TED Fund ขานรับนโยบายกระทรวง อว. ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ประกาศทิศทางปี 2570 เดินหน้าขยายบทบาทจาก “Funding” สู่ “Matching” เตรียมกลไก Matching Fund เชื่อมผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรมกับนักลงทุน เติมเต็มช่องว่างจากงานวิจัยสู่ตลาด และจาก Startup สู่การเติบโต มุ่งสนับสนุน 3 กลุ่มอุตสาหกรรมศักยภาพ Food & Agri-Tech, Health & Wellness และ Digital & Electronics พร้อมเผยผลงานปี 2569 สนับสนุนรวม 302 ทุน วงเงินรวมกว่า 246 ล้านบาท และขยายเครือข่ายพันธมิตรเพื่อผลักดันนวัตกรรมไทยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ คาดสร้างมูลค่าผลกระทบทางเศรษฐกิจกว่า 1,737 ล้านบาท
วันนี้ (27 ตุลาคม 2569) กองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TED Fund) ภายใต้การกำกับของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดงาน “TED Fund Fast Forward 2027” แถลงผลการดำเนินงานปี 2569 และทิศทางการดำเนินงานปี 2570 พร้อมเวทีเสวนา “TED Fund Fast Forward” เปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรมร่วมแบ่งปันประสบการณ์ แนวคิด และเส้นทางการพัฒนาธุรกิจ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่
ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และประธานกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TED Fund) เปิดเผยว่า กระทรวง อว. มุ่งขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และสร้างเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม โดยโจทย์สำคัญไม่ใช่เพียงการสร้างองค์ความรู้หรืองานวิจัย แต่ต้องสามารถนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมไปต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์จริง สร้างผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ตลอดจนสร้างธุรกิจและมูลค่าเพิ่มให้แก่ระบบเศรษฐกิจ
TED Fund จึงขานรับทิศทางดังกล่าว โดยวางบทบาทเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการ เชื่อมงานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ สนับสนุนผู้ประกอบการตั้งแต่การพัฒนาแนวคิดและพิสูจน์ความเป็นไปได้ของเทคโนโลยี ไปจนถึงการนำผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาด การขยายธุรกิจ และการเชื่อมโยงกับแหล่งเงินทุน เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเติบโตและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับทิศทางการดำเนินงานในปี 2570 TED Fund จะยกระดับการสนับสนุนจาก “Funding” สู่ “Matching” ภายใต้แนวคิด “Bridging The Gap” เพื่อเติมเต็มช่องว่างระหว่างผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรมกับเงินทุนและตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยเตรียมพัฒนากลไก Matching Fund เชื่อมผู้ประกอบการกับนักลงทุนและกลไกสนับสนุนธุรกิจระยะเริ่มต้น อาทิ Angel Investor, Venture Builder, Accelerator, UHC และ Investment Partner โดยมีเป้าหมายให้เงินทุนภาครัฐทำหน้าที่มากกว่าการเป็นแหล่งเงินสนับสนุน แต่เป็น Catalyst ที่ช่วยดึงเงินลงทุน ความเชี่ยวชาญ เครือข่ายทางธุรกิจ และโอกาสทางการตลาดจากภาคเอกชนเข้ามาร่วมพัฒนาผู้ประกอบการ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจที่มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมสามารถผ่านช่วงเริ่มต้น ขยายตลาด และเติบโตได้อย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการใน 3 กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในการแข่งขันและสอดรับกับทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของประเทศ ได้แก่ Food & Agri-Tech เพื่อยกระดับภาคเกษตร อาหาร และ Future Food ด้วยเทคโนโลยี Health & Wellness เพื่อสร้างมูลค่าจากนวัตกรรมด้านสุขภาพ การแพทย์และสุขภาวะ และ Digital & Electronics เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีดิจิทัล อิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยีขั้นสูง
“ทิศทางของ TED Fund ในปี 2570 จะไม่หยุดอยู่เพียงการสนับสนุนให้เกิด Startup แต่ต้องทำให้ผู้ประกอบการที่มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมสามารถเดินทางจากงานวิจัยไปสู่ตลาด จากผลิตภัณฑ์ไปสู่ธุรกิจ และจาก Startup ไปสู่การเติบโตได้จริง โดยภาครัฐจะทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับภาคเอกชน นักลงทุน และตลาด เพื่อร่วมกันสร้างผู้ประกอบการนวัตกรรมที่มีศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ” ศ.ดร.ศุภชัย กล่าว
สำหรับผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2569 TED Fund สนับสนุนผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรมรวม 302 ทุน คิดเป็นวงเงินสนับสนุนกว่า 246,061,531 บาท ครอบคลุม 15 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย และคาดสร้างมูลค่าผลกระทบทางเศรษฐกิจกว่า 1,737 ล้านบาท ประกอบด้วย
TED Youth Startup : กลุ่ม Idea (Ideation Incentive Program) จำนวน 145 ทุน วงเงินรวม21,750,000 บาท และ กลุ่ม Poc (Proof Of Concept) 93 ทุน วงเงินรวม111,200,934 บาท
TED Market Scaling Up : จำนวน 50 ทุน วงเงินรวม 90,559,597บาท
Support For Start Up Go-To-Market (Sfs: Go To Market) : จำนวน 14 ทุน วงเงินรวม 22,551,000 บาท
ทั้งนี้โครงการ Support For Start Up Go-To-Market เป็นการยกระดับจากโครงการ Startup For Startup โดยมุ่งเน้นในการให้ทุนสนับสนุนสตาร์ทอัพไทยที่ต้องการต่อยอดงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์และสร้างรายได้ด้วยกลยุทธ์ Go To Market เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของ Smes ตลอดจนการขยายสู่ตลาดใหม่หรือตลาดต่างประเทศ แนวทางการสนับสนุนครอบคลุม 3 มิติสำคัญ ได้แก่ Technology Spin-Off การนำผลงานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์, Sme Technology Transfer การถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อยกระดับสินค้าและบริการ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ Smes และ Startup New Market Entry การสนับสนุน Startup ที่มีศักยภาพให้สามารถเข้าสู่ตลาดใหม่หรือตลาดต่างประเทศ
โดยผลการดำเนินงานสำคัญในปี 2569 นี้ คือการขยายบทบาทจากการสนับสนุนเงินทุนไปสู่การสร้างความร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน นักลงทุน และหน่วยงานสนับสนุนผู้ประกอบการมีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับ สมาคม Thai Business Angel Network (Tban) สมาคมดิจิทัลไทย Krungsri Finnovate, ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (Set), สมาคมการค้าสตาร์ทอัพไทย เป็นต้น ในการขยายความร่วมมือด้านการพัฒนาผู้ประกอบการและเชื่อมโยงกับเครือข่ายการลงทุน
ขณะเดียวกัน พร้อมส่งเสริมให้เครือข่าย TED Fellow ร่วมทำงานและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ผ่านกิจกรรม Co-Fellow Incubation เช่น Future Founder Bootcamp และ Venture Catalyst ตลอดจนเชื่อมโยงกับหน่วยงานในระบบวิจัยและนวัตกรรมผ่านกิจกรรม Uhc Consortium, Reverse Pitching, Thailand Talent Summit (Tts 2026) และเครือข่ายหน่วยบริหารและจัดการทุนภาครัฐ (Pmus) เพื่อร่วมกันผลักดันผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมเข้าสู่ตลาด
“ปี 2570 จะเป็นอีกก้าวสำคัญของ TED Fund ในการขยายบทบาทจากผู้สนับสนุนเงินทุน สู่การเป็นกลไกเชื่อมผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ากับเงินทุน นักลงทุน เครือข่ายธุรกิจ และตลาด เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงทำให้เกิด Startup มากขึ้น แต่ต้องทำให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเติบโต สร้างรายได้ สร้างการลงทุน และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ เพื่อให้นวัตกรรมเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย” ศ.ดร.ศุภชัย กล่าวในที่สุด
ผู้สนใจข้อมูลเกี่ยวกับ TED Fund และการเปิดรับข้อเสนอโครงการ สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ TED Fund และ Facebook: TED Fund


