xs
xsm
sm
md
lg

ล้วงลึกการบินไทย EP1. : “เอาต์ซอร์ส” รวยไม่ไหวแล้ว พ่วง “บอร์ดไร้กึ๋น” ส่อลากบินไทยวิกฤต(อีกแล้วครับท่าน)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ชำแหละวิกฤตการบินไทยกระเป๋าตกค้าง! เปิดเส้นทางเงิน "วิงสแปน เซอร์วิสเซส" บริษัทลูกทุน 2 ล้าน ฟันรายได้พันล้าน แฉ ผอ.จัดซื้อสวมหมวกสองใบ นั่งบอร์ดบริษัทรับจ้าง พร้อมเปิดรายชื่อ 15 บอร์ดข้าราชการ ไร้กึ๋นสายการบิน ส่อลากองค์กรซ้ำรอยแผนฟื้นฟูฯ

วิกฤตกระเป๋าตกค้างนับหมื่นใบและเที่ยวบินดีเลย์ระนาวของการบินไทย แท้จริงแล้วคืออาการ “ฝีแตก” ของระบบเอาต์ซอร์สที่ถูกซุกไว้ใต้พรมตั้งแต่ยุคฟื้นฟูกิจการเพื่อลดต้นทุนและปลดพนักงานนับหมื่น โดยหันมาพึ่งพาแรงงานผ่านบริษัทลูกอย่าง “วิงสแปน เซอร์วิสเซส” 
 
ทว่า เมื่อผ่าเส้นทางเงิน “วิงสแปนฯ” จะเห็นบริษัทเอาต์ซอร์สแห่งนี้ “เบ่งบานอ้วนพี” จนต้องร้อง “เอ๊ะ”

ชำแหละขุมข่าย “วิงสแปน-PACCO”



วิงสแปน จดทะเบียนด้วยทุนอันน้อยนิดเพียง 2 ล้านบาท แต่กลับกวาดรายได้จากการเป็นคู่สัญญาให้บริการแรงงานกับการบินไทยในระดับ "พันล้านบาทต่อปี" แถมโครงสร้างผู้ถือหุ้นไขว้กันไปมาอย่างมีนัยสำคัญ

• โครงสร้างผู้ถือหุ้นวิงสแปน: บริษัท ครัวการบินภูเก็ต จำกัด (PACCO) ถือหุ้นใหญ่สุด 51% (หุ้นบุริมสิทธิ์), การบินไทยถือ 49% (หุ้นสามัญ) และนายชาย เอี่ยมศิริ อดีตดีดี ถือไว้ 1 หุ้น (0.00%) เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายบริษัทจำกัด

• โครงสร้างผู้ถือหุ้น PACCO: มีทุนจดทะเบียน 130 ล้านบาท โดยการบินไทยถือหุ้น 30% ที่เหลือเป็นของตระกูลดังในภูเก็ตอย่างตระกูล ณ ระนอง และกลุ่มทุนท้องถิ่น
• กำไรพุ่งกระฉูด:งบการเงินปี 2568 ของวิงสแปน มีรายได้รวมทะลุ 1,501 ล้านบาท ฟันกำไรสุทธิไปถึง 70.15 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นกำไรสูงสุดในรอบ 5 ปี (เทียบกับปี 2567 ที่มีกำไรเพียง 3 แสนกว่าบาท)


ตะลึง! "หมวกสองใบ" ผอ.จัดซื้อ นั่งแท่นบอร์ดบริษัทรับจ้าง

เมื่อกางรายชื่อคณะกรรมการบริษัท วิงสแปน และ PACCO ก็เกิดคำถามว่า นี่คือการจัดสรรเก้าอี้ให้ "คนในการบินไทย" ทั้งในอดีตและปัจจุบันหรือไม่ อย่างไร

• บอร์ดวิงสแปน 7 คน: ประกอบด้วย นางจันทริกา โชติกเสถียร, นายนพดล เตี้ยบำรุงญาติ, นายพนมนันทน์ สมิตานนท์, นายศักดิ์สิทธิ์ มะสะพันธุ์, นางศิราภรณ์ รัตนเศรษฐ, นายสมิทธิ พิรุณสาร และนายอรรถกฤต วานิชชินชัย ซึ่งส่วนใหญ่คือผู้บริหารระดับสูงสาย HR, ปฏิบัติการ, และคลังสินค้าของการบินไทย

• จุดสำคัญที่ต้องขีดเส้นใต้สองเส้นก็คือการที่ นางศิราภรณ์ รัตนเศรษฐ ซึ่งนั่งเป็นกรรมการบริษัท วิงสแปน สวมหมวกอีกใบในตำแหน่ง "ผู้อำนวยการฝ่ายจัดซื้อ" ของการบินไทย

• PACCO ศูนย์รวมบิ๊กเก่า: บอร์ด PACCO เต็มไปด้วยอดีตผู้บริหารระดับสูงที่เกษียณหรือย้ายฝั่งไป อาทิ นายโชคชัย ปัญญายงค์ (อดีตรักษาการดีดี), นางวรางคณา ลือโรจน์วงศ์ (ผู้บริหารสายครัวการบิน), นายดุษดี ระหงษ์ (อดีต ผอ.ใหญ่ฝ่ายบริการภาคพื้น) รวมถึงนายมนต์ชัย ตะโหนด และตัวแทนจากตระกูล ณ ระนอง


แผลเอาต์ซอร์ส ส่อลาม "ฝ่ายช่าง-ครัวการบิน"

วิกฤตกระเป๋าตกค้างที่ปะทุขึ้น เป็นเพียง “หนังตัวอย่าง” เพราะนโยบายลดคนแล้วใช้เอาต์ซอร์ส กำลังเป็นระเบิดเวลาที่รอวันปะทุในส่วนอื่น อาทิ

• ฝ่ายช่าง (Maintenance): ลดคนจาก 30,000 เหลือ 17,000 คน แม้วิศวกรหลักจะเป็นพนักงานประจำ แต่งานซ่อมบำรุงขั้นพื้นฐาน (Line Maintenance) และช่างสนับสนุน ถูกผลักไปให้วิงสแปนจัดหาแรงงานสัญญาจ้าง หากช่างกลุ่มนี้ทิ้งงานเพราะค่าแรงไม่จูงใจ เครื่องบินดีเลย์สะสม หรือเกิดข้อบกพร่องด้านความปลอดภัย จะกระทบความเชื่อมั่นขององค์การการบินพลเรือนสากล (ICAO) ทันที

• ครัวการบิน (Catering): งานจัดเตรียมและขนส่งอาหารขึ้นเครื่องถูกจ้างช่วงเช่นกัน หากระบบภาคพื้นติดขัด สภาพจะซ้ำรอยกระเป๋าตกค้าง คือเครื่องบินออกไม่ได้เพราะอาหารยังไม่ขึ้นเครื่อง

บอร์ดบินไทย: ข้าราชการยึด ขาดแคลนมืออาชีพ


คำถามมีอยู่ว่า ความพิสดารของระบบปฏิบัติการหน้างานระดับนี้ หลุดรอดการประเมินความเสี่ยงมาได้อย่างไร?

คำตอบอาจอยู่ในรายชื่อ "คณะกรรมการบริษัท (บอร์ด)" ชุดปัจจุบันที่ตั้งมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 ซึ่งเมื่อกางรายชื่อทั้ง 15 คนออกมา จะพบความจริงที่ว่า บอร์ดที่กุมชะตาสายการบินแห่งชาติ กลับถูกครอบงำโดยข้าราชการประจำ ทหาร และตำรวจ มากกว่าผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจการบิน


ทั้งนี้ บอร์ดการบินไทย มี “นายลวรณ แสงสนิท” ปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานบอร์ด

ส่วนกรรมการประกอบด้วย นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ นายรพี สุจริตกุล นายญนน์ โภคทรัพย์ นายสัมฤทธิ์ สำเนียง นางชาริตา ลีลายุทธ กรรมการอิสระ นายพลากร หวั่งหลี พลตำรวจเอก ธัชชัย ปิตะนีละบุตร พลอากาศเอก อำนาจ จีระมณีมัย นางชนัญญารักษ์ เพ็ชร์รัตน์ กรรมการอิสระ ดร.วิรไท สันติประภพ นายชาครีย์ บำรุงวงศ์ และนายชาย เอี่ยมศิริ กรรมการ (DD ที่เพิ่งถูกปลด)
แม้การบินไทยจะเพิ่งกู้หน้าประเทศด้วยการคว้ารางวัล Top 20 สายการบินที่ดีที่สุดของโลกปี 2026 จาก Skytrax มาหมาดๆ (อันดับที่ 20) แต่วิสัยทัศน์ระดับโลกย่อมต้องการผู้นำระดับสากล หากนำตารางวิเคราะห์ทักษะความเชี่ยวชาญ (Skill Matrix) ของบอร์ดชุดนี้ไปเทียบกับสายการบินชั้นนำระดับโลก อย่าง Singapore Airlines หรือ ANA จะเห็นความแตกต่างราวฟ้ากับเหว

บอร์ดระดับโลกจะรักษาสมดุล (Balance) โดยให้พื้นที่ส่วนใหญ่กับ "ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมการบิน (Aviation Experts), ผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์ระดับสากล (Global Logistics) และผู้ชำนาญการประเมินความเสี่ยงวิกฤต (Crisis Management)" เพื่อสร้างความคล่องตัวทางธุรกิจ แต่บอร์ดการบินไทยกลับอุดมไปด้วยสายกฎหมาย สายภาษี และนักปกครอง ที่มุ่งเน้นการคุมอำนาจตามโควตาผู้ถือหุ้นรัฐ ขาดความเข้าใจหน้างานที่ซับซ้อนและมีการแข่งขันสูง จนทำให้ประเมินความเสี่ยงล้มเหลวหน้างาน

ประธานบอร์ดหายหัว พอพ้นวิกฤตโผล่มาปลด “ดีดี”



ความไร้กึ๋นของบอร์ดบินไทยในการประเมินความเสี่ยงล้มเหลวหน้างานและการไม่กล้าอ้าแขนออกมารับผิดชอบ ยังฉายผ่านการวิพากษ์วิจารณ์ของ แจ่มศรี สุกโชติรัตน์ อดีตประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย ซึ่งโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงกรณีที่บอร์ดการบินไทยมีมติปลด นายชาย เอี่ยมศิริ พ้นจากตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (DD) การบินไทยว่า เรื่องโกลาหลอลหม่านที่สุวรรณภูมิตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2569 ภาพน้องๆ พนักงานยืนร้องไห้โฮท่ามกลางเสียงตะโกนก่นด่า ตามมาอย่างไม่ยั้งด้วยภาพและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ร้อยแปดพันประการจากโลกโซเชียลและสื่อสาธารณะ ชื่อชั้นสายการบินแห่งชาติไทยพังพินาศไม่เหลือดี ทั้งหมดนี้โลกรู้ แต่ประธานกรรมการบริษัทการบินไทย นายลวรณ แสงสนิท ไม่รู้

“เรายังเชื่ออยู่บ้างว่า กระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ มอบอำนาจให้ปลัดกระทรวงการคลัง นายลวรณ แสงสนิท เข้ามาเป็นผู้นำองค์กร ด้วยเชื่อมั่นว่าข้าราชการระดับปลัดกระทรวง จะเก่งกาจรอบด้าน ความเก่งรอบด้านคงช่วยสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้สายการบินแห่งชาติ หลังผ่านการฟื้นฟูกิจการได้ แต่ไม่ว่าจะด้วยงานในหน้าที่ปลัดกระทรวงการคลังที่ต้องรับผิดชอบกับเศรษฐกิจมหภาคของประเทศมากมายล้นมือ บริหารเวลาไม่ได้ หรือ เพราะเป็นข้าราชการ ไม่เข้าใจปัญหาธุรกิจการบิน งานบริการ งานด้านความปลอดภัย และอื่นๆ อีกมากมายในธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง ผลจึงปรากฏว่าประธานฯเลือกที่จะละทิ้งหน้าที่ หายตัวไปจากความโกลาหล ไม่กล้าแม้แต่จะแสดงตน แสดงความรับผิดชอบ แสดงภาวะผู้นำ ให้ผู้โดยสารทั้งไทยและเทศอุ่นใจว่า ปัญหาจะได้รับการแก้ไขโดยเร็วด้วยคำมั่นสัญญาจากผู้มีอำนาจสูงสุด”

“7 วันผ่านไป 2 ตุลาคม ประธานกรรมการบริษัทการบินไทยปรากฏตัวเรียกประชุมนัดพิเศษ วาระด่วน มีมติปลด DD ชาย เอี่ยมศิริ มีผลทันที หวังว่าปลด DD แล้ว การบินไทยจะหมดปัญหา และรุ่งเรืองขึ้นด้วยความรู้ ความสามารถของคณะกรรมการบริษัทฯ ทันที” แจ่มศรี ระบุ

นั่นคือความจริงอีกด้านที่ชวนให้ตั้งข้อสังเกตเช่นกัน เพราะไม่ใช่แค่แจ่มศรีเท่านั้น หากยังมี “พาที สารสิน” ให้ความเห็นเอาไว้เช่นกัน

อดีตประธานเจ้าหน้าบริหารสายการบินนกแอร์โพสต์เอาไว้ว่า “จะเปลี่ยนผู้บริหารการบินไทย ผมว่าเป็นความคิดที่ผิด คุณชายอยู่ในทีมที่ทำให้การบินไทยกลับมาทำกำไรและได้รับคำยกย่องจากธุรกิจการบิน จากทั่วโลก จะเป็น lessors, Airlines ทุกคนชมหมด เป็นคนมีระบบ สะอาด และตั้งใจทำงาน รับรางวัลมากมาย มี experience เรื่องน้ำมัน และ hedging ถามว่าอาจจะพลาดเรื่องเตรียมตัวสำหรับตรงนี้ผมว่าเรื่องแบบนี้มันอยู่ที่ต้องแก้ไขระบบมากกว่าการเอาคนใหม่เข้ามา แบบนี้ผมมองว่าเป็นการเมืองมากกว่า น้ำไม่ได้ท่วมทุกเดือน แต่สิ่งที่แยกออกคือการบินไทยจะต้องไม่กลับเป็นแบบราชการ”

ถึงตรงนี้ คงต้องช่วยกันตรวจสอบการบินไทยกันต่อไป เพราะแม้ว่า มีเหตุผลอันสมควรที่จะปลด “ชาย” แบบไม่มีข้อโต้แย้ง ในก็ดูเหมือนว่าจะ “ลับ ลวง พราง” อยู่ไม่น้อย เพราะแหล่งข่าวให้ข้อมูลในทางตรงกันว่า งานนี้มี “การเมือง” เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง

ไม่เช่นนั้น โอกาสที่สายการบินแห่งชาติคงมีความเสี่ยงที่จะย่ำซ้ำรอยประวัติศาสตร์ “ต้องกลับเข้าสู่แผนฟื้นฟูกิจการเป็นรอบที่สอง” ก็เป็นได้