ภาพผู้ป่วยและญาติที่เดินทางมารอรับบริการตั้งแต่ช่วงเช้ายังคงเป็นภาพคุ้นตาของโรงพยาบาลหลายแห่ง ตั้งแต่จุดลงทะเบียน ซักประวัติ วัดสัญญาณชีพ รับบัตรคิว ไปจนถึงห้องตรวจ แต่ละขั้นตอนมีทั้งข้อมูลที่ต้องบันทึก ระบบที่ต้องเชื่อมต่อ และบุคลากรที่ต้องทำงานแข่งกับเวลา
เมื่อจำนวนผู้รับบริการมีมากขึ้น ความท้าทายของโรงพยาบาลจึงไม่ได้อยู่เพียงเรื่องจำนวนบุคลากร แต่รวมถึงคำถามสำคัญว่า จะออกแบบกระบวนการทำงานอย่างไรให้ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น ลดการบันทึกข้อมูลซ้ำ และทำให้ข้อมูลสามารถเดินทางไปพร้อมกับผู้ป่วยได้อย่างต่อเนื่อง
โจทย์ดังกล่าวเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของการพัฒนาศูนย์กลางนวัตกรรมการแพทย์ประเทศไทย (Thailand Medical Innovation Hub) โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ที่มุ่งเชื่อมโยงนวัตกรรมและเทคโนโลยีของผู้ประกอบการไทยเข้ากับความต้องการใช้งานจริงของระบบสุขภาพ
ในมิติของ Smart Hospital นวัตกรรมจากผู้ประกอบการไทยกำลังเข้ามาตอบโจทย์ตั้งแต่ “ด่านแรก” ของการคัดกรองผู้ป่วย ไปจนถึงการบริหารข้อมูลและคิวตลอดเส้นทางการรับบริการ
Smart Easy OPD/IPD: ลดงานซ้ำตั้งแต่ด่านคัดกรอง
กระบวนการคัดกรองผู้ป่วย หรือ Patient Screening เป็นหนึ่งในจุดที่ใช้กำลังคนจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ต้องตรวจวัดสัญญาณชีพ เช่น ความดันโลหิต น้ำหนัก หรือระดับออกซิเจน ก่อนบันทึกและนำข้อมูลเข้าสู่ระบบเพื่อส่งต่อไปยังห้องตรวจ
บริษัท เอ็กซ์เปอร์ต เทคโนโลยี ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด พัฒนา Smart Easy OPD/IPD ระบบคัดกรองผู้ป่วยอัตโนมัติที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมข้อมูลจากอุปกรณ์ตรวจวัดเข้าสู่ระบบสารสนเทศของโรงพยาบาลโดยตรง
จุดเด่นคือแนวคิด Agnostic Device Connectivity ที่สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ทางการแพทย์หลากหลายยี่ห้อที่โรงพยาบาลมีอยู่แล้ว โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ทั้งระบบ ผู้ป่วยสามารถยืนยันตัวตนผ่าน Smart Card, QR Code หรือ Barcode HN และตรวจวัดข้อมูลเบื้องต้นได้ด้วยตนเอง ก่อนที่ข้อมูลจะถูกส่งเข้าสู่ Hospital Information System หรือ HIS โดยอัตโนมัติ
หัวใจสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มเครื่องมือใหม่ แต่คือการลดการจดและกรอกข้อมูลซ้ำ เพื่อให้พยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์มีเวลาไปดูแลผู้ป่วยในส่วนที่ต้องอาศัยทักษะและการตัดสินใจของมนุษย์มากขึ้น
MediCORE HIS & MediQ Smart Queue: ทำให้ข้อมูลเดินไปพร้อมกับผู้ป่วย
เมื่อผ่านด่านคัดกรองแล้ว ผู้ป่วยยังต้องเดินผ่านอีกหลายขั้นตอน ตั้งแต่เวชระเบียน ห้องตรวจ ห้องยา ห้องปฏิบัติการ การเงิน ไปจนถึงการนัดหมายครั้งถัดไป
หากข้อมูลในแต่ละจุดอยู่ในระบบที่แยกส่วนกัน บุคลากรอาจต้องกรอกข้อมูลซ้ำ ขณะที่ผู้ป่วยก็ต้องรอในแต่ละช่วงของกระบวนการ
บริษัท ดูดี อินดีด คอร์ปอเรชั่น จำกัด จึงพัฒนา MediCORE HIS และ MediQ Smart Queue เพื่อเชื่อมกระบวนการทำงานภายในโรงพยาบาลเข้าด้วยกัน
MediCORE HIS เชื่อมข้อมูลตั้งแต่เวชระเบียน ห้องตรวจ ห้องยา ห้องปฏิบัติการ ไปจนถึงงานบริหารและการเงินไว้ในระบบเดียว ขณะที่ MediQ Smart Queue เข้ามาจัดการอีกหนึ่ง Pain Point สำคัญ คือ “การรอคิว”
ระบบสามารถเชื่อมต่อกับ LINE OA และ Kiosk Self-Service เพื่อให้ผู้รับบริการลงทะเบียน ตรวจสอบสิทธิ์ นัดหมาย และรับคิวได้ด้วยตนเอง ช่วยลดขั้นตอนและทำให้การเดินทางของผู้ป่วยตั้งแต่จุดหนึ่งไปสู่อีกจุดหนึ่งต่อเนื่องมากขึ้น
เป้าหมายของ Smart Hospital จึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนจากกระดาษเป็นดิจิทัล แต่คือการทำให้ ข้อมูล กระบวนการ และ Patient Journey เชื่อมต่อกันตลอดเส้นทาง
Smart Hospital อาจเริ่มจากการแก้ “จุดเล็กๆ” ที่เกิดขึ้นทุกวัน
การเปลี่ยนผ่านสู่ Smart Hospital ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการเปลี่ยนระบบครั้งใหญ่เสมอไป แต่อาจเริ่มจากการมองว่า ในแต่ละวันบุคลากรต้องเสียเวลาไปกับงานใด ข้อมูลจุดไหนถูกกรอกซ้ำ ผู้ป่วยต้องรอตรงไหน และเทคโนโลยีที่มีอยู่สามารถเชื่อมต่อกันได้มากขึ้นหรือไม่
การนำเทคโนโลยีไปเชื่อมกับโจทย์การใช้งานจริงในลักษณะนี้ คือหนึ่งในภาพที่ Thailand Medical Innovation Hub โดย NIA ต้องการผลักดัน เพื่อให้นวัตกรรมการแพทย์ไทยสามารถต่อยอดจากการพัฒนาเทคโนโลยีไปสู่การใช้งานที่สร้างผลลัพธ์ต่อระบบสุขภาพได้จริง
https://youtu.be/gqaM5nRoICA?si=SnYK1qH6YiEcPmmz


