นายสนธิ ลิ้มทองกุล แถลงที่บ้านพระอาทิตย์ โดยกล่าวถึงภาพรวมของปัญหาคดีฮั้วเลือก สว. และตั้งข้อสังเกตต่อความเชื่อมโยงระหว่างสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบันกับกระบวนการสรรหาและให้ความเห็นชอบบุคคลเข้าไปดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ
นายสนธิระบุว่า ประชาชนจำเป็นต้องใช้ความกล้าหาญในการตรวจสอบรัฐบาลและฝ่ายการเมือง หากเห็นว่ามีการแสวงหาประโยชน์หรือความพยายามครอบงำองค์กรอิสระ พร้อมอ้างถึงข้อสังเกตที่ทนายนกเขาและ อ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ได้แถลงก่อนหน้านี้เกี่ยวกับการทำหน้าที่ของ กกต.ในคดีฮั้ว สว.
นายสนธิตั้งคำถามว่า หากกระบวนการได้มาซึ่ง สว.มีข้อครหา แต่ สว.ชุดดังกล่าวยังคงทำหน้าที่ต่อเนื่องเป็นเวลาราว 2 ปี และมีบทบาทในการให้ความเห็นชอบบุคคลเข้าสู่องค์กรอิสระหลายตำแหน่ง ย่อมทำให้เกิดคำถามตามมาถึงความน่าเชื่อถือของระบบตรวจสอบถ่วงดุลทั้งระบบ
เจ้าตัวยกตัวอย่างว่า มีกรรมการ กกต. 4 คน และกรรมการ ป.ป.ช. 4 คน ที่ผ่านกระบวนการให้ความเห็นชอบจาก สว.ชุดนี้ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หากต้นทางของกระบวนการเลือก สว.ยังมีข้อสงสัย การแต่งตั้งบุคคลเข้าสู่องค์กรอิสระที่ตามมาย่อมถูกสังคมตั้งคำถามได้เช่นกัน
นายสนธิยังกล่าวถึงกรณีการตรวจสอบนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ โดยใช้เป็นตัวอย่างประกอบข้อวิจารณ์ต่อกระบวนการทำงานของ ป.ป.ช. และตั้งคำถามว่า แม้กฎหมายจะเป็นกรอบที่ทุกฝ่ายต้องยึดถือ แต่หากการบังคับใช้กฎหมายถูกประชาชนตั้งข้อสงสัยว่าใช้เพื่อ “ฟอกขาว” ให้บุคคลหรือกลุ่มการเมืองใด ก็ยิ่งทำให้ความเชื่อมั่นต่อองค์กรอิสระลดลง
จากนั้น นายสนธิกล่าวพาดพิงถึง “เครือข่ายสีน้ำเงิน” และตั้งข้อกล่าวหาว่า อิทธิพลทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทยอาจแผ่เข้าไปถึงกระบวนการแต่งตั้งบุคคลในองค์กรอิสระ พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนจับตาว่าองค์กรที่ควรทำหน้าที่ตรวจสอบฝ่ายการเมือง ยังสามารถทำหน้าที่ได้อย่างเป็นอิสระจริงหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาว่าเครือข่ายภูมิใจไทยครอบงำ กกต. ป.ป.ช. หรือองค์กรอิสระอื่น ยังเป็นข้อกล่าวหาและความเห็นของนายสนธิ ไม่ใช่ข้อยุติทางกฎหมาย ขณะที่คดีฮั้ว สว.ยังอยู่ในกระบวนการตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย และยังไม่อาจถือได้ว่า สว.ทั้ง 200 คนกระทำผิดแล้ว


