อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายจัดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เครือข่ายสังคมสุขภาวะทางเพศในวัยรุ่นภายใต้แนวคิด "รับรู้ เข้าใจ คุณค่าในตัวเรา"เพื่อถอดบทเรียนจากการนำร่อง “หลักสูตรการส่งเสริมสุขภาวะทางเพศและการเห็นคุณค่าในตนเองของวัยรุ่น” เพื่อปกป้องเยาวชนไทยในยุคดิจิทัล
ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยว่า ในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลเรื่องเพศบนโลกออนไลน์แพร่สะพัดอย่างรวดเร็ว แต่มักแฝงไปด้วยข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ทัศนคติที่ไม่ถูกต้อง และความเสี่ยงต่อการถูกคุกคามทางเพศผ่านเทคโนโลยี การสร้างภูมิคุ้มกันและเสริมทักษะการเรียนรู้เรื่องสุขภาวะทางเพศที่ถูกต้องเหมาะสมตามช่วงวัยจึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ สสส. ต้องเร่งดำเนินการ เพื่อสร้างระบบนิเวศสุขภาวะที่ปลอดภัยผ่านการบูรณาการความร่วมมือในระดับพื้นที่ โดยสนับสนุนโครงการพัฒนารูปแบบและสร้างเครือข่ายสังคมเพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องเพศในเด็กและเยาวชน ได้พัฒนาและนำ “หลักสูตรการส่งเสริมสุขภาวะทางเพศและการเห็นคุณค่าในตนเองของวัยรุ่น” ไปทดลองใช้ในพื้นที่โรงเรียนนำร่อง 9 แห่ง ใน 6 จังหวัดทั่วประเทศ (จ.นครพนม จ.ขอนแก่นจ.อุดรธานี จ.สกลนคร จ.สระแก้วและจ.นครศรีธรรมราช) โดยมีครูแกนนำ 50 คน นำไปใช้กับเยาวชนที่ร่วมเรียนรู้ตลอดหลักสูตรกว่า 900 คน
“หลักสูตรนี้ มุ่งเน้นการเสริมสร้างความรู้ ทัศนคติ ค่านิยมที่เหมาะสม และการตระหนักรู้ในคุณค่าของตนเอง ควบคู่ไปกับทักษะชีวิตที่สำคัญ เช่น ทักษะการสื่อสาร การเจรจาต่อรอง และการจัดการอารมณ์ ฯลฯ เพื่อนำไปสู่การลดสถานการณ์เสี่ยงภัย พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ และการสื่อสารเรื่องเพศอย่างสร้างสรรค์ในระยะยาว สิ่งนี้มีความจำเป็นอย่างมาก เนื่องจากปัจจุบันไทยมีผู้ติดเชื้อเอชไอวี 557,993 คน และคาดว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ในปี 2569 ประมาณ 7,991 คน สิ่งที่น่ากังวลคือ ผู้ติดเชื้อรายใหม่กว่าครึ่งเป็นเยาวชนอายุ 15-24 ปี และพบโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะซิฟิลิส ซึ่งอาจแพร่เชื้อโดยไม่แสดงอาการในระยะแรก หากไม่ได้รับการตรวจและรักษาอย่างเหมาะสม จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว” ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าว
ศ.นพ.อรรณพ ใจสำราญ นายกสมาคมอนามัยเจริญพันธุ์ (ไทย) กล่าวเสริมว่า ตามที่ประเด็นการตั้งครรภ์ไม่พร้อมและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ยังคงเป็นปัญหาสำคัญในประเทศไทย สมาคมอนามัยเจริญพันธุ์ (ไทย) จึงยังคงให้ความสำคัญตั้งแต่ในระดับการขับเคลื่อนองค์ความรู้ ด้วยการเผยแพร่ความรู้ที่ถูกต้องและทันสมัยเกี่ยวกับอนามัยการเจริญพันธุ์สู่ประชาชนและคนรุ่นใหม่ ให้เกิดการปรับเปลี่ยนค่านิยมสังคมและเท่าทันต่อบริบทสังคม เพื่อป้องกันปัญหาการตั้งครรภ์โดยไม่ตั้งใจในวัยรุ่น และยับยั้งการแพร่โรคติดต่อ โดยมีการร่วมมือทางวิชาการร่วมกับหน่วยงานหลัก เพื่อพัฒนามาตรฐานบริการสุขภาพและการศึกษาต่อเนื่อง รวมถึงการสนับสนุนการขับเคลื่อนงานในระดับฐานรากของสังคม
“ที่ผ่านมามีการพัฒนาหลักสูตรการส่งเสริมสุขภาวะทางเพศและการเห็นคุณค่าในตนเองของวัยรุ่นซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่เหมาะสม เพราะเป็นกลุ่มที่มีผู้ติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์รายใหม่สูงที่สุด ให้มีความรู้และทักษะที่จำเป็น ในการดูแลและป้องกันตนเองจากสถานการณ์เสี่ยงต่างๆ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้นเหตุในระดับบุคคล ทั้งเป็นการเชื่อมโยงการขยายความร่วมมือด้านการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จากภาคสาธารณสุขไปสู่ภาคการศึกษา โดยตั้งเป้าให้วัยรุ่นเป็นกลุ่มเป้าหมายร่วม ที่ผู้เชี่ยวชาญจากภาคสาธารณสุขทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนความรู้ในฐานะเครื่องมือ ในขณะที่ครูแกนนำและอาสาสมัครในพื้นที่ทำหน้าที่เผยแพร่ความรู้และให้คำปรึกษาในฐานะภาคปฏิบัติ” ศ.นพ.อรรณพกล่าว
ด้าน นายวรวุฒิ หลักชัย ครูโรงเรียนเทศบาล 3 บ้านเหล่า จ.อุดรธานี กล่าวว่า หลักสูตรฯ นี้ถือเป็นรูปแบบการเรียนรู้ทางเลือกที่ดีสำหรับเยาวชน มีการสอนโดยผู้เชี่ยวชาญ มีเนื้อหาที่ละเอียด ครอบคลุม และเท่าทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน เป็นเครื่องมือช่วยสอนที่มีประสิทธิภาพให้กับครูแกนนำในพื้นที่สามารถนำไปใช้ต่อยอดและจัดกระบวนการให้กับเยาวชนเหมาะสมกับช่วงวัยได้ เปิดโอกาสให้ครูร่วมวิเคราะห์บทเรียนกับนักเรียน เปลี่ยนให้เรื่องเพศเป็นเรื่องที่เยาวชนสามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนอย่างสร้างสรรค์ ขณะที่นักเรียนสามารถนำความรู้ที่ได้ไปขยายผลต่อยอดให้กับครอบครัว โรงเรียน และชุมชน เกิดความตระหนักรู้และช่วยสร้างระบบนิเวศสุขภาวะทางเพศที่ยั่งยืนด้วยตัวเอง
“โรงเรียนได้เข้าร่วมกับโครงการฯ ในฐานะพื้นที่นำร่อง ถือว่าประสบความสำเร็จ นักเรียนมีความสนใจและได้รับความรู้ ส่งผลให้ในปีหน้า โรงเรียนพร้อมเดินหน้ายกระดับสู่การบูรณาการแบบองค์รวม โดยเตรียมพัฒนาแผนความร่วมมือร่วมกับหน่วยงานด้านสุขภาพ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อร่วมกันถ่ายทอดความรู้และเชื่อมโยงระบบอย่างครบวงจร ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนหลักสูตรฯ เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่เด็กและเยาวชนอย่างยั่งยืน” นายวรวุฒิ กล่าว
ผศ.ดร.จิตราภรณ์ บุญถนอม ผู้อำนวยการสำนักประกันคุณภาพการศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหงกล่าวว่า ในยุคดิจิทัลมหาวิทยาลัยมีความจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีเพื่อประยุกต์รูปแบบการเรียนการสอนให้เป็นสื่อการเรียนการสอนแบบทางไกล โดยหลักสูตรสร้างเสริมสุขภาวะทางเพศและการเห็นคุณค่าในตนเองของวัยรุ่น มีการเรียบเรียงเนื้อหาที่ง่ายต่อการสร้างความเข้าใจต่อกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ พัฒนาการด้านร่างกาย จิตใจ ความหลากหลายทางเพศ ป้องกันการตั้งครรภ์และโรคติดต่อ ภัยจากสิ่งเสพติด ทักษะการจัดการปัญหา และการเห็นคุณค่าในตนเอง
เห็นได้จากผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบก่อนและหลังเรียนพบว่า กลุ่มตัวอย่างวัยรุ่นมีคะแนนเฉลี่ยความรู้เรื่องโรคเอดส์ สุขภาวะทางเพศ สารเสพติด บุหรี่ไฟฟ้า และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพิ่มขึ้นจาก 23.11 คะแนน เป็น 28.1 คะแนน ซึ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นอกจากนี้ ในส่วนของความคิดเห็น พฤติกรรม ทักษะการเจรจาต่อรอง และการรับรู้ความสามารถของตนเอง มีค่าคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 0.17 คะแนน สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของกระบวนการเรียนรู้ในการพัฒนาทั้งด้านความรู้และทักษะชีวิตของกลุ่มเป้าหมาย


