xs
xsm
sm
md
lg

กต.โต้ “ฮุน มาเนต” อ้างมั่วสหรัฐฯ กดดันไทยหยุดรุกล้ำชายแดน ยันหารือจริงไร้ประเด็นนี้ จี้หยุดเบือนเพื่อผลการเมืองภายใน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กระทรวงการต่างประเทศโต้ “ฮุน มาเนต” อ้างสหรัฐฯ เรียกร้องไทยยุติการกระทำเพิ่มความตึงเครียด-รุกล้ำดินแดนกัมพูชา ไม่เป็นความจริง ยืนยันผลหารือระดับสูงไทย-สหรัฐฯ ไม่เคยคุยประเด็นนี้ จี้นายกฯ กัมพูชาหยุดบิดเบือนเพื่อผลการเมืองภายใน แต่ทำลายบรรยากาศการแก้ปัญหาร่วมกัน

จากกรณีที่นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ได้กล่าวอ้างว่ากระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้เรียกร้องให้ไทยห้ยุติการกระทำที่อาจเพิ่มความตึงเครียดหรือการกระทำที่เกี่ยวข้องกับการรุกล้ำดินแดนบริเวณชายแดนกัมพูชา-ไทย รวมถึงกัมพูชาเรียกร้องให้มีการจัดการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) นั้น

กระทรวงการต่างประเทศของไทย ได้แถลงว่า ในห้วงที่ผ่านมา ผลการหารือระหว่างผู้แทนระดับสูงของไทยกับสหรัฐฯ โดยเฉพาะการพบหารือระหว่างรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ รวมถึงการหารือระหว่างรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ที่นครนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 และการหารือครั้งล่าสุดกับเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 ไม่ได้มีลักษณะตามรายงานข่าวดังกล่าว

ทั้งนี้ กรณีข้างต้นเป็นอีกครั้งหนึ่งที่สะท้อนถึงความพยายามของกัมพูชาที่มักบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อประโยชน์ทางการเมืองภายในเป็นประจำ ซึ่งไม่เป็นประโยชน์ต่อการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ และบั่นทอนบรรยากาศความพยายามแก้ไขปัญหาร่วมกัน

ไทยยึดมั่นในการแก้ไขปัญหากับกัมพูชาโดยสันติผ่านการพูดคุยหารือและกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ และที่ผ่านมา ฝ่ายไทยเคารพและปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) ระหว่างไทย-กัมพูชา เมื่อเดือนธันวาคม 2568 อย่างเคร่งครัด ส่วนการประชุม JBC ซึ่งเป็นเรื่องทางเทคนิค จะสามารถเดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อบรรยากาศในความสัมพันธ์เอื้ออำนวย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์พื้นที่ชายแดนจะต้องมีความมั่นคงและปลอดภัย ซึ่งรวมถึงความปลอดภัยจากทุ่นระเบิดและภัยจากขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทางเทคนิคสามารถปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัย

ในการนี้ ไทยเรียกร้องให้กัมพูชายุติการยั่วยุในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงในเวทีระหว่างประเทศและการสร้างข่าวที่ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและไม่สร้างสรรค์ เพื่อเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและร่วมกันแก้ไขปัญหาโดยสันติอย่างยั่งยืน