xs
xsm
sm
md
lg

สองตำนาน “หยุนหนานไป๋เย่า–โอสถสภา” ผนึกจุดแข็งไทย–จีน รุกตลาดยาสีฟันพรีเมียม ปักหมุดไทยฐานผลิตสู่ตลาดต่างประเทศ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ปัจจุบัน ตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากของไทยมีการแข่งขันสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มพรีเมียมที่ผลิตภัณฑ์ไม่ได้แข่งขันกันเพียงเรื่องการทำความสะอาดและความสดชื่นเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับฟังก์ชันเฉพาะด้าน อาทิ นวัตกรรม ส่วนผสม และประสบการณ์การใช้งานที่แตกต่างกัน

ท่ามกลางตลาดที่มีความหลากหลายมากขึ้น “หยุนหนานไป๋เย่า” (Yunnan Baiyao) แบรนด์สุขภาพและยาจากจีนที่มีประวัติยาวนานกว่า 120 ปี จึงจับมือกับ “โอสถสภา” ผู้นำธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคของไทยมายาวนานกว่า 135 ปี เดินหน้ารุกตลาดยาสีฟันพรีเมียมในประเทศไทย โดยนำจุดแข็งของทั้งสององค์กรมาเสริมกัน

ความร่วมมือครั้งนี้เริ่มต้นด้วยการเปิดตัว “ยาสีฟันพรีเมียม” 3 สูตร ราคา 215 บาท ขนาด 105 กรัม โดยโอสถสภารับผิดชอบด้านการผลิต การตลาด การบริหารการขาย และการจัดจำหน่ายในประเทศไทย ขณะที่หยุนหนานไป๋เย่านำประสบการณ์ในธุรกิจผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก รวมถึงองค์ความรู้ด้านสมุนไพรจีนและงานวิจัยพัฒนามาต่อยอดผลิตภัณฑ์สำหรับตลาดไทย  

อย่างไรก็ตาม เป้าหมายของความร่วมมือไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการทำตลาดในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังวางไทยเป็นฐานสำคัญสำหรับการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ โดยใช้ศักยภาพของพันธมิตรไทยเป็นส่วนหนึ่งในการต่อยอดโอกาสทางธุรกิจในภูมิภาคอีกด้วย

นางสาว สุทิพา ปัญญามหาทรัพย์ Chief Home and Personal Care and Health Care Officer บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน)
นางสาว สุทิพา ปัญญามหาทรัพย์ Chief Home and Personal Care and Health Care Officer บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หนึ่งในโจทย์สำคัญของการนำแบรนด์จีนเข้ามาทำตลาดไทย คือการสื่อสารให้ผู้บริโภคเห็นภาพของ “ยาสีฟันสมุนไพร” ในมิติใหม่


“จุดที่เรามองว่าน่าสนใจคือ แม้จะเป็นยาสีฟันสมุนไพร แต่ไม่ได้มีภาพลักษณ์แบบดั้งเดิมหรือเป็นสินค้าสำหรับผู้สูงอายุเพียงอย่างเดียว ทั้งรสชาติและฟังก์ชันมีความทันสมัยมาก การนำวิทยาศาสตร์เข้ามาผสานกับตำรับสมุนไพรจีน ช่วยสร้างความแตกต่างและขยับภาพลักษณ์ให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น อย่างสูตรดอกหอมหมื่นลี้ผสมส้มโอ หรือเมลอนผสมน้ำผึ้ง นอกจากจะมีกลิ่นหอมแปลกใหม่แล้ว รสชาติยังดี เนื้อฟองนุ่มละเอียด และที่สำคัญคือใช้แล้วไม่แสบปาก ซึ่งถือเป็นการแก้ Pain Point ของผู้ใช้ยาสีฟันสมุนไพรได้อย่างตรงจุด”สุทิพากล่าว

Min Tang ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Yunnan Baiyao International Limited และ นางสาว สุทิพา ปัญญามหาทรัพย์ Chief Home and Personal Care and Health Care Officer บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน)
จากผู้ผลิต สู่ Strategic Partner เส้นทางความร่วมมือ “หยุนหนานไป๋เย่า–โอสถสภา”

จุดเริ่มต้นของความร่วมมือเกิดขึ้นจากการที่หยุนหนานไป๋เย่าต้องการมองหาฐานการผลิตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อรองรับการขยายตลาดไปยังมาเลเซียและสิงคโปร์ หลังจากกำลังการผลิตในประเทศจีนอยู่ในระดับเต็มศักยภาพ

ทีมงานของหยุนหนานไป๋เย่าได้สำรวจและประเมินโรงงานมากกว่า 10 แห่งในไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ก่อนเลือกบริษัท กรีนสวิลล์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของโอสถสภาเป็นฐานการผลิต โดยพิจารณาทั้งมาตรฐานการผลิต ความพร้อมของโรงงานและคลังสินค้า ตลอดจนประสิทธิภาพของทีมงาน

อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ไม่ได้หยุดอยู่ที่การว่าจ้างผลิต เพราะหลังจากเริ่มทำงานร่วมกัน ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนข้อมูลและองค์ความรู้ในหลายด้าน ทั้ง R&D, Supply Chain และฝ่ายขาย รวมถึงมีการส่งทีมงานไปศึกษาดูงานระหว่างกัน จนพัฒนาจากความสัมพันธ์ระหว่างผู้ผลิตกับเจ้าของแบรนด์ไปสู่ Strategic Partner

ปัจจุบันกรีนสวิลล์ผลิตยาสีฟัน Yunnan Baiyao เพื่อส่งออกแล้วกว่า 600,000 หลอด ครอบคลุม 6 ตลาด ได้แก่ เวียดนาม สิงคโปร์ มาเลเซีย ฮ่องกง สหรัฐอเมริกา และแคนาดา

สำหรับโอสถสภา บทบาทในความร่วมมือจึงครอบคลุมตั้งแต่การผลิตตามมาตรฐานเพื่อส่งออก ไปจนถึงการบริหารการขาย การจัดจำหน่ายทางโมเดิร์นเทรด แพลตฟอร์มออนไลน์ ช่องทางอีคอมเมิร์ซ รวมถึงการกระจายสินค้าที่ครอบคลุมทั่วประเทศไทย

“ความสัมพันธ์นี้เกิดขึ้นจากความไว้วางใจ หลังจากที่เราได้พาผู้บริหารระดับสูงและทีมงานไปเยี่ยมชมสำนักงานใหญ่ของหยุนหนานไป๋เย่าที่เมืองคุนหมิง เราได้เห็นถึงศักยภาพ นวัตกรรม และความยิ่งใหญ่ขององค์กรเขา ในขณะเดียวกันเขาก็มองเห็นมาตรฐานการผลิตที่ยอดเยี่ยมของเรา เมื่อเราสัมผัสได้ถึงคุณภาพที่แท้จริงของสินค้า จึงเกิดการพูดคุยและต่อยอด จนโอสถสภากลายมาเป็น Strategic Partner ที่ดูแลทั้งการผลิต การตลาด และการจำหน่ายในประเทศไทยแบบครบวงจร”

“เราจะนำจุดแข็งทั้งหมดนี้มาสนับสนุนการเติบโตของยาสีฟันหยุนหนานไป๋เย่าทั้งในประเทศไทยและ
ตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง” สุทิพากล่าว

นางสาว สุทิพา ปัญญามหาทรัพย์ Chief Home and Personal Care and Health Care Officer บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน)
จากศาสตร์การแพทย์แผนจีน สู่ธุรกิจ Personal Care

เส้นทางของหยุนหนานไป๋เย่าเริ่มต้นจากศาสตร์การแพทย์แผนจีนมายาวนาน กว่า120 ปี นับตั้งแต่ปี ค.ศ.1902 จากตำรับยาสมุนไพรที่มีจุดเด่นด้านการห้ามเลือดและดูแลบาดแผล ก่อนพัฒนาจากองค์กรด้านยาไปสู่บริษัทที่มีธุรกิจครอบคลุมทั้งยา อุปกรณ์ทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์Personal Care รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรและโลจิสติกส์

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี ค.ศ.1993 เมื่อบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เซินเจิ้น ทำให้มีศักยภาพในการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา นวัตกรรม และการพัฒนาผลิตภัณฑ์มากขึ้น

Min Tang ประธานเจ้าหน้าที่บริหารYunnan Baiyao International Limited กล่าวว่า ปัจจุบันธุรกิจของหยุนหนานไป๋เย่าประกอบด้วย 4 เสาหลัก ได้แก่ ธุรกิจยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์ Personal Care ทรัพยากรด้านการแพทย์แผนจีนที่มีการควบคุมคุณภาพตั้งแต่ระดับเมล็ดพันธุ์ และธุรกิจโลจิสติกส์ที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

Min Tang ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Yunnan Baiyao International Limited
หัวใจของการต่อยอดจากธุรกิจยาไปสู่สินค้าอุปโภคบริโภค คือการนำมาตรฐานและกระบวนการคิดแบบธุรกิจยาเข้ามาใช้กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่เพียงนำเรื่องสมุนไพรมาเป็นจุดขายทางการตลาด

“สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของเราคือ เราไม่ได้เพียงนำองค์ความรู้ด้านยาไปใช้กับ Personal Care เพื่อการตลาดเท่านั้น แต่เรายังนำมาตรฐานด้านเภสัชกรรม การวิจัยและพัฒนา รวมถึงความพิถีพิถันในการคัดเลือกส่วนผสม มาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ที่ดูแลผู้บริโภคอย่างแท้จริง”Min Tang กล่าว

ปัจจุบันบริษัทให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนา โดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและสถาบันทางการแพทย์หลายแห่ง รวมถึงพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตระดับอุตสาหกรรม 4.0 โดยมีโรงงานที่ได้รับการยอมรับจาก World Economic Forum (WEF) ให้เป็น Lighthouse Factory ซึ่งแนวทางดังกล่าวสะท้อนการนำองค์ความรู้จากศาสตร์ดั้งเดิมมาผสานกับงานวิจัย วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคยุคใหม่


“Herbal + Science” นำซานชีชูจุดเด่น นำร่องยาสีฟันพรีเมียม 3 สูตร 

สำหรับประเทศไทย หยุนหนานไป๋เย่าเลือกกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากเป็นหนึ่งในสินค้ากลุ่มแรก ๆ สำหรับการทำตลาดต่างประเทศ โดยคัดเลือก 3 SKU จากผลิตภัณฑ์ยาสีฟันที่มีมากกว่า 100 SKU ในประเทศจีน มาปรับให้เหมาะกับผู้บริโภคไทยทั้ง 3 สูตร ได้แก่ Gum Care สำหรับดูแลเหงือกและช่องปาก, Enamel Repair สำหรับดูแลผิวเคลือบฟันและอาการเสียวฟัน และ Shining White สำหรับการดูแลเรื่องความขาว

จุดร่วมของทั้ง 3 สูตรอยู่ที่แนวคิด “Herbal + Science” ซึ่งนำองค์ความรู้จากสมุนไพรจีนมาผสานกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้านการดูแลช่องปาก โดยมี “ซานชี” หรือ Panax notoginseng ซึ่งเป็นสมุนไพรสำคัญจากมณฑลยูนนาน ที่มีประวัติการใช้ในศาสตร์การแพทย์แผนจีนมายาวนานกว่า 100 ปี เป็นหนึ่งในส่วนผสมที่เชื่อมโยงกับรากฐานของแบรนด์

ขณะเดียวกันผลิตภัณฑ์ยังเลือกใช้ส่วนผสมและเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ปัญหาสุขภาพช่องปากเฉพาะด้าน เช่น ฟลูออไรด์ 2 ชนิด โพแทสเซียมไนเตรต ซิงก์ซิเตรต หรือไมโครซิลิกา ตามแต่ละสูตร


ทำไม “ไทย” จึงเป็นตลาดสำคัญ


การเข้าสู่ประเทศไทยใช้เวลามากกว่า 3 ปีครึ่ง ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การผลิต ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมด้านตลาดก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

Min Tang กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดต่างประเทศแรก ๆ ที่บริษัทเลือกนำผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้เข้ามาทำตลาด

“ตลาดยาสีฟันในประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 18,500 ล้านบาท และเติบโตราว 6% ขณะที่กลุ่มพรีเมียมมีมูลค่าประมาณ 4,000 ล้านบาท และเติบโตราว 10% การเติบโตของกลุ่มพรีเมียมที่สูงกว่าตลาดโดยรวม สะท้อนว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพช่องปาก และมองหาผลิตภัณฑ์ที่ให้คุณประโยชน์เฉพาะด้านมากกว่าการทำความสะอาดและความสดชื่นเพียงอย่างเดียว”

ขณะเดียวกัน ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากถือเป็นหนึ่งในธุรกิจหลักของหยุนหนานไป๋เย่า โดยบริษัทระบุว่ายอดขายธุรกิจดังกล่าวในประเทศจีนอยู่ที่ประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี จึงต้องการนำความเชี่ยวชาญด้าน Oral Care เข้ามาต่อยอดในตลาดต่างประเทศ

“เราเชื่อเสมอครับว่าพาร์ทเนอร์ในท้องถิ่นย่อมรู้จักตลาดนี้ดีกว่าเรา เรารู้จักตลาดจีนดีมาก และครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 ในจีนมาถึง 7 ปีแล้ว แต่ตลาดไทยค่อนข้างแตกต่างออกไป ผู้บริโภคโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่มีความคุ้นเคยกับผลิตภัณฑ์และใส่ใจสุขภาพเป็นอย่างดี โดยเราก็ได้เลือกตัวที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตลาดไทย ต้องขอขอบคุณพาร์ทเนอร์อย่างโอสถสภาที่ร่วมทำสิ่งนี้ด้วยกันครับ”


รุกตลาดคนรุ่นใหม่ ใช้ Sampling สร้างประสบการณ์ ก่อนขยายฐานผู้บริโภค

สำหรับการทำตลาดในไทย ทั้งสองบริษัทวางกลุ่มเป้าหมายหลักไว้ที่ผู้บริโภคอายุประมาณ 25-45 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อ ใส่ใจสุขภาพ และเปิดรับผลิตภัณฑ์ที่มีฟังก์ชันเฉพาะด้าน

“ปัจจุบันภาพจำของ “แบรนด์จีน” ในสายตาผู้บริโภคไทยเปลี่ยนไปอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมากับแบรนด์จีนระดับโลกในหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งสมาร์ทโฟน รถยนต์ไฟฟ้า และเทคโนโลยีต่าง ๆ ทำให้สินค้าจีนไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเพียงสินค้าราคาประหยัดอีกต่อไป แต่ผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับคุณภาพ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมากขึ้น ซึ่งเป็นจุดที่หยุนหนานไป๋เย่าสามารถนำมาต่อยอดกับผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากได้”สุทิพากล่าว

กลยุทธ์สำคัญในระยะแรกคือ “Sampling” โดยเตรียมผลิตภัณฑ์ทดลองจำนวนหลักแสนหลอด เพื่อให้ผู้บริโภคได้สัมผัสประสบการณ์การใช้จริง โดยเฉพาะรสชาติ เนื้อสัมผัส และความรู้สึกหลังใช้ ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของการสร้างการยอมรับในตลาดยาสีฟันพรีเมียม

Min Tang กล่าวว่า การสร้างแบรนด์ในตลาดพรีเมียมไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณภาพสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้างประสบการณ์ให้ผู้บริโภคได้สัมผัสด้วยตัวเอง

“การสร้างแบรนด์ในตลาดพรีเมียมต้องอาศัยทั้งคุณภาพของผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ของผู้บริโภค เราต้องการให้ผู้บริโภคได้ทดลองใช้จริง เพราะเมื่อเขาชื่นชอบสินค้า ความแข็งแกร่งของแบรนด์ก็จะเกิดขึ้นอย่างยั่งยืนในระยะยาว ประเทศไทยถือเป็นตลาดที่เราให้ความสำคัญสูงมาก และเป็นจุดเริ่มต้นที่สมบูรณ์แบบสำหรับการขยายตัวสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

สำหรับช่องทางจำหน่าย โอสถสภาวางสัดส่วนเบื้องต้นระหว่าง E-Commerce และ Modern Trade ที่ประมาณ 50:50 โดยมีช่องทางอย่าง Big C, Lotus’s และ Watsons รวมถึงการใช้ KOL และ Influencer เพื่อสร้างการรับรู้และสื่อสารข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และองค์ความรู้เรื่อง “ซานชี” ให้เข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น


ยาสีฟันพรีเมียมหยุนหนานไป๋เย่า วางจำหน่ายในไทย มีด้วยกัน 3 สูตร ได้แก่

- Gum Care (กลิ่นเพียวมินต์) ผสานสารสกัดจากรากซานชี เทคโนโลยีฟลูออไรด์ 2 ชนิด และซิงก์ซิเตรต ช่วยดูแลสุขภาพเหงือกและป้องกันฟันผุในชีวิตประจำวัน พร้อมมอบความสดชื่นและการดูแลช่องปากอย่างอ่อนโยน

- Enamel Repair(กลิ่นเมลอนฮันนี) ผสานสารสกัดจากรากซานชี เทคโนโลยีฟลูออไรด์ 2 ชนิด และโพแทสเซียมไนเตรต ช่วยฟื้นบำรุงผิวเคลือบฟันจากการกัดกร่อนของกรดและบรรเทาอาการเสียวฟัน

- Shining White(กลิ่นส้มโอและดอกหอมหมื่นลี้) ผสานไมโครซิลิกา เทคโนโลยีฟลูออไรด์ 2 ชนิด และวิตามินบี 6 ช่วยขจัดคราบบนผิวฟันให้ฟันแลดูขาวขึ้น พร้อมช่วยปกป้องผิวเคลือบฟัน
(ขนาด 105 กรัม ราคา 215 บาท)

โดยเริ่มจำหน่ายผ่าน โอสถสภา อีคอมเมิรซ์ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน และผ่านช่องทางของ โลตัส บิ๊กซี ท็อปส์และวัตสัน การเปิดตัวจะได้รับการสนับสนุนผ่านการประชาสัมพันธ์ การสื่อสารผ่านอินฟลูเอนเซอร์ การแจกตัวอย่างทดลองใช้ และกิจกรรม ณ จุดขาย เพื่อสร้างความเข้าใจในคุณประโยชน์ของแต่ละสูตร ส่งเสริมการทดลองใช้ และสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์อย่างต่อเนื่อง