xs
xsm
sm
md
lg

“ดร.ณัฎฐ์” ชี้ “กล้าธรรม” ถอนตัวฝ่ายค้านทำได้ ไม่มีกฎหมายห้าม มองหนุนเสถียรภาพรัฐบาล

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ดร.ณัฎฐ์” มือกฎหมายมหาชน ชี้ “พรรคกล้าธรรม” ถอนตัวจากฝ่ายค้านสามารถทำได้ ไม่มีกฎหมายบัญญัติห้าม ระบุมองว่าการเปลี่ยนสถานะดังกล่าวอาจเพิ่มเสียงสนับสนุนรัฐบาล และส่งผลต่อเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจมหภาค

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 สืบเนื่องจากพรรคกล้าธรรมถอนตัวจากวิปฝ่ายค้าน ทำให้พรรคการเมืองฝ่ายค้านมีเสียงลดลงในสภาผู้แทนราษฎรนั้น

ล่าสุด ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน, ประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่ (MD) บจ. AURELIAN GROUP และบริษัทในกลุ่ม AG ได้ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะและกล่าวว่า การถอนตัวของพรรคกล้าธรรม เดิมเป็นพรรคฝ่ายค้านและหันมาสนับสนุนรัฐบาล ถือว่ามาถูกทางแล้ว เพราะการเพิ่มตัวเลขให้ฝ่ายรัฐบาลเพิ่มเสถียรภาพ ส่งผลให้ญัตติฝ่ายค้านที่จะเสนอญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจมีอาการฝ่อ ถามว่าฝ่ายค้านมีเสียงเพียงหนึ่งในห้า เปิดอภิปรายได้ แต่ไร้น้ำยาหาเสียงสนับสนุนโค่นรัฐบาล ให้ไปตรวจสอบที่ ป.ป.ช. ด้วยว่า กมธ.กิจการศาลฯ สภาผู้แทนราษฎร โดยตนสอยไปกี่คน ก่อนที่จะตรวจสอบรัฐบาล ควรตรวจสอบพรรคประชาชนก่อนหรือไม่

ยังมีอีเวนต์ที่ตนจะไปกล่าวโทษกับนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ที่ลงถนนไปแทรกแซงเจ้าหน้าที่รัฐกระทำ ตนไล่ให้ไปอ่านรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 185 เยอะๆ ตนจัดใหญ่ไปแล้วยกชุด สัปดาห์หน้าจะไปดำเนินคดีกับ กกต.เสียงข้างน้อย ปากเสีย เอาความลับในสำนวนไปเปิดเผย ให้ ป.ป.ช. ไต่สวนหน่อย ให้ กกต.สิทธิโชติ ไปอ่านรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 219 และจริยธรรมร้ายแรงเยอะๆ จะได้ไม่เป็นเหมือนนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ที่ตนดำเนินคดียาวเป็นหางว่าว ไอ้พวกนี้ต้องเจอกับตน เดี๋ยวจะไปหาถึง กกต. เป็นอดีตผู้พิพากษาประสาอะไร ไม่รู้จักคำว่าเสียงข้างมาก ไม่เคารพประชาธิปไตย แสดงว่าการชี้ขาดใช้อารมณ์ส่วนตัว ใช้ดุลพินิจไม่ชอบหรือไม่ ตนไม่ปล่อยไว้ จะให้ถูกเชือดเหมือนนายสมชัย ศรีสุทธิยากร

ตนต้องสื่อสารไปยังพี่น้องประชาชน พ.ร.บ. กกต. มาตรา 42 วรรคหนึ่ง ประกอบระเบียบ กกต. ว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวนและการวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ. 2561 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2566 บัญญัติให้ใช้มติเสียงข้างมาก แต่ กกต.สิทธิโชติ แพ้แล้วพาล นำความลับสำนวนไปเปิดเผย ทำให้ราชการเสียหาย ถามว่าเรียนจบกฎหมายมาหรือไม่ เคยเป็นผู้พิพากษามาก่อน แต่ดันทะลึ่งให้สัมภาษณ์สื่อ แสดงถึงฝักใฝ่พรรคส้ม ลาออกมาลงสมัคร สส. เลยไหม จะได้ไม่หนักแผ่นดิน กินเงินเดือนภาษีประชาชน แต่ทำตัวตั้งธงเล่นงานฝ่ายรัฐบาล ไม่ควรให้เป็น กกต. อีกต่อไป ตนขอปราบเอง และจะไปแจ้งความที่ สน.ทุ่งสองห้อง และยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. เชือดหลายข้อหานะ รับรองว่าจัดหนักให้ เพราะเป็นอาญาแผ่นดิน

ตนสนับสนุนรัฐบาลแล้วจะทำไม เพราะชักชวนคนต่างชาติมาลงทุนในไทย ให้พี่น้องประชาชนมีรายได้และมีงานทำ บริษัทของตนจะเปิดรับพนักงานประจำประมาณ 50,000 ตำแหน่งทั่วประเทศ พรรคกล้าธรรมถอนตัวจากฝ่ายค้านถือว่ามาถูกทาง ขอปรบมือ เพราะต้องยึดถือผลประโยชน์เป็นที่ตั้ง เห็นไหม พรรคประชาชน รวมถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ตนจัดหนักคดีให้ อย่าคิดว่าประชาชนโง่ แต่ต้องมาถามตนในฐานะนักลงทุนด้วยว่า การเมืองไม่มีเสถียรภาพ เพื่อนนักธุรกิจภาคพื้นยุโรปจะเอาเงินมาลงทุนในไทยได้อย่างไร แล้ว บีโอไอ จะสนับสนุนการลงทุนอย่างไร ในภาวะวิกฤติย่อมเปลี่ยนเป็นโอกาส ให้พี่น้องคนไทยมีรายได้ เรียนจบมามีงานทำ

ส่วนพรรคกล้าธรรมถอนตัว ฝ่ายค้านจะหาเสียงมาเติมให้ครบ 251 เสียง ให้ยกสองมือก็ไม่ถึง ฝันไปเถอะ ไอ้เท้ง กูจะขวางพวกมึงทุกช่องทาง ปกป้องรัฐบาลให้บริหารประเทศให้ยาวๆ สมัยหน้าก็ให้เป็นอีก พรรคส้มอ่อนหัด แม้ธนาธรจะได้กลับมา คงไม่ง่ายในการบริหารประเทศในยุคปัจจุบัน รัฐบาลนี้ต้องภูมิใจไทยเท่านั้น ประชาชนลืมตาอ้าปากได้ อย่าไปหวังลมปากลมๆ แล้งๆ พวกแก้ ป.อ. มาตรา 112

ฝ่ายค้านอิสระ ในรัฐธรรมนูญไม่มีกฎหมายบัญญัติห้ามไว้ สามารถกระทำได้แบบกลางๆ ไม่ร่วมสังฆกรรมกับฝ่ายค้าน แต่มาสนับสนุนเสียงฝ่ายรัฐบาล มีผลต่อเสียงสนับสนุนรัฐบาล เพิ่มเสถียรภาพทางการเมือง เศรษฐกิจมีเสถียรภาพ ไม่เรียกว่า “พรรคจ้องเสียบ” แต่เรียกว่า “สนับสนุนเสียงรัฐบาล” ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้บริหารประเทศ แก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน

ตนเป็นผู้พูดในฐานะนักลงทุน ต้องออกมาพูด เพราะประชาชนอ่านหนังสือกันน้อย ไปหลงเชื่อการปั่นกระแสโซเชียล แต่ท้องแห้ง อาจตกเป็นเหยื่อกลุ่มใต้ดินที่ระดมทุนรับบริจาคโดยผิดกฎหมาย แล้วมาทำกิจกรรมสนับสนุนพรรคส้ม ทำให้เศรษฐกิจพัง ตนรับไม่ได้