xs
xsm
sm
md
lg

“เฟคนิวส์” ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่โลกดิจิทัลทำให้ความเท็จ แพร่ได้เร็วกว่าเดิม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



คำว่า “เฟคนิวส์” (Fake News) อาจดูเหมือนเป็นคำศัพท์ใหม่ แต่ในความเป็นจริง ข้อมูลเท็จอยู่คู่กับสังคมมานาน สิ่งที่เปลี่ยนไปในยุคดิจิทัล คือ วิธีการเผยแพร่และความเร็วในการแพร่กระจายของข่าวนั้นๆ ในอดีต การเผยแพร่ข่าวสารผ่านสื่อมวลชนมักต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบและกลั่นกรองจากบรรณาธิการหลายระดับ แต่ปัจจุบัน ทุกคนสามารถเป็นผู้เผยแพร่ข้อมูลได้ เพียงแค่มีโทรศัพท์มือถือและบัญชีโซเชียลมีเดีย ด้วยเหตุนี้ ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องเพียงหนึ่งชิ้นจึงสามารถถูกแชร์ต่อไปยังผู้คนนับพันหรือนับล้านคนได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว ขณะที่ความจริงยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

เฟคนิวส์ไม่ได้มีเพียงรูปแบบเดียว แต่กลับมีหลายชนิด แยกย่อยได้ดังนี้

•การแต่งขึ้นโดยสิ้นเชิง (Fabrication) - ข้อมูลที่ไม่มีพื้นฐานความจริง
•การบิดเบือนข้อเท็จจริง (Misrepresentation) - เปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงให้มีความหมายต่างไป
•การนำข้อมูลที่เป็นจริงมาแต่ในบริบทที่ผิด (Misleading Context) – ใช้ความจริงแต่ทำให้เข้าใจผิด

เฟคนิวส์บางครั้งเป็นผลจากความเข้าใจผิดของคนที่แชร์ข้อมูล บางครั้งก็เป็นเจตนาจากบุคคล หรือแม้แต่องค์กรที่ต้องการให้ข้อมูลเท็จนั้นเชื่อถือได้มากที่สุด การแยกแยะความเท็จเหล่านี้ให้ออกมาได้นั้นจำเป็นต้องมีความเข้าใจในลักษณะเฉพาะของแต่ละประเภทประกอบการวิเคราะห์ด้วยอยู่เนืองๆ

ในประเทศไทย เฟคนิวส์สามารถพบได้ในหลากหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจและมีอารมณ์ร่วมสูง เช่น การเมือง เศรษฐกิจ และสาธารณสุข และเมื่อข้อมูลกระตุ้นให้เกิดความกลัว ความโกรธ หรือความกังวล ผู้คนอาจมีแนวโน้มที่จะแชร์ข้อมูลอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะตรวจสอบว่าข้อมูลนั้นเป็นความจริงหรือไม่

ในโลกออนไลน์ ความเร็วของการแชร์อาจเร็วกว่าความเร็วในการตรวจสอบข้อเท็จจริง ทำให้ข้อมูลเท็จสามารถแพร่กระจายไปได้ทั่วโลกก่อนที่ข้อเท็จจริงจะถูกค้นพบ นี่จึงเป็นเหตุผลที่เฟคนิวส์ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาของ “ข่าวที่ไม่จริง” แต่สามารถกลายเป็น เครื่องมือในการชักนำความคิดและการตัดสินใจของผู้คน และในบางกรณีอาจส่งผลต่อการตัดสินใจทางการเมือง การเลือกตั้ง การศึกษา ตลอดจนการตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการ

เทคนิคการระบุเฟคนิวส์ เพื่อป้องกันตัวเองจากความเท็จ

สิ่งที่ดีที่สุดที่สามารถป้องกันตัวเองจากเฟคนิวส์ได้คือการศึกษาเรียนรู้วิธีการระบุและประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล มีสัญญาณเตือนหลายอย่างที่สามารถช่วยให้คุณระบุเฟคนิวส์ได้ อาทิ

1. มองดูแหล่งข่าว

ข่าวจากแหล่งที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางนั้นมักเป็นข่าวที่ผ่านการตรวจสอบ ส่วนข่าวจากเว็บไซต์ที่ชื่อดูแปลก ๆ หรือผู้ส่งข่าวที่ไม่ชัดเจนว่าใครนั้น ควรถูกตั้งคำถาม

2. มองดูภาษาที่ใช้

เฟคนิวส์มักใช้ภาษาที่มีอารมณ์ความรู้สึกมาก หรือภาษาที่กระตุ้นภายในเราได้ดี เพื่อจุดไฟในอารมณ์ของผู้อ่าน ในทางกลับกัน ข่าวที่เป็นจริงมักใช้ภาษาที่เป็นกลางและสามารถยืนยันได้

3. ตรวจสอบข้อมูลอ้างอิง

ข่าวที่เป็นจริงมักมีแหล่งอ้างอิงที่ชัดเจน มีชื่อคน มีหน่วยงาน มีข้อมูลที่สามารถตรวจสอบได้ ส่วนเฟคนิวส์มักไม่มีแหล่งที่มาที่ชัดเจน หรือมีเพียงคำพูดของ “ผู้ที่ไม่ระบุชื่อ” “แหล่งข่าวไม่เปิดเผยตัวตน”

4. ใช้เครื่องมือช่วยตรวจสอบ

มีเว็บไซต์หลายแห่งที่เชี่ยวชาญในการตรวจสอบข้อมูล (Fact-checking websites) ที่คุณสามารถใช้เพื่อยืนยันความจริงของข่าวได้ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นช่องทางของหน่วยงานรัฐ

5. ตรวจสอบภาพหรือวิดีโอเคลื่อนไหวประกอบ

เช็กว่าเนื้อหาที่มาของข่าวมีความสมเหตุสมผลหรือไม่ มีการตัดต่อทำให้เนื้อข่าวดูเกินจริงไปหรือเปล่า และควรหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องยืนยันและตรวจสอบอีกครั้ง

ความรับผิดชอบของทุกคน เพราะคุณเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถหยุดการไหลของข่าวเท็จได้

การบ่อนทำลายที่สุดของเฟคนิวส์นั้นไม่ได้อยู่ที่ผู้สร้างมันแต่อย่างใด แต่อยู่ที่ผู้ที่เลือกที่จะแชร์มันต่อไป ทุกครั้งที่คุณกดแชร์โพสต์ โดยไม่มีการตรวจสอบ คุณกำลังเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา ความรับผิดชอบในการต่อต้านเฟคนิวส์จึงอยู่กับทุกคน ไม่ใช่แค่นักข่าว หน่วยงาน หรือรัฐบาลเท่านั้น โลกยุคดิจิทัลนี้จำเป็นต้องมีความคิดเชิงวิจารณ์จากทุกคน การถูกรายล้อมด้วยข้อมูลมากมายไม่ได้หมายความว่าเรามีความรู้มากขึ้น หากแต่อาจหมายความว่าเราต้องวิจารณ์และตรวจสอบให้มากขึ้น

ขอให้คิดก่อนแชร์ ขอให้ค้นคว้าก่อนเชื่อ ขอให้ถามก่อนส่งต่อความเท็จ

ความยากลำบากที่เกิดจากเฟคนิวส์นั้นเกิดจากการที่เราปล่อยให้อารมณ์ของเราสั่งการจิตใจของเรา เมื่อเราเรียนรู้ที่จะควบคุมอารมณ์ และเปิดใจต่อหลากหลายมุมมอง ความเสี่ยงต่อเฟคนิวส์ก็จะลดลง

สงครามเงียบกับเฟคนิวส์นั้นไม่มีวันสิ้นสุด เมื่อเราพัฒนาวิธีการป้องกันตัวเอง ผู้สร้างเฟคนิวส์ก็พัฒนาวิธีการหลอกลวงใหม่ที่ล้ำลึกยิ่งขึ้น เทคโนโลยี เช่น ปัญญาประดิษฐ์ และเทคนิคการสร้างวิดีโอปลอม (Deepfake) ได้ทำให้การสร้างเฟคนิวส์ที่เชื่อถือได้เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ได้หมายความว่าเราต้องยอมแพ้ แต่หมายความว่าเราต้องศึกษาเรียนรู้และปรับปรุงวิธีการของเราอย่างต่อเนื่อง

ปัญหาของเฟคนิวส์นั้นคือปัญหาของเรา ไม่ใช่ปัญหาของใครคนอื่นเพียงอย่างเดียว ข่าวจริงละข่าวปลอมนั้นมีการแข่งขันกันอยู่ทุกวัน และเรา ผู้ถืออำนาจในการเลือก มีหน้าที่ที่จะเลือกฝ่ายที่ถูกต้อง ขอให้พึ่งพาความคิดเชิงวิจารณ์ของตัวเอง และขอให้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์สังคมที่เต็มไปด้วยความจริง