เนื่องในโอกาสครบรอบ 28 ปี มูลนิธิดำรงชัยธรรม จัดพิธีทำบุญเลี้ยงพระ พร้อมพิธีมอบเกียรติบัตรแสดงความยินดีกับบัณฑิตทุนที่จบการศึกษา โดยมี คุณไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการมูลนิธิดำรงชัยธรรม เป็นประธานจัดงานพร้อมด้วยกรรมการมูลนิธิฯ ได้แก่ คุณจิราภรณ์ วิญญรัตน์, คุณสุวิมล จึงโชติกะพิศิฐ, และ คุณประภาวดี ธานีรณานนท์ ร่วมงาน
โดยภายในงานมีการจัดนิทรรศการจากชมรมบัณฑิตทุนฯ ที่สานต่อเจตนารมณ์ “ไม่ใช่แค่ให้โตได้ แต่อยากให้โตดี” ด้วยการนำความรู้ความสามารถไปต่อยอดสร้างคุณค่าและส่งต่อโอกาสดีๆ สู่สังคมต่อไป
สำหรับ มูลนิธิดำรงชัยธรรม ได้ริเริ่มโครงการ “ทุนสร้างคน สร้างบัณฑิต” เพื่อมอบโอกาสด้านการศึกษาให้กับเยาวชนไทยที่เรียนดี ประพฤติดี กิจกรรมเด่น แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ซึ่งเป็นทุนการศึกษาต่อเนื่องครบวงจร ครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่มีความจำเป็นต่อการศึกษาและ ดำรงชีพ ได้แก่ ค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา ค่าที่พัก เป็นต้น ซึ่งไม่มีเงื่อนไขว่าจะต้องกลับมาตอบแทนใดๆ มุ่งหวังให้บัณฑิตทุนประสบความสำเร็จทางการศึกษา นำความรู้ไปช่วยเหลือผู้อื่น ดังเจตนารมณ์ที่ว่า “ไม่ใช่แค่ให้โตได้ แต่อยากให้โตดี” โดยมูลนิธิฯได้มอบทุนการศึกษาแล้ว 854 ทุน รวมเป็นจำนวนเงินกว่า 371 ล้านบาท และยังคงเดินหน้าสนับสนุนด้านการศึกษา เพื่อสร้างรากฐานของความยั่งยืนให้กับเยาวชน ซึ่งจะเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต
นางสาว สาวิณี ศรีอุดม นักเรียนทุนรุ่นที่ 22 ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 คณะวิจิตรศิลป์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า “ตลอด 4 ปีที่ผ่านมาที่ได้รับทุนนี้คือรู้สึกภูมิใจและโชคดีมาก เพราะโอกาสที่ได้รับไม่ได้เป็นเพียงทุนการศึกษาที่ทำให้ได้เรียนต่อจนจบเท่านั้น แต่ยังทำให้ได้เรียนรู้ เติบโตและมีวิสัยทัศน์ ที่กว้างขวางมากขึ้นค่ะ และเชื่อว่าโอกาสที่ได้รับนี้ไม่ควรจบลงที่ตนเอง จึงอยากส่งต่อความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่ได้รับเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับผู้อื่นและสังคมต่อไป ขอขอบคุณ คุณไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการมูนิธิฯ และคณะกรรมการทุกท่านที่มอบโอกาส หลังจากนี้จะตั้งใจพัฒนาตัวเอง ให้เป็นคนที่ดี มีคุณภาพ และมีความสามารถ เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับสังคม ตามเจตนารมณ์ของมูลนิธิฯ ที่ว่าไม่ใช่แค่โตได้ แต่อยากให้โตดี ค่ะ”
นายณัฐพนธ์ ศรีสร้อย นักเรียนทุนรุ่นที่ 25 ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 1 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยว่า “สำหรับความรู้สึกตั้งแต่วันแรกที่ได้รับทุน ผมดีใจมากๆ ครับ และความรู้สึกนั้นยังคงอยู่ในใจผมมาจนถึงทุกวันนี้ นอกจากโอกาสทางการศึกษาแล้ว สิ่งที่ผมได้รับจากมูลนิธิคือความอบอุ่นและความผูกพัน ทั้งจากเพื่อนๆ นักเรียนทุนด้วยกัน และพี่ๆบัณฑิตทุน ทำให้ผมรู้สึกว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผมไม่ได้เดินอยู่เพียงลำพังครับ สิ่งหนึ่งที่ผมประทับใจมากคือเจตนารมณ์ของมูลนิธิฯ ผมรู้สึกประทับใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้รู้จัก จนกระทั่งมีโอกาสเข้ามาเป็นนักเรียนทุน และยิ่งได้สัมผัสกับมูลนิธิมากขึ้น ก็ยิ่งรู้สึกว่าแนวคิดนี้สอดคล้องกับชีวิตของผมมากครับ เพราะการได้รับทุนครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการช่วยให้ผม “โตได้” แต่เป็นโอกาสที่ทำให้ผมได้เรียนรู้และเติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพ เพื่อเป็นคนที่สามารถสร้างประโยชน์ให้กับผู้อื่นต่อไปได้ครับ”


