xs
xsm
sm
md
lg

รีวิวสับแหลก “พืชสวนโลกอุดรฯ” งบ 2,750 ล้าน สวนครัวหลักร้อย ระบบพังพินาศ?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ลากไส้งบพืชสวนโลกอุดรธานี 2,750 ล้าน ปมพิรุธบริษัทผู้ชนะพีอาร์ 338 ล้าน รถรางพัง แดดเผา พร้อมเปิดคัมภีร์เอาตัวรอดเที่ยวหนองแด

ชนวนเหตุที่ทำให้ชาวเน็ตและเพจนักสืบโซเชียลพุ่งเป้าถล่มงานนี้ตั้งแต่วันแรก เป็นแรงกระเพื่อมต่อเนื่องการเปิดโปงงบประมาณโครงการที่พุ่งทะลุเกือบสามพันล้านกับหน้างานที่ชวนให้ผิดหวังอย่างยิ่ง 
 
ยิ่งเมื่อ สำนักข่าวอิศรา และสื่อตรวจสอบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เข้าไปส่องมติ ครม. ลากไส้โครงสร้างงบประมาณก้อนมหึมานี้ออกมาแฉ และกางตัวเลขดูแล้ว ต้องบอกว่าน่าอนาถใจในความไม่สมเหตุสมผลในการใช้งบกับผลงานที่ออกมาอย่างยิ่ง

•งบก่อสร้างและคุมงาน 1.73 พันล้านบาท: เผชิญวิบากกรรมตั้งแต่ยังไม่เริ่ม เพราะ 4 บริษัทรับเหมารายใหญ่ของไทยพร้อมใจกันเทประมูลตั้งแต่ช่วงปี 2565 เนื่องจากกรอบเวลากระชั้นชิด แถมมีข่าวร้องเรียนเรื่องกลุ่มข้าราชการเรียกรับเงินทอนค่าออกแบบผังแม่บท (Master Plan) สูงถึง 30% ทำให้การส่งมอบพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด 1,030 ไร่ ล่าช้านานกว่า 2 ปี งานโครงสร้างพื้นฐานในช่วงท้ายจึงต้องเร่งรีบทำแบบผักชีโรยหน้า เศษปูนเคลียร์ไม่ทัน ท่อน้ำโผล่ และเอา "ยางรถยนต์เก่า" มาล้อมบ่อน้ำโชว์ประจานสายตาประหนึ่งงานวัดแถวบ้าน!

•งบพีอาร์และบริหารจัดการ 589 ล้านบาท: เงินภาษี 1 ใน 5 ของงาน ถูกเทไปกับการโฆษณาที่กระจุกตัวอยู่กับกลุ่มทุนรายเดิม ซ้ำร้ายช่วงโค้งสุดท้ายยังมีความพยายามขอซอยงบพีอาร์เพิ่มแบบเจาะจงอีก 250 ล้านบาท แต่กระแสสังคมเบรกจนต้อง "ยกเลิก" ไป


ขยี้ปม "มีเดีย ไอ แอม" รับ 3 ร้อยกว่าล้าน ผลงานคุ้มไหม?

ตัวแปรสำคัญที่ถูกสปอตไลท์ส่องหนักที่สุดในงบก้อนนี้คือ บริษัท มีเดีย ไอ แอม จำกัด (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท เอ็มดีไอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด) ที่คว้าสัญญาหลักจากกรมวิชาการเกษตรไปเนื้อ ๆ ถึง 2 สัญญา รวมเป็นเงินสูงถึง 338.8 ล้านบาท

เมื่อไปเจาะไส้ในว่าเงิน 338.8 ล้านบาทนี้ จ้างพวกเขามาทำอะไรบ้าง? ข้อมูลระบุภารกิจชัดเจนว่าแบ่งเป็น สัญญาปูพรมประชาสัมพันธ์ล่วงหน้า 48.3 ล้านบาท และสัญญาจัดงานบวกระบบออร์แกไนเซอร์หลังบ้านอีก 290 ล้านบาท ซึ่งหน้าที่ปลูกต้นไม้เป็นของสวนนงนุชพัทยา แต่ระบบปฏิบัติการหน้างานทั้งหมดคือความรับผิดชอบของ มีเดีย ไอ แอม


คำตอบที่สะท้อนออกมาในสัปดาห์แรกคือ "ไม่คุ้มอย่างแรง" ข้อพิสูจน์ถึงความล้มเหลวในการบริหารจัดการ อาทิ

• โปรโมตเกือบ 50 ล้าน... แต่คนไม่รู้ว่าเปิดงาน: ยอดผู้เข้าชม 3 วันแรกเหงาหงอยหลุดเป้าอย่างน่าใจหาย มีคนมาแค่ 25,121 คน จากเป้าหมายรวม 3.6 ล้านคนตลอดงาน เพราะคนส่วนใหญ่เพิ่งมารู้ว่ามีงานนี้ก็ตอนที่เห็นคลิปดราม่าด่ากันใน TikTok!

• ปมพิรุธ "สำนักงานบัญชีเดียวกัน": สัญญาแรกถูกขุดคุ้ยหลักฐานงบการเงินระบุว่า บริษัท มีเดีย ไอ แอม จำกัด (ผู้ชนะ) ใช้หมายเลขโทรศัพท์สำนักงาน และชื่อผู้ทำบัญชี/สอบบัญชีรายเดียวกันเป๊ะกับบริษัทคู่เทียบที่ยื่นซองแข่งราคา แรปเปอร์โซเชียลตั้งคำถามรัว ๆ ว่านี่คือความบังเอิญจริงหรือ?

 "พืชสวนโลก หรือ พืชสวนครัว?"

เม็ดเงินของออร์แกไนเซอร์และการก่อสร้างสะท้อนความเละเทะทันทีเมื่อเปิดประตูงาน เพราะแทนที่นักท่องเที่ยวจะได้เห็นความอลังการของหมู่มวลดอกไม้ระดับสากล ภาพที่หลุดออกไปจนเรื่องเล่าเช้านี้และข่าวเวิร์คพอยท์ต้องนำมาสับเละ คือความเหงาหงอยบางตาของพืชพรรณที่ตกมาตรฐานสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) จนเกิดคำถามตามมามากมาย


• จ่ายค่าตั๋วหลักร้อย มาดูสวนครัวข้างบ้าน: นักท่องเที่ยวบ่นอุบว่างานจัดวางต้นไม้พุ่มธรรมดาอย่าง ต้นข่า ตะไคร้ มะเขือเปราะ และโหระพา กระจัดกระจายอยู่ทั่วไป แม้รัฐจะอ้างว่าเป็นโซน "สวนครัวคนเมือง" เพื่อโชว์ Soft Power อาหารแห่งอนาคต (Future Food) เช่น ไข่ผำ หรือเมี่ยงบัวแดง แต่ในมุมพฤกษศาสตร์ถือว่าสอบตก เพราะไม่มีการใช้ภัณฑารักษ์ (Botanical Curator) คอยควบคุม มีการจัดวางต้นไม้ผิดทิศผิดทาง เอาไม้ร่มมาตากแดดจนใบไหม้เกรียม

• สวนนานาชาติสไตล์มินิมอล: เนื่องจากการเคลียร์พื้นที่ล่าช้า จึงมีเวลาจัดบูธน้อยเกินไป โซนนานาชาติจึงโหลงเหลง บางประเทศจัดเสร็จแบบส่ง ๆ เอาสับปะรดสีและไม้กระถางมาวางหน้าป้ายประเทศ ซ้ำเป็นพืชที่ขัดต่อหลักภูมิศาสตร์ของประเทศถิ่นกำเนิดโดยสิ้นเชิง

 ระบบขนส่งและดีเทลความชุ่ยตราตรึง

สิ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยว "ขิต" ของจริงคือระบบปฏิบัติการหน้างานที่เป็นความรับผิดชอบโดยตรงของ มีเดีย ไอ แอม พื้นที่กว้างใหญ่ระดับพันไร่กลางแดดเมืองไทยแผดเผา แต่กลับไม่มีจุดหลบแดดหรือต้นไม้ใหญ่คอยให้ร่มเงา ซ้ำยังเจอปัญหาสารพัด

• วิกฤต รถราง 50 คัน วิ่งจริง 2 คัน: ตัวเลขในรายงานเคลมว่ามีรถรางบริการเหลือแหล่ แต่หน้างานจริงสถานีชาร์จแบตเตอรี่ไม่พร้อม วิ่ง 8 นาทีต้องจอดชาร์จครึ่งชั่วโมง สรุปคือขยับวิ่งได้จริงแค่ 2 คัน ปล่อยให้นักท่องเที่ยวยืนต่อคิวยาวเหยียดหลายชั่วโมงจนผู้สูงอายุเป็นลม


• จุดบริการน้ำดื่มมีน้อยมาก เช่นเดียวกับที่จอดรถที่ไม่เพียงพอ ส่วนห้องน้ำก็อยู่ไกล กว่าจะเดินไปถึง

• ระบบคัดกรองตั๋วออนไลน์ราคา 199-350 บาทก็ล้มเหลว ต้องมาลงทะเบียนซ้ำซ้อนหน้าประตู แถมใช้หมึกปั๊มแขนซึมเลอะเสื้อผ้าผู้เข้าชม

• สะกดภาษาอังกฤษเว้าแหว่ง : ความเก็บทรงไม่อยู่สะท้อนผ่านป้ายข้อมูลรูปปั้นไฮไลต์อย่างไดโนเสาร์สายพันธุ์ไทย Ratchasimasaurus suranareae ที่ตัวอักษรตกหล่นเหลือพิมพ์ติดอยู่แค่คำว่า su ตัวสั้น ๆ ตอกย้ำความมักง่ายและไร้การตรวจทานจากทีมออร์แกไนเซอร์ผู้รับเงินร้อยล้าน

 เส้นตายแก้ไขใน 7 วัน และคัมภีร์เอาตัวรอด ณ หนองแด

หลังเจอกระแสดราม่าถล่มรายวันจนพังยับเยิน ล่าสุด นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ยื่นคำขาดเดดไลน์ ขีดเส้นตาย 7 วัน ให้ทีมผู้จัดงานและออร์แกไนเซอร์ (มีเดีย ไอ แอม) เร่งแก้ไขหน้างานด่วนที่สุด โดยสั่งเพิ่มรถรับส่ง ประสาน Shuttle Bus เข้ามาช่วยเสริมระบบขนส่ง รื้อระบบตั๋วออนไลน์ เติมจุดน้ำดื่ม-ไฟส่องสว่าง และระดมขนไม้ดอกไม้ประดับเข้ามาปลูกเสริมความหนาแน่นเพื่อกู้ภาพลักษณ์ไม่ให้ขายหน้าไปมากกว่านี้


แต่หากใครที่ใจยังสู้ และอยากจะเดินทางไปพิสูจน์ผลงานการแก้ตัวของทีมจัดงานด้วยตาตัวเองในสัปดาห์นี้ ขอแนะนำให้พก "คัมภีร์เอาตัวรอด" ติดตัวไปให้พร้อม:

1. พกเกราะกันรังสี UV ระดับสูงสุด: ร่มเคลือบ UV สีดำ หมวกปีกกว้างคลุมมิดถึงคอ และแว่นกันแดดคือไอเทมไฟลท์บังคับ เพราะหน้างานลานปูนสะท้อนแสงแดดจัดมาก

2. แฟชั่นสู้ชีวิต: ใส่เสื้อผ้าลินินหรือผ้าฝ้ายสีอ่อนที่ระบายอากาศดี และต้องเป็น รองเท้าผ้าใบที่ซัพพอร์ตเท้าดีที่สุดเท่านั้น เพราะหากระบบรถรางยังแก้ไม่จบ คุณจะต้องเดินเท้าเปล่าฝ่าแดดมาราธอนหลายกิโลเมตรแน่นอน

3. กระเป๋ายากู้ชีพ: พัดลมพกพาแรงลมสูงสุด กระติกน้ำเก็บความเย็นขวดใหญ่สำหรับจิบตลอดทางเพื่อป้องกันภาวะฮีทสโตรก พ่วงด้วยยาดมและผ้าเย็น ยิ่งเตรียมพร้อมเยอะ ยิ่งมีโอกาสรอดกลับมาเม้าท์มอยต่อ

สุดท้ายแล้ว “มหกรรมพืชสวนโลก” ไม่ควรเป็นแค่เวทีจัดฉากผักชีโรยหน้าเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มทุน หรืองานที่ใช้ผลาญงบภาษีประชาชน แต่มันคือศักดิ์ศรีของประเทศชาติ และเป็นความหวังในการกระตุ้นเศรษฐกิจของพี่น้องชาวอุดรธานีที่เฝ้ารอคอยงานนี้มานานกว่า 2 ปี

เม็ดเงิน 2,750 ล้านบาท ที่เสียไป ต้องตอบคำถามสังคมให้ได้ว่ามันคุ้มค่ากับเงินภาษีทุกบาททุกสตางค์ของประชาชนแล้วหรือยัง?

มาร่วมจับตาดูไปพร้อมกันว่าหลังพ้นเดดไลน์เส้นตาย 7 วันนี้ "หนองแด" จะกลับมาผงาดได้อย่างสมศักดิ์ศรีงานระดับโลก หรือจะจมลงไปพร้อมกับความพังพินาศของระบบจัดการที่ทำลายความรู้สึกของคนไทยไปตลอดกาล.