“อรรถวิชช์” เลิกหวัง "ชัชชาติ" หลังเรียกร้องนำ "บึงคู้บอน" กลับเข้าผังเมือง แต่กลับเอาไปปนกับ "บึงบางชัน" แล้วอ้างใช้งบสูง 11,000 ล้านบาท ทั้งที่บึงคู้บอนเป็นที่ตาบอด ยังไม่สร้างบ้าน ราคายังไม่สูง ถือว่าเป็นการปฏิเสธ ดังนั้นจึงขอ "อนุทิน" ในฐานะ รมว.มหาดไทย เป็นผู้ชี้ขาด ลั่น เป็นความหวังเดียวที่ทำได้
วันที่ 6 ต.ค. นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ แถลงถึงกรณีทวงบึงรับน้ำคู้บอนซึ่งเป็นแก้มลิงหลังคันกั้นน้ำตามแนวพระราชดำริ ว่า 5 วันผ่านไป เสียงตอบรับจากรุงเทพมหานคร บอกว่าใช้งบประมาณสูงเกินไปถึง 11,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการปฏิเสธ
งบ 11,000 ล้านบาทนั้น เป็นตัวเลขที่ไม่เป็นความจริง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นำบึงรับน้ำคู้บอนไปปนกับบึงบางชัน ซึ่งเป็นที่ดินติดถนนและมีรถไฟฟ้า การเวนคืนจะแพงมาก
ในขณะที่บึงคู้บอนเป็นที่ตาบอด 130 ไร่ รถสามารถเข้าได้ทางเดียว คือทางหมู่บ้านเสนา ปัจจุบันที่ดินยังราคาถูก ตอนนี้ถมดินแล้วแต่ยังไม่ปลูกบ้าน มันยังเอากลับมาได้ การเอาไปใส่ในพระราชบัญญัติผังเมือง มันทำให้ที่ดินแปลงนี้ราคาไม่ขึ้นสูง
ทั้งนี้ บึงคู้บอนเป็นบึงที่ใหญ่ที่สุด สำคัญที่สุดในกรุงเทพฯ ตะวันออก สามารถรองรับน้ำได้ถึง 870,000 ลูกบาศก์เมตร แล้วผู้ว่าฯ กทม. ไม่ได้เอาใส่เข้ามาในผังเมือง กทม. ที่ปรับปรุงครั้งที่ 4 ซึ่งจะต้องสิ้นสุดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นวันที่ 9 พ.ย. นี้
"5 วันผ่านไปแล้ว ผู้ว่าปฏิเสธผมอย่างชัดเจน ผมขอเสนอนายกรัฐมนตรี อนุทิน ในฐานะท่านเป็นรัฐมนตรีมหาดไทย ซึ่งกำกับดูแลกรมโยธาธิการและผังเมืองโดยตรง ให้ท่านนายกฯ เป็นผู้จัดการชี้ขาด
และในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล 2 เสียง แม้ว่าผมไม่ได้ร่วมในคณะรัฐมนตรี แต่ผมยกมือให้ท่านนายกฯ ผมอยากเห็นคนที่ผมไว้ใจเป็นผู้ชี้ขาด แต่ผมไม่เชื่อชัชชาติแล้ว
หวังว่าท่านนายกฯ จะน้อมนำแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 เรื่องการพัฒนาแก้มลิงต่าง ๆ ให้นำมาใช้ และนำเรื่องนี้กลับเข้าไปในผังเมือง ท่านเป็นความหวังเดียวที่ทำได้ " นายอรรถวิชช์ กล่าว


