xs
xsm
sm
md
lg

"สนธิ" ขึ้นเวทีภูเก็ตในรอบ 20 ปี ทวงคืนประเทศไทย พร้อมควัก 1 แสนหนุน "กำนันมะโน" นำคาราวานรถบรรทุกบุกทำเนียบฯ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“สนธิ” คืนเวทีภูเก็ตในรอบ 20 ปี ขึ้นปราศรัย “รวมพลังแผ่นดิน เอาประเทศไทยของเราคืนมา” ท่ามกลางมวลชนแน่นสะพานหิน ประกาศวัย 79 ปียังยืนหยัดอุดมการณ์เดิม พร้อมวิพากษ์รัฐบาลชุดปัจจุบันอย่างดุเดือด มองบริหารประเทศสวนทางผลประโยชน์คนไทย พร้อมประกาศควัก 1 แสนช่วยค่าน้ำมัน! หนุน “กำนันมะโน” ระดมคาราวาน 1,000 คันบุกทำเนียบ



เมื่อเวลาประมาณ 19.55 น.วันที่ 31 ตุลาคม 2569 นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นเวทีปราศรัยในกิจกรรม “รวมพลังแผ่นดิน เอาประเทศไทยของเราคืนมา” บริเวณสะพานหิน จังหวัดภูเก็ต ท่ามกลางประชาชนจากหลายพื้นที่ที่เดินทางมาร่วมกิจกรรมจำนวนมาก บรรยากาศโดยรอบเป็นไปอย่างคึกคัก

นายสนธิเปิดฉากการปราศรัยด้วยการกล่าวถึงสถานการณ์บ้านเมือง พร้อมวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลชุดปัจจุบันอย่างดุเดือด โดยใช้ถ้อยคำรุนแรงเปรียบเปรยรัฐบาลว่าเป็น “รัฐบาลหัว ด”


จากนั้น นายสนธิย้อนรำลึกถึงการเดินทางมาขึ้นเวทีที่จังหวัดภูเก็ตเมื่อประมาณ 20 ปีก่อน โดยขณะนั้นมีอายุ 59 ปี พร้อมกล่าวถึงความเปลี่ยนแปลงของตัวเองว่า วันนี้อายุ 79 ปีแล้ว แต่สิ่งที่ยังคงเหมือนเดิมคืออุดมการณ์และจุดยืนทางการเมืองที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

นายสนธิระบุถึงการยืนหยัดต่อสู้เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติ โดยการกลับมาขึ้นเวทีที่ภูเก็ตในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการย้อนรำลึกถึงการเคลื่อนไหวทางการเมืองในอดีต แต่เป็นการยืนยันว่า แม้เวลาจะผ่านไปถึง 2 ทศวรรษ ก็ยังพร้อมออกมาต่อสู้เคียงข้างประชาชน และเดินหน้าวิพากษ์วิจารณ์การบริหารประเทศของรัฐบาลที่เห็นว่าไม่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของคนไทย

ขณะที่บรรยากาศบริเวณสะพานหิน มีประชาชนทยอยเดินทางเข้าร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง หลายคนถือธงชาติไทยและร่วมรับฟังการปราศรัยของนายสนธิ สะท้อนภาพการกลับมารวมตัวของเครือข่ายประชาชน ภายใต้การเคลื่อนไหวที่ใช้ชื่อว่า “รวมพลังแผ่นดิน เอาประเทศไทยของเราคืนมา” และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาของประเทศอย่างจริงจัง

ในระหว่างการปราศรัย นายสนธิ ยังได้ประกาศสนับสนุนเงินจำนวน 100,000 บาท เพื่อช่วยเหลือค่าน้ำมันให้แก่กองคาราวานของนายมโน เครือแก้ว หรือ “กำนันมะโน” กำนันตำบลกระบี่น้อย อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ซึ่งเตรียมเคลื่อนขบวนประชาชนจากภาคใต้เข้าสู่กรุงเทพมหานคร เพื่อสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนและเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน

การประกาศสนับสนุนดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศทางการเมืองที่มีการวิพากษ์วิจารณ์การบริหารงานของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล รวมถึงการตั้งคำถามต่อบทบาทและอำนาจทางการเมืองของกลุ่มการเมืองสีน้ำเงิน โดยประเด็นค่าครองชีพและราคาน้ำมันยังเป็นหนึ่งในเรื่องที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอย่างต่อเนื่อง

สำหรับความเคลื่อนไหวของ “กำนันมะโน” ก่อนหน้านี้ได้ประกาศผ่านเฟซบุ๊กเชิญชวนประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนให้ร่วมกันจัดขบวนคาราวานรถยนต์ พร้อมคนขับและน้ำมันเชื้อเพลิง ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 1,000 คัน เพื่อเดินทางไปยังทำเนียบรัฐบาล และนำปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนไปสื่อสารกับรัฐบาลโดยตรง

จากข้อมูลที่กำนันมะโนเปิดเผยก่อนหน้านี้ หลังเปิดรับสมัครไม่นานมีประชาชนแจ้งความประสงค์เข้าร่วมแล้วกว่า 200 คัน โดยยืนยันว่าการเดินทางเป็นไปด้วยความสมัครใจ ผู้เข้าร่วมต้องรับผิดชอบรถ คนขับ และค่าเชื้อเพลิงของตนเอง ไม่มีการจ่ายค่าตอบแทน และเปิดรับยานพาหนะหลากหลายประเภท ตั้งแต่รถจักรยานยนต์ รถยนต์ รถบรรทุก ไปจนถึงรถหัวลากและรถโดยสาร

ต่อมา กำนันมะโนประกาศความคืบหน้าว่า จำนวนรถที่แจ้งความประสงค์เข้าร่วมเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 450 คัน และกำหนดเริ่มเคลื่อนขบวนในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 โดยมีจุดเริ่มต้นบริเวณควนหนองหงส์ อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ก่อนมุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพมหานคร ระหว่างทางจะมีการเปิดเวทีชี้แจงและปราศรัย เพื่อทำความเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ของการเคลื่อนไหวและเปิดโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมเพิ่มเติม

กำนันมะโนยืนยันด้วยว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นการดำเนินการในฐานะประชาชน ไม่ได้มีนักการเมืองหรือนายทุนอยู่เบื้องหลัง โดยต้องการสะท้อนปัญหาความเดือดร้อน โดยเฉพาะค่าครองชีพ ราคาน้ำมัน และปัญหาที่กระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการขนส่ง

ขณะที่การประกาศของนายสนธิในการสนับสนุนเงิน 100,000 บาทครั้งนี้ ถือเป็นการแสดงจุดยืนให้ความช่วยเหลือด้านค่าเดินทางแก่กองคาราวานที่กำลังเตรียมเคลื่อนขบวนเข้าสู่กรุงเทพฯ โดยรายละเอียดเกี่ยวกับการส่งมอบและการบริหารเงินสนับสนุนยังต้องติดตามต่อไป

ความเคลื่อนไหวของกองคาราวานกำนันมะโนจึงเป็นอีกประเด็นที่ต้องจับตา โดยเฉพาะเมื่อขบวนดังกล่าวเตรียมเคลื่อนจากภาคใต้เข้าสู่กรุงเทพฯ เพื่อส่งเสียงถึงรัฐบาลโดยตรง ขณะที่จำนวนผู้เข้าร่วมยังมีโอกาสเพิ่มขึ้นระหว่างเส้นทาง ก่อนมุ่งหน้าไปยังทำเนียบรัฐบาลตามเป้าหมายที่ประกาศไว้