xs
xsm
sm
md
lg

TPBS สู้ แฉกลับ “สตง.” เปิดหนังสือขอคุมเข้มข่าวตึกถล่ม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



หลังสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)นัดสื่อมวลชนแถลงผลตรวจสอบองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย(ไทยพีบีเอส) วันนี้(วันที่ 14 ตุลาคม) เวลา 11.00 น. ขณะที่ไทยพีบีเอส เตรียมชี้แจงเวลา 14.00 น. กรณีสตง.แถลงข่าวผลการตรวจสอบไทยพีบีเอส ความดุเดือดของศึกระหว่าง 2 องค์กรก็เกิดความดุเดือดเลือดพล่านขึ้น
เมื่อทางฝั่งไทยพีบีเอสได้งัดเอกสารเกี่ยวกับการจัดทำรายงานเรื่อง “ตึกสตง.ถล่ม” ออกมาแฉกลับ

หนังสือดังกล่าว สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ทำถึงประธานกรรมการบริหารองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ลงวันที่ 27 มีนาคม 2569 เรื่อง “ขอความอนุเคราะห์ให้กำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชนในสังกัด” ภายหลังรายการ “ตรงประเด็น” นำเสนอข่าวย้อนเหตุการณ์อาคารสำนักงาน สตง.แห่งใหม่ถล่ม ใกล้ครบรอบ 1 ปี
หนังสือระบุว่า ด้วยรายการ “ตรงประเด็น” ที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ Thai PBS ผ่านช่องทาง Facebook live และ Youtube live เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ได้มีการนำเสนอข่าวที่มีเนื้อหาย้อนรอยความทรงจำเหตุการณ์ใกล้ครบรอบ 1 ปี โครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (แห่งใหม่) พังถล่ม

สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเห็นว่า การตั้งคำถามของผู้สื่อข่าวในรายการดังกล่าวอาจมีลักษณะเป็นการชี้นำสังคม ทำให้ประชาชนผู้รับข่าวสารเข้าใจข้อเท็จจริงไปในทางใดทางหนึ่ง แม้ในชั้นนี้อาจจะยังไม่อาจคลี่คลายเกินจากข้อเท็จจริง หรือบิดเบือนจนอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินก็ตาม

จึงขอความอนุเคราะห์มายังท่านเพื่อโปรดกำชับ กำกับดูแล และควบคุมการปฏิบัติงานของผู้สื่อข่าว ผู้ปฏิบัติงานในองค์การ รวมถึงการผลิตและเผยแพร่รายการ ให้มีการติดตามและนำเสนอข้อมูลข่าวสารให้เป็นปัจจุบัน ยึดจรรยาบรรณและจริยธรรมของวิชาชีพในความเป็นกลาง และไม่ควรมีการนำเสนอข่าวในลักษณะที่เป็นการชี้นำประชาชน

ทั้งนี้ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ขอจัดส่ง Infographic เกี่ยวกับความคืบหน้ากรณีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (แห่งใหม่) ที่อยู่ระหว่างก่อสร้างทรุดตัว อันสืบเนื่องมาจากแรงสั่นสะเทือนแผ่นดินไหว รายละเอียดปรากฏตามสิ่งที่ส่งมาด้วย


นอกจากนั้น เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม เพจ Thai PBS News แจ้งว่า องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) เตรียมแถลงข่าวชี้แจงกรณีการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ต่อไทยพีบีเอส ในวันพุธที่ 14 ตุลาคม 2569 เวลา 14.00 น. ณ ไทยพีบีเอส ถนนวิภาวดีรังสิต

ทั้งนี้ การแถลงข่าวดังกล่าวจะถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ช่องหมายเลข 3 และช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ Thai PBS News และ Thai PBS เพื่อให้ประชาชนติดตามรับชมคำชี้แจงได้พร้อมกัน


ขณะที่ทางสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินก็ได้โพสต์ชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องอาคารถล่มเช่นกัน โดยระบุว่า กรณีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินถล่ม ปัจจุบันในส่วนของคดีอาญา พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องผู้เกี่ยวข้องทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล จำนวน 23 ราย ต่อศาลอาญา และคดีอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาของศาล จึงยังไม่มีข้อยุติถึงความรับผิดของบุคคลใด จนกว่ากระบวนการยุติธรรมจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

ทั้งนี้ นับตั้งแต่เกิดเหตุ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบและดำเนินคดีอย่างต่อเนื่อง ทั้งการชี้แจงข้อเท็จจริง การส่งมอบเอกสารและพยานหลักฐานแก่พนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงาน ป.ป.ช. กรมบัญชีกลาง ตลอดจนคณะกรรมการและคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งได้ดำเนินการบอกเลิกสัญญาที่เกี่ยวข้องและดำเนินการเรียกร้องค่าเสียหายตามกระบวนการ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของรัฐ


ด้าน Joey Kanis Thaipbs ซึ่งออกมาต่อสู้เคียงข้างไทยพีบีเอสก็ได้โพสต์เกี่ยวกับคดีตึกถล่มได้ให้ข้อมูลว่า ล่าสุด ศาลเริ่มนัดสืบพยานฝ่ายโจทย์ไปแล้ว หลังจากเรื่องผ่านการสอบสวนของ DSI และผ่านกระบวนการของ ป.ป.ช. มีทั้ง คดีนอมินี บ.ผู้รับเหมาก่อสร้าง คือ ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์เท็น (ประเทศไทย) จำกัด (CREC No.10) มีทุนคนจีนอยู่กับเครือข่ายบริษัทต่าง ๆ และใช้ชื่อคนไทยเข้ามาร่วมเป็นกรรมการ เป็นหุ้นส่วน

อีกสำนวน คือ คดีฮั้วประมูลฯ ผู้ถูกพาดพิง คือ บ.ผู้ควบคุมงาน คือ PKW มีหลักฐาน ปลอมลายมือชื่อ วิศวกร ไม่เป็นไปตาม TOR ทำให้ดำเนินคดีกับบริษัท PKW 6 คน

.DSI ยังได้กล่าวหา เจ้าพนักงานรัฐ 3 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้บริหารองค์กรอิสระ 2. กลุ่มคณะกรรมการ ดำเนินโครงการจ้างออกแบบ จ้างก่อสร้างและจ้างควบคุมงาน ทั้งหมด 10 คณะ และ กลุ่มคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ

มีหลักฐานชิ้นนึง ในการสอบสวน ระบุว่า ปัญหาหลักเรื่องนึงที่เป็นตัวเร่งให้เกิดตึกถล่ม อยู่ที่การควบคุมงาน ซึ่งมีบริษัทยื่นข้อเสนองานควบคุมงานก่อสร้างฯ จำนวน 5 บริษัท ประกอบด้วย
- บมจ.ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์
- บจก.เอทีที คอนซัลแตนท์
• บจก.ทีม คอนสตรัคชั่น แมเนจเมนท์
ในนาม กิจการร่วมค้า PKW
• บจก.พี เอ็น ซิงโครไนซ์
• บจก.ว และสหาย ดีซายน์
• บจก.เคพี คอนซัลแทนส์ แอนด์ แมเนจเมนท์

ลำดับที่ 3.
• บจก.เซ้าท์อิ๊สเอเชียเทคโนโลยี

ลำดับที่ 4.
• บจก.ซีอีแอล เอ็นจิเนียส์
• บจก.อลานา เอ็นจิเนียริ่ง

ลำดับที่ 5.
บจก.สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์
แต่ปรากฏว่ากิจการ่วมค้า PKW (บจก.พี เอ็น ซิงโครไนซ์ + บจก.ว และสหาย ดีซายน์ + บจก.เคพี คอนซัลแทนส์ แอนด์ แมเนจเมนท์ ) เป็นผู้ชนะได้รับงาน การควบคุมการก่อสร้าง

Joey Kanis Thaipbs ระบุด้วยว่า ประเด็นที่น่าสนใจอยู่ตรงที่ สตง.มีหนังสือไปถาม อธิบดีกรมบัญชีกลาง ว่าได้จ้าง ผู้ควบคุมงานก่อสร้าง ตึง สตง.(ก่อนถล่ม) โดยวิธีคัดเลือก วงเงิน 76 ล้านบาท แต่มีประเด็นคือ บ.ผู้ควบคุมงาน บางงบริษัท ในกิจการร่วมค้า (PKW) มีคุณสมบัติไม่ครบถ้วน แต่จะใช้ผลงาน ของ บ.รายอื่น ที่เข้าร่วมเป็นกิจการร่วมค้าได้หรือไม่ ...
และในข้อสุดท้าย (3) สตง. ยังอ้างเหตุผลว่า จำเป็นมาก ๆ ที่ต้องจ้างผู้ควบคุมงาน คู่กับ บริษัทก่อสร้าง ซึ่งได้หาเอาไว้แล้ว จึงขอยกเว้นหรือผ่อนผันไม่ทำตามระเบียบ จัดซื้อจัดจ้าง ของกรมบัญชีกลาง