xs
xsm
sm
md
lg

กรมอุทยานฯ ร่อนหนังสือด่วนที่สุดถึง กพร.-กรมป่าไม้ เตือน “เหมืองแร่” เสี่ยงกระทบ "มรดกโลก" แก่งกระจาน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ผู้จัดการออนไลน์ - กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ลงนามในหนังสือด่วนที่สุดถึงอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ และอธิบดีกรมป่าไม้ คัดค้านประทานบัตรเหมืองแร่โดโลไมต์ บริษัท แก่งกระจานไมน์นิ่ง จำกัด ชี้พื้นที่ขออนุญาตทับซ้อน "พื้นที่กันชน-เขตสนับสนุนระดับสูง" มรดกโลกกลุ่มป่าแก่งกระจาน หวั่นแรงระเบิด เสียง ฝุ่น PM2.5 และสารเคมี กระทบระบบนิเวศ สัตว์ป่าคุ้มครอง ห่วงเสียคุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากลตามเกณฑ์ยูเนสโก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายยงยุทธ นาควิโรจน์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ลงนามในหนังสือด่วนที่สุด 2 ฉบับ ลงวันที่ 30 ตุลาคม 2569 ประกอบด้วย หนังสือที่ ทส ๐๙๕๗.๗๐๓/๖๔๗๕๕ ถึงอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) และ บันทึกข้อความที่ ทส ๐๙๕๗.๗0๓/๖๕๓๕ ถึงอธิบดีกรมป่าไม้ เพื่อแจ้งข้อห่วงกังวลอย่างเป็นทางการต่อคำขอประทานบัตรเหมืองแร่โดโลไมต์ (คำขอที่ 1/2565) ของบริษัท แก่งกระจานไมน์นิ่ง จำกัด ในพื้นที่ ต.สองพี่น้อง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี

จากการตรวจสอบของกรมอุทยานฯ พบว่า แม้ทางบริษัทฯ จะมีการปรับลดพื้นที่โครงการลงเหลือราว 249 ไร่ โดยอ้างเว้นระยะห่างจากแนวเขตอุทยานฯ 2 กิโลเมตร แต่ในข้อเท็จจริง พื้นที่ทั้งหมดกลับ ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่กันชน (Buffer Zone) ตามแผนการบริหารจัดการพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พ.ศ. 2566–2570 และอยู่ในขอบเขต "พื้นที่เขตสนับสนุนระดับสูง" (High Priority Support Zone) ซึ่งเป็นพื้นที่ไข่แดงที่มีความสำคัญสูงต่อการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและแนวป่าอนุรักษ์

เนื้อหาในหนังสือและบันทึกข้อความดังกล่าว สรุปความได้ว่า การทำเหมืองดังกล่าวเป็นรูปแบบเหมืองเปิด (Open cut & Open pit) ที่ต้องใช้วิธีระเบิดหินเปิดหน้าดิน มีสัมปทานยาวนานถึง 30 ปี ซึ่งส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงในหลายมิติ กล่าวคือ

1.มลพิษทางอากาศและสุขภาพ: จะก่อให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 10 และ PM2.5 ฟุ้งกระจายกินวงกว้าง รวมถึงมลภาวะทางเสียงและแรงสั่นสะเทือนจากการระเบิด กระทบต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตของประชาชนในพื้นที่ระยะยาว

2.คุกคามสัตว์ป่าและถิ่นที่อยู่: พื้นที่ขอประทานบัตรเป็นแนวเชื่อมต่อสำคัญของสัตว์ป่า โดยเฉพาะสัตว์ป่าหายากและใกล้สูญพันธุ์ตามบัญชี IUCN Red List ได้แก่ ช้างป่า (Endangered - EN) หมีหมา และกวางป่า (Vulnerable - VU) เสียงระเบิดและการสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัยจะรบกวนพฤติกรรมสัตว์ป่า ทำให้ช้างป่าก้าวร้าวและหลุดออกมาทำลายพืชผล เสี่ยงอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของชาวบ้าน

3.เสี่ยงปนเปื้อนแหล่งน้ำ: มีความเสี่ยงสูงที่สารตกค้าง ตะกอน และฝุ่นจะปนเปื้อนลงสู่ลำธารและแหล่งน้ำใต้ดิน อีกทั้งการดึงน้ำมาใช้ลดฝุ่นในเหมืองอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำอุปโภคบริโภคและการเกษตรของชุมชน

4.ทำลายเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์: พื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งดูนกสำคัญระดับสากล พบพันธุ์นกมากกว่า 239 ชนิด มลภาวะและการเปลี่ยนแปลงทัศนียภาพจะกระทบธุรกิจโฮมสเตย์ ท่องเที่ยวศึกษาธรรมชาติ และถ่ายภาพนก ซึ่งเป็นรายได้หลักของชุมชนท้องถิ่นโดยตรง

กรมอุทยานฯ ยังชี้ว่า โครงการดังกล่าวยังขาดการประเมินผลกระทบต่อแหล่งมรดกโลก (Heritage Impact Assessment: HIA) ตามแนวทางการอนุวัตตามอนุสัญญามรดกโลก (Operational Guidelines ย่อหน้า 118 bis) จึงยังไม่มีข้อมูลทางวิชาการที่เพียงพอในการยืนยันว่าจะไม่กระทบต่อคุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากล (Outstanding Universal Value: OUV) ของกลุ่มป่าแก่งกระจาน

ทั้งนี้ กรมอุทยานฯ ได้บรรจุข้อมูลข้อห่วงกังวลของโครงการนี้ลงในรายงานสถานภาพการอนุรักษ์กลุ่มป่าแก่งกระจาน พ.ศ. 2569 (SOC 2026) เสนอต่อศูนย์มรดกโลกแล้ว พร้อมยกกรณีศึกษาต่างประเทศ เช่น เหมืองถ่านหินใกล้แหล่งมรดกโลก Mapungubwe ประเทศแอฟริกาใต้ ซึ่งคณะกรรมการมรดกโลกได้เข้ามากดดันจนรัฐบาลต้องสั่งห้ามทำเหมืองในเขตพื้นที่กันชนในที่สุด

รายงานข่าวเพิ่มเติมระบุว่า ในระดับพื้นที่ ทั้งสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (เพชรบุรี) (หนังสือ ที่ ทส ๐๙๕๙.๕/๔๐๗๕๐) รวมถึงกลุ่มองค์กรภาคประชาสังคม ได้แก่ กลุ่มรักษ์หนองมะค่า, สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย, มูลนิธิสืบนาคะเสถียร และเครือข่ายอนุรักษ์ธรรมชาติภาคประชาชนตำบลสองพี่น้อง ได้ยื่นหนังสือคัดค้านและแสดงข้อห่วงกังวลอย่างต่อเนื่อง โดยอธิบดีกรมอุทยานฯ ย้ำไปยัง กพร. และกรมป่าไม้ ให้พิจารณาคำขออนุญาตอย่างถี่ถ้วนบนพื้นฐานข้อมูลวิชาการและรับฟังเสียงประชาชน ก่อนดำเนินโครงการที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายย้อนกลับไม่ได้ต่อมรดกโลกของประเทศไทย.