xs
xsm
sm
md
lg

เหมืองแร่แก่งกระจาน EP.1 : ทุนเหมืองรุกชนมรดกโลก เปิดเวทีประชาพิจารณ์อำพราง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เจาะลึกวิกฤตเหมืองแร่แก่งกระจาน เมื่อทุนเหมืองโดโลไมต์รุกประชิดเขตกันชนมรดกโลกเพียง 1.14 กม. แฉกลเกมสับขาหลอกเวทีประชาพิจารณ์ EIA และการต่อสู้เพื่อปกป้องป่าหนองมะค่าตู้กับข้าวของชุมชน

ตู้กับข้าวถูกคุกคาม : ป่าหนองมะค่า อ.แก่งกระจาน ไม่ใช่ป่าเสื่อมโทรม แต่คือคลังอาหารและ “ตู้กับข้าว” ของชุมชน ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ พบสิ่งมีชีวิตเกือบ 300 ชนิด และนกหายากกว่า 200 ชนิด

รุกประชิดมรดกโลก: บริษัท แก่งกระจานไมน์นิ่ง จำกัด ขอประทานบัตรทำเหมืองโดโลไมต์ เนื้อที่กว่า 540 ไร่ ก่อนหดเหลือประมาณ 250 ไร่ ประชิดแนวเขตกันชน (Buffer Zone) มรดกโลกแก่งกระจานเพียง 1.14 กิโลเมตร

ปาหี่ประชาพิจารณ์: เปิดกลเกมสับขาหลอก! บริษัทที่ปรึกษาส่งหนังสือยกเลิกเวที 1 ต.ค. 2569 กะทันหัน โดยอ้างเรื่องความปลอดภัยและสวัสดิภาพของประชาชน พร้อมปล่อยข่าวสร้างความสับสนจะมีการรวบรัดจัดเวทีอีกครั้งแล้วเอา “คนนอกพื้นที่” เข้ามายกมือหนุนโครงการ


นั่นคือ 3 เรื่องสำคัญที่ต้องรู้สำหรับ “เหมืองแร่โดโลไมต์” ที่กำลังขอประทานบัตรประชิดแนวเขตกันชน (Buffer Zone) มรดกโลกแก่งกระจานเพียง 1.14 กิโลเมตร

เพราะหมายความว่า ณ เวลานี้ ผืนป่าแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี มรดกโลกทางธรรมชาติที่คนไทยภาคภูมิใจ กำลังตกอยู่ในสภาพสุ่มเสี่ยงอย่างยิ่ง ท่ามกลางกระบวนการผลักดันโครงการที่เต็มไปด้วยเงื่อนงำ ความไม่โปร่งใส และการเล่นแร่แปรธาตุทางกฎหมายเพื่อรวบรัดขั้นตอน

"ปล้นตู้กับข้าว" กลางป่าสมบูรณ์

สำหรับคนนอกพื้นที่ พื้นที่หมู่ 4 และหมู่ 8 ตำบลสองพี่น้อง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี อาจเป็นเพียงพิกัดบนแผนที่ แต่สำหรับชาวบ้านท้องถิ่น ป่าหนองมะค่าแห่งนี้คือ "ตู้กับข้าว" ที่หล่อเลี้ยงชีวิต เป็นแหล่งอาหารตามฤดูกาลที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วย หน่อไม้ บุก เห็ดโคน และพืชสมุนไพรนานาพรรณ


ยิ่งไปกว่านั้น จากการลงพื้นที่สำรวจ "ชีวตะลุมบอน" (BioBlitz) เมื่อกลางปี 2568 ข้อมูลเชิงประจักษ์ยืนยันว่าพื้นที่แห่งนี้พบสิ่งมีชีวิตมากถึง 297 ชนิด ในเวลาเพียง 3 วัน และยังเป็นแหล่งดูนกระดับโลกที่สามารถพบนกได้มากกว่า 200 ชนิด รวมถึงนกหายากอย่างนกแต้วแล้วหูยาวและนกเค้าใหญ่พันธุ์เนปาล

ความอุดมสมบูรณ์ระดับนี้ ยืนยันชัดเจนว่าผืนป่าแห่งนี้ไม่ใช่ "ป่าเสื่อมโทรม" ที่จะยกให้นายทุนมาระเบิดภูเขาทิ้งเพื่อเอาแร่โดโลไมต์ไปขาย การปล่อยให้มีเหมืองเปิดขั้นบันไดที่ต้องเจาะและระเบิดหินทุกวัน จึงไม่ต่างอะไรกับการปล้นตู้กับข้าวและทำลายสายใยชีวิตของชุมชน


ปฐมบทเหมืองแร่ซ่อนเงื่อน

จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกรกฎาคม 2565 เมื่อบริษัท แก่งกระจานไมน์นิ่ง จำกัด ยื่นคำขอประทานบัตรที่ 1/2565 เพื่อทำเหมืองแร่โดโลไมต์ ในช่วงแรกมีการขอใช้พื้นที่ครอบคลุมเนื้อที่รวม 540 ไร่ 3 งาน 70 ตารางวา ซึ่งตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่ายางน้ำกลัดเหนือและป่ายางน้ำกลัดใต้ แต่เมื่อถูกจับตาและเผชิญกระแสต่อต้าน ภายหลังในช่วงปี 2567 บริษัทได้ขอลดขนาดพื้นที่ลงมาเหลือประมาณ 240-260 ไร่

การลดพื้นที่ลงไม่ใช่การถอย แต่เป็นการดิ้นรนของบริษัท ขณะที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้ชี้แนะไว้อย่างชัดเจนว่า หากมีการขอลดขนาดพื้นที่ กระบวนการรับฟังความคิดเห็นของชุมชนจะต้อง "เริ่มนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด" เนื่องจากบริบทของผลกระทบสิ่งแวดล้อมได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว

เวทีประชาพิจารณ์ สับขาหลอก

ความเร่งร้อนของทุนเหมืองแร่ สะท้อนผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นที่เต็มไปด้วยความสับสนและสุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดกฎหมาย


เดิมที ชุมชนได้รับเอกสารประชาสัมพันธ์ว่า จะมีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 2 ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ณ ศาลาประชาคมหมู่ 4 และวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ณ ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 แต่แล้วกระบวนการ "สับขาหลอก" ก็เริ่มขึ้น เมื่อบริษัทที่ปรึกษา (บริษัท เอ บี อี เอ็น เอ็นจิเนียริง คอนซัลแตนท์ จำกัด) ส่งหนังสือลงวันที่ 21 กันยายน 2569 ถึงเจ้าอาวาสวัดหนองปืนแตก แจ้ง "ยกเลิก" การประชุมในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 และมีใบประกาศยกเลิกการประชุมในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ณ ศาลาประชาคม หมู่ที่ 4 บ้านหนองปืนแตก ตำบลสองพี่น้อง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี โดยอ้างเหตุผลเรื่องการคำนึงถึงความปลอดภัยและสวัสดิภาพของประชาชน ท่ามกลางข้อกังขาของชุมชนในประเด็นที่บริษัทยกมาอ้างเรื่องความปลอดภัยว่าใช่เป็นการส่งสัญญาณข่มขู่แกนนำและกลุ่มชาวบ้านที่ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านโครงการหรือไม่ อีกทั้งยังมีการปล่อยข่าวว่าจะมีการรวบรัดการจัดเวทีขึ้นใหม่ในช่วงเวลาอันใกล้และจะนำคนนอกพื้นที่เข้ามายกมือสนับสนุนโครงการ


นายสุริยา แท่นนาค หนึ่งในชาวบ้านตำบลสองพี่น้อง บอกเล่าว่า หมายกำหนดการที่บริษัทฯ นัดขอเข้าพบเจ้าอาวาสวัดหนองปืนแตกในวันที่ 28 กันยายน 2569 และรับฟังความเห็นชาวบ้านในวันที่ 29 กันยายน 2569 ณ ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 บ้านหนองมะค่า ซึ่งเป็นพื้นที่ขอประทานบัตรโดยตรง และวันที่ 2 ตุลาคม 2569 เจอชาวบ้านที่ห้วยกระสังข์ ยังดำเนินไปตามกำหนดการเดิม มีเพียงหมายกำหนดการรับฟังความเห็นชุมชนในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เท่านั้นที่บริษัทแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรว่าขอยกเลิกไปก่อน

“ทางชาวบ้านก็งงว่าทางเหมืองทำไมถึงยกเลิกวันที่ 1 ตุลาคม แล้วเขียนมาว่ายกเลิกเพื่อความปลอดภัยของชาวบ้าน ...

“มีข้อมูลว่าทางเหมืองจะย้ายจากศาลาประชาคม หมู่ที่ 4 ตำบลสองพี่น้อง ไปประชุมที่อำเภอ โดยไม่มีหนังสือว่ามีการย้ายสถานที่ รู้แค่ยกเลิกประชาคม ผมเกรงว่าการเปลี่ยนแปลงอาจมีการเอาคนของเหมืองมายกมือเห็นด้วยหรือเปล่า ไม่แน่ใจ” นายสุริยา กล่าว

อย่างไรก็ตาม การจัดรับฟังความคิดเห็นของชุมชนที่ถูกยกเลิกไปนั้น หากจะมีการจัดเวทีรับฟังความเห็นอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวันเวลาที่เลื่อนออกไปและนัดหมายใหม่ หรือการปรับเปลี่ยนสถานที่จัดรับฟังความเห็นของชุมชน ถือเป็นการเปลี่ยนแปลง "สาระสำคัญ" ที่จะต้องดำเนินการตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการรับฟังความคิดเห็นของชุมชนในพื้นที่ที่ขอประทานบัตร พ.ศ. 2561 ซึ่งตามประกาศและแนวปฏิบัติของการทำ EIA หน่วยงานรัฐและบริษัทจะต้องใช้วิธีปิดประกาศแจ้งให้ชุมชนทราบล่วงหน้า "ไม่น้อยกว่า 15 วัน" หากมีการลักไก่จัดเวทีโดยแจ้งล่วงหน้าไม่ครบตามกำหนดเวลา ย่อมเป็นการริดรอนสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และปิดกั้นไม่ให้ชุมชนมีเวลาศึกษาผลกระทบเพื่อเตรียมตัวตั้งคำถาม

ประเด็นที่สำคัญที่สุด ยังคงมีคำถามตัวโตๆ พุ่งเป้าไปที่ "สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบุรี" ว่าในฐานะหน่วยงานกำกับดูแล เหตุใดจึงปล่อยให้เกิดกระบวนการจัดเวทีแบบซ่อนเงื่อนขึ้นมา ทั้งที่เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2568 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เพิ่งมีมติชี้ขาดไปแล้วว่า การรับฟังความเห็นครั้งแรกเมื่อเดือนธันวาคม ปี 2566 นั้น "ละเมิดสิทธิมนุษยชน" เพราะให้ข้อมูลไม่ครบถ้วน

เมื่อปฐมบทของการแย่งชิงทรัพยากรเริ่มต้นด้วยความไม่โปร่งใส ชุมชนแก่งกระจานจึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องวิถีชีวิตและลมหายใจและผืนป่ามรดกโลก

ส่วนคำถามที่ว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังบริษัทเหมืองแร่แห่งนี้? โปรดติดตามการกระชากหน้ากากกลุ่มทุน แกะรอยสายสัมพันธ์จากเหมืองหินฉาวที่ "เขาย้อย" ลามมาถึง "แก่งกระจาน" วีรกรรมที่สร้างบาดแผลไว้จนไม่ต้องรอพิสูจน์ซ้ำ! ในตอนต่อไป (EP.2).