ตระการตาขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ประจำปี 2569 เรือพระราชพิธี 52 ลำ จัดเป็น 5 ริ้วขบวนอย่างวิจิตรสง่างาม ใช้กำลังพล 2,200 นาย ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
วันนี้ (6 พ.ย. 2569) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน พุทธศักราช 2569 โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569
สำหรับการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคครั้งนี้ ใช้เรือพระราชพิธีรวมทั้งสิ้น 52 ลำ จัดเป็น 5 ริ้วขบวน 3 สาย มีความยาวขบวน 1,280 เมตร กว้าง 90 เมตร ใช้กำลังพลประจำเรือรวม 2,200 นาย โดยแบ่งประเภทเรือและการจัดริ้วขบวน ดังนี้
1. เรือริ้วสายกลาง จำนวน 10 ลำ
ประกอบด้วย
เรือพระที่นั่งทรง 1 ลำ ได้แก่ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เป็นเรือพระที่นั่งสำหรับพระมหากษัตริย์
เรือพระที่นั่งทรงสำรอง 2 ลำ ได้แก่ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์
เรือทรงผ้าไตร 1 ลำ ได้แก่ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช
เรือกลอง 2 ลำ ได้แก่ เรือแตงโม หรือเรือกลองใน สำหรับผู้บัญชาการขบวนเรือ และเรืออีเหลือง หรือเรือกลองนอก สำหรับรองผู้บัญชาการขบวนเรือ
เรือตำรวจ 3 ลำ ได้แก่ เรือตำรวจ 1-3 ทำหน้าที่เป็นเรืออารักขาของพระตำรวจ
เรือแซง 1 ลำ ได้แก่ เรือแซง 7 ทำหน้าที่เป็นเรืออารักขาพระมหากษัตริย์
2. เรือริ้วสายใน จำนวน 14 ลำ
จัดขนาบสองข้างของริ้วสายกลาง ฝั่งละ 7 ลำ รวม 14 ลำ ประกอบด้วย
เรือประตูหน้า 2 ลำ ได้แก่ เรือทองขวานฟ้า และเรือทองบ้าบิ่น ทำหน้าที่เป็นเรือนำริ้วขบวน
เรือพิฆาต 2 ลำ ได้แก่ เรือเสือทยานชล และเรือเสือคำรณสินธุ์ เป็นเรือนำขบวนรบ
เรือรูปสัตว์ 8 ลำ ได้แก่ เรืออสุรวายุภักษ์ เรืออสุรปักษี เรือกระบี่ราญรอนราพณ์ เรือกระบี่ปราบเมืองมาร เรือพาลีรั้งทวีป เรือสุครีพครองเมือง เรือครุฑเหินเห็จ และเรือครุฑเตร็จไตรจักร ซึ่งเป็นเรือโขนแกะสลักรูปสัตว์จริงและสัตว์ในเทพนิยาย
เรือคู่ชัก 2 ลำ ได้แก่ เรือเอกไชยเหินหาว และเรือเอกไชยหลาวทอง เป็นเรือสำหรับชักลากเรือพระที่นั่ง
3. เรือริ้วสายนอก จำนวน 28 ลำ
จัดขนาบอยู่ริมสุดทั้งสองฝั่ง ฝั่งละ 14 ลำ รวม 28 ลำ ประกอบด้วย
เรือดั้ง 22 ลำ ได้แก่ เรือดั้ง 1-22 ทำหน้าที่ป้องกันหน้าขบวน
เรือแซง 6 ลำ ได้แก่ เรือแซง 1-6 ทำหน้าที่เป็นเรืออารักขาพระมหากษัตริย์
ซ้อมย่อย 10 ครั้ง ซ้อมใหญ่ 2 ครั้ง เตรียมความพร้อมพระราชพิธี
ในการเตรียมความพร้อม กองทัพเรือได้ดำเนินการฝึกซ้อมกำลังพลประจำเรือพระราชพิธีอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การจัดขบวนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สง่างาม และสมพระเกียรติ โดยกำหนดการฝึกซ้อมย่อยรวม 10 ครั้ง และการฝึกซ้อมใหญ่ 2 ครั้ง ดังนี้
การซ้อมย่อย 10 ครั้ง
ครั้งที่ 1 วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม 2569
ครั้งที่ 2 วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม 2569
ครั้งที่ 3 วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม 2569
ครั้งที่ 4 วันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน 2569
ครั้งที่ 5 วันอังคารที่ 8 กันยายน 2569
ครั้งที่ 6 วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน 2569
ครั้งที่ 7 วันพุธที่ 23 กันยายน 2569
ครั้งที่ 8 วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม 2569
ครั้งที่ 9 วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม 2569
ครั้งที่ 10 วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม 2569
การซ้อมใหญ่ 2 ครั้ง
ครั้งที่ 1 วันพุธที่ 21 ตุลาคม 2569
ครั้งที่ 2 วันพุธที่ 28 ตุลาคม 2569
ทั้งนี้ กำลังพลทุกนายได้ฝึกซ้อมและเตรียมความพร้อมอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้การจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเป็นไปอย่างสมพระเกียรติ และสะท้อนความงดงามของพระราชประเพณีไทย
เปิดพื้นที่ประชาชนชมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค
ประชาชนสามารถชมความงดงามของขบวนเรือพระราชพิธี และร่วมเฝ้าฯ รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร
สำหรับวันพระราชพิธี 6 พฤศจิกายน 2569 มีการประกาศพื้นที่ให้ประชาชนเข้าชมขบวนและร่วมเฝ้าฯ รับเสด็จ จำนวน 16 จุด ตลอดสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา โดยกำหนดเริ่มเสด็จพระราชดำเนิน ณ ท่าวาสุกรี ตั้งแต่เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป


