xs
xsm
sm
md
lg

น้ำท่วม กทม. กรมชลประทาน ทัพหลังสุดแกร่ง อีกหนึ่งหน่วยงาน ที่ร่วมแก้ไข วิกฤตน้ำท่วมกรุง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ผลกระทบจากสถานการณ์ฝนตกแช่ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล จนเกิดอุทกภัย ในหลายเขตพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร ส่งผลความเสียหาย ต่อบ้านเรือนประชาชน ภาคธุรกิจ รวมถึงชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างประเมินค่าไม่ได้ ในช่วงระยะเวลากว่า 2 สัปดาห์ ที่ประชาชนในหลายพื้นที่ต้องตกอยู่ในสถานะผู้ประสบภัย ทั้งอาคารหน่วยงานราชการ ย่านเศรษฐกิจ ชุมชน และหมู่บ้านจัดสรร ต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า การเข้าช่วยเหลือของภาครัฐ นำโดย กรุงเทพมหานคร (สำนักการระบายน้ำ) เข้ามาบริหารจัดการได้ มีการรับเรื่องเพื่อร่วมแก้ปัญหาได้แต่อาจจะไม่ทันต่อการร้องขอ เพราะถูกจำกัดด้วยบุคลากร เครื่องมือ และผู้เชี่ยวชาญในการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำ 
 
“กรมชลประทาน” วันนี้ภายใต้การนำของ นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน คนปัจจุบัน ที่ ชูนโยบาย “การบริหารจัดการน้ำอย่างประณีต” เพื่อเพิ่มน้ำต้นทุนและเตรียมรับมือกับสถานการณ์เอลนีโญที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์อุทกภัยครั้งนี้ มีกลิ่นของการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีของ กรมชลประทานในด้านของการทำงานใกล้ชิดประชาชนมากขึ้นและการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานรัฐได้ดีขึ้น แม้ที่ผ่านมาอาจเห็นการร่วมงานกันระหว่างหน่วยงานมีให้เห็น แต่ในเหตุการณ์ น้ำท่วมกรุงเทพ ปี69 นี้ ดูจะมีความชัดเจนและกระชับมากกว่ากรมชลประทานในอดีตที่ผ่านมา ทำให้กรมชลประทานวันนี้ดูมีความเท่าทันความต้องการของประชาชนได้ดีมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เริ่มตั้งแต่ โครงสร้างลำดับการสั่งการ ที่มีการจัดตั้ง “ศูนย์ประสานงานการบริหารจัดการน้ำในภาวะวิกฤต พ.ศ. 2569” เพื่ออำนวยการเฉพาะกิจในการรับเรื่อง ให้ข้อแนะนำ ประสานงาน การลงพื้นที่ร่วมแก้ไขสถานการณ์น้ำ การจัดหาเครื่องอุปโภคบริโภค การแจ้งเตือน รวมถึงงานด้านสาธารณะที่ดูแล้วจะเป็นอีกที่พึ่งพิงแก่ประชาชนในยามวิกฤติจากน้ำท่วมครั้งนี้ได้อีกหนึ่งหน่วยงาน

นอกเหนือจากนั้นการบริหารจัดการน้ำโดยรอบพื้นที่กรุงเทพมหานคร และการเร่งสูบน้ำออกไปอ่าวไทย เพื่อลดมวลน้ำในพื้นที่กทม. กรมชลประทานภายใต้การอำนวยการของ “ศูนย์ประสานงานการบริหารจัดการน้ำในภาวะวิกฤต พ.ศ. 2569” เพื่อเป็นศูนย์กลางบูรณาการความร่วมมือกับกรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการเร่งระบายน้ำและบรรเทาสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ในครั้งนี้ทำให้เห็นว่า การบริหารงานของหน่วยงานระดับใหญ่นี่ ไม่ฉาบฉวย และมีความคล่องตัวมากขึ้น ในการบริหารงานของอธิบดี “วิทยา แก้วมี” ซึ่งยังคงมีความท้าทายอีกมากมายต่อจากนี้ หลังจากเหตุการณ์อุทกภัยครั้งนี้ หน่วยงานภายใต้
กรมชลประทาน โครงการชลประทานทั่วประเทศ จะมีการบริหารจัดการน้ำอย่างประณีต ได้อย่างไร ? จะรักษาสมดุลการใช้น้ำทุกภาคส่วน ทั้งอุปโภคบริโภค รักษาระบบนิเวศ เกษตรกรรม และอุตสาหกรรม เพื่อให้น้ำชลประทานถูกใช้เกิดประโยชน์ได้แค่ไหน ? มาตรการรองรับฤดูฝนในปีต่อๆไป จะเป็นอย่างไร ? ก็น่าจับตามองไม่น้อย 
 
ทั้งนี้ การรักษาสถานะการร่วมแก้ปัญหาอย่างใกล้ชิดกับประชาชนและร่วมพันทธกิจระหว่างรัฐก็เป็นเรื่องที่ท้าย และต้องบริหารจัดการไปจนถึงระดับบุคล ของบุคลากรภายใต้สีเสื้อสังกัดกรมชลประทาน ก็เป็นความท้าทายหลักของผู้บริหารกรมเช่นกัน