xs
xsm
sm
md
lg

เปิดโจทย์ใหญ่ “อธิบดีกรมประมงคนใหม่” จัดการปลาหมอคางดำควบคู่สร้างมูลค่า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ปิ่นสักก์ สุรัสวดี” อธิบดีกรมประมงคนใหม่ ประกาศนโยบายมุ่งมั่นจะแก้ปัญหาปลาหมอคางดำทันทีที่เข้ารับตำแหน่ง โดยเตรียมวางมาตรการ 4 โซนสี และสร้างแรงจูงใจในการนำปลาไปใช้ประโยชน์ สร้างรายได้ ช่วยเกิดประสิทธิผลอย่างยั่งยืน


สิ่งสำคัญอาจไม่ใช่ "จะจับปลาได้กี่ตัน" แต่คือ "หลังจากจับขึ้นมาแล้วจะเอาไปไหน" แต่สิ่งสำคัญคือ "การกำจัด" ควบคู่กับ "การสร้างมูลค่าเพิ่ม" จะทำได้อย่างไรมากกว่า

ที่ผ่านมาหลายฝ่ายขอให้รัฐเร่งสร้าง “ตลาด” รองรับปลาหมอคางดำที่จับได้ เพื่อให้การกำจัดเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและไม่ต้องพึ่งพางบประมาณภาครัฐเพียงอย่างเดียว

ปัจจุบันเริ่มมีตัวอย่างความสำเร็จในหลายพื้นที่ที่นำปลาหมอคางดำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ โดยดึงจุดเด่นสำคัญของปลาหมอคางดำ ซึ่งมีรสชาติใกล้เคียงปลานิล เนื้อมีโปรตีนสูง สามารถนำไปผลิตและแปรรูป เป็นปลาส้ม ลูกชิ้นปลา ปลาแดดเดียว ปลารมควัน หรือปลาป่นเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ได้

จากการลงพื้นที่ของสื่อและหน่วยงานวิชาการในหลายจังหวัด พบว่าขณะนี้หลายพื้นที่ตื่นตัวและให้ความสนใจใช้ประโยชน์จากปลาหมอคางดำแล้ว ทั้งการนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ ต่อยอดเศรษฐกิจชุมชน ยกตัวอย่างเช่น ความร่วมมือระหว่าง กรมประมง, กรมราชทัณฑ์, สำนักงานพัฒนาชุมชน และวิสาหกิจชุมชนในจังหวัดนำร่องนำปลาหมอคางดำไปพัฒนาเป็นน้ำปลาโดยใช้แบรนด์ "น้ำปลาหับเผย"

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปสัตว์น้ำตำบลโพพระ ซึ่งได้รับการส่งเสริมจากประมงจังหวัด เพชรบุรีให้นำปลาหมอคางดำมาทำผลิตภัณฑ์อาหาร เพิ่มมูลค่าเกิดประโยชน์สูงสุด ในแต่ละสัปดาห์สมาชิกจะนำปลาหมอคางดำที่จับได้มาหมักเป็นปลาร้า ทั้งยังต่อยอด สร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์อาหารหลากหลาย อาทิ น้ำปลาร้าปรุงรส ปลาร้าส้มทอด ปลาหมอแดดเดียว ข้าวเกรียบผสมปลาหมอคางดำ และไฮไลต์ คือ น้ำพริกแจ่วบ่อง "ผลิตภัณฑ์ “ตราใบโพธิ์” ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับเครื่องหมาย Q รับรองคุณภาพและความสะอาดตามมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร ทำให้แจ่วบองปลาหมอคางดำกลายเป็นสินค้าที่ขายดีเป็นอันดับ 1 ด้วยรสชาติอร่อยนัว กลมกล่อม เผ็ดหอมสมุนไพร รับประทานง่าย นอกจากอาหารแล้ว ส่วนหัวและไส้ปลายังมาทำเป็นน้ำหมักชีวภาพใช้รดแปลงผักได้อีกด้วย

ขณะที่เกษตรกรบริเวณลุ่มน้ำปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช กลุ่มผู้เลี้ยงปูขาวกว่า 30 ราย นำปลาหมอคางดำมาเป็นอาหารปู ประมาณ 600-900 กิโลกรัมต่อวัน และรับซื้อจากชาวบ้านในราคากิโลกรัมละ 10 บาท ทำให้ปลาที่เคยเป็นภาระของระบบนิเวศ กลายเป็นวัตถุดิบที่มีคนต้องการใช้จริง

ในจังหวัดสมุทรสาคร โรงงานปลาป่นศิริแสงอารำพี เปิดรับซื้อปลาหมอคางดำเพื่อนำไปผลิตเป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ เกิดเป็นช่องทางระบายผลผลิตที่จับได้จากธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง

และที่ก้าวล้ำมากที่สุดคงหนีไม่พ้น “มทร.ธัญบุรี” พัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร "SARO Calcium Plus" ซึ่งเป็นแคลเซียมชีวภาพประสิทธิภาพสูงที่สกัดจากก้างปลาหมอคางดำ สารสกัดแคลเซียมอยู่ในรูปไฮดรอกซีอะพาไทต์ (Hydroxyapatite) มีโครงสร้างคล้ายกระดูกมนุษย์ ทำให้ร่างกายดูดซึมไปใช้ได้ดี ผลงานนวัตกรรมนี้ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยคว้ารางวัลเหรียญทองแดงจากเวทีประกวด iENA 2024 ณ ประเทศเยอรมนี

นี่เป็นเพียงตัวอย่างส่วนหนึ่งของการใช้ประโยชน์จากปลาหมอคางดำ หากกรมประมงสามารถผลักดันการใช้ประโยชน์ พัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์ การรับรองด้านสุขอนามัย และการเชื่อมโยงตลาดให้เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ จะเป็นแรงจูงใจสำคัญในการจับปลา ช่วยลดประชากรปลาหมอคางดำได้อีกมาก