xs
xsm
sm
md
lg

ย้อนรอยไทม์ไลน์เหมืองแร่แก่งกระจาน: จากทุนรุกเขตกันชน สู่จุดเปลี่ยน ทส. ออกโรงเบรก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



โครงการคำขอประทานบัตรทำเหมืองแร่โดโลไมต์ในพื้นที่ป่าต้นน้ำ ตำบลสองพี่น้อง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี โดย บริษัท แก่งกระจานไมน์นิ่ง จำกัด ดำเนินมาถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญหลังจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สาขาเพชรบุรี) ออกหนังสือคัดค้านและแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า "ไม่เห็นด้วยหากจะมีการอนุมัติให้ดำเนินโครงการ"
 
เพื่อให้เห็นภาพรวมและทิศทางของโครงการหลังจากนี้ มาสรุปไทม์ไลน์ความเคลื่อนไหวตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงความคืบหน้าล่าสุด

📌 ไทม์ไลน์สำคัญ: จากปฐมบททุนเหมือง สู่จุดเปลี่ยน ทส. ออกโรงเบรก

•พฤษภาคม 2565 ปักหมุดโรงโม่เขาย้อย (ปลายน้ำ)
o9 พฤษภาคม 2565: จดทะเบียนจัดตั้ง "บริษัท ว.พันเลิศศิลา จำกัด" ด้วยทุนจดทะเบียน 3 ล้านบาท เพื่อดำเนินกิจการโรงโม่หินในพื้นที่ ตำบลสระพัง อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี

•กรกฎาคม 2565 ยื่นขอประทานบัตรแก่งกระจาน (ต้นน้ำ)
o7 กรกฎาคม 2565: จดทะเบียนจัดตั้ง "บริษัท แก่งกระจานไมน์นิ่ง จำกัด" ด้วยทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท
oกรกฎาคม 2565: ยื่นคำขอประทานบัตรแร่โดโลไมต์ (คำขอที่ 1/2565) เนื้อที่เดิมกว่า 540 ไร่ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่ายางน้ำกลัดเหนือและป่ายางน้ำกลัดใต้

•ธันวาคม 2566 จัดเวทีรับฟังความเห็นครั้งแรก (ส่อละเมิดสิทธิ)
oสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบุรี จัดรับฟังความคิดเห็นตามกฎหมายแร่ โดยมีเสียงคัดค้านจากชุมชนในพื้นที่ (หมู่ที่ 4, 7 และ 8 ต.สองพี่น้อง)

•ปี 2567 บีบขอลดพื้นที่เหมืองลงเหลือประมาณ 250 ไร่
oบริษัทฯ ขอลดพื้นที่ประทานบัตรลงเหลือประมาณ 249–250 ไร่ พร้อมอ้างว่าเขยิบระยะห่างออกไปเป็น 2 กิโลเมตร นอกเขตกันชนมรดกโลก ขณะที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ชี้แจงว่าเมื่อลดขนาดพื้นที่ กระบวนการรับฟังความคิดเห็นต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่

•สิงหาคม – กันยายน 2567 ชาวบ้านร้อง กสม. สอบกระบวนการ
o10 กันยายน 2567: ตัวแทนชาวบ้านกลุ่มรักษ์หนองมะค่ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)


• เมษายน 2568 กสม. ฟันธง “ละเมิดสิทธิมนุษยชน”
o 22 เมษายน 2568: กสม. มีมติชี้ขาดว่าการรับฟังความคิดเห็นเมื่อ ธ.ค. 2566 เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน เนื่องจากให้ข้อมูลไม่รอบด้าน พร้อมสั่งให้ กพร. และอุตสาหกรรมจังหวัด "ทบทวนการกำหนดเขตแหล่งแร่ใหม่" และสั่งเสนอแก้ช่องโหว่กฎหมายเรื่องนิยาม "ป่าน้ำซับซึม"

• พฤษภาคม – กรกฎาคม 2568 พิสูจน์ความสมบูรณ์ป่า & นิติสงครามเขาย้อย
o 30 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2568: ชาวบ้านและนักวิทยาศาสตร์จัดสำรวจ "ชีวตะลุมบอน" (BioBlitz) พบสิ่งมีชีวิตในพื้นที่ขอเหมืองถึง 297 ชนิด ยืนยันว่าไม่ใช่ป่าเสื่อมโทรมแต่เป็น "ตู้กับข้าวชุมชน"
o 23 กรกฎาคม 2568: ชาวบ้านเขาย้อยยื่นกรรมาธิการสภาฯ ชี้หลักฐานโรงโม่ในเครือทับซ้อน "ลุ่มน้ำชั้น 1 บี" และเตรียมฟ้องศาลปกครอง

• สิงหาคม – ตุลาคม 2569 เวทีรับฟังความเห็นในการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ซ่อนเงื่อน และมติมหาชน 100%
o สิงหาคม 2569: แม้ กสม. จะสั่งทบทวน แต่บริษัทที่ปรึกษาเดินหน้าแจกเอกสารทำ EIA
o 22 กันยายน 2569: ชาวบ้าน ต.สองพี่น้อง กว่า 200 คน จัดประชาคม ณ วัดหนองปืนแตก มีมติเป็นเอกฉันท์ 100% โหวต "คัดค้านเหมืองแร่"
o 21–28 กันยายน 2569: บริษัทที่ปรึกษาออกหนังสือยกเลิกเวทีรับฟังความคิดเห็น EIA (วันที่ 1 ต.ค. 2569 ) กระทันหัน อ้างเรื่องสวัสดิภาพ จนถูกชาวบ้านกังขาเรื่องการลักไก่ย้ายสถานที่ประชาพิจารณ์
o 3 ตุลาคม 2569: กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ชี้แจงว่าโครงการยังไม่ได้อนุญาต และอยู่ระหว่างกระบวนการรับฟังความเห็นทำ EIA

🔥 ความคืบหน้าล่าสุด: จุดเปลี่ยนสำคัญเมื่อ ทส. ออกโรงเบรก (ตุลาคม 2569)

• 7 ตุลาคม 2569 ถกเครียดคณะกรรมการที่ปรึกษาพื้นที่มรดกโลก (PAC)
o สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี จัดประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน ทั้งในส่วนกรมอุทยานฯ และภาคประชาสังคม
o ที่ประชุมชี้ว่า พื้นที่ขอทำเหมืองยังคงอยู่ใน เขตกันชนระดับ High Priority Support Zone หากปล่อยให้สร้างเหมือง จะละเมิดหลักการ No-go Commitment ของ UNESCO และเสี่ยงทำให้กลุ่มป่าแก่งกระจานถูกลดสถานะไปอยู่ใน "บัญชีมรดกโลกในภาวะอันตราย" (List of World Heritage in Danger) หรือถูกถอดถอนได้

• 14–15 ตุลาคม 2569 ทส. ร่อนหนังสือด่วนที่สุด “ไม่เห็นด้วย” และเสนอ 3 ข้อสำคัญ
o 14 ตุลาคม 2569: สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สาขาเพชรบุรี) ทำหนังสือด่วนที่สุดถึง ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ระบุชัดเจนว่า "ไม่เห็นด้วยหากจะมีการอนุญาตให้ดำเนินโครงการ"
o เปิด 3 ข้อเสนอแนะเชิงรุกจาก ทส.:

1. ชงถอนพื้นที่ออกจากเขตแหล่งแร่: ใช้วาระการรับฟังความคิดเห็นร่างแผนแม่บทบริหารจัดการแร่ ฉบับที่ 3 เสนอกรมทรัพยากรธรณีและคณะกรรมการแร่แห่งชาติ ถอนพื้นที่ดังกล่าวออกจากเขตแหล่งแร่เพื่อการทำเหมือง ตาม พ.ร.บ. แร่ พ.ศ. 2560

2. ยกระดับต้องทำ HIA: หากยังเดินหน้า ต้องบังคับจัดทำ รายงานประเมินผลกระทบต่อแหล่งมรดกโลก (Heritage Impact Assessment: HIA) ตามมาตรฐาน UNESCO ไม่ใช่ใช้เพียงแค่ EIA ทั่วไป

3. ขยายขอบเขต EIA ให้ครอบคลุม: ต้องศึกษาผลกระทบข้ามเขตมาถึงพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานอย่างรอบด้าน ทั้งเรื่องเสียงระเบิด คลื่นสั่นสะเทือน ช้างป่า ฝุ่นมลพิษ และระบบน้ำซับน้ำซึมต้นน้ำเพชรบุรี

จากการยื่นเรื่องขอประทานบัตรตั้งแต่ปี 2565 ที่พยายามเดินหน้าผ่านกระบวนการ EIA ท่ามกลางข้อกังขาเรื่องความโปร่งใส ขณะนี้จุดยืนของฝั่งอนุรักษ์และรัฐบาลด้านทรัพยากรธรรมชาติ (ทส.) ชัดเจนแล้วว่า ไม่เอาเหมืองประชิดมรดกโลก

สมรภูมิหลังจากนี้จึงย้ายจากการรับฟังความเห็นในระดับชุมชน สู่การต่อสู้ในระดับนโยบายบนโต๊ะ คณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) และ คณะกรรมการแร่แห่งชาติ ว่าจะขีดฆ่าพื้นที่นี้ออกจากเขตแหล่งแร่ตามข้อเสนอของ ทส. หรือไม่ รวมถึงหากมีการดึงดันต่อ ชุมชนและเครือข่ายอนุรักษ์ก็คงเดินหน้าคัดค้านเพื่อคุ้มครองผืนป่ามรดกโลกแก่งกระจานต่อไปอย่างถึงที่สุด.