บาทต่อลิตร ว่าเหตุใดประเทศไทยจึงไม่สามารถลดราคาลงได้

นอกจากนี้ ยังสะท้อนความเดือดร้อนของประชาชนในภาคใต้ โดยระบุว่า แม้ราคายางพาราและปาล์มน้ำมันจะอยู่ในระดับที่ดี แต่ในช่วงฤดูฝนเกษตรกรไม่สามารถกรีดยางได้ ขณะที่ต้นทุนด้านน้ำมันและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ส่วนมาตรการนำสินค้าราคาถูกไปจำหน่ายของกระทรวงพาณิชย์นั้น มองว่าเป็นเพียงการสร้างภาพและไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาในวงกว้าง

เมื่อถามถึงข้อสงสัยว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้มีนักการเมืองอยู่เบื้องหลังหรือไม่ กำนันมะโนยืนยันว่า เดินทางมาในนามประชาชน ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง โดยการถ่ายภาพร่วมกับ สส. และรัฐมนตรีหลายคน ไม่ใช่ถ่ายกับนายรังสิมันต์ โรม คนเดียว เป็นเรื่องปกติของการทำหน้าที่กำนันที่ต้องพบปะนักการเมืองและบุคคลที่เดินทางลงพื้นที่ พร้อมย้ำว่าไม่มีนักการเมืองอยู่เบื้องหลังการชุมนุม

ส่วนกระแสข่าวความพยายามขัดขวางการรวมตัวของกลุ่มผู้ชุมนุม กำนันมะโนระบุว่า รับทราบว่ามีบุคคลบางกลุ่มพยายามแทรกซึมเข้ามาในเครือข่าย และทำให้แนวร่วมบางส่วนไม่สามารถเดินทางมาร่วมขบวนได้ตามที่รับปากไว้ แต่ยืนยันว่าขณะนี้สามารถรวบรวมมวลชนเดินทางมาถึงกรุงเทพฯ ได้แล้ว และเชื่อว่าประเด็นที่ตนสื่อสารตรงกับความเดือดร้อนของประชาชน ทำให้มีผู้สนับสนุนเพิ่มขึ้น


กำนันมะโนยังเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้พูดคุยกับนายสนธิ ลิ้มทองกุล และเตรียมเดินทางไปหารือกับทีมงานที่บ้านพระอาทิตย์ในวันพรุ่งนี้( 9 พ.ย) เวลาประมาณ 11.00 น. เพื่อปรึกษาแนวทางการเคลื่อนไหวและการยกระดับการชุมนุม

“ผมก็เปิดเผยมาแล้วนะครับว่าผมได้คุยกับคุณลุงสนธิ มาก่อนแล้วนะครับ เพราะผมไม่รู้จะพึ่งใครครับ ผมพึ่งนักการเมืองก็ไม่ได้ ผมพึ่งใครก็ไม่ได้ ผมดูแล้วว่าลุงสนธิน่าจะเป็นที่พึ่งผมได้ พรุ่งนี้ครับก็มีการนัดแนะกันที่บ้านพระอาทิตย์ เราก็จะไปพูดคุยปรึกษากับทีมคุณลุงสนธิครับ”

กำนันมะโน ยืนยันว่าขณะนี้มีแนวร่วมจากหลายภูมิภาค ทั้งภาคใต้ ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เตรียมเดินทางมาสมทบในวันต่อๆ ไป

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงข้อเสนอเรื่องการปฏิรูปบทบาทกำนันและผู้ใหญ่บ้าน โดยระบุว่าได้สื่อสารกับเพื่อนกำนันและผู้ใหญ่บ้านหลายพื้นที่ให้ตระหนักถึงบทบาทของตนเอง ไม่ควรเป็นทาสของนักการเมือง แต่ต้องเป็นผู้ภักดีต่อแผ่นดินและยืนหยัดเพื่อประชาชน

ส่วนประเด็นปัญหาสิ่งแวดล้อมและสารพิษ โดยเฉพาะการนำขยะหรือกากสารพิษจากต่างประเทศเข้ามาทิ้งในประเทศไทย กำนันมะโนระบุว่า จะมีแนวร่วมจากภาคตะวันออกเข้ามาร่วมเคลื่อนไหวด้วย เนื่องจากเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างถูกต้อง
เมื่อถามถึงความกังวลเรื่องมือที่สามเข้ามาแทรกแซงการชุมนุม กำนันมะโนยอมรับว่ามีความกังวล เนื่องจากที่ผ่านมาเคยพบพฤติการณ์ปลุกปั่นบางอย่าง แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นกลุ่มใด ขณะที่มาตรการห้ามชุมนุมในรัศมี 50 เมตรรอบทำเนียบรัฐบาลนั้น ระบุว่าทราบข้อกำหนดดังกล่าวแล้ว และได้มอบหมายให้ทนายความประสานเรื่องการขอจัดตั้งเวทีไว้ก่อนหน้านี้ พร้อมยืนยันว่าไม่หวั่นเกรงว่าจะถูกดำเนินคดี

สำหรับข้อกังวลของนายกรัฐมนตรีที่ว่าหากลดราคาน้ำมันลิตรละ 10 บาท รัฐบาลจะนำงบประมาณจากที่ใดมาพัฒนาประเทศนั้น กำนันมะโนเสนอให้รัฐบาลจัดการปัญหาทุจริตคอร์รัปชันในระบบราชการและการเมือง เพื่อให้มีงบประมาณเพียงพอ พร้อมตั้งคำถามถึงโครงสร้างราคาน้ำมัน โดยเฉพาะค่าการกลั่นที่ระบุว่ามีต้นทุนจริงประมาณ 1.40 บาทต่อลิตร แต่ปัจจุบันอยู่ที่ 8 บาทต่อลิตร รวมถึงผลกำไรของโรงกลั่นที่มองว่าสูงถึง 80,000 ล้านบาทในช่วงครึ่งปีแรก ทั้งปีน่าจะเป็นแสนล้าน แต่ประชาชนแสนสาหัส จึงเห็นว่ารัฐบาลควรเข้าไปตรวจสอบและแก้ไขปัญหาดังกล่าว แต่รัฐบาลกลับลดภาษีสรรพสามิตเพียงอย่างเดียว
ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาประชิดพื้นที่ชุมนุมและนำสุนัขตำรวจเข้าตรวจสอบนั้น กำนันมะโนระบุว่าพบเจ้าหน้าที่เข้ามาในพื้นที่จำนวนมาก แต่ไม่ได้มีการข่มขู่โดยตรง พร้อมยืนยันว่าการชุมนุมของกลุ่มเป็นไปอย่างสงบและสันติ หากมีการสลายการชุมนุมก็พร้อมยอมรับผลที่จะเกิดขึ้น

กำนันมะโนเปิดเผยด้วยว่าได้เชิญ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย และนายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ เข้าร่วมปราศรัยในประเด็นเขากระโดงและการทวงคืนที่ดินรถไฟ