ผบ.ทร.นำทีมแถลงความคืบหน้าจัดหาเรือฟริเกตวงเงิน 16,730 ล้านบาท หลังเลือก Hanwha Ocean จากเกาหลีใต้เป็นผู้ชนะ ย้ำกระบวนการโปร่งใส ใช้กติกาเดียวกันกับทุกบริษัท ปัดข้อครหากีดกัน 5 บริษัทตกรอบที่ยื่นอุทธรณ์ พร้อมชู 5 หลักสำคัญ ตั้งแต่ความถูกต้องตามกฎหมาย ความเป็นธรรม ไปจนถึงความคุ้มค่าและผลประโยชน์ตอบแทนประเทศ
วันนี้ (18 ก.ย. 2569) ที่ห้องเจ้าพระยา หอประชุมกองทัพเรือ ถนนอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ กองทัพเรือแถลงความคืบหน้าโครงการจัดหาเรือฟริเกต ภายหลังประกาศผลผู้ได้รับการคัดเลือกเมื่อวันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยบริษัท ฮันฮวา โอเชียน (Hanwha Ocean) จากประเทศเกาหลีใต้ เป็นผู้ได้รับการคัดเลือก เสนอราคาเป็นเงินทั้งสิ้น 16,730 ล้านบาท
การแถลงข่าวครั้งนี้มี พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธาน พร้อมด้วยคณะกรรมการและผู้เกี่ยวข้องกับโครงการร่วมชี้แจงรายละเอียดและเหตุผลในการดำเนินงาน
พล.ร.อ.ไพโรจน์ กล่าวว่า โครงการจัดหาเรือฟริเกตมีความสำคัญต่อความมั่นคงของชาติ และใช้งบประมาณจากภาษีประชาชน จึงเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาการนำเสนอข้อมูลผ่านสื่อมวลชนและโซเชียลมีเดียบางครั้งมีข้อมูลคลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริง ซึ่งอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดและความสับสน
กองทัพเรือจึงพร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงและสร้างความชัดเจนในทุกประเด็น โดยยึดหลักความโปร่งใสในการดำเนินงาน
ผู้บัญชาการทหารเรือกล่าวว่า ประเทศไทยเป็นชาติทางทะเล เส้นทางเดินเรือ พลังงาน ทรัพยากร และปากท้องของประชาชน ล้วนเชื่อมโยงกับทะเล โดยเฉพาะการนำเข้าและส่งออกสินค้าระหว่างประเทศที่ต้องพึ่งพาการขนส่งทางทะเล การรักษาอธิปไตยและความมั่นคงทางทะเลจึงมีความจำเป็น เพื่อให้ประเทศสามารถใช้ประโยชน์จากทะเลได้อย่างปลอดภัย
สำหรับการจัดหาเรือฟริเกต ไม่ได้ดำเนินการเพียงเพราะต้องการเรือลำใหม่ แต่เป็นส่วนสำคัญในการปกป้องผลประโยชน์ของชาติ โดยกองทัพเรือได้กำหนดคุณลักษณะของเรือไว้สูงกว่ามาตรฐานทั่วไป เพื่อให้มั่นใจว่าไม่ว่าบริษัทใดจะได้รับการคัดเลือก เรือที่จัดหาจะต้องมีสมรรถนะในการรบสูง และสามารถคุ้มครองชีวิตของกำลังพลได้อย่างแท้จริง
พล.ร.อ.ไพโรจน์ เปิดเผยว่า ได้กำชับคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้ยึดหลักสำคัญ 5 ประการในการดำเนินโครงการ ได้แก่
ความถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบ และขั้นตอนของภาคราชการ
ความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน
ความเป็นธรรมและเท่าเทียม แก่ผู้ยื่นข้อเสนอทุกรายตามหลักนิติธรรม
ความคุ้มค่าตลอดอายุการใช้งาน ไม่พิจารณาเพียงราคาถูกในวันส่งมอบ
การรักษาผลประโยชน์ตอบแทนสูงสุดของประเทศ ครอบคลุมทั้งขีดความสามารถทางทหาร การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการสนับสนุนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศภายในประเทศ
ปัดกีดกัน 5 บริษัทตกรอบ ย้ำทุกเจ้ารับกติกาเดียวกัน
ผู้บัญชาการทหารเรือกล่าวถึงข้อสงสัยเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกและการไม่อนุญาตให้บางบริษัทแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติมภายหลังการเปิดซองว่า ผู้ยื่นข้อเสนอทุกรายได้รับทราบกติกาและเงื่อนไขเดียวกันตั้งแต่ต้นอย่างเท่าเทียม โดยกองทัพเรือเปิดโอกาสให้แต่ละบริษัทสอบถามรายละเอียดจนเกิดความเข้าใจตรงกัน
เมื่อคณะกรรมการตรวจพิจารณาแล้วพบว่ามีบริษัทที่ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขสำคัญที่กำหนดไว้ จึงไม่อนุญาตให้ยื่นเอกสารเพิ่มเติมหรือแก้ไขข้อเสนอภายหลังการเปิดซอง
พล.ร.อ.ไพโรจน์ ระบุว่า หากเปิดโอกาสให้บริษัทใดแก้ไขข้อเสนอภายหลังการเปิดซอง อาจเป็นการละเมิดสิทธิของบริษัทอื่นที่เตรียมเอกสารมาอย่างถูกต้องและครบถ้วน จึงยืนยันว่าแนวทางดังกล่าวไม่ใช่การกีดกัน แต่เป็นการรักษากติกาและความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่าย
ทั้งนี้ สเปกของเรือฟริเกตได้รับการพิจารณาในภาพรวมทั้งระบบ โดยต้องสามารถเชื่อมโยงระบบต่างๆ ได้อย่างสมบูรณ์ มีความพร้อมรบสูง มีหลักประกันด้านการซ่อมบำรุงและปรับปรุงในระยะยาว รวมถึงสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีให้แก่ประเทศได้สูงสุด
ผู้บัญชาการทหารเรือยืนยันว่า การตัดสินใจของคณะกรรมการตั้งอยู่บนข้อมูลข้อเท็จจริงและหลักฐานเชิงประจักษ์ ปราศจากการแทรกแซงใดๆ ทั้งสิ้น โดยคณะกรรมการทุกคนปฏิบัติหน้าที่ด้วยเกียรติและความรับผิดชอบต่อกฎหมายและประเทศชาติ
ทร.ชี้เศรษฐกิจทางทะเลมูลค่าสูงถึง 24 ล้านล้านบาทต่อปี
ด้าน พล.ร.ต.จุมพล นาคบัว รองเจ้ากรมยุทธการทหารเรือ กล่าวถึงเหตุผลและความจำเป็นในการจัดหาและเสริมสร้างความพร้อมของเรือฟริเกตว่า ผลประโยชน์และกิจกรรมทางเศรษฐกิจทางทะเลของประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 17.9–24 ล้านล้านบาทต่อปี
การมีกำลังทางเรือที่มีความพร้อมและขีดความสามารถเหมาะสม จึงมีความสำคัญต่อการคุ้มครองเส้นทางคมนาคมทางทะเล การรักษาความมั่นคงทางทะเล และการปกป้องผลประโยชน์ของชาติทางทะเลอย่างต่อเนื่อง
การมีเรือที่มีความพร้อมและขีดความสามารถสูง จะช่วยเสริมศักยภาพในการคุ้มครองเส้นทางเดินเรือและรักษาผลประโยชน์ทางทะเล ซึ่งล้วนมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ
พล.ร.ต.สรรเสริญ สาโดด ประธานกรรมการร่างขอบเขตของงาน (TOR) กล่าวว่า แนวคิดสำคัญในการจัดทำ TOR คือการกำหนดคุณลักษณะของเรือให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานสากล โดยอ้างอิง Naval Ship Rules ของสมาคมจัดชั้นเรือที่ได้รับการยอมรับ (Recognized Classification Society) ควบคู่กับมาตรฐาน NATO
แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้เรือมีความปลอดภัย เชื่อถือได้ และมีขีดความสามารถรองรับการปฏิบัติภารกิจของกองทัพเรือได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะที่ พล.ร.ต.ศราวุธ เชียงคูณศรี ประธานกรรมการพิจารณาดำเนินการตามนโยบายจัดซื้อจัดจ้างแบบชดเชย (Offset) กล่าวว่า นโยบาย Offset มีเป้าหมายให้มูลค่าจากการจัดหาเรือไม่ได้สิ้นสุดเพียงการซื้อยุทโธปกรณ์ แต่ต้องนำไปสู่การถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการลงทุนกลับคืนสู่ประเทศ
ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศภายในประเทศ และต่อยอดประโยชน์จากการจัดหาให้เกิดคุณค่าในระยะยาว
ประธานกรรมการจ้างฯ ย้ำซื่อสัตย์ สุจริตต่อทุกฝ่าย
พล.ร.ต.วสันต์ ไตรจิต ประธานกรรมการจ้างโดยวิธีคัดเลือก กล่าวถึงกระบวนการพิจารณาข้อเสนอว่า ผู้ยื่นข้อเสนอทุกรายได้รับทราบกติกาเดียวกันอย่างเท่าเทียม โดยคณะกรรมการยึดขีดความสามารถและคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ใน TOR เป็นหลัก
พร้อมย้ำหลักการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการว่า ต้องซื่อสัตย์ต่อตนเอง สุจริตต่อหน้าที่ และสุจริตต่อผู้ยื่นข้อเสนอ เพื่อให้กระบวนการคัดเลือกดำเนินไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดอย่างตรงไปตรงมาและเป็นธรรม
ด้าน พล.ร.อ.กรวิทย์ ฉายะรถี ประธานกรรมการบริหารโครงการ ยืนยันว่า กระบวนการพิจารณาโครงการจัดหาเรือฟริเกตเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ล่วงหน้า โดยใช้มาตรฐานเดียวกันกับผู้ยื่นข้อเสนอทุกราย และมีหลักฐานพร้อมเหตุผลรองรับการพิจารณา
นอกจากนี้ การดำเนินงานยังอยู่ภายใต้ข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) โดยมีผู้สังเกตการณ์อิสระตามข้อตกลงคุณธรรม หรือ ค.ป.ท. เข้าร่วมสังเกตการณ์และตรวจสอบ เพื่อให้ทุกขั้นตอนเป็นไปตามหลักเกณฑ์อย่างเคร่งครัด
รายงานข่าวเพิ่มเติมระบุว่า การแถลงข่าวครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังบริษัทที่ไม่ได้รับการคัดเลือกทั้ง 5 แห่งยื่นอุทธรณ์ ได้แก่
บริษัท ฮุนได เฮฟวี่ อินดัสตรี (Hyundai Heavy Industries) ประเทศเกาหลีใต้
บริษัท สิงคโปร์ เทคโนโลยี เอ็นจิเนียริ่ง (Singapore Technologies Engineering) ประเทศสิงคโปร์
บริษัท อัสคีรี ฟาบริกา เว ไทรซาเน อิสเลทเมเลเร ประเทศตุรกี
บริษัท เทอออึสเซ เยเม อินชา เว เทกโนโลยึ ประเทศตุรกี
บริษัท นาวานเตีย (Navantia) ประเทศสเปน
โดยบางบริษัทที่ไม่ได้รับการคัดเลือกได้ส่งตัวแทนเข้าร่วมการแถลงข่าวในครั้งนี้ด้วย
ขณะเดียวกัน กองทัพเรือไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนถ่ายทอดสด (Live) การแถลงข่าวครั้งนี้ผ่านโซเชียลมีเดีย


