วิเคราะห์นโยบายเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 27 ก.ย.69 เจาะลึก 6 ก๊กใหญ่ ทีมประกันสังคมก้าวหน้าเต็งหนึ่ง เจอคู่ท้าชิงเบียดหนัก ใครจะคว้าเก้าอี้ไปครอง?
ศึกเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม หรือ บอร์ดประกันสังคม ที่จะมีขึ้นในวันที่ 27 กันยายน 2569 เข้าสู่โค้งสุดท้ายที่กำลังทวีความร้อนแรงลุ้นกันตัวโก่งว่าคะแนนเสียงจะเทให้ทีมหรือผู้สมัครอิสระรายใดเข้าไปทำหน้าที่ดูแลเรื่องสิทธิประโยชน์และบริหารพอร์ตกองทุนฯหลักประกันชีวิตของคนทำงานมูลค่ากว่า 2.85 ล้านล้านบาท
การตื่นตัวของผู้ประกันตน ที่คาดว่าจะออกมาใช้สิทธิแบบก้าวกระโดดกว่าครั้งก่อน สะท้อนชัดเจนว่า "เจ้าของเงิน" ไม่ยอมให้ใครบริหารงานแบบเช้าชามเย็นชามภายใต้เสื้อคลุมระบบราชการเดิมๆ อีกต่อไป
มาวิเคราะห์เจาะลึกนโยบายจุดขายใครล้ำ และ “ทีมประกันสังคมก้าวหน้า” แชมป์เก่าเต็งหนึ่งแม้จะยังมีฐานเสียงเหนียวแน่น แต่สมรภูมิครั้งนี้กำลังเจอคู่ท้าชิงเบียดรอบทิศหวังดึงคะแนนเสียงจากผู้ประกันตนที่ต้องการสิทธิประโยชน์แบบจับต้องได้ทันที จะยังรักษาฐานที่มั่นได้หรือไม่? กล่าวได้ว่า การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมรอบนี้ เป็นการปะทะกันทางความคิดและอุดมการณ์ของกลุ่มผู้สมัครฝั่งลูกจ้างและนายจ้างที่งัดนโยบายมาประชันกันอย่างดุเดือด โดยสามารถจำแนกกลุ่มหลักและจุดขายทางการเมืองได้ ดังนี้
1.ทีมประกันสังคมก้าวหน้า (ฝ่ายผู้ประกันตน ส่ง 7 คน เบอร์ 41-42-43-44-38-46-47 / ฝ่ายนายจ้าง ส่ง 7 คน เบอร์ 62-68)
oจุดขาย:สายฮาร์ดคอร์ เน้นรื้อโครงสร้างใหญ่ ดึงประกันสังคมออกนอกระบบราชการ และยกระดับสิทธิสู่ความเป็น "รัฐสวัสดิการ" ถ้วนหน้า
oนโยบายเด่น: จ่ายเงินว่างงานกรณีลาออก 60%, ลาดูแลคนในครอบครัวจ่าย 100% (15 วัน/ปี), เสนอบำนาญไฮบริดปรับตามเศรษฐกิจ เลือกรับเงินก้อนล่วงหน้าได้ 40%, เพิ่มเงินสงเคราะห์บุตรอายุ 7-12 ปี เป็น 12,000 บาท/ปี
oด้านการรักษาพยาบาลและความโปร่งใส:เพิ่มสิทธิลาดูแลครอบครัวได้ค่าจ้าง 100% (15 วัน/ปี), รับยาที่ร้านยาใกล้บ้าน, ยกระดับทันตกรรมไม่ต้องสำรองจ่าย และถ่ายทอดสดการประชุมบอร์ดประกันสังคม
2.กลุ่มประกันสังคมชัดเจน (ฝ่ายผู้ประกันตน ส่ง 7 คน เบอร์ 4-9, 22)
oจุดขาย: นำโดยอดีตบอร์ดและแกนนำสภาองค์การลูกจ้าง เน้นแก้ปัญหาที่จับต้องได้และลดอุปสรรคการเข้าถึงบริการ ชูธรรมาภิบาล
oนโยบายเด่น: รักษาพยาบาลฉุกเฉินทุก รพ. ไม่ต้องสำรองจ่าย, ปรับเพิ่มวงเงินทันตกรรมตามจริง, ปรับปรุงเงื่อนไขให้ยืดหยุ่นเหมาะกับแรงงานยุคใหม่ (รวม ม.39 และ ม.40)
3.ทีมเคลียร์ประกันสังคม (ฝ่ายผู้ประกันตน ส่ง 7 คน เบอร์ 15, 17-20, 23, 24)
oจุดขาย:เน้นแก้ปัญหาปากท้องและระบบสุขภาพที่จับต้องได้ทันที ตอบโจทย์สวัสดิการตลอดชีวิต "เกิด เจ็บ แก่ ตาย"
oนโยบายเด่น:ปฏิรูปบำนาญสูตร Care Up, ให้วงเงินฉุกเฉิน OD 20,000 บาท, จัดตั้งคลินิก LGBTQ+, ยกเลิกสำรองจ่ายค่าคลอดเบิกตรงทันที
4.กลุ่มพลังผู้ประกันตน (ฝ่ายผู้ประกันตน ส่ง 7 คน เบอร์ 10-14, 21, 59)
oจุดขาย: มุ่งปลดล็อกสภาพคล่องทางการเงิน นำเทคโนโลยีมาลดความล่าช้า
oนโยบายเด่น: ใช้ระบบ "บัตรประชาชนใบเดียวรักษาได้ทุกที่", ดันโปรเจกต์หวยประกันสังคม, สร้างธนาคารแรงงานเพื่อปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ
5.กลุ่มแรงงานเพื่อสังคม (ฝ่ายผู้ประกันตน ส่ง 2 คน คือ นายกฤษฎา ด้วงหิรัญ เบอร์ 1 เเละ นายเพิก ปะติตังโค เบอร์ 3)
oจุดขาย: เน้นการคุ้มครองสิทธิและสวัสดิการของแรงงานในภาคอุตสาหกรรม ตรวจสอบและอุดรูรั่ว ขีดเส้นใต้ "โปร่งใส"
oนโยบายเด่น: ผลักดัน 3 ขอ “ขอคืน ขอกู้ ขอเลือก” (เงินชราภาพ), ยกเลิก R5 ปลดออก/ไล่ออก, ตัดลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เช่น ดูงานต่างประเทศ
6.กลุ่มพัฒนาประกันสังคม (ฝ่ายนายจ้าง ส่ง 7 คน เบอร์ 3-9)
oจุดขาย: กลุ่มตัวแทนนายจ้างที่ต้องเข้าไปบริหารร่วมกัน เน้นความยั่งยืนของกองทุนและการลดต้นทุน
oนโยบายเด่น:กระจายความเสี่ยงการลงทุนเพื่อผลตอบแทนที่มั่นคง, ผลักดันลดอัตราเงินสมทบสำหรับ SME, นำเทคโนโลยีมาลดขั้นตอนธุรการ
นอกจากนี้ ยังมี กลุ่มผู้สมัครอิสระที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง โดยเฉพาะ “หมอบูรณ์” (นายบูรณ์ อารยพล เบอร์ 2)ตัวเต็งสายขับเคลื่อนสิทธิแรงงาน ชูนโยบายคัดค้านสูตร CARE บำนาญใหม่ ซึ่งดึงคะแนนจากกลุ่มผู้ใกล้เกษียณได้อย่างมีนัยสำคัญ
มองภาพรวมเปรียบเทียบ หากชอบนโยบายเขย่าโครงสร้างใหญ่ ดึงองค์กรออกนอกระบบราชการ สวัสดิการจัดเต็มเลือกทีมก้าวหน้า หากเน้นแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเรื่องเบิกตรง ไม่สำรองจ่าย หรือกู้เงินชราภาพ แนวทางทีมชัดเจน และทีมเคลียร์ประกันสังคม ตอบโจทย์ที่สุด
แชมป์เก่าเต็งหนึ่งเจอศึกรอบทิศ
หากวิเคราะห์ศึกเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมคราวนี้ เสียงของทีมประกันสังคมก้าวหน้า แชมป์เก่ายังคงเหนียวแน่น แต่ต้องเจอกับคู่ท้าชิงสายตรงที่พร้อมเบียดสลับขั้วอย่างดุเดือด ซึ่งสถานการณ์และสมการคะแนนเสียงของแชมป์เก่าและกลุ่มผู้ท้าชิง มีมุมมองวิเคราะห์ที่น่าสนใจ ดังต่อไปนี้
ทีมประกันสังคมก้าวหน้า คะแนนเสียงเดิมยังอยู่ แต่เจอกดดันรอบทิศ
•ปัจจัยบวก(คะแนนยังมา)ฐานเสียงของกลุ่มนี้เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ แรงงานในระบบที่ตื่นตัวทางการเมือง และกลุ่มที่สนับสนุนนโยบายรัฐสวัสดิการเชิงโครงสร้าง ผลงานที่ผ่านมาในบอร์ดชุดแรกเรื่องการเปิดเผยข้อมูลและความพยายามโปร่งใสทำให้พวกเขายังมี "ต้นทุนความน่าเชื่อถือ"สูงมาก ประกอบกับการที่ครั้งนี้ไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า ยิ่งเอื้อให้แฟนคลับและกลุ่มผู้สนับสนุนเข้าคูหาได้ง่ายขึ้น
•ปัจจัยท้าทาย(คะแนนอาจโดนแชร์)รอบนี้พวกเขาไม่ได้สู้บนกระแสความสดใหม่เหมือนครั้งแรก แต่ต้องสู้ด้วยการถูกตั้งคำถามเรื่องข้อจำกัดในการผลักดันนโยบายขนาดใหญ่ในระบบราชการเดิม และที่สำคัญคือนโยบายสาย "อุดมการณ์"ของกลุ่มอาจถูกแชร์คะแนนจากผู้ประกันตนที่หันไปเลือกนโยบายสาย "แก้ปัญหาเฉพาะหน้าและเรื่องเงินทอง"แทน กลุ่มท้าชนที่จะเบียดขึ้นมาเป็น "คู่ท้าชิงสำคัญ"
ศึกครั้งนี้มีผู้ท้าชิงที่ดึงฐานเสียงไปคนละแบบ โดยกลุ่มที่พร้อมเบียดขึ้นมารับคะแนนเสียงหลักแยกเป็นแต่ละสาย
คู่ท้าชิงสายสวัสดิการปากท้อง "ทีมเคลียร์ประกันสังคม"
•ทำไมถึงน่ากลัว: กลุ่มนี้ชูนโยบายแบบ "ตรงจุดและจับต้องได้ทันที" เช่น การยกเลิกสำรองจ่ายค่าคลอดบุตร เบิกตรงผ่านแอป และการกู้เงินชราภาพดอกเบี้ย 0% ซึ่งตอบโจทย์ผู้ประกันตนกลุ่มครอบครัวและผู้ที่กำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจ นโยบายแนวนี้มักดึงคะแนนจากผู้ประกันตนกลุ่มเป็นกลาง ที่ไม่ได้อิงกระแสการเมือง แต่อยากเห็นสิทธิประโยชน์อัปเกรดทันที
คู่ท้าชิงสายเครือข่ายแรงงานดั้งเดิม "ทีมประกันสังคมชัดเจน" และ "กลุ่มพลังแรงงาน"
•ทำไมถึงน่ากลัว: นำโดยอดีตบอร์ดและแกนนำสภาองค์การลูกจ้าง ซึ่งมีฐานเสียงแข็งแกร่งมากในกลุ่ม "สหภาพแรงงานโรงงาน"และนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ คอนเนกชันในพื้นที่และระบบหัวคะแนนของสหภาพแรงงานดั้งเดิมจะทรงพลังมากในรอบนี้ เพราะเมื่อไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า แกนนำสามารถจัดตั้งและรณรงค์ให้สมาชิกสหภาพเดินหน้าเข้าคูหาพร้อมกันในวันจริงได้ทันที
คู่ท้าชิงสายดรามา-ผลประโยชน์ตรง: "หมอบูรณ์ (ผู้สมัครอิสระ เบอร์ 2)"
•ทำไมถึงน่ากลัว: หมอบูรณ์มีฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่นมากจากการสู้คดีเรื่องเงินชราภาพ รอบนี้การชูหมัดเด็ดคัดค้านสูตร CARE บำนาญใหม่ (ที่บางคนมองว่าได้เงินช้าลง) จะดึงคะแนนจากกลุ่มผู้ประกันตนรุ่นเก่าที่ใกล้เกษียณ และกลุ่มที่อยากได้เงินก้อนคืน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ทีมก้าวหน้าอาจเข้าไม่ถึง
หากมองผลสรุปภาพรวม ทีมประกันสังคมก้าวหน้า มีโอกาสสูงที่จะรักษาเก้าอี้ไว้ได้ แต่อาจไม่ได้แลนด์สไลด์ยกทีม 7 คน เหมือนรอบก่อน คาดว่าผลลัพธ์จะออกมาในลักษณะ "บอร์ดผสม" โดยฝั่งผู้ประกันตน 7 คน น่าจะเป็นการแบ่งเก้าอี้กันระหว่างทีมก้าวหน้า ทีมเคลียร์ประกันสังคม และตัวแทนจากสภาองค์การลูกจ้าง/ผู้สมัครอิสระ ซึ่งจะทำให้บอร์ดชุดใหม่มีความหลากหลายในการคานอำนาจมากขึ้น.


