สรุปดราม่าอาจารย์หมอยกคลาสนิติฯ มธ.หลัง นศ. มาน้อย ร้อง Law Firm แบนเด็ก ทัวร์ลงหนักจนต้องลบโพสต์และขออภัย 3 ฝ่าย จบมหากาพย์ใน 24 ชม.
ดรามาสุดแซ่บในแวดวงวิชาการ! เรื่องราวนี้เกิดขึ้นที่ หลักสูตรอินเตอร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (LL.B.) ท่าพระจันทร์ เมื่ออาจารย์หมอระดับตัวทอปจากรามาฯ เจอกับนักศึกษากฎหมายยุคใหม่ โพสต์ตัดพ้อนักศึกษามาสาย ลามสู่การยื่นข้อเสนอให้บริษัทกฎหมายแบล็กลิสต์คนทั้งหลักสูตร ก่อนเจอแถลงการณ์นักศึกษาและวาทะเด็ดอดีตคณบดีช็อตฟีล กลายเป็นมหกรรมทัวร์ลง แถลงการณ์โต้ และจบด้วยการกราบขออภัยแบบม้วนเสื่อแทบไม่ทัน
เรื่องราวทั้งหมดนี้... เกิดขึ้นและจบลงในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง!
ฉากที่ 1: เมื่ออาจารย์หมอขอยกคลาสประท้วง!
ปฐมบทของเรื่องราวเกิดขึ้นที่ หลักสูตรอินเตอร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (LL.B.) ท่าพระจันทร์ เมื่อ ดร.นพ.นวนรรน ธีระอัมพรพันธุ์ อาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลรามาธิบดี ได้รับเชิญเป็นวิทยากรพิเศษไปสอนกฎหมายคุ้มครองข้อมูลด้านสุขภาพ (Health Privacy Law) ซึ่งเป็นวิชาที่เอ็กซ์คลูซีฟมาก
แต่พอถึงเวลาเช็กชื่อปุ๊บ อาจารย์หมอถึงกับคุ! เพราะในห้องมีนักศึกษานั่งเหงา ๆ อยู่แค่ 2 คน ถ้วน! พอกดนาฬิการอผ่านไป 15 นาที ทยอยมาเพิ่มเป็น 7 คน และเพิ่มมาสูงสุดแค่ 12 คน จากนักศึกษาที่ลงทะเบียนไว้ประมาณ 30 คน ด้วยความน้อยใจผสมขุ่นเคืองเลยจัดยาทดแทนเม็ดใหญ่ใส่คลาส ประกาศยกเลิกสอนคาบนั้นทันที และเทคลาสหน้าในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้าด้วย โดยไม่ขอรับค่าตอบแทนใด ๆ แลกกับคำขอโทษจากคณบดี
ชาวเน็ตฝั่งเห็นใจอาจารย์อัปสเตตัสหนุนทันที “อาจารย์พิเศษระดับคุณหมอ ค่าตัวข้างนอกชั่วโมงละเป็นหมื่น เขาสละเวลามาสอน แต่เด็กมาเรียนแค่เนี้ย? เป็นใครก็หมดใจ”
“การเตรียมสไลด์ เตรียมเนื้อหามาสอนมันใช้พลังงานเยอะมาก พอเปิดประตูมาเจอห้องโล่ง ๆ มันท้อนะ”
ฉากที่ 2: โพสต์ทิ้งบอมบ์สะเทือนวงการ Law Firm
ถ้าเรื่องจบแค่นั้นก็คงไม่มีอะไร แต่ความพีกมันอยู่ตรงที่อาจารย์หมอโพสต์ภาค 2 สื่อสารตรงถึง บริษัทกฎหมายชั้นนำ (Law Firms) ในประเทศไทย โดยระบุว่า: “ฝากถึง Law Firms ทั้งหลายที่จะรับเด็กหลักสูตรนี้เข้าทำงาน ช่วยกันดีไซน์บททดสอบ ‘คัดกรองความรับผิดชอบส่วนบุคคล’ ของเด็กกลุ่มนี้เป็นพิเศษด้วยเถอะ เพราะพฤติกรรมเข้าเรียนแบบนี้ มันสะท้อนวินัยการทำงานสุด ๆ”
โพสต์นี้กลายเป็นระเบิดนิวเคลียร์ทันที โลกโซเชียลแตกออกเป็นสองเสี่ยงไฟลุกท่วมหน้าฟีด!
ทีมเซฟอาจารย์กระหน่ำซ้ำ: “ถ้าเรื่องแค่นี้ยังไม่มีวินัย จบไปทำงานใน Law Firm ลูกค้านัดบ่ายโมง แต่มาบ่ายสาม บริษัทเจ๊งพอดี”
“เด็กรุ่นใหม่เรียกร้องสิทธิ์ของตัวเองกันเก่งมาก แต่ลืมเรื่อง 'หน้าที่' และ 'ความรับผิดชอบ' พื้นฐานหรือเปล่า”
แต่ฝั่งทีมเซฟนักศึกษาและศิษย์เก่าก็สวนกลับตาต่อตาฟันต่อฟัน:
“เด็ก 12 คนที่ตื่นเช้ามานั่งรอเรียนตรงเวลาคือรับกรรม? อาจารย์เทคลาสประชดเด็กมาสาย แต่คนซวยคือคนทำดี”
“เรื่องลามไปถึงขั้นเสนอให้ Law Firm แบนหรือคัดกรองเด็กทั้งคณะเป็นพิเศษ อันนี้เกินเบอร์ไปมาก มันคือการทำลายอนาคตคนอื่นแบบเหมารวม”
“ตรรกะแปลก ๆ โกรธคนที่ควบคุมไม่ได้ (เด็กมาสาย) เลยมาลงทัณฑ์กับคนที่ควบคุมได้และเชื่อฟัง (เด็กมาตรงเวลา)”
ฉากที่ 3: แถลงการณ์สวนกลับจากฝั่งนักศึกษา และช็อตฟีลจากอาจารย์นิติฯ ตัวจริง
เช้าวันรุ่งขึ้น (4 พ.ย.2569) คณะกรรมการนักศึกษา คณะนิติศาสตร์ มธ. ออกแถลงการณ์ฉบับทางการ ตอกกลับนิ่ม ๆ ทำนองว่า “อาจารย์คะ ความรับผิดชอบมันเป็นเรื่องส่วนบุคคล การไปบอกให้ Law Firm เพ่งเล็งพวกเราทั้งหลักสูตร มันคือการเหมารวม ที่ไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง วอนผู้ประกอบการโปรดใช้วิจารณญาณพิจารณาพวกเราเป็นรายคนเถอะค่ะ”
ในขณะเดียวกัน ศ.ดร.สุรศักดิ์ ลิขสิทธิ์วัฒนกุล อาจารย์ตัวเก๋าอดีตคณบดีนิติศาสตร์ มธ. ก็ได้โพสต์รูปตัวเองนั่งสอนหนังสือ พร้อมแคปชันที่ว่า “วันเสาร์ที่ผ่านมา ผมสอนวิชาเลือก มีเด็กมาเรียน ‘คนเดียว’ ผมก็สอนจนจบคาบตั้งแต่เก้าโมงครึ่งยันสี่โมงเย็น เพราะการรอคนครบ คือการลงโทษคนที่มาตรงเวลา”
ชาวเน็ตสายตบเรียกสติคอมเมนต์เฮลั่นโหวตประโยคนี้ชนะเลิศ:
“ชอบคำพูดอาจารย์สุรศักดิ์มาก 'การรอคนครบ คือการลงโทษคนตรงเวลา' ประโยคนี้ควรเอาไปแปะไว้ทุกห้องเรียนในไทย”
“นี่คือนิติศาสตร์ มธ. นะครับอาจารย์ แถลงการณ์นศ. คือร่างมาแบบผู้ดีกฎหมาย ตอกกลับนิ่ม ๆ แต่หงายหลังเลย”
ฉากจบ: ลบโพสต์เก่า ม้วนเสื่อกราบขออภัย 3 ฝ่าย
พอเจอทั้งข้อเท็จจริง แถลงการณ์ตอกกลับ และกระแสสังคมที่เริ่มชี้นิ้วว่าอาจารย์ทำผิดหลักการและใช้อารมณ์เหมารวมเกินไป สุดท้ายอาจารย์หมอนวนรรน ตัดสินใจ ลบโพสต์ดรามาทิ้งทั้งหมด แล้วเขียนจดหมายยาวเหยียดเพื่อ "ขอโทษ 3 กลุ่ม" (เด็กที่มาตรงเวลา, ศิษย์เก่า-ปัจจุบัน, คณะนิติศาสตร์) พร้อมประกาศ "ถอนคำพูดเรื่อง Law Firm" ยอมรับว่าเป็นการเหมารวมที่ไม่เหมาะสม และเปลี่ยนมาเสนอแนะเชิงระบบให้คณะไปปรับปรุงแทน
ชาวเน็ตทิ้งท้ายบทสรุปความเร็วแสงนี้ไว้ว่า:
“ถ้าอีโก้ไม่แรงแซงอีคิวตั้งแต่ต้น เรื่องก็ไม่ออกทรงม้วนเสื่อกราบแบบนี้หรอก โพสต์แรกฟาดซะใหญ่โต โพสต์สุดท้ายลบทิ้งแทบไม่ทัน”
“บทเรียนราคาแพงของคนรุ่นใหญ่: คิดจะสั่งสอนเด็กรุ่นใหม่ผ่านโซเชียล ต้องมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ทำผิดหลักการเสียเอง ไม่งั้นทัวร์ลงเปลี่ยนฝั่งไวมาก”
ปิดฉากดรามา 24 ชั่วโมงไปแบบมีบทเรียนกันทุกฝ่าย!


