“ศศิน เฉลิมลาภ” เตือนภาคกลางเตรียมรับมวลน้ำก้อนใหญ่ ชี้อยุธยาพื้นที่ริมน้ำนอกคันกั้นน้ำมีแนวโน้มได้รับผลกระทบหนัก คาดระดับน้ำพีคสุดวันที่ 2 ก่อนส่งต่อความเสี่ยงมายังปทุมธานี นนทบุรี และพื้นที่ต่ำริมแม่น้ำในกรุงเทพฯ ย้ำพื้นที่อยู่ระหว่างแม่น้ำกับแนวคันกั้นน้ำต้องเตรียมพร้อม ส่วน กทม.ชั้นในให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด
วันนี้ (30 ก.ย.) นายศศิน เฉลิมลาภ นักเคลื่อนไหวด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และอดีตประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้โพสต์ข้อความผ่านทาง Facebook วิเคราะห์และเตือนภัยสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่
โดยระบุว่าในส่วนของกรุงเทพมหานครและพื้นที่ภาคตะวันออก อยากให้ทีม กทม. เร่งระบายและสูบเคลียร์น้ำ หยุดวิเคราะห์หรือต่อว่ากัน เนื่องจากยังมีปัญหาใหญ่อื่นๆ ที่ต้องเข้าช่วยเหลือ โดยเฉพาะพื้นที่น้ำขังในภาคตะวันออก ขณะเดียวกันพื้นที่แม่น้ำปราจีนบุรีและนครนายกยังไม่น่าไว้ใจ เพราะยังมีน้ำป่าไหลซาลงมาจากภูเขาตลอดเวลา ด้านแม่น้ำแม่กลองและเพชรบุรีนั้น แม่กลองน่าจะผ่านช่วงพีคและเริ่มคลี่คลายก่อน ส่วนเมืองเพชรบุรีและมวลน้ำจากเขื่อนแก่งกระจานอาจกลายเป็นปัญหาต่อไป
สำหรับเรื่องใหญ่จริงๆ อยู่ที่ภาคกลางโดยเฉพาะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งขณะนี้พื้นที่ริมน้ำระหว่างแม่น้ำกับคันถนนกั้นน้ำเกิดน้ำท่วมทั่วแล้ว มวลน้ำก้อนใหญ่จากนครสวรรค์กำลังไหลลงมาสมทบกับน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ที่เต็มเขื่อนพอดี คาดว่าจะขึ้นพีคสูงสุดในวันที่ 2 และค่อยๆ ลดลง ส่งผลให้พื้นที่ริมน้ำนอกคันกั้นน้ำได้รับผลกระทบหนักแน่นอน จึงขอให้ตั้งศูนย์ช่วยเหลือทันทีพร้อมเตรียมระบายน้ำลงทุ่งรับน้ำ คิวต่อไปที่จะต้องเตรียมรับสถานการณ์คือพื้นที่ริมน้ำในจังหวัดปทุมธานี นนทบุรี และพื้นที่ต่ำริมน้ำของกรุงเทพมหานคร ซึ่งอยู่ในระดับความเสี่ยง #มาแน่
ส่วนพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในถัดเข้ามาจากแม่น้ำ แนะนำให้ใช้คำว่าเฝ้าระวังและติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด
โดยให้ประเมินความหนักจากอยุธยาว่ามวลน้ำจะเข้ามาถึง กทม. ชั้นในหรือไม่ ซึ่งหลังวันอาทิตย์เป็นต้นไปจึงพอจะประเมินได้ ภาพรวมสถานการณ์ภาคกลางปีนี้ไม่ได้หนักเท่าปี 2554 แต่อาจใกล้เคียงหรือเท่ากับปี 2564 / 2565 / 2568 สำหรับผู้ที่สงสัยว่าพื้นที่ของตนเองจะท่วมหรือไม่ ให้สังเกตว่าบ้านตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำกับถนนคันกั้นน้ำหรือไม่ หากใช่จะมีโอกาสท่วมเกือบ 100% ส่วนพื้นที่กลางทุ่งด้านในต้องรอหลังวันเสาร์-อาทิตย์จึงจะชัดเจนขึ้น จึงขอให้ทุกคนเตรียมพร้อมรับสถานการณ์และช่วยกันโฟกัสรับมือในระยะนี้


