xs
xsm
sm
md
lg

'สุรกิตติ์ ตั้งชัยศักดิ์' ผู้สานต่อเสื่อตรากวาง-สร้างแบรนด์ RUK : สินค้าดีไซน์เก๋จากพลาสติกรีไซเคิล

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์





สุรกิตติ์ ตั้งชัยศักดิ์” ทายาทรุ่นที่ 2 ของ หจก.รักชาติพาณิชย์
ห้างหุ้นส่วนจำกัด รักชาติพาณิชย์ หรือ หจก.รักชาติพาณิชย์ที่ก่อตั้งมาแล้วไม่ต่ำกว่า 50 ปี ผลิตเสื่อตรากวางด้วยเม็ดพลาสติกรักษ์โลก ก่อนต่อยอดสู่เสื่อตรา RUK ที่เน้นดีไซน์เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่

“ผู้จัดการออนไลน์” สัมภาษณ์พิเศษ
"สุรกิตติ์ ตั้งชัยศักดิ์” ทายาทรุ่นที่ 2 ของหจก.รักชาติพาณิชย์
ที่ไม่เพียงบอกเล่าถึงวิสัยทัศน์ จังหวะก้าว การเติบโต เทคโนโลยีการผลิตเสื่อรุ่นใหม่ๆ
หากยังให้แรงบัลดาลใจ ด้วยการผลิตเสื่อผ่านงานอีเวนท์ระดับชาติที่ทำร่วมกับบริษัทงานออกแบบ
ระดับโลกสัญชาติเนเธอร์แลนด์ MVRDV ที่ออกแบบได้อย่างน่าสนใจและต่อยอดเป็นผลงานได้อีกหลากหลาย


สายเลือดรุ่นที่2

สุรกิตติ์ แนะนำตนเองว่า
"ผมเป็นทายาทรุ่นที่ 2 ของหจก.รักชาติพาณิชย์ เสื่อตรากวางกับเสื่อตรา RUK เป็นโรงงานแรกในประเทศไทยดำเนินงานมาแล้วประมาณ 50 กว่าปี สมัยก่อนอยู่แถวทรงวาด ปัจจุบันก็ย้ายไปอยู่แถวสาธุประดิษฐ์ เป็นโรงงานเสื่อแห่งแรกที่นำเข้าเครื่องจักรจากญี่ปุ่น"

ประวัติความเป็นมาก็คือคุณพ่อเคยทำงานกับสหพัฒนพิบูลย์รุ่นแรกๆ แล้วก็ถูกส่งไปที่ประเทศญี่ปุ่นเพื่อไปทำหน้าที่หาสินค้ามาเมืองไทยซึ่งสินค้าบางตัวก็ยังขายดีอยู่ พอถึงระยะหนึ่งคุณพ่อก็ออกมาผลิตกิจการของตัวเองก็มองเห็นโอกาสในเรื่องของเสื่อซึ่งเมื่อก่อนเสื่อในประเทศไทยเป็นเรื่องของเสื่อกกซึ่งเสื่อกก ณ ตอนนั้นมีข้อเสียหลายอย่างเช่นเป็นราง่าย ชำรุดง่ายและผลิตได้ช้า คุณพ่อมีเพื่อนเป็นผู้ขายเสื่อกก ก็เลยร่วมทุนกันเป็นการทำเสื่อพลาสติก ร่วมทุนกันนำเข้าเครื่องจักรจากญี่ปุ่นมาเป็นเครื่องแรกในการผลิตเสื่อตรากวาง ตอนนั้นใช้ชื่อของหจก.รักชาติพาณิชย์มาประมาณ 10 กว่าปีแต่ยี่ห้อตรากวางเรามีมาประมาณ 50 กว่าปีแล้ว


เปิดโลกพลาสติกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

สุรกิตติ์กล่าวว่า ช่วง 10 กว่าปี 30 กว่าปีที่แล้ว มีการใช้เม็ดรีไซเคิลมาผสมกับเม็ดพลาสติกใหม่ที่ใช้อยู่ แต่เม็ดรีไซเคิลสมัยก่อนคุณภาพยังไม่ดีเท่าสมัยนี้ มันยังต้องมีการผสมสูตรปรับสูตร ณ ตอนนั้น 30-40 ปีที่แล้วยังไม่มีคำว่าผลิตสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มันยังเป็นเรื่องของการลดต้นทุนก่อน ประหยัดต้นทุนเม็ดรีไซเคิลที่เราใช้จะเป็นตัวที่ดี 

"แต่หากถามว่าเราจริงจังกับเรื่องการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเมื่อไหร่ก็เริ่มเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว เพราะเดิมทีเราไม่เคยคิดเลยว่าพลาสติกจะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้ ณ ตอนนั้นพอดีเราได้ไปอบรมเรื่องสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รุ่งทิพย์ ลุยเลา เป็นอาจารย์ประจำภาควิชาคหกรรมศาสตร์ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (วิทยาเขตบางเขน) ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เปิดอบรมแล้วเปิดโลกเรามากเลยว่าทำแบบนี้ได้ด้วยเหรอ พลาสติกมันสามารถเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้ด้วยเหรอนับตั้งแต่วันนั้นเราก็ตั้งใจเลยว่าเสื่อของเราจะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ก็เลยค่อยๆพัฒนามาเรื่อยๆ แล้วเราก็พัฒนาเม็ดรีไซเคิลคุณภาพดีใช้เม็ดรีไซเคิลคุณภาพดีทั้งหมดมาเป็นวัตถุดิบในการผลิตเสื่อรักษ์โลก"










สุรกิตติ์กล่าวว่า"สีสันของเสื่อเราก็แพงกว่าคนอื่นเขาหน่อยรวมทั้งเรื่องของคุณภาพเป็นมาตรฐานของญี่ปุ่นก็จะมีด้านความคงทน และในระยะหลังต่อมาเสื่อตรากวางของเราก็เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเป็นเสื่อรักษ์โลกด้วยการพัฒนาต่างๆเราก็ได้ตราจากหน่วยงานราชการอย่าง กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมเราก็ได้ตราเครื่องหมาย ECO PLUS และ G-Upcycle คือ ตราสัญลักษณ์ที่รับรองโดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (ปัจจุบันคือกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม หรือ DCCE) ซึ่งการันตีกระบวนการในโรงงานทั้งหมดว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไม่ว่าน้ำ ไฟ คนงาน ชุมชน เราก็ปรับหมด การเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเราใช้เวลาปรับนานมากเหมือนกันเป็น 10 ปีแล้วค่อยๆ ปรับออกมาจนเรียกได้ว่าเสื่อตรากวางเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 100%"

"การทำยังไงให้สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสำเร็จทางการตลาดมันก็จะแยกออกไปทีละขั้นตอนเช่นมีการออกแบบลายเสื่อมาก่อน เช่นสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมลายเสื่อก็จะต้องเป็นลายใหม่ไม่สามารถเป็นลายแบบเดียวกับลายเสื่อตรากวางได้แล้ว เพราะฉะนั้น จะมีการออกแบบเสื่อเมื่อมีการออกแบบเสื่อที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกลุ่มลูกค้าก็จะคนละฐานเป็นลูกค้าคนละกลุ่มกับเสื่อตรากวาง เป็นลูกค้าในเมือง ชอบดีไซน์ เพราะฉะนั้นกลุ่มลูกค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจะต้องเป็นไปได้ทางการตลาดด้วย เพราะฉะนั้นเราจึงเกิดแบรนด์ใหม่แตกไลน์ขึ้นมาคือ RUK โดยความหมายจริงๆ ก็มาจากคำว่ารักชาติย่อมาเป็นรัก เหมือนเป็นตัวลูกของรักแล้วคำว่ารักในความหมายก็คือรักสิ่งแวดล้อมก็เป็นที่มาของแบรนด์รักเพื่อให้เศษวัสดุที่ถูกกำจัดสามารถหมุนเวียนออกไปทางด้านการตลาด ไม่ใช่แค่ทำมาเป็นกิมมิคโชว์เฉยๆ แต่ผลิตออกมาหมุนเวียนออกไปได้เราต้องทำให้ประสบความสำเร็จทางด้านการตลาดด้วยนั่นคือการลงทุนกับรักแต่จะบอกว่าใช้การลงทุนกับเศษวัสดุต่างๆมากกว่าแบบเก่ามาก การสร้างแบบทำยังไงให้ไม่เหลือเศษทิ้งต่อไปอีกซึ่งมันเป็นการลงทุนที่มากกว่าการกำจัดเศษแบบเก่า"








ดีไซน์เก๋ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่

รัก พัฒนาขึ้นจากเสื่อที่เป็นลายไทยแบบต่างๆ ลายของรักจะโมเดิร์นขึ้นและ สามารถทำ oem ลายเฉพาะขึ้นมาได้ กลุ่มตลาดของรักที่เราเฉพาะเจาะจงไว้จริงๆคือ B2B หมายถึง ฺฺBusiness to Business คือในลักษณะของสินค้าที่เป็นพรีเมี่ยม สามารถ ทอเสื่อเป็นลายของลูกค้าได้หรือมาทำตราแบบนี้ครับแบบ amazing thailand ก็จะเย็บตราเข้าไปแบบนี้ได้นี่คือในส่วนของสินค้าพรีเมี่ยม สินค้ากลุ่มต่อไปที่เราพัฒนาไปคือสินค้าตกแต่งบ้านที่เสื่อนี้จะกลายเป็นวัสดุหนึ่งที่จะกลายเป็นเช่น ตัดเป็นกล่องใส่ของ เป็นวอลเปเปอร์ เป็นโคมไฟ เป็นทุกอย่างที่สามารถนำมาตัดเป็นเบาะรองนั่งอะไรแบบนี้เป็นบีนแบ็ค กลุ่มที่ 2 ก็คือกลุ่มเฟอร์นิเจอร์กลุ่มตกแต่ง ส่วนกลุ่มที่ 3 ก็คือกลุ่มไลฟ์สไตล์ตกแต่งเช่นเราก็เอาเศษๆ ที่เหลือจากการผลิตเสื่อผืนใหญ่เราก็มาตัดเป็นสินค้าชิ้นเล็กลงอย่างเช่น กล่องใส่กระดาษทิชชู ปกไดอารี่ ปกนามบัตร เราสามารถ made to order ได้หมด เราสามารถทำตามความต้องการของลูกค้าได้ กระเป๋าสารพัดทรงเราก็ทำให้ได้ อยากจะได้ทรงไหนทรงใส่ laptop เป็นต้น เราก็ทำได้หมด นี่เป็นส่วนของไลฟ์สไตล์ มีกระเป๋าสำหรับแม่บ้านใส่ของไปชายหาดทำความสะอาดง่ายสามารถล้างน้ำได้เลยเพราะจุดประสงค์ก็คือใส่ชุดว่ายน้ำเวลาไปทะเล










Event ใหญ่ยักษ์กับ MVRDV

สุรกิตติ์กล่าวว่า“และอีกกลุ่มนึงกลุ่มสุดท้ายที่เราโฟกัสคือเป็นกลุ่มของพวกงาน Event เผื่อสามารถไปปูรองนั่งใน Event ใหญ่ๆได้เลย ตัวอย่างงาน Event ที่เราไปผลิตให้ก็คืองาน bangkok design week 2025 ที่เสาชิงช้า เราไปร่วมงานกับ MVRDV บริษัทออกแบบของประเทศเนเธอร์แลนด์ เป็นงานออกแบบที่ใหญ่มาก เราก็ได้รับโจทย์มาว่ามีพื้นที่หน้ากทม.ทำยังไงให้มีความเป็นไทยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ต้องเป็นไทยเพราะว่าตรงนั้นตั้งอยู่หน้าวัดสุทัศน์แล้วต้องการวัสดุปูรองนั่งที่เป็นสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งเสื่อตรากวางตอบโจทย์กับงาน Event นี้ก็เลยได้ร่วมงานกับ MVRDV เป็นเสื่อที่ถือว่าใหญ่ที่สุดในโลกก็ประมาณ 800 ผืนต่อกันประมาณ 800 กว่าตารางเมตร คราวนี้การออกแบบการทำงานค่อนข้างยาก การออกแบบตอนแรกมันไม่สามารถทำได้ ผู้ออกแบบเขาไม่รู้ texture ของเสื่อว่า texture มีข้อจำกัดอะไรเพราะฉะนั้นก็มาหาทางออกกันตรงที่ว่าเมื่อเขาออกแบบมาแล้วก็มาปรับปรุงแก้ไขกัน โดยมีโจทย์ว่าเสื่อทั้งหมด 800 กว่าผืนสุดท้ายต้องถอดแยกประกอบได้และนำไปใช้ประโยชน์ได้ซึ่งตรงนี้ก็เป็นโจทย์ยากแต่เราก็สามารถทำได้ เพราะเราสามารถออกแบบให้มีการถอดประกอบได้ทางเราก็ใช้เวลาออกแบบแล้วก็ปรึกษากันประมาณ 3-4 เดือนก็เป็นงานที่ค่อนข้างภูมิใจเพราะว่าเป็น talk of the town สุดท้ายเสื่อรายการนี้ที่ชื่อว่า Mega mat ได้ไปอยู่ในพิพิธภัณฑ์ที่จีน 2-3 ที่ ย่อเป็นมินิไซส์ลงมา โดยทำเป็นสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม"


"นี่ก็เป็นงานใหญ่อันนึงที่เราโฟกัสรวมทั้งงานดนตรีต่างๆ งานพลุต่างๆ เช่นชิ้นส่วนที่เห็นนี้ก็คือเสื่อที่เหลือมาจาก Mega mat บางส่วนก็ทำเป็นหูหิ้ว บางส่วนก็ทำเป็นกระเป๋า บางส่วนก็ทำเป็นเสื่อบริจาควัดต่อ เป็นส่วนเป็นหนึ่งจากงาน Mega mat ไม่สูญสลายไปยังใช้ได้อีกยาวนาน”
นับเป็นไอเดีย แรงบันดาลใจ คุณูปการของงานสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ที่ไม่เคยหยุดนิ่งโดยแท้จริง
......
Text by : รพีพรรณ สายัณห์ตระกูล
Photo by : รพีพรรณ สายัณห์ตระกูล, FB: เสื่อตรากวาง รักชาติชาติพาณิชย์,
FB: RUK เสื่อรักชาติ, mvrdv.com