หอการค้าและสภาอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี ร่วมผลักดันระบบตรวจสินค้าและบริการศุลกากรภายในนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี หวังต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานที่ลงทุนไว้ ลดต้นทุนขนส่ง และสร้างฐานเศรษฐกิจระยะยาวให้อีสานเหนือ
การเป็นศูนย์กลางการค้าไม่ได้ขึ้นอยู่กับการมีถนนหรือทางรถไฟผ่านเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับว่า สินค้าสามารถเข้ามารวบรวม ตรวจสอบ แปรรูป และส่งต่อได้สะดวกเพียงใด
นี่คือโจทย์ที่ภาคเอกชนอุดรธานีกำลังร่วมกันผลักดัน โดยมีนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานีเป็นพื้นที่สำคัญในการเชื่อมการลงทุนภาคอุตสาหกรรมเข้ากับการขนส่งระหว่างไทย ลาว และจีน
นายกัณฑ์พงศ์ สุระวรรณวิจิตร ประธานหอการค้าจังหวัดอุดรธานี และนายอนุพงศ์ มกรานุรักษ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี สนับสนุนการยกระดับศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้า หรือ ICD ภายในนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี พร้อมผลักดันให้ภาครัฐสนับสนุนเครื่องเอกซเรย์ตรวจสอบตู้สินค้า และศูนย์บริการเบ็ดเสร็จของหน่วยงานรัฐ ผ่านข้อเสนอต่อการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดอุดรธานี
เป้าหมายร่วมกันคือ ทำให้การลงทุนด้านพื้นที่และระบบขนส่งที่มีอยู่ สามารถสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น ตั้งแต่การรวบรวมสินค้า การแปรรูป ไปจนถึงการส่งออก
ต่อยอดนิคมฯ ให้เป็นทั้งฐานผลิตและจุดกระจายสินค้า
ตามข้อมูลโครงการ บริษัท เมืองอุตสาหกรรมอุดรธานี จำกัด ซึ่งพัฒนานิคมฯ ร่วมกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้ลงทุนพัฒนาศูนย์ ICD บนพื้นที่กว่า 116 ไร่ ภายในนิคมอุตสาหกรรมพื้นที่รวม 2,170 ไร่ พร้อมทางรถไฟแยกเชื่อมเข้าสู่ลานสินค้าโดยตรง และสถานีไฟฟ้าย่อยรองรับการดำเนินงาน
โครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้เป็นจุดเริ่มต้นของการดึงธุรกิจเข้ามาใช้พื้นที่ ทั้งผู้ผลิต ผู้แปรรูปสินค้าเกษตร ผู้ให้บริการคลังสินค้า และผู้ประกอบการขนส่ง
ในมุมของนายกัณฑ์พงศ์ การเพิ่มความพร้อมด้านศุลกากรจะช่วยให้ผู้ประกอบการดำเนินขั้นตอนตรวจสอบและตรวจปล่อยสินค้าได้สะดวกขึ้น ลดเวลารอและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นระหว่างทาง พร้อมเพิ่มโอกาสเชื่อมตลาดประเทศเพื่อนบ้าน
ขณะที่นายอนุพงศ์ให้ความสำคัญกับการต่อยอดนิคมอุตสาหกรรมสีเขียว เพื่อรองรับการลงทุนและนำสินค้าเกษตรมาแปรรูปเพิ่มมูลค่า โดยใช้ระบบรางเป็นทางเลือกในการนำเข้าวัตถุดิบและส่งสินค้าไปยังตลาดต่างประเทศ
ทั้งสองแนวทางจึงเชื่อมกันที่การสร้างรายได้จากกิจกรรมหลายขั้นตอนภายในพื้นที่ ตั้งแต่การผลิต บรรจุ จัดเก็บ และขนส่ง ซึ่งมีโอกาสสร้างงานและธุรกิจบริการต่อเนื่องให้กับจังหวัด
ทำไมเครื่อง X-ray จึงเป็นส่วนสำคัญของข้อเสนอ
หนึ่งในระบบที่ภาคเอกชนต้องการให้รัฐเข้ามาสนับสนุน คือเครื่องเอกซเรย์ตรวจตู้สินค้าแบบติดตั้งประจำที่ หรือ Fixed X-Ray
เครื่องดังกล่าวช่วยให้เจ้าหน้าที่ใช้ภาพสิ่งของภายในตู้สินค้าประกอบการประเมินความเสี่ยง ก่อนพิจารณาเปิดตรวจเพิ่มเติมตามหลักเกณฑ์ของศุลกากร
สำหรับผู้ประกอบการ เวลาที่ใช้ตรวจสินค้ามีผลต่อต้นทุน ทั้งค่ารถ ค่ารอ ค่าจัดเก็บ และความแน่นอนในการส่งมอบ หากบริหารขั้นตอนตรวจสอบได้มีประสิทธิภาพ ก็มีโอกาสช่วยลดภาระเหล่านี้ และเพิ่มความน่าสนใจให้เส้นทางขนส่งผ่านอุดรธานี
ภาคเอกชนจึงเสนอให้พัฒนาระบบเอกซเรย์ควบคู่กับศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ เพื่อให้การติดต่อหน่วยงานรัฐและการดำเนินพิธีการศุลกากรเชื่อมโยงกันมากขึ้น โดยมุ่งยกระดับ ICD สู่การเป็นด่านศุลกากรภายในประเทศ ทั้งนี้ ต้องผ่านการพิจารณาและอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ตามเอกสารข้อเสนอโครงการ ระบบเอกซเรย์มีกรอบวงเงินเสนอ 476.69 ล้านบาท ครอบคลุมเครื่องตรวจสอบ 1 ระบบ อาคารกำบังรังสี และอุปกรณ์ประกอบ โดยยังเป็นข้อเสนอขอรับการสนับสนุน ไม่ใช่งบประมาณที่ได้รับอนุมัติแล้ว
เพิ่มความคล่องตัวการค้า ควบคู่ตรวจเข้มของผิดกฎหมาย
อีกด้านของการพัฒนาเส้นทางการค้า คือความสามารถในการตรวจสอบสินค้าที่เคลื่อนผ่านพื้นที่
ระบบเอกซเรย์จะช่วยสนับสนุนเจ้าหน้าที่ตรวจหาสินค้าที่ซุกซ่อนหรือสำแดงไม่ตรงกับของจริง ทั้งสินค้าเกษตรลักลอบนำเข้า ยาเสพติด สารเคมีตั้งต้น และของเสียอันตราย โดยต้องทำงานร่วมกับข้อมูลด้านการข่าวและการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ประเด็นนี้เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโดยตรง เพราะการสกัดสินค้าเกษตรผิดกฎหมายช่วยลดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมกับผู้ผลิตไทย ส่วนการตรวจสอบที่มีมาตรฐานก็ช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ใช้บริการและระบบการค้า
จากการลงทุนในพื้นที่ สู่ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ
ความร่วมมือระหว่างหอการค้าและสภาอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี สะท้อนความพยายามเชื่อมความต้องการของภาคการค้าเข้ากับฐานการผลิต โดยใช้นิคมอุตสาหกรรมและระบบรางเป็นโครงสร้างรองรับ
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จต้องวัดจากการใช้งานจริง ทั้งจำนวนผู้ประกอบการ ปริมาณสินค้าที่ผ่านศูนย์ ระยะเวลาตรวจปล่อย ต้นทุนขนส่ง และการลงทุนที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง
ข้อเสนอต่อ ครม.สัญจรครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการเติมความพร้อมให้นิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี หากสามารถเชื่อมพื้นที่ผลิต ระบบขนส่ง และบริการภาครัฐเข้าด้วยกันได้ ก็มีโอกาสเพิ่มบทบาทของอุดรธานีในห่วงโซ่การค้าไทย–ลาว–จีน และสร้างฐานรายได้ให้จังหวัดในระยะยาว


