xs
xsm
sm
md
lg

ตัวแทนผู้ใช้ฯ หนุนแนวคิดแยก “ยาสูบแบบให้ความร้อน” ชี้ผลิตภัณฑ์ต่างกัน ต้องใช้กติกาคนละแบบ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“มนุษย์ควัน” หนุนคณะกรรมาธิการการสาธารณสุขที่เสนอแยกแนวทางควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อน ออกจากบุหรี่ไฟฟ้า ชี้เป็นสินค้าที่แตกต่างกัน ควรกำกับดูแลตามลักษณะและความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท ไม่ควรรวมผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกันไว้ภายใต้กรอบเดียวกัน

จากกรณีการนำเสนอข่าวนายสกลธี ภัททิยกุล ประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข (กมธ. สธ.) เสนอให้ศึกษาทบทวนกฎหมายเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า โดยเฉพาะการจำแนกผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อนออกจากบุหรี่ไฟฟ้าให้ชัดเจน พร้อมพิจารณามาตรการควบคุมและการบังคับใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะของผลิตภัณฑ์และพฤติกรรมการใช้งานจริง โดยให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสุขภาพประชาชนและการป้องกันเด็กและเยาวชน ก่อนจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายต่อกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 

นายสาริษฏ์ สิทธิเสรีชน เจ้าของเพจ “มนุษย์ควัน” เผย “เห็นด้วยกับแนวทางของ กมธ. สธ. ที่ต้องการแยกผลิตภัณฑ์ยาสูบแต่ละประเภทให้ชัดเจน และควบคุมให้เหมาะสมกับตัวผลิตภัณฑ์ เพราะทุกวันนี้เราต้องยอมรับว่าบุหรี่ไฟฟ้าอยู่ในตลาดผิดกฎหมาย ทำให้เกิดข้อกังวลเรื่องการเข้าถึงของเยาวชนและการแอบใส่สารอันตราย เป็นเรื่องที่ต้องจัดการอย่างจริงจัง”

“แต่ผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อนไม่ใช่บุหรี่ไฟฟ้า เพราะยังมีใบยาสูบเป็นองค์ประกอบ และไม่ค่อยพบการรายงานข่าวว่าเด็กหรือเยาวชนนิยมใช้ จึงไม่ควรถูกเหมารวมให้ถูกแบนไปด้วย แต่ควรมีแนวทางในการควบคุมที่ครอบคลุมทั้งการควบคุมช่องทางจำหน่าย มาตรฐานผลิตภัณฑ์ การกำหนดอัตราภาษี การตรวจสอบผู้ขาย และการตรวจสอบอายุผู้ซื้ออย่างเหมาะสม ดังเช่นที่กว่า 80 ประเทศดำเนินการอยู่ ซึ่งช่วยลดความสามารถในการเข้าถึงของเยาวชนได้” นายสาริษฏ์กล่าว

นายสาริษฏ์ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “ตัวอย่างที่น่าศึกษาคือสหรัฐอเมริกา ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ U.S. FDA ไม่ได้มองผลิตภัณฑ์ทุกประเภทเหมือนกัน แต่พิจารณาจากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ของผลิตภัณฑ์เป็นรายกรณี โดยผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อนบางรุ่นได้รับอนุญาตให้ทำตลาดในสหรัฐฯ และได้รับอนุญาตให้สื่อสารข้อมูลเรื่องการลดการสัมผัสสารอันตรายได้ ประเด็นสำคัญคือ สิ่งสำคัญคือ FDA ไม่ได้พิจารณาเฉพาะประโยชน์ต่อผู้ใช้ผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่พิจารณาผลต่อสุขภาพของประชากรโดยรวมด้วย และกำหนดให้มีการติดตามพฤติกรรมผู้บริโภคหลังผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด ดังนั้น หากประเทศไทยจะพิจารณาผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อน ก็ควรศึกษาว่าจะสร้างระบบควบคุมที่เข้มงวดและเหมาะสมกับผลิตภัณฑ์อย่างไร โดยเฉพาะการป้องกันการเข้าถึงของเด็กและเยาวชนวมกัน” นายสาริษฏ์กล่าว

นอกจากนี้ นายสาริษฏ์ยังเสริมว่าการห้ามบุหรี่ไฟฟ้าดังเช่นปัจจุบันไม่สามารถหยุดการใช้ได้ เพราะยังมีคนใช้มากขึ้นเรื่อยๆ เกือบประมาณ 2 ล้านคนในปัจจุบัน และการแบนทำให้รัฐสูญเสียอำนาจในการควบคุมคุณภาพและการเข้าถึงของเยาวชน จึงอยากให้ศึกษาแนวทางในการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบให้เข้มงวดและเหมาะสมตามลักษณะที่แตกต่างของผลิตภัณฑ์ แทนที่จะเหมารวมอยู่ภายใต้การจัดประเภทเดียวกันหรือออกมาตรการควบคุมบุหรี่ที่เข้มงวดไปมากกว่าในปัจจุบัน

“หากผลิตภัณฑ์มีอยู่ในตลาดและมีผู้ใช้จริงอยู่เป็นจำนวนมาก รัฐบาลต้องเร่งออกแบบกติกาที่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้จริง ป้องกันเด็กได้ และทำให้ผู้ประกอบการหรือผู้ขายต้องรับผิดชอบภายใต้กฎหมาย จึงอยากให้ กมธ. สธ. รีบจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อสานต่อเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน ซึ่งในรัฐบาลชุดที่ผ่านมาก็ได้มีการแต่งตั้ง กมธ. วิสามัญขึ้นเพื่อศึกษาเรื่องนี้แล้วและได้มีข้อเสนอทางนโยบายที่เป็นรูปธรรมไว้แล้ว กมธ. วิสามัญชุดใหม่ที่กำลังจะตั้งขึ้นมาก็สามารถนำมาพิจารณาต่อยอดได้ทันที” นายสาริษฏ์ กล่าว