แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ตรวจแนวชายแดน หลังมีรายงานทหารกัมพูชาพยายามใช้เชือกผูกต้นไม้ปีนขึ้นบริเวณหน้าผาเนิน 642 ช่องพระพะลัย จ.ศรีสะเกษ จึงสั่งตัดเชือก ขึงลวดหนามทั้งสองด้าน พร้อมวางกำลังจุดยุทธศาสตร์ เผยทหารกัมพูชายังพยายามปีนขึ้นมาจนถูกยิงเตือนด้วยกระสุนจริง จึงรีบถอยลงกลับไป
มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 ตุลาคมที่ผ่านมา พล.ท.วีระยุทธ์ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 และผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ชายแดนด้วยตนเอง เพื่อตรวจสอบสถานการณ์บริเวณ เนิน 642 ช่องพระพะลัย จ.ศรีสะเกษ โดยใช้เวลาตรวจพื้นที่นานกว่า 2 ชั่วโมง พร้อมสำรวจแนวหน้าผาและจุดเสี่ยงตามแนวชายแดน
การลงพื้นที่ครั้งนี้มีขึ้นภายหลังได้รับรายงานว่า ทหารกัมพูชาพยายามปีนขึ้นบริเวณยอดหน้าผา โดยมีการนำเชือกไปผูกกับต้นไม้แล้วใช้เชือกช่วยดึงตัวขึ้นมายังพื้นที่ด้านบน
จากสถานการณ์ดังกล่าว แม่ทัพภาคที่ 2 ได้สั่งการให้กำลังทหารไทยตัดเชือกดังกล่าวออก พร้อมจัดวางลวดหนามตลอดแนวหน้าผา รวมทั้งนำกำลังทหารเข้าประจำจุดยุทธศาสตร์เพื่อป้องกันการรุกล้ำ โดยมีการขึงแนวลวดหนามบริเวณยอดหน้าผาทั้งด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตก เพื่อสกัดการปีนขึ้นมายังพื้นที่ของฝ่ายไทย
รายงานระบุว่า ผู้บังคับหน่วยในพื้นที่ได้แจ้งฝ่ายกัมพูชาแล้วว่า ไม่อนุญาตให้กำลังพลเข้ามาในพื้นที่ดังกล่าว หากมีการเข้ามาอีกจะดำเนินการตามมาตรการที่กำหนด โดยในเบื้องต้นจะมีการยิงเตือนขึ้นฟ้า และหากมีการรุกเข้ามาใกล้แนวลวดหนาม จะดำเนินการด้วยกระสุนจริงตามกฎการปฏิบัติที่กำหนดไว้
ต่อมามีรายงานว่า ทหารกัมพูชายังคงพยายามเข้ามาใกล้บริเวณแนวลวดหนาม ส่งผลให้ทหารไทยใช้อาวุธยิงด้วยกระสุนจริง ก่อนที่กำลังทหารกัมพูชาจะถอยกลับลงไปจากพื้นที่
กองทัพภาคที่ 2 ระบุว่า ประชาชนสามารถมั่นใจในการดูแลพื้นที่ชายแดนได้ เนื่องจากแม่ทัพภาคที่ 2 ยังคงลงพื้นที่ตรวจสอบแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง เพียงแต่ไม่ได้ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อมวลชนทุกครั้ง โดยกำลังพลในพื้นที่ยังคงลาดตระเวนและตรวจสอบจุดเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดการรุกล้ำหรือความพยายามปีนขึ้นพื้นที่สูงของฝ่ายกัมพูชาอย่างสม่ำเสมอ
สำหรับ พล.ท.วีระยุทธ์ หรือ “แม่ทัพเติ่ง” ช่วงที่ผ่านมาอาจไม่ปรากฏภาพการลงพื้นที่ผ่านสื่อมากนัก เนื่องจากแนวทางการปฏิบัติงานที่ต้องการลดการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการเคลื่อนกำลังและภารกิจในพื้นที่ชายแดน ซึ่งอาจทำให้ฝ่ายตรงข้ามรับทราบข้อมูลการปฏิบัติงานของฝ่ายไทย
อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่า แม่ทัพภาคที่ 2 ยังคงลงพื้นที่ตรวจสอบด้วยตนเอง ทั้งเส้นทางและการก่อสร้างถนนในพื้นที่ชายแดน รวมถึงเดินทางเข้าสู่เส้นทางป่าลึกเพื่อตรวจแนวลวดหนาม จุดบังเกอร์ และจุดตรวจการณ์ต่างๆ พร้อมติดตามความพร้อมของระบบสัญญาณโทรศัพท์ ระบบไฟฟ้า และระบบสาธารณูปโภค ตลอดจนตรวจสอบความพร้อมของอาวุธประจำจุดตรวจการณ์อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 2 ย้ำว่า แม้ภารกิจของแม่ทัพภาคที่ 2 จะไม่ถูกนำเสนอผ่านสื่อในทุกครั้ง แต่การเฝ้าระวังและรักษาความปลอดภัยตามแนวชายแดนยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลพื้นที่และรักษาอธิปไตยของประเทศ


