เปิด 10 รายชื่อพนักงานและลูกจ้างไทยพีบีเอส ถูก สตง.สั่งสอบวินัย พร้อมกับ ผอ.หลังพบข้อบกพร่อง จ้างผลิตรายการแบบเฉพาะเจาะจง จ่ายค่าตอบแทนพิธีกร-แขกรับเชิญโดยไม่มีหลักเกณฑ์ พร้อมให้ชดใช้ความเสียหาย 85.22 ล้าน ด้านรอง ผบ.ส.ส.ท.แถลงข่าวยัน ยังไม่ใช่คำสั่งลงโทษตามกฎหมาย เป็นเพียงการแจ้งข้อบกพร่องและเสนอแนะ
วันนี้ (8 ต.ค.) มีรายงานความคืบหน้าการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ “ไทยพีบีเอส” โดยสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ในช่วงปีงบประมาณ 2565-2568 รวมวงเงิน 5,094.56 ล้านบาท เพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพการใช้จ่ายด้านการผลิต จัดหา และเผยแพร่รายการ
ล่าสุด สตง.ได้ส่งหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบ 2 ฉบับ กรณีการจ้างผลิตรายการ และการจ่ายค่าตอบแทนพิธีกร ผู้ดำเนินรายการ แขกรับเชิญ และผู้ร่วมรายการ โดยพบข้อบกพร่องจากการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประเด็นวินัยการเงินการคลังของรัฐ
ประเด็นสำคัญคือ สตง.มีคำสั่งให้ไทยพีบีเอสดำเนินการทางวินัยกับพนักงานและลูกจ้างรวม 10 ราย แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้
กลุ่มที่ 1 จำนวน 3 ราย กรณีดำเนินการจ้างผลิตรายการโดยวิธีเฉพาะเจาะจงไม่เป็นไปตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ได้แก่
1.นายอดุลย์ พรชุมพล ผู้อำนวยการสำนักบริหาร
2.นายฑีฆา ธรรมกิจ ผู้จัดการฝ่ายพัสดุและจัดหารายการ
3.นางสาวภิญญา ภัทราวุธ เจ้าหน้าที่พัสดุ
กลุ่มที่ 2 จำนวน 7 ราย กรณีอนุมัติจ่ายค่าตอบแทนพิธีกร ผู้ดำเนินรายการ แขกรับเชิญ และผู้ร่วมรายการ โดยไม่มีระเบียบ หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และอัตราการจ่ายกำหนดไว้ ได้แก่
1.นายสมชัย พุทธจันทรา รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท.
2.นายคริษ อรรคราช ผู้อำนวยการสำนักสร้างสรรค์เนื้อหา
3.นางสาวณาตยา แวววีรคุปต์ ผู้อำนวยการศูนย์สื่อสารวาระทางสังคมและนโยบายสาธารณะ
4.นางสุชาดา ภู่ทองคำ ผู้อำนวยการศูนย์สื่อสาธารณะเพื่อเด็กและการเรียนรู้
5.นายก่อเขต จันทเลิศลักษณ์ ผู้อำนวยการสำนักข่าว
6.นางสาวจิตติมา บ้านสร้าง ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักข่าว ด้านบริหาร
7.นายวราวุธ ศรีสุรา ผู้อำนวยการศูนย์การเงิน
นอกจากนี้ สตง.ยังแจ้งให้ประธานกรรมการนโยบาย ส.ส.ท.ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจกับ นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ใน 3 กรณี ได้แก่ การจ้างผลิตรายการโดยวิธีเฉพาะเจาะจงที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย การไม่ดำเนินการให้มีระเบียบกำหนดหลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทน และการอนุมัติจ่ายค่าตอบแทนทั้งที่ยังไม่มีระเบียบกำหนด
พร้อมกันนี้ สตง.ให้ดำเนินการเรียก ค่าเสียหายรวม 85,222,935.65 บาท แบ่งเป็นความเสียหายจากการจ้างผลิตรายการโดยวิธีเฉพาะเจาะจงในปีงบประมาณ 2566-2568 จำนวน 15,840,000 บาท และความเสียหายจากการจ่ายค่าตอบแทนพิธีกร ผู้ดำเนินรายการ แขกรับเชิญ และผู้ร่วมรายการ ในปีงบประมาณ 2568 จำนวน 69,382,935.65 บาท
สตง.กำหนดให้ไทยพีบีเอสเร่งเริ่มดำเนินการภายใน 60 วัน และแจ้งความคืบหน้าต่อ สตง.ทุก 60 วัน จนกว่ากระบวนการจะแล้วเสร็จ โดยส่วนการดำเนินการทางวินัยกับพนักงานและลูกจ้างทั้ง 10 ราย ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 240 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบ
ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามผลการตรวจสอบของ สตง. โดยผู้ถูกกล่าวหายังมีสิทธิชี้แจงข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกระบวนการที่เกี่ยวข้องต่อไป
ด้านนายพิเศษ จียาศักดิ์ รองผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะ (ส.ส.ท.) ได้เปิดแถลงข่าวที่ไทยพีบีเอส ว่า กรณีข่าว สตง.มีคำสั่งชี้มูลความผิดและสั่งให้ผู้อำนวยการและพนักงาน ส.ส.ท. รวม 10 ราย และให้ชดใช้เงิน 85.22 ล้านบาทนั้น ส.ส.ท.ยังไม่ได้รับหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการจาก สตง. โดยข้อมูลการตรวจสอบดังกล่าว ยังอยู่ระหว่างกระบวนการระหว่างหน่วยตรวจสอบกับหน่วยรับตรวจ การนำข้อมูลไปเผยแพร่ก่อนที่ ส.ส.ท.จะได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการ อาจทำให้สังคมเข้าใจว่า หน่วยงานหรือบุคลากรมีความผิดแล้ว ทั้งที่กระบวนการตรวจสอบยังไม่สิ้นสุด และผู้ถูกตรวจสอบยังไม่มีโอกาสชี้แจงข้อเท็จจริง
นายพิเศษ กล่าวถึงกระบวนการตรวจสอบของ สตง. ว่า เป็นการตรวจสอบเพื่อแจ้งข้อบกพร่อง และให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงแก้ไข ไม่ใช่คำพิพากษาหรือคำสั่งลงโทษทางกฎหมายที่ถึงที่สุด หาก ส.ส.ท.ไม่เห็นด้วยกับข้อสังเกตหรือข้อเสนอแนะ ย่อมมีสิทธิชี้แจงข้อเท็จจริง และใช้สิทธิตามขั้นตอนของกฎหมาย
นายพิเศษ กล่าวอีกว่า หาก ส.ส.ท.ได้รับหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ จะพิจารณาชี้แจงข้อเท็จจริงและใช้สิทธิตามกระบวนการทางกฎหมาย พร้อมยืนยันว่าการดำเนินงานที่ผ่านมาเป็นไปโดยเปิดเผย ไม่มีการทุจริตหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อ ส.ส.ท. และหากมีข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ก็พร้อมนำมาปรับปรุงองค์กร
อ่านรายละเอียดข่าว >> การแถลงของรอง ผอ.ส.ส.ท.


