xs
xsm
sm
md
lg

‘ดร.สามารถ’ จี้ กทม. เคลียร์ปัญหาน้ำท่วม ชี้แก้มลิงฝั่งตะวันออกยังไม่พอ เร่งหาพื้นที่รับน้ำเพิ่ม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ดร.สามารถ” จี้ กทม. เปิดข้อมูล “แก้มลิง” ฝั่งตะวันออก รองรับน้ำได้ครบเป้า 13 ล้าน ลบ.ม. แล้วหรือยัง หลังตัวเลขล่าสุดรวมทั้งกรุงเทพฯ ยังไม่ตอบโจทย์พื้นที่เสี่ยง ย้ำอุโมงค์ระบายน้ำใช้แทนพื้นที่พักน้ำไม่ได้ ต้องทำงานควบคู่กัน พร้อมทวงแผนจัดหาพื้นที่รับน้ำทดแทนโครงการเดิมที่ไม่เกิดขึ้น

วันนี้ (7 ต.ค.) ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านทางโซเชียลมีเดียตั้งคำถามถึงแนวทางการจัดการปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยชี้ให้เห็นว่าคำถามสำคัญที่สุดในขณะนี้ ไม่ใช่เพียงเรื่องปริมาณฝนที่ตกหนัก แต่คือกรุงเทพฯ มีพื้นที่พักน้ำหรือ “แก้มลิง” เพียงพอแล้วหรือยัง โดยเฉพาะพื้นที่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ที่ กทม. รับรู้มาโดยตลอดว่ามีความต้องการพื้นที่พักน้ำส่วนเกินสูงถึงประมาณ 13 ล้าน cubic meter (ลบ.ม.) ยามเกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง 3 ชั่วโมง 

สำหรับแนวทาง “แก้มลิง” นั้น เป็นแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่พระราชทานไว้เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2538 หลังเกิดปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ ครั้งใหญ่ โดยมีหลักการสำคัญคือการจัดหา “ที่ให้น้ำอยู่” ชั่วคราว เพื่อรองรับน้ำส่วนเกินในยามที่ระบบระบายน้ำและแม่น้ำคลองยังไม่สามารถระบายออกได้ทัน ก่อนจะค่อยๆ ปล่อยน้ำออกเมื่อระดับน้ำลดลง ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการป้องกันน้ำท่วมเมืองหลวง 

ดร.สามารถ ได้ย้อนวิเคราะห์ตัวเลขพื้นที่แก้มลิงของ กทม. ในช่วงที่ผ่านมา โดยระบุว่าในปี 2552 กทม. มีแก้มลิงรวม 21 แห่ง ความจุราว 12.75 ล้าน ลบ.ม. แต่เป็นตัวเลขรวมทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก ต่อมาในเดือนมกราคม 2566 ข้อมูลระบุว่าฝั่งตะวันออกมีแก้มลิง 33 แห่ง ความจุราว 7.66 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งยังคงขาดอีกประมาณ 5.34 ล้าน ลบ.ม. จึงจะครบตามเป้าหมาย 13 ล้าน ลบ.ม. อีกทั้งแผนการสร้างบึงรับน้ำฝั่งตะวันออกอีก 6 แห่ง ความจุรวม 5.77 ล้าน ลบ.ม. หลังปี 2554 เช่น คลองลำหม้อแตก คลองพระยาสุเรนทร์ และคลองคู้บอน ก็ไม่ได้เกิดขึ้นตามแผนเดิม ขณะที่รายงานล่าสุด ณ เดือนกันยายน 2569 กทม. ระบุว่ามีแก้มลิงรวม 38 แห่ง ความจุ 13.71 ล้าน ลบ.ม. แต่ตัวเลขนี้เป็นความจุรวมทั้งกรุงเทพฯ ไม่ใช่เฉพาะฝั่งตะวันออก ทำให้ยังไม่ชัดเจนว่าฝั่งตะวันออกในปัจจุบันมีแก้มลิงอยู่เท่าไรกันแน่ 

นอกจากนี้ ยังได้ชี้แจงถึงความเข้าใจผิดเรื่องการใช้อุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่ทดแทนแก้มลิง โดยยืนยันว่าทั้งสองส่วนทำหน้าที่ต่างกันและต้องทำงานร่วมกัน โดยแก้มลิงทำหน้าที่ “พักน้ำ” เพื่อชะลอความรุนแรง ไม่ให้น้ำทะลักเข้าท่วมพื้นที่ ส่วนอุโมงค์ระบายน้ำที่มีอยู่ 5 แห่ง ทำหน้าที่เป็น “ทางด่วนน้ำ” เพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งหากน้ำจากต้นทางไม่สามารถไหลผ่านท่อ คลอง หรือสถานีสูบน้ำเข้าสู่อุโมงค์ได้ทัน อุโมงค์ขนาดใหญ่ก็จะไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ 

ท้ายที่สุด ดร.สามารถ ได้เรียกร้องให้ กทม. เปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส และประกาศให้ชัดเจนว่า ปัจจุบันพื้นที่ฝั่งตะวันออกมีแก้มลิงอยู่กี่แห่ง มีความจุรวมเท่าไร และยังคงขาดอีกเท่าไรจากเป้าหมาย 13 ล้าน ลบ.ม. รวมถึงจะจัดหาพื้นที่ใดเข้ามาทดแทนโครงการเดิมที่ไม่ได้เกิดขึ้น เนื่องจากฝนมีแนวโน้มตกหนักขึ้นเรื่อยๆ แต่พื้นที่เมืองไม่ได้เพิ่มขึ้น การเร่งหาพื้นที่รับน้ำส่วนเกินให้เพียงพอจึงเป็นหัวใจสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ อย่างยั่งยืน